เข้าสู่ระบบผมมาถึงสนามบินของตัวเมืองเกือบบ่ายโมง ผมลากกระเป๋าเดินทางออกมายืนรอคนจากไร่ที่จะมารับตรงหน้าทางเข้า ไม่นานก็มีเสียงเรียกชื่อของผมดังมาจากข้างหลัง
“คุณน้ำเหนือ ใช่ไหมครับ” ผมหันมายังเสียงเรียกทันที
“ผมมาจากไร่ไอดิน” เขาแนะนำตัวเอง
คนตรงหน้าคือผู้ชายตัวสูง ที่ดูจะสูงกว่าผมเกือบห้าเซ็น ผิวออกเข้มนิดหน่อย ใส่ชุดชาวไร่แท้ ๆ เลย เสื้อเชิตลายสก๊อตพับแขน กางเกงยีนสีเข้ม รองเท้าบูตสีน้ำตาล ดูแล้วคงจะเป็นคนงานในไร่แหละ แต่คนงานที่นี่หล่อขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ถึงแม้ว่าหน้าตาจะดูไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไรก็เถอะ
ดูได้จากสายตาที่มองผมอยู่ตอนนี้อะนะ
แต่ก็เถียงไม่ได้เลยว่าคนตรงหน้าหล่ออย่างกับพระเอกในนิยายสักเรื่อง พระเอกชาวไร่ชาวสวน อะไรประมาณนั้น
“ใช่ครับ คุณเป็นคนในไร่ใช่ไหม” ผมเอ่ยถามออกไป
“ใช่”
“แล้วนี่รถอยู่ทางไหนล่ะครับ”
“ตามผมมา” คนงานที่นี่พูดจาห้วน ๆ ไม่มีหางเสียงแบบนี้เหรอ แต่ก็ยังดีที่มีน้ำใจถือกระเป๋าเสื้อผ้าให้
ผมเดินตามมาจนถึงรถ และรถที่มารับคือรถโฟวิล ด้านหลังเต็มไปด้วยกระสอบอะไรก็ไม่รู้ 4-5 กระสอบ
“เอ่อ นาย…”
“ผมชื่อราม”
“อ้อ นายราม จากตรงนี้ไปถึงไร่เนี่ย กี่กิโลเหรอ”
“เจ็ดสิบกิโล”
“หา! เจ็ดสิบกิโลเลยเหรอ” โคตรไกลเลย
ถึงผมจะเคยมาที่นี่แล้วครั้งหนึ่ง แต่มันก็นานมากแล้ว แถมยังหลับตลอดทางอีก ใครจะไปจำได้ว่ามันจะไกลขนาดนั้น แถมตอนนี้ดูจากสภาพรถที่มารับแล้วจะหลับยังไงลงล่ะ
รถโฟวิลคันเก่า พาผมมาถึงทางเข้าไร่ที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ดอกไม้มากมาย ที่นี่ธรรมชาติสวยงามมาก แถมอากาศก็ดี ยามเย็นพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าแบบนี้ บรรยากาศโคตรดีเลย
“แถวนี้สวยจังเนอะ” ผมหันไปคุยกับคนที่ขับรถอยู่ข้าง ๆ
“ที่เราขับผ่านมาก็สวย สวยกว่านี้อีก ถ้าคุณไม่หลับมาตลอดทางก็อาจจะได้เห็น” พูดทั้ง ๆ ที่ไม่หันมามองหน้าผมสักนิด
หน้านิ่ง ๆ นั่นก็อีก คนงานที่นี่ขี้เก๊กแบบนี้ทุกคนหรือเปล่าเนี่ย
ก็หนทางตั้งไกล ตอนแรกผมก็ไม่หลับหรอก แต่เป็นเพราะเหนื่อยและเมื่อคืนก็นอนดึกด้วย มันก็เลยเผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้
“ที่นี่ทำไร่อะไรเหรอ?” ผมเลยถามเปลี่ยนเรื่องซะเลย
“ไร่กาแฟ”
“โห! ดีจัง ผมชอบดื่มกาแฟ”
“คุณเป็นเจ้าของไร่แท้ ๆ ทำไมถึงไม่รู้ว่าที่นี่ทำไร่กาแฟ”
“ผมมันก็แค่เจ้าของในนามเท่านั้นแหละ ผมเคยทำไร่ที่ไหนกันเล่า แถมที่นี่ผมเองก็เพิ่งมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 เอง”
“…”
