เข้าสู่ระบบผมว่านายรามอะไรนี่ ชักเริ่มพูดไม่เข้าหูซะแล้ว ทำไมคนงานที่นี่ถึงพูดจาลามปามเจ้านายแบบนี้นะ คุณย่าคงจะใจดีมากไปแน่ ๆ คนงานในไร่ถึงได้พูดจาไม่น่าฟังแบบนี้
“แต่ที่ไร่ก็มีหลานคุณย่าอีกคนดูแลไม่ใช่เหรอ ก็น่าจะสืบทอดกิจการต่าง ๆ ของคุณย่าได้”
“พูดจาเห็นแก่ตัวดี” นายรามพึมพำออกมาซึ่งผมฟังไม่ถนัด
“นายว่าอะไรนะ”
“เปล่า”
“เออ ว่าแต่หลานของคุณย่าชื่ออะไรเหรอ?”
“เมืองราม”
“เมืองราม? ชื่อเหมือนนายเลยนะนายราม”
บทสนทนาของเราสิ้นสุดลงเมื่อรถมาจอดตรงบริเวณหน้าบ้านพอดี
บ้านของคุณย่า เป็นบ้านสไตล์ล้านนาแบบประยุกต์ ชั้นล่างของบ้านเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ส่วนชั้นบนเป็นไม้ที่มีการออกแบบลวดลายสลักแบบล้านนา ส่วนบริเวณรอบ ๆ บ้านก็ปลูกต้นไม้ดอกไม้นานาชนิดไว้โดยรอบ ให้ความรู้สึกสดชื่นมาก ๆ
ผมชื่นชมกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใหม่ได้ไม่นาน หญิงวัยกลางคนที่ใส่ชุดล้านนาก็เดินออกมาต้อนรับ
“มากันแล้วเหรอคะ” เอ่ยต้อนรับด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ต่างจากคนที่ไปรับผมโดยสิ้นเชิง
“นี่ป้าตองนวล แม่บ้านของที่นี่” นายรามเอ่ยแนะนำ ผมยกมือไหว้ทำความเคารพตามมารยาท
“มาเหนื่อย ๆ เข้าบ้านก่อนเถอะค่ะ ส่วนกระเป๋าเสื้อผ้าเดี๋ยวป้าให้เด็กมาขนไปเก็บบนห้องให้”
“ขอบคุณครับ” ผมตอบ แล้วเดินตามหลังป้าตองนวลเข้าบ้าน
ผมเข้ามานั่งภายในห้องรับแขกที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์ล้านนา ที่มีความโมเดิร์นผสมอยู่ด้วย แต่กลับลงตัวอย่างประหลาด
“พอทราบว่าคุณน้ำเหนือจะมา ทุกคนที่นี่ก็ตื่นเต้นกันยกใหญ่เลยค่ะ จะได้พบหน้าหลานชายคุณท่านเสียที” ป้าตองนวลพูดด้วยน้ำเสียงดีใจ จนผมเองก็รู้สึกได้
“ทำไมเหรอครับ ทำไมทุกคนถึงอยากเจอผม”
“ก็ตั้งแต่คุณท่านเสียไป คุณรามก็เอาแต่ทำงานหนักอยู่แต่ในไร่ ไม่ค่อยได้เข้ามาที่บ้านเลยค่ะ ดูสิบ้านช่องออกใหญ่โต แต่ไม่มีเจ้าของอยู่สักคน”
“คุณรามที่ป้าพูด หมายถึงหลานคุณย่าอีกคนใช่ไหมครับ”
“ใช่ค่ะ คุณเมืองรามที่ไปรับคุณน้ำเหนือมายังไงล่ะคะ” คำบอกเล่าของป้าตองนวล ทำเอาผมแทบสำลักน้ำที่กำลังดื่มอยู่
“อะไรนะครับ คนที่ไปรับผมมา คือหลานคุณย่าเหรอครับ”
“ค่ะ นี่ไม่ได้แนะนำตัวกันเลยเหรอคะ ให้มันได้อย่างนี้สิ คุณรามนะคุณราม”
“ผมเข้าใจว่าคนที่ไปรับผมคือคนงานในไร่ซะอีก” ถึงว่าพูดจาลามปามผมตั้งหลายครั้ง
แต่เท่าที่ดู นายเมืองรามนั่นก็ไม่ค่อยจะดีใจเท่าไหร่นะที่ผมมา ไม่เห็นจะเหมือนอย่างที่ป้าตองนวลพูดเลย ว่าคนที่นี่ตื่นเต้นดีใจกับการมาของผม
