بيت / โรแมนติก / ไออุ่นแห่งขุนเขา / บ้านป่าจริงๆเล้ยย!!!!

مشاركة

บ้านป่าจริงๆเล้ยย!!!!

last update تاريخ النشر: 2026-07-08 16:00:25

แต่อีกใจหนึ่งก็อดที่จะยอมรับไม่ได้ว่า รสชาติมันก็อร่อยดีแฮะ!!! ถึงแม้หน้าตามันจะไม่น่าอภิรมณ์ก็เถอะ!!!

ขุนเขาคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยโดยเฉพาะเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับร่างบางที่เธอทำราวกับว่าเขาเป็นเด็ก เป็นน้องชายของเธอ แต่ขอโทษนะ…เขาเป็นลูกคนเดียวเธอเป็นพี่สาวเขาไม่ได้หรอก!!!

นี่ก็ผ่านมาสัปดาห์หนึ่งได้แล้ว เขาจะติดต่อกับเออร์วินยังไงดี แบตโทรศัพท์ก็ไม่มี ส่วนการสื่อสารอื่นๆนี่หมดสิทธิ์ ม่อนดอยและชาวบ้านได้พาเขาไปยังที่ๆเครื่องบินตก เพื่อสำรวจและเก็บของบางอย่างที่ยังสามารถใช้งานได้กลับมา หนึ่งในนั้นคือเมมโมรี่ที่ติดอยู่ในกล้องภายในห้องนักบินที่บันทึกเหตุการณ์ต่างๆเอาไว้ในขณะที่เกิดเหตุ ป่านนี้เออร์วินคงจะเป็นห่วงเขาแย่แล้ว

“อาทิวปกติคนที่นี่เขาติดต่อคนข้างล่างในเมืองกันยังไง”

ขุนเขาเอ่ยถามเด็กชายขึ้น ในขณะที่ทั้งสองกำลังช่วยกันปั้นดินเหนียวกันอยู่ตรงแคร่ใต้ถุนบ้าน

“ก็ใช้โทรศัพท์สิครับลุงขุน”

เด็กชายตอบในขณะที่ก้มหน้าก้มตาใช้มือเล็กๆคลึงดินเหนียวก้อนใหญ่อยู่ไปมา

“อ้าว!! ก็ไหนบอกว่าที่นี่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ไง”

ขุนเขาเอ่ยถามอย่างแปลกใจในคำตอบของเด็กชาย

“โธ่! ที่นี่ไม่มีแต่ที่อื่นมีนี่ครับ”

เด็กชายตอบอย่างใสซื่อ เล่นเขาแล้วมั้ยล่ะ!!!

“แล้วที่อื่นนี่มันที่ไหนกัน พาฉันไปหน่อยได้มั้ย รอแม่ของเธอฉันคงต้องติดอยู่บนดอยนี่แหล่ะ ไม่ได้กลับเข้าเมืองแล้ว!”

ขุนเขาเอ่ยอย่างหงุดหงิด เพราะตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาหญิงสาวออกไปทำงานข้างนอกทุกวัน กว่าจะกลับเข้ามาก็เย็นย่ำทุกที และเขาก็ลืมถามเธอไปเสียสนิท ถึงเรื่องที่ต้องติดต่อกับคนของเขา อาจจะด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง ทั้งความวุ่นวายจากคนและเมืองหลวงซึ่งที่นี่ไม่มี รวมไปถึงคนที่เข้าหาเขาสรรหาแต่ผลประโยชน์ แต่ที่นี่ชาวบ้านทุกคนต่างยิ้มแย้มเป็นกันเอง ทั้งยังแวะเอาของมาเยี่ยมเยียนอย่างไม่เคยขาด

พร้อมทั้งถามสารทุกข์สุขดิบราวกับรู้จักกับเขามาเป็นแรมปี มันทำให้เขาเห็นถึงความแตกต่าง ที่นี่ทำไมเขาถึงรู้สึกอบอุ่นเหมือนกับว่าได้อยู่กับครอบครัวยังไงยังงั้น

“ลุงขุนไม่ได้ถามนี่ แล้วผมจะรู้มั้ยว่าลุงขุนอยากใช้โทรศัพท์”

เด็กชายยังคงตอบอย่างใสซื่อ

“เออๆฉันผิดเอง พาฉันไปหน่อย ไปเดี๋ยวนี้เลย”

ขุนเขาลุกขึ้นอย่างกระตือรือร้น ดวงตาคมแวววาวเปี่ยมไปด้วยความหวัง เด็กชายลุกขึ้นก่อนจะรีบสาวเท้าออกจากบ้านไปตามติดมาด้วยร่างสูง