“มาคราวนี้ผมก็แค่มาพักผ่อน เดี๋ยวก็กลับแล้ว”
“น่าเสียใจแทนคุณย่านะ ที่ทายาทเพียงคนเดียวไม่เคยคิดจะมาเหลียวแลสิ่งที่ท่านรัก ท่านสร้างมากับมือเลย”
วันนี้คุณแม่ของผมกับธามจะมาหาผมที่ไร่ ผมกับคุณรามจึงอยู่รอรับท่านที่บ้าน กว่าที่ทั้งคู่จะมาถึงก็เกือบบ่ายผมโผเข้ากอดคุณแม่ด้วยความคิดถึง หอมแก้มซ้ายขวาจนสาแก่ใจ ก่อนจะปล่อยให้ท่านได้ทักทายคุณราม“หอมแก้มแม่เป็นเด็ก ๆ เลยลูกคนนี้”“ก็มันคิดถึงนี่”“ใช่ครับแม่ เหนือมันเพิ่งจะสามขวบ หมายถึงสมองนะ” ธามมันได้ที เลยพูดสมทบกับแม่ผมไปด้วยเลย“เพื่อนเลว ถ้าไม่รู้จะพูดอะไรก็ไม่ต้องพูด” ผมหันไปแยกเขี้ยวใส่มัน“สวัสดีครับคุณน้า” คุณรามยกมือไหว้ทำความเคารพคุณแม่ผม“สวัสดีจ้ะ รามใช่ไหมลูก ไม่ได้เจอกันนานเลย”“ครับ”“ดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้งนะครับลูก” คุณทิพย์เอ่ยทักทายคุณราม“เหนือได้สร้างความวุ่นวายให้รามบ้างหรือเปล่าเนี่ย”“คุณทิพย์ นี่ลูกเอง” ผมค้อนให้ไปหนึ่งที คุณทิพย์จะขายลูกชายต่อหน้าว่าที่ลูกเขยแบบนี้ไม่ได้นะ“ไม่เลยครับ”“ถ้าตาเหนือก่อเรื่องอะไรไว้ ก็บอกน้าได้นะไม่ต้องเกรงใจ” ยังอีก ยังไม่หยุดแกล้งกันอีกนะ“คุณทิพย์ เหนือจะงอนจริง ๆ แล้วนะ”“โอ๋เอ๋ แม่ล้อเล่น ไม่งอนนะครับ”“ผมว่ามากันเหนื่อย ๆ เข้าไปพักข้างในกันก่อนดีกว่าครับ” คุณรามเดินนำเข้าไปในบ้าน โดยที่แม่ของผมเดินตามเข้าไป“เหนือ คุณ
"คิดถึงคุณทิพย์จังเลย""ไม่ต้องมาปากหวานเลยตัวแสบ ไม่โทรหาตั้งสามวัน คิดว่าลืมแม่ไปแล้วซะอีก"“โอ๋เอ๋ ไม่งอนเหนือน้า เหนือยุ่งเรื่องหาข้อมูลเขียนงานก็เลยไม่ได้โทรหาคุณทิพย์ แต่ก็ยังรักและคิดถึงที่สุดน้า”“คิดถึง แล้วเมื่อไหร่จะกลับล่ะจ๊ะ”“…”“ที่เงียบแบบนี้ คือจะอยู่ที่ไร่ไม่กลับกรุงเทพแล้วใช่ไหม”“ไม่ใช่แบบนั้น คือเหนือมีเรื่องจะบอกคุณทิพย์ด้วยแหละ”“เรื่องอะไร”“คือว่า เหนือกับคุณรามเราตกลงที่จะลองศึกษาดูใจกันครับ คุณทิพย์โอเคไหม” ศึกษาดูใจอะไรกันล่ะ เพิ่งจะได้กันเมื่อคืน แต่คุณทิพย์รู้แค่นี้ก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวจะหาว่าลูกชายสุดที่รักใจง่าย"ราม ที่เป็นหลานคุณย่าเหรอลูก""ครับ คุณรามเขาเป็นคนดีมาก เหนือสบายใจมากเวลาอยู่กับเขา คุณทิพย์โอเคไหม""โอเคสิครับ เหนือรักใครแม่ก็รักด้วย แต่เหนือแน่ใจแล้วใช่ไหมลูก""ก่อนหน้านั้น เหนือก็ไม่มั่นใจเลยที่จะเปิดใจให้เขา แต่พอได้รู้จักกันมากขึ้น เหนือคิดว่าเหนือเลือกคนไม่ผิดครับ""แม่ยอมรับทุกการตัดสินใจของเหนืออยู่แล้ว ไม่ว่าเหนือจะตัดสินใจเรื่องอะไรก็ตาม ขอแค่เหนือสบายใจ แม่ก็สบายใจไปด้วย”“ขอบคุณนะครับ เหนือรักคุณทิพย์ที่สุดเลย”“แม่ก็รักเหนือคร