“ใครที่ไม่รู้ก็คิดแบบนั้นกันทั้งนั้นแหละค่ะ คุณรามเคยยอมรับที่ไหนล่ะว่าตัวเองเป็นหลานคุณท่าน คิดแต่ว่าตัวเองเป็นคนที่คุณท่านอุปการะเลี้ยงดูมาเท่านั้น เจียมเนื้อเจียมตัวละที่หนึ่งเลยเชียว” ป้าตองนวลบ่นนายเมืองรามนั่นอย่างระอา แต่ดูก็รู้ว่าไม่ได้จริงจังอะไรนักหรอก
“ว่าแต่คุณรามไม่ได้พักที่นี่เหรอครับ”
วันนี้คุณแม่ของผมกับธามจะมาหาผมที่ไร่ ผมกับคุณรามจึงอยู่รอรับท่านที่บ้าน กว่าที่ทั้งคู่จะมาถึงก็เกือบบ่ายผมโผเข้ากอดคุณแม่ด้วยความคิดถึง หอมแก้มซ้ายขวาจนสาแก่ใจ ก่อนจะปล่อยให้ท่านได้ทักทายคุณราม“หอมแก้มแม่เป็นเด็ก ๆ เลยลูกคนนี้”“ก็มันคิดถึงนี่”“ใช่ครับแม่ เหนือมันเพิ่งจะสามขวบ หมายถึงสมองนะ” ธามมันได้ที เลยพูดสมทบกับแม่ผมไปด้วยเลย“เพื่อนเลว ถ้าไม่รู้จะพูดอะไรก็ไม่ต้องพูด” ผมหันไปแยกเขี้ยวใส่มัน“สวัสดีครับคุณน้า” คุณรามยกมือไหว้ทำความเคารพคุณแม่ผม“สวัสดีจ้ะ รามใช่ไหมลูก ไม่ได้เจอกันนานเลย”“ครับ”“ดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้งนะครับลูก” คุณทิพย์เอ่ยทักทายคุณราม“เหนือได้สร้างความวุ่นวายให้รามบ้างหรือเปล่าเนี่ย”“คุณทิพย์ นี่ลูกเอง” ผมค้อนให้ไปหนึ่งที คุณทิพย์จะขายลูกชายต่อหน้าว่าที่ลูกเขยแบบนี้ไม่ได้นะ“ไม่เลยครับ”“ถ้าตาเหนือก่อเรื่องอะไรไว้ ก็บอกน้าได้นะไม่ต้องเกรงใจ” ยังอีก ยังไม่หยุดแกล้งกันอีกนะ“คุณทิพย์ เหนือจะงอนจริง ๆ แล้วนะ”“โอ๋เอ๋ แม่ล้อเล่น ไม่งอนนะครับ”“ผมว่ามากันเหนื่อย ๆ เข้าไปพักข้างในกันก่อนดีกว่าครับ” คุณรามเดินนำเข้าไปในบ้าน โดยที่แม่ของผมเดินตามเข้าไป“เหนือ คุณ
"คิดถึงคุณทิพย์จังเลย""ไม่ต้องมาปากหวานเลยตัวแสบ ไม่โทรหาตั้งสามวัน คิดว่าลืมแม่ไปแล้วซะอีก"“โอ๋เอ๋ ไม่งอนเหนือน้า เหนือยุ่งเรื่องหาข้อมูลเขียนงานก็เลยไม่ได้โทรหาคุณทิพย์ แต่ก็ยังรักและคิดถึงที่สุดน้า”“คิดถึง แล้วเมื่อไหร่จะกลับล่ะจ๊ะ”“…”“ที่เงียบแบบนี้ คือจะอยู่ที่ไร่ไม่กลับกรุงเทพแล้วใช่ไหม”“ไม่ใช่แบบนั้น คือเหนือมีเรื่องจะบอกคุณทิพย์ด้วยแหละ”“เรื่องอะไร”“คือว่า เหนือกับคุณรามเราตกลงที่จะลองศึกษาดูใจกันครับ คุณทิพย์โอเคไหม” ศึกษาดูใจอะไรกันล่ะ เพิ่งจะได้กันเมื่อคืน แต่คุณทิพย์รู้แค่นี้ก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวจะหาว่าลูกชายสุดที่รักใจง่าย"ราม ที่เป็นหลานคุณย่าเหรอลูก""ครับ คุณรามเขาเป็นคนดีมาก เหนือสบายใจมากเวลาอยู่กับเขา คุณทิพย์โอเคไหม""โอเคสิครับ เหนือรักใครแม่ก็รักด้วย แต่เหนือแน่ใจแล้วใช่ไหมลูก""ก่อนหน้านั้น เหนือก็ไม่มั่นใจเลยที่จะเปิดใจให้เขา แต่พอได้รู้จักกันมากขึ้น เหนือคิดว่าเหนือเลือกคนไม่ผิดครับ""แม่ยอมรับทุกการตัดสินใจของเหนืออยู่แล้ว ไม่ว่าเหนือจะตัดสินใจเรื่องอะไรก็ตาม ขอแค่เหนือสบายใจ แม่ก็สบายใจไปด้วย”“ขอบคุณนะครับ เหนือรักคุณทิพย์ที่สุดเลย”“แม่ก็รักเหนือคร
