ANMELDENเคยสัมผัสมาแล้วด้วย แต่ สัมผัสในเชิงวิชาชีพนะ ถ้าสัมผัสแบบชายกับหญิงเธอยังไม่เคย…อ๊าย!!!! บ้าจริง!!!! ผิดด้วยเหรอที่เธออายุปูนนี้แล้วแต่ยังเวอจิ้นน่ะ!!! เพราะมัวแต่ทำงานไง!! แล้วรูปร่างหน้าตาแบบเธอใครเขาจะเอา เธอไม่ใช่คนสวย หน้าตาแค่พอไปวัดไปวาได้เท่านั้น และที่สำคัญเธอเข็ดแล้วกับความรัก
ความรักครั้งแรกของเธอกับความหลอกลวง มาร์วิน ผู้ชายคนนั้นเข้าหาเธอเพราะว่าเธอเป็นคนเก่ง เขาหลอกใช้เธอสารพัด ไม่ว่าจะรายงาน การบ้านต่างๆเธอทำให้เขาหมด เขาคบกับเธอเพราะผลประโยชน์ล้วนๆ ฮึ! ยิ่งคิดยิ่งเจ็บใจ!!! ผู้ชายก็เหมือนๆกันหมด!!!!
แล้วยิ่งมาอยู่บนเขาบนดอยแบบนี้ด้วย ยิ่งหาแฟนยากเข้าไปใหญ่ บนดอยนี่ก็เหลือแต่ชาวบ้านที่ค่อนข้างมีอายุและก็เด็ก ส่วนหนุ่มๆสาวๆต่างเข้าเมืองไปเรียนและหางานทำในเมืองกันหมดด้วยว่าที่นี่มันทุรกันดารยังไงล่ะ เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ม่อนดอยได้แต่ถอนหายใจในโชคชะตาของตัวเองจะมีขบวนสุดท้ายแล่นผ่านมามั้ยน๊อ…แต่นี่มันบนดอยนะ รถไฟที่ไหนมันจะแล่นขึ้นดอยมาว่ะ ถ้าเครื่องบินล่ะก่อไม่แน่…
ม่อนดอยคิดพลางเหลือบมองคนเจ็บบนเตียง…เฮอะ!!! รูปร่างหน้าตายังกับพระเอกเกาหลีแบบนี้คงจะเหลือมาถึงเธอหรอก!!!
อืม…ว่าแต่อิตานี่รูปร่างดีจริงๆเลย ผิวก็ขาวเนียนเชี๊ยะ!! ม่อนดอยคิดทั้งยังกวาดสายตาไปทั่วร่างแกร่งเปล่าเปลือยที่นอนเหยียดยาวลมหายใจสม่ำเสมอ
ม่อนดอยตัดชุดที่เปียกชื้นของเขาทิ้งออกไปจนหมดแล้ว เพื่อความสะดวกในการทำแผลบัดนี้ร่างสูงจึงเปลือยเปล่าอวดรูปร่างแกร่งสมส่วน
แต่แล้วจู่ๆม่อนดอยก็มาสะดุดสายตากับส่วนสำคัญในร่างกายของชายหนุ่ม ส่วนกึ่งกลางกายที่นอนสงบนิ่ง
หญิงสาวหรี่ตามองมันอย่างไม่ค่อยมั่นใจเท่าใดนัก ก่อนจะตัดสินใจหยิบถุงมือที่ใช้ในการแพทย์ขึ้นมาสวมใส่ จ้องนิ่งอยู่ตรงส่วนนั้นอย่างลังเล
“ขอโทษนะคุณ…ขอฉันดูหน่อยแล้วกัน…เผื่อเป็นแผลจะได้รักษาให้ด้วยเลย”
ม่อนดอยเอ่ยออกมาเบาๆ พลางสูดลมหายใจเข้าปอดลึก อดมือสั่นไม่ได้แหะ…โกนซะเกลี้ยงเกลาเลย แถมพกมาซะเยอะเลย โห!!! สีชมพูเชี๊ยะ!!!!
แต่…ทำไมมันดูแปลกๆอ่ะ หน้าตามันจะดูแปลกๆพิกลๆไปมั้ยว่ะ?? รึว่าไอ้หมอนี่เป็นโรคเหรอ??
หญิงสาวใช้มือจับท่อนลำใหญ่นั้นอย่างเบามือ ม่อนดอยตาโตเมื่อมือเล็กภายใต้ถุงมือยางแนบเนื้อนั้นสัมผัสเข้ากับสิ่งขรุขระภายใต้ท่อนลำใหญ่นั้น
“นี่มันอะไรอ่ะ?? รึว่า…มุก!! หมอนี่ฝังมุกเหรอ!!!”