"น่ารักจัง" คุณรามบอก เมื่อผมมานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขา"ผมว่าเหมือนผมเอาชุดพ่อมาใส่เลยคุณ""ชุดพ่อที่ไหนล่ะ นี่มันชุด...""หยุดเลย อย่าพูดมันออกมานะคุณ" ผมรีบพูดแทรก เพราะรู้ว่าเขากำลังจะพูดอะไรออกมา"ผมแค่จะบอกว่าชุดแฟนต่างหาก คุณคิดมากไปหรือเปล่าเนี่ย""คุณมันเจ้าเล่ห์" ผมไม่คิดว่าคนนิ่ง ๆ อย่างคุณรามจะร้ายกาจได้ขนาด โดยเฉพาะกับหัวใจของผม เขาร้ายกาจมาก ๆ เลย"วันนี้อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหม เดี๋ยวผมทำให้""ผมอยากทานอาหารฝรั่ง""โอเคครับ"เราทั้งคู่พากันมาที่ครัวของบ้านใหญ่ วันนี้คุณรามบอกกับป้าตองนวลว่าจะเป็นคนทำอาหารเช้าเอง ป้ากับเด็กรับใช้ในบ้านเลยพากันเดินออกจากครัวไป ปล่อยให้ผมกับคุณรามอยู่กันตามลำพังคุณรามจัดแจงใส่ผ้ากันเปื้อนเรียบร้อย ก่อนที่จะหยิบวัตถุดิบ ที่จะทำในเช้านี้ออกมาจากตู้เย็น วันนี้เราจะทาน American breakfast กันเมื่อได้วัตถุดิบครบแล้ว พ่อครัวสุดหล่อของผมเขาก็เริ่มลงมือทำเลยผมอยากจะบอกว่าคุณรามเวลาที่ใส่ผ้ากันเปื้อน แล้วยืนทำอาหารแบบนี้ โคตรจะหล่อเลย นี่ผมคลั่งรักไปหรือเปล่าเนี่ย แต่เขาก็หล่อจริง ๆ นี่คุณรามเริ่มลงมือเอาผักต่าง ๆ ที่มี เช่นมันฝรั่งที่ปอ
ภายในห้องนอนที่อุณหภูมิ 25 องศา สองร่างเปลือยเปล่านอนอิงแอบแนบชิดใต้ผ้าห่มอุ่น ท่ามกลางความมืดสลัว ที่มีเพียงแสงไฟจากภายนอกที่สาดส่องรอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาเท่านั้นเมืองราม กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น เขามองนาฬิกาดิจิตอลที่ส่องแสงอยู่ที่หัวเตียง ตอนนี้เป็นเวลาตีห้าครึ่ง น้ำเหนือที่หลับอยู่ในอ้อมกอดอุ่นของเขา ขยับกายเข้าหาความอบอุ่นจากคนตัวโต เมื่อรู้สึกว่าอีกคนกำลังวุ่นวายกับร่างกายของตัวเอง“ผมกวนคุณหรือเปล่า” เมืองรามเอ่ยถามคนในอ้อมแขน ที่ตอนนี้ลืมตาขึ้นมามองหน้ากัน ก่อนที่คนตัวเล็กจะส่ายหน้า“ไม่กวน ผมรู้สึกตัวตื่นพอดี”“หนาวไหม”“ไม่หนาว อยู่แบบนี้อุ่นมาก” พูดพร้อมกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นไปอีก จนร่างทั้งสองแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวกันอยู่แล้ว“คุณมีความสุขมั้ย?”“มากกก” เมืองรามก้มลงไปจูบหน้าผากคนตรงหน้าอย่างรักใคร่“วันนี้ไม่ต้องไปร้านหรอก ทำงานอยู่ที่บ้านนี่แหละ”“อ้าว ทำไมล่ะ”“คุณไม่เพลียเหรอ” คนที่ถูกถามถึงกับหน้าขึ้นสี เมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืน“คุณราม”“ก็ผมเป็นห่วงนี่ ไม่อยากให้คุณต้องไปนั่งอยู่ที่ร้าน วันนี้อยู่บ้านนะ”“ก็ได้ แล้วนี่คุณต้องรีบตื่นไปทำงานไหม”“วันนี้ผมหยุด