"น่ารักจัง" คุณรามบอก เมื่อผมมานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขา"ผมว่าเหมือนผมเอาชุดพ่อมาใส่เลยคุณ""ชุดพ่อที่ไหนล่ะ นี่มันชุด...""หยุดเลย อย่าพูดมันออกมานะคุณ" ผมรีบพูดแทรก เพราะรู้ว่าเขากำลังจะพูดอะไรออกมา"ผมแค่จะบอกว่าชุดแฟนต่างหาก คุณคิดมากไปหรือเปล่าเนี่ย""คุณมันเจ้าเล่ห์" ผมไม่คิดว่าคนนิ่ง ๆ อย่างคุณรามจะร้ายกาจได้ขนาด โดยเฉพาะกับหัวใจของผม เขาร้ายกาจมาก ๆ เลย"วันนี้อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหม เดี๋ยวผมทำให้""ผมอยากทานอาหารฝรั่ง""โอเคครับ"เราทั้งคู่พากันมาที่ครัวของบ้านใหญ่ วันนี้คุณรามบอกกับป้าตองนวลว่าจะเป็นคนทำอาหารเช้าเอง ป้ากับเด็กรับใช้ในบ้านเลยพากันเดินออกจากครัวไป ปล่อยให้ผมกับคุณรามอยู่กันตามลำพังคุณรามจัดแจงใส่ผ้ากันเปื้อนเรียบร้อย ก่อนที่จะหยิบวัตถุดิบ ที่จะทำในเช้านี้ออกมาจากตู้เย็น วันนี้เราจะทาน American breakfast กันเมื่อได้วัตถุดิบครบแล้ว พ่อครัวสุดหล่อของผมเขาก็เริ่มลงมือทำเลยผมอยากจะบอกว่าคุณรามเวลาที่ใส่ผ้ากันเปื้อน แล้วยืนทำอาหารแบบนี้ โคตรจะหล่อเลย นี่ผมคลั่งรักไปหรือเปล่าเนี่ย แต่เขาก็หล่อจริง ๆ นี่คุณรามเริ่มลงมือเอาผักต่าง ๆ ที่มี เช่นมันฝรั่งที่ปอ
ภายในห้องนอนที่อุณหภูมิ 25 องศา สองร่างเปลือยเปล่านอนอิงแอบแนบชิดใต้ผ้าห่มอุ่น ท่ามกลางความมืดสลัว ที่มีเพียงแสงไฟจากภายนอกที่สาดส่องรอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาเท่านั้นเมืองราม กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น เขามองนาฬิกาดิจิตอลที่ส่องแสงอยู่ที่หัวเตียง ตอนนี้เป็นเวลาตีห้าครึ่ง น้ำเหนือที่หลับอยู่ในอ้อมกอดอุ่นของเขา ขยับกายเข้าหาความอบอุ่นจากคนตัวโต เมื่อรู้สึกว่าอีกคนกำลังวุ่นวายกับร่างกายของตัวเอง“ผมกวนคุณหรือเปล่า” เมืองรามเอ่ยถามคนในอ้อมแขน ที่ตอนนี้ลืมตาขึ้นมามองหน้ากัน ก่อนที่คนตัวเล็กจะส่ายหน้า“ไม่กวน ผมรู้สึกตัวตื่นพอดี”“หนาวไหม”“ไม่หนาว อยู่แบบนี้อุ่นมาก” พูดพร้อมกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นไปอีก จนร่างทั้งสองแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวกันอยู่แล้ว“คุณมีความสุขมั้ย?”“มากกก” เมืองรามก้มลงไปจูบหน้าผากคนตรงหน้าอย่างรักใคร่“วันนี้ไม่ต้องไปร้านหรอก ทำงานอยู่ที่บ้านนี่แหละ”“อ้าว ทำไมล่ะ”“คุณไม่เพลียเหรอ” คนที่ถูกถามถึงกับหน้าขึ้นสี เมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืน“คุณราม”“ก็ผมเป็นห่วงนี่ ไม่อยากให้คุณต้องไปนั่งอยู่ที่ร้าน วันนี้อยู่บ้านนะ”“ก็ได้ แล้วนี่คุณต้องรีบตื่นไปทำงานไหม”“วันนี้ผมหยุด