เกิดมาพึ่งเคยเห็น…อึ๊ย!!!! ทำไมมันน่ากลัวงี้อ่ะ แล้วจะฝังทำไมว่ะ ไม่กลัวเน่าเหรอ อึ๊ย!!!!
ม่อนดอยคิดพลางจับท่อนลำใหญ่นั้นอย่างแหยงๆ แต่ๆ…จู่ๆท่อนลำใหญ่ที่นอนสงบนิ่งเหมือนเจ้าของนั้นกลับเครียดขมึงขึ้นมาทีละน้อยเหมือนว่ากำลังสู้กับสัมผัสอันอ่อนนุ่มของมือน้อยๆของเธอ
“อื้ออออ”
เสียงครางต่ำดังออกมาจากชายร่างสูงเจ้าของมังกรใหญ่ฝังมุกที่บัดนี้เหมือนจะเริ่มรู้สึกตัว ไม่ใช่แค่ตัวนะที่รู้สึก ไอ้ที่ฝังมุกอยู่นี่ก็สู้มือของเธอเหลือเกิน
“อาาาา ซี๊ดดดดด~อย่าจับเฉยๆสิ รูดเร็วๆด้วย”
ม่อนดอยได้แต่อ้าปากชะงักค้างทำอะไรไม่ถูกเมื่อมือที่วางอยู่แนบลำตัวแกร่งยื่นมากอบกุมมือเล็กภายใต้ถุงมือยางของเธอไว้มั่น ในขณะที่ดวงตาคมยังคงปิดสนิทแต่ใบหน้าเหยเกแสดงความเสียวซ่านออกมา
อย่าบอกนะว่าอีตานี่ได้สติแล้ว!!! แต่ยังทำนิ่งเพื่อให้ฉันสำเร็จความใคร่ให้!!!! นี่ขนาดเจ็บเจียนตายนะ!!! ในหัวสมองคงมีแต่เรื่องอย่างว่า!!!!
ม่อนดอยคิดพลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างโกรธ ก่อนจะตัดสินใจเพิ่มแรงบีบหมับจากที่กุมไว้หลวมๆ
“นี่!!!! อีตาบ้า!!!! ในหัวสมองมีแต่เรื่องอย่างว่ารึไงว่ะ!!!! นี่แน่ะ!!! แม่จะจับหักให้ใช้การไม่ได้เลยนี่!!!!”
หญิงสาวหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ในขณะที่มือเล็กจับข้อมือใหญ่ที่เอื้อมมากุมมือเธอไว้มั่น ส่วนอีกข้างที่กำรอบลำเอ็นใหญ่นั้นก็เพิ่มแรงบีบขึ้นจนร่างสูงที่นอนนิ่งนั้นสะดุ้งนิ่วหน้าด้วยความเจ็บแต่ไม่ได้ลืมตาขึ้นมาหรือว่าขยับตัวลุกขึ้นแต่อย่างใด
ม่อนดอยผละจากมือใหญ่ ใช้มือเล็กๆนั้นตีลงบนหน้าท้องแกร่งแรงๆ
“อื้อ…โอ๊ย…เอฟทูซีโร่…เกิดเหตุฉุกเฉิน…เครื่องบินของผมกำลังจะตก…พ่อแก้วแม่แก้ว…ช่วยลูกด้วย…ลูกสาบานว่าจะเลิกเจ้าชู้…ลูกจะแต่งงานมีเมียเป็นตัวเป็นตน…โอ๊ย…”
เสียงทุ้มสั่นพึมพำทั้งยังส่ายหน้าไปมาดวงตาคมยังคงปิดสนิท เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นเต็มดวงหน้าหล่อเหลา
“นี่เพ้อเหรอ…นึกว่าได้สติแล้วแอบโรคจิตให้ฉันชักว่าวให้นะ”
ม่อนดอยคิดก่อนจะค่อยๆคลายมือจากท่อนเอ็นใหญ่ พลางทำหน้าแหยๆ สยองๆ เมื่อสัมผัสแข็งขืนตะปุ่มตะป่ำนั้นยังติดอยู่ในความรู้สึก
หญิงสาวรีบหยิบผ้าห่มผืนใหญ่ขึ้นมาปกปิดคลุมร่างที่นอนนิ่งนั้นไว้ พยายามดึงสติตัวเองกลับคืนมา ไม่มองท่อนลำใหญ่ที่ยังคงปูดโปนใต้ผ้าห่ม
“ใครได้เป็นผัวคงช้ำในตาย เครื่องพังหมด ของตัวเองใหญ่อยู่แล้วยังไปฝังมุกอีก อึ๊ย!!! สงสารเมียในอนาคตชิบ!!!”