น้ำตาที่คลอเต็มทั้งสองหน่วยนัยน์ตาของน้ำเหนือ บ่งบอกถึงความรู้สึกในตอนนี้ได้เป็นอย่างดี“แต่คุณก็มีคนที่พร้อมจะอยู่ดูแลที่นี่กับคุณแล้วไง ผมจะอยู่หรือไป คงไม่สำคัญ” เมืองรามหันหน้าหนีคนตรงหน้า เพราะกลัวจะใจอ่อนให้กับแววตาคู่นั้น“คุณหมายถึงใคร?”“แฟนคุณไง เขามาหาคุณที่นี่ไม่ใช่เหรอ ผมว่าเขาน่าจะพร้อมที่จะอยู่ดูแลคุณ ดูแลที่นี่อยู่แล้ว”“พอร์ชเหรอ พอร์ชเกี่ยวอะไรด้วย”“มาถึงขนาดนี้แล้ว คุณยังต้องให้ผมพูดมันออกมาอีกเหรอ ใจร้ายเกินไปหรือเปล่าน้ำเหนือ” เมืองรามพูดความในใจที่มีในตอนนี้ ก่อนที่จะลุกหนีอีกคน ไม่ยอมหันไปสบตา“คุณก็พูดมาสิ ว่าพอร์ชเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่คุณจะทิ้งผมไปอยู่ที่อื่น”“ในเมื่อคุณสองคนกลับมาคืนดีกันแล้ว คุณจะให้ผมอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร”“บ้ากันไปใหญ่แล้ว ใครจะคืนดีกับพอร์ช คุณไปเอามาจากไหน” อะไรที่ทำให้เขาเข้าใจผิดไปได้ขนาดนี้กันเนี่ย“ผมเคลียร์ใจตัวเองเรียบร้อย ก่อนที่จะเปิดใจให้กับคุณอีกนะ เพราะฉะนั้นเรื่องระหว่างผมกับพอร์ชมันจบไปแล้ว และไม่มีวันที่จะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก”“…”“คุณเชื่อผมนะ” น้ำเหนือเดินเข้าไปหาอีกคนที่เอาแต่เบือนหน้าหนี“ระหว่างผมกับพอร์ช มันจบไ
ผมยิ้มให้เขา พอร์ชเองก็ยิ้มตอบกลับมาเช่นกัน เขาคงจะคิดอะไรหลาย ๆ อย่างได้บ้างแล้วล่ะ“ขอบคุณนะครับพี่เหนือ ที่อย่างน้อยก็ยังเห็นผมเป็นเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง”“ไม่ต้องขอบคุณพี่หรอก”“ก่อนกลับผมขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหม”“อะไร”“…”พอร์ชกลับไปแล้ว กลับไปหลังจากที่เราทั้งคู่ต่างก็เคลียร์ใจกันเรียบร้อย ระหว่างผมกับพอร์ชเราไม่มีอะไรติดค้างกันอีกผมกลับเข้ามาในบ้านตามความตั้งใจเดิมตั้งแต่แรก ที่จะแกะกล่องพัสดุ ซึ่งมันก็คือคอมพิวเตอร์ของผมที่ธามมันส่งมาให้นั่นแหละ ผมเลยส่งข้อความไปขอบคุณมันที่ช่วยเป็นธุระให้เมืองรามกลับมาที่บ้านในตอนกลางวัน ได้รู้จากกำปอว่ามีแขกจากกรุงเทพมาหาน้ำเหนือ ซึ่งเป็นแฟนของน้ำเหนือ ที่กำปอรู้ ก็เพราะทางนั้นแนะนำตัวแบบนี้เมืองรามจึงเดินเข้าไปภายในบ้าน แต่สิ่งที่เขาได้เห็นคือน้ำเหนือกับผู้ชายคนนั้นยืนกอดกันอยู่ที่ห้องรับแขกความโกรธ ความไม่พอใจ จึงทำให้เขาเลือกที่จะเดินเลี่ยงออกมา ไม่ได้เข้าไปขัดจังหวะคนทั้งคู่จนกระทั่งถึงเย็น เมืองรามจึงกลับเข้ามาในบ้านอีกครั้ง เขาไม่ได้ไปทานมื้อเย็นกับน้ำเหนือเหมือนทุกวัน จนอีกคนแปลกใจเลยมาหาเขาที่บ้านพักแทน“ทำไมวันนี้ไม่ไปทานข้าวล่ะค