น้ำตาที่คลอเต็มทั้งสองหน่วยนัยน์ตาของน้ำเหนือ บ่งบอกถึงความรู้สึกในตอนนี้ได้เป็นอย่างดี“แต่คุณก็มีคนที่พร้อมจะอยู่ดูแลที่นี่กับคุณแล้วไง ผมจะอยู่หรือไป คงไม่สำคัญ” เมืองรามหันหน้าหนีคนตรงหน้า เพราะกลัวจะใจอ่อนให้กับแววตาคู่นั้น“คุณหมายถึงใคร?”“แฟนคุณไง เขามาหาคุณที่นี่ไม่ใช่เหรอ ผมว่าเขาน่าจะพร้อมที่จะอยู่ดูแลคุณ ดูแลที่นี่อยู่แล้ว”“พอร์ชเหรอ พอร์ชเกี่ยวอะไรด้วย”“มาถึงขนาดนี้แล้ว คุณยังต้องให้ผมพูดมันออกมาอีกเหรอ ใจร้ายเกินไปหรือเปล่าน้ำเหนือ” เมืองรามพูดความในใจที่มีในตอนนี้ ก่อนที่จะลุกหนีอีกคน ไม่ยอมหันไปสบตา“คุณก็พูดมาสิ ว่าพอร์ชเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่คุณจะทิ้งผมไปอยู่ที่อื่น”“ในเมื่อคุณสองคนกลับมาคืนดีกันแล้ว คุณจะให้ผมอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร”“บ้ากันไปใหญ่แล้ว ใครจะคืนดีกับพอร์ช คุณไปเอามาจากไหน” อะไรที่ทำให้เขาเข้าใจผิดไปได้ขนาดนี้กันเนี่ย“ผมเคลียร์ใจตัวเองเรียบร้อย ก่อนที่จะเปิดใจให้กับคุณอีกนะ เพราะฉะนั้นเรื่องระหว่างผมกับพอร์ชมันจบไปแล้ว และไม่มีวันที่จะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก”“…”“คุณเชื่อผมนะ” น้ำเหนือเดินเข้าไปหาอีกคนที่เอาแต่เบือนหน้าหนี“ระหว่างผมกับพอร์ช มันจบไ
ผมยิ้มให้เขา พอร์ชเองก็ยิ้มตอบกลับมาเช่นกัน เขาคงจะคิดอะไรหลาย ๆ อย่างได้บ้างแล้วล่ะ“ขอบคุณนะครับพี่เหนือ ที่อย่างน้อยก็ยังเห็นผมเป็นเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง”“ไม่ต้องขอบคุณพี่หรอก”“ก่อนกลับผมขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหม”“อะไร”“…”พอร์ชกลับไปแล้ว กลับไปหลังจากที่เราทั้งคู่ต่างก็เคลียร์ใจกันเรียบร้อย ระหว่างผมกับพอร์ชเราไม่มีอะไรติดค้างกันอีกผมกลับเข้ามาในบ้านตามความตั้งใจเดิมตั้งแต่แรก ที่จะแกะกล่องพัสดุ ซึ่งมันก็คือคอมพิวเตอร์ของผมที่ธามมันส่งมาให้นั่นแหละ ผมเลยส่งข้อความไปขอบคุณมันที่ช่วยเป็นธุระให้เมืองรามกลับมาที่บ้านในตอนกลางวัน ได้รู้จากกำปอว่ามีแขกจากกรุงเทพมาหาน้ำเหนือ ซึ่งเป็นแฟนของน้ำเหนือ ที่กำปอรู้ ก็เพราะทางนั้นแนะนำตัวแบบนี้เมืองรามจึงเดินเข้าไปภายในบ้าน แต่สิ่งที่เขาได้เห็นคือน้ำเหนือกับผู้ชายคนนั้นยืนกอดกันอยู่ที่ห้องรับแขกความโกรธ ความไม่พอใจ จึงทำให้เขาเลือกที่จะเดินเลี่ยงออกมา ไม่ได้เข้าไปขัดจังหวะคนทั้งคู่จนกระทั่งถึงเย็น เมืองรามจึงกลับเข้ามาในบ้านอีกครั้ง เขาไม่ได้ไปทานมื้อเย็นกับน้ำเหนือเหมือนทุกวัน จนอีกคนแปลกใจเลยมาหาเขาที่บ้านพักแทน“ทำไมวันนี้ไม่ไปทานข้าวล่ะค