ม่อนดอยคิดพลางยืนนิ่งเหมือนไว้อาลัยให้กับภรรยาในอนาคต ถ้าฟังจากที่อิตานี่ละเมอเพ้อเมื่อกี้ก็แสดงว่ายังไม่ได้แต่งงาน สงสัยหน้าตาดีเกินเลยเลือกฟันผู้หญิงไปทั่ว เชอะ!!!!
หญิงสาวเบ้ปากใส่คนที่นอนเหยียดยาวตรงหน้า ก่อนจะหันไปมองกองเสื้อผ้าของคนเจ็บที่เธอตัดทิ้งไว้บนพื้นไม่ไกลนักทั้งชุดนักบินสีขี้ม้าเข้ม กางเกงในบ๊อกเซอร์แบบบิกินี่ผู้ชาย เสื้อยืดซับในสีขาวผ้าเนื้อดี ทั้งหมดเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดและมีเศษใบไม้ติดอยู่ ทั้งหมดที่บอกมานั้นล้วนถูกตัดด้วยฝีมือเธอ เพื่อเป็นการง่ายในการรักษา
เหมือนจะนึกอะไรได้ร่างบางสาวเท้าก้มหยิบสำรวจชุดนักบินที่เปียกชื้น มือเล็กล้วงสำรวจตามกระเป๋าของชุดหมีนักบิน มือเล็กชะงักเล็กน้อยเมื่อคลำเจอกระเป๋าตังค์ใบเล็ก
"คุณ..นี่มันก็ผ่านมาจะสองอาทิตย์แล้วนะ เมื่อไหร่เราจะได้เป็นผัวเมียกันจริงๆเสียทีอ่ะ"ขุนเขาเอ่ยขึ้นพลางขยับเข้าหาหญิงสาวที่นอนเล่นอ่านหนังสืออยู่บนพรมผืนใหญ่ ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเตาผิงมากนัก อากาศข้างนอกเริ่มหนาวยิ่งกลางคืนแบบนี้ยิ่งหนาวสะท้าน ถ้าไม่มีเตาผิงตั้งอยู่กลางบ้านแบบนี้ มันคือภูมิปัญญาชาวบ้านจริงๆ กลางคืนอากาศหนาวแต่ละครัวเรือนจะนำฝูกที่นอนมานอนเรียงรายกันรอบเตาสี่เหลี่ยมที่ตั้งอยู่ตรงกลางบ้าน พอตอนเช้าก็เก็บที่นอนให้เรียบร้อย เอากาน้ำร้อนมาต้ม ดื่มชาร้อนๆ บ้านไหนมีเด็กน้อยก็จะเอาข้าวเหนียวมาปั้นเป็นก้อนแผ่ออกเอามาย่างกลายเป็นข้าวจี่กินร้อนๆ พอได้อิ่มท้อง"สองอาทิตย์ที่ไหนกันอ่ะคุณ ฉันว่าฉันพึ่งตัดไหมให้คุณไปเมื่อวันก่อนเองนะ แผลยังไม่หายดีหรอก เป็นเดือนนู้นกว่าจะหายสนิทอ่ะ"ม่อนดอยพยายามเฉไฉทำทีนอนคว่ำอ่านหนังสือต่อ พลางกระเถิบถอยหนีร่างสูงที่บัดนีัเข้ามานอนเบียดจนหญิงสาวได้กลิ่นครีมอาบน้ำอ่อนๆที่โชยเข้าจมูกทำให้ใจดวงน้อยเต้นตึกตักเหมือนจะหลุดออกมาจากอก"อุ้ย! คุณขุน ปล่อยนะ จะเอาหนังสือฉันไป
"คุณม่อน จะเอาออกจริงๆ เหรอ"ขุนเขาสบตาร่างบางละห้อย น้ำเสียงเหมือนคนที่ไร้เรี้ยวแรง ท้อแท้และหมดหวังสุดๆ"คุณจะเก็บไว้ก็ได้นะ แต่อย่าคิดว่าฉันจะยอมมีอะไรด้วย เด็ดขาด!"ม่อนดอยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดพร้อมกับสวมถุงมือสำหรับใช้ทางการแพทย์พร้อมกับดีดเสียงดังเพี๊ยะ! ๆ เหมือนราวกับว่ากำลังข่มขวัญชายหนุ่มอยู่ในที แต่จริงๆแล้วดึงให้มันกระชับแนบกับมือเล็กเรียวเท่านั้นเองแต่เสียงนั้นและน้ำเสียงข่มขู่ของหญิงสาว กลับทำให้ขุนเขาขนลุกซู่ขุนเขายันตัวลุกขึ้นมองหญิงสาวอย่างหวาดๆ ในขณะที่ม่อนดอย เดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ข้างชายหนุ่มซึ่งอยู่ห่างออกไปเล็กน้อยค่อนไปด้านล่างตรงจุดยุทธศาสตร์ที่หญิงสาวต้องจัดการทันที โดยมีฉากผ้าสีเขียวกั้นไว้ช่วงระหว่างเอว เพื่อปิดไม่ให้ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดได้เห็นสิ่งที่หมอกระทำหัถการนั้นเองขุนเขาหลับตาปี๋เมื่อรับรู้ถึงเข็มที่แทงเข้าตรงส่วนสงวน รู้สึกปวดหนึบเมื่อเข็มปลายเล็กแหลมทิ่มแทงและรู้สึกเจ็บลึกเมื่อหญิงสาวดันสลิ้งบรรจุยาเริ่มเข้าสู่ลำลิงค์ใหญ่ที่บัดนี้อ่อนระทวยหมดเรี่ยวแรงเหมือนดั
ขุนเขาตะโกนออกมาอย่างลิงโลด พร้อมทั้งโอบรัดร่างเล็กบางนั้นแน่น"เรารักกันแล้ว งั้นกลับเข้าไปต่อจากเมื่อกี้กันดีกว่านะ ผมอยากมีลูกหลายๆคน จะได้ไม่เหงา"ชายหนุ่มทำท่าจะอุ้มร่างบางเข้าไปข้างในที่พักที่ทั้งสองพึ่งออกมาไม่นาน แต่ม่อนดอยขืนตัวไว้ไม่ยอมให้ร่างสูงอุ้มแต่โดยดี ทั้งยังดันร่างสูงออกห่าง"ฉันบอกแล้วไงคะว่า ถ้าคุณไม่เอาแอสแซสรอรี่ หรือเครื่องประดับที่คุณฝังอยู่ออก ฉันไม่มีวันยอมมีอะไรกับคุณแน่"ม่อนดอยบอกเสียงแข็ง นั้นทำเอาขุนเขาชะงักงัน ก่อนจะทำหน้าสลด มองหญิงสาวด้วยสายตาวิงวอนสุดฤิทธิ์"ม่อนอ่ะ...ทำไมใจร้าย...ลองก่อนไม่ได้เหรอ ลองใช้ดูก่อนถ้าไม่ชอบค่อยเอาออก นะ..."ร่างสูงโอดครวญ"ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันแอบวางยาสลบ แล้วเอามันออกให้เอง หึหึ"หญิงสาวหัวเราะหึหึออกมาอย่างหมายมาด ขุนเขาหลุบตามองเป้ากางเกงของตนเองอย่างหมดอาลัยตายอยาก สงสัยงานนี้คงต้องบอกลาเจ้ามุกเก้าเม็ดนี่จริงๆเสียแล้ว เพื่อเมียอันเป็นที่รัก เอาว่ะ ถึงจ
คำตอบที่ค่อนข้างยียวนนั้นกวนประสาทของเขาได้ไม่เบาเลยขุนเขาถอนหายใจ พยายามใจเย็นให้ได้มากที่สุด"คุณม่อน คุณเป็นเมียผมนะ เมียไม่รอผัวออกจากโรงพยาบาลนี่มันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอ""ฮึ! คุณก็ให้คนที่เป็นเมียคุณจริงๆ รอสิ ฉันไม่ใช่เมียคุณจริงๆซะหน่อย มันก็แค่ละครที่คุณสร้างมันขึ้นมา ฉันไม่โทษคุณหรอกนะ ผิดที่ฉันโง่เองต่างหากที่รู้ไม่เท่าทันคุณ เป็นหมากตัวหนึ่งให้คุณหลอกใช้มาตลอด"ท้ายประโยคมีแววสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด"คุณพูดเรื่องอะไรน่ะม่อน ใครหลอกใช้ใคร นี่ผมงงไปหมดแล้ว"ขุนเขาเอ่ย พลางเดินมาทรุดตัวลงนั่งข้างกายหญิงสาว ก่อนจะจับร่างบางให้หันหน้ามาคุยกัน จ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่บัดนี้รื้นไปด้วยหยาดน้ำใส"คุณไง คุณหลอกใช้ฉันมาตลอด หลอกให้ฉันแต่งงานด้วยเพราะต้องการที่จะแก้แค้นอาของคุณกับคุณพิซซิล่า"ในที่สุดม่อนดอยก็พูดในสิ่งที่ได้ยินมาและมันอัดอั้นอยู่ในใจตลอดระยะเวลาสามสี่อาทิตย์ที่ผ่านมา"แก้แค้น? ผมนี่นะ! คุณ
ไม่พูดเปล่าร่างสูงที่ยังคงอุ้มร่างบางไว้ใช้เท้าดีดประตูให้ปิดลงโดยไม่สนใจคุณหมอผู้กองหนุ่มที่ยังคงยืนอ้าปากค้าง ก้าวเท้าออกห่างประตูแทบไม่ทันเกือบโดนประตูที่ปิดลงกระทันหันนั้นกระแทกเข้าหน้า พลางทำท่าจะตะโกนถามออกไปอีกครั้ง แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อมีมือหนาของใครคนหนึ่งมาดึงมือของเขาให้เดินออกมาไกลจากประตู"ปล่อยเขาสองคนไว้เถอะครับ ยังไงเราก็คนนอก ให้เวลาเขาหน่อย ผู้กองไปชิมน้ำหมักชาวดอยกับผมดีกว่า พรุ่งนี้เราก็ต้องกลับค่ายกันแล้ว ผู้ใหญ่กับพวกชาวบ้านเค้าจัดสำรับ เปิดไหรอพวกเราอยู่ที่ศาลาหมู่บ้านแล้วครับ"หมวดชัชชายเอ่ย พลางถือวิสาสะตบบ่าคุณหมอผู้กองหนุ่มเบาๆ"ว่าแต่จะไม่เกิดอะไรร้ายแรงขึ้นนะครับ ผมเป็นห่วงคุณม่อนจังเลยครับหมวด"ผู้กองคีรินทร์ยังมิวายที่จะหันไปมองบ้านพักที่ชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวเข้าไปอย่างเสียไม่ได้"โอ้ย! ไม่เกิดอะไรร้ายแรงหรอกครับ ยังไงเสียพวกเขาก็เป็นผัวเมียกัน อาจจะมีปัญหากันบ้างระหองระแหงตามประสาลิ้นกับฟัน ต้องให้โอกาสเขาปรับความเข้าใจกันเสียหน่อย ขี้คร้านพรุ่งนี้
ด้วยอารมณ์โทสะที่พุ่งขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่ม ชายหนุ่มกดริมฝีปากหยักได้รูปลงบนเรียวปากอิ่มเล็กนั้นจนเกือบเป็นกระแทก ทั้งยังบดเบียดแผงอกกว้างเข้ากับหน้าอกหยุ่นๆที่มีเพียงผ้ากระโจมอกเปียกชื้นกั้นกลาง มือแข็งสอดประคองลำคอเรียวเล็กจับตรึงไม่ให้หญิงสาวได้มีโอกาสเบือนหน้าหนีจุมพิศอันเร่าร้อนไปด้วยแรงโทสะอีกมือข้างที่ว่างขยี้ขยำประทุมถันก้อนกลมทั้งยังดึงรั้งผ้าถุงเปียกชื้นนั้นออกเพื่อสัมผัสกับเนื้อแท้ของสองเต้าที่เด้งสู้มือ บี้บดขยี้เม็ดติ่งสีชมพูชูชันม่อนดอยเบิกตากว้าง เกิดอาการไหววูบ เมื่อริมฝีปากร้อนๆ กดกระแทกจุมพิตกับริมฝีปากบาง ปลายลิ้นนุ่ม ชอนไชเข้าไปในโพรงปาก เกี่ยวกระหวัดกับปลายลิ้นร้อนของเธอเบาๆ ก่อนจะดูดกลืนตวัดลิ้นร้อนรัวไล้ทั่วปลายลิ้นของเธออีก ส่งให้กระแสความวาบหวามแล่นพล่านจนขนลุกซู่ไปทั่วทั้งตัว จูบครั้งนี้ไม่เหมือนกับจูบครั้งก่อนเมื่อนานมาแล้ว จูบของเขาคราวนี้ราวกับจะสูบวิญญาณออกไปจากตัวเธอขุนเขายังคงไล้ริมฝีปากของเขาไปตามใบหน้านวล เลื่อนต่ำลง พรมจูบไปทั่วลำคอเรียวระหง ขบเม้มจนเธอขนลุกเกรียว ม่อนดอยแทบลืมหายใจเมื่อใบหน้าของขุนเ