เด็กชายทิวใผ่พาเขาเดินลัดเลาะมายังโรงเรือนทางด้านหลังบ้าน เดินหายเข้าไปในห้องเล็กๆด้านในโรงเรือน ก่อนจะเปิดประตูโรงเรือนออก เผยให้เห็นรถกระบะล้อยกสูงจอดอยู่กับรถมอเตอร์ไซด์สี่จังหวะกลางเก่ากลางใหม่อยู่หนึ่งคัน

“มีรถยนต์กับมอไซด์ด้วย”

ขุนเขาพึมพำออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

“ไปครับ เดี๋ยวผมพาไป”

เด็กชายพูดในขณะที่เข็นรถออกมา

“จะไหวเหรอ เธอตัวนิดเดียว จะพาฉันไหวมั้ย”

ขุนเขาถามออกไปอย่างชักไม่แน่ใจ อีกอย่างเขาไม่เคยซ้อนรถมอเตอร์ไซด์เสียด้วย เคยขี่แต่บิ๊กไบค์ รถสี่จังหวะแบบนี้เขาขับไม่เป็น ชายหนุ่มลังเล ก่อนจะหันไปมองรถกระบะเก่ากลางใหม่คันนั้น

“เอารถยนต์คันนั้นไปได้มั้ย เดี๋ยวฉันขับเอง น่าจะง่ายกว่าให้ฉันไปกับมอไซด์ที่เธอขับ”

ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น

“เออ…ผมลืมไป ว่ามีรถยนต์อยู่ ปกติแม่ม่อนใช้ครับ สงสัยวันนี้หมวดชัชมารับ เดี๋ยวผมหากุญแจแป็บๆ”

คำบอกเล่าของเด็กชายทำให้เขาชะงักไปเล็กน้อย

หมวดชัช?? ใคร??

“นี่ครับ”

เด็กชายเอ่ยทั้งยังส่งกุญแจรถให้กับเขา ชายหนุ่มรับมาก่อนจะสาวเท้ายาวๆยกตัวขึ้นไปบนรถคันสูงอย่างค่อนข้างลำบากเล็กน้อยเพราะบาดแผลบริเวณหัวไหล่ที่ยังคงระบมอยู่เล็กน้อย

“หมวดชัชนี่ใครเหรอ”

ขุนเขาเอ่ยถามเด็กถามเด็กชายอย่างเสียไม่ได้ ไม่รู้ทำไมเขาถึงอยากรู้ก็ไม่รู้สินะ

“หมวดชัช เป็นครูที่โรงเรียน ตชด.ครับ”

เด็กชายตอบในขณะที่นั่งรถเคียงคู่มากับชายหนุ่ม

“แล้วทำไมไม่เรียกว่าครู ทำไมต้องเรียกหมวด”

เขาถามอย่างแปลกใจ ในขณะที่ใช้มือขวาบังคับพวงมาลัย สายตาจ้องมองไปยังถนนดินแดงที่มีรอยล้อเกวียนเป็นทางลึกบ้างตื้นบ้างตลอดทั้งเส้นทางท่ามกลางต้นไม้ใหญ่น้อยขึ้นรกเรื้อตลอดสองข้างทาง

“หมวดชัชบอกว่า ฟังดูเท่กว่าเรียกครูครับ”

เด็กชายตอบอย่างใสซื่อ พลางบอกให้ชายหนุ่มเลี้ยวไปตามทางเล็กๆลักษณะคล้ายทางคนเดินเสียมากกว่าทางรถวิ่ง

“อีกไกลมั้ย”

ขุนเขาถามเมื่อรถแล่นตามทางตามสันดอยบ้างขึ้นเขา บ้างลงหุบ เป็นการยากมากที่เขาจะประคับประคองรถไปตามทางทั้งต้องประคองพวงมาลัยด้วยมือข้างที่ไม่ถนัดและหนทางที่ไม่คุ้นชินทั้งยังยากลำบาก เขาจึงจำเป็นต้องค่อยๆไต่คลานไปเสียส่วนใหญ่ นี่ก็ขับมาเกือบๆจะสี่สิบนาทีเข้าไปแล้ว เขายังมองไม่เห็นอะไรที่เป็นจุดเด่นที่ว่าจะมีสัญญาณโทรศัพท์หรือแม้แต่ที่ๆมีโทรศัพท์ได้เลย

“พ้นเนินนี่ไปก็ถึงทางเข้าหมู่บ้านแล้วครับ”

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ไออุ่นแห่งขุนเขา   ตอนพิเศษกว่า

    "คุณ..นี่มันก็ผ่านมาจะสองอาทิตย์แล้วนะ เมื่อไหร่เราจะได้เป็นผัวเมียกันจริงๆเสียทีอ่ะ"ขุนเขาเอ่ยขึ้นพลางขยับเข้าหาหญิงสาวที่นอนเล่นอ่านหนังสืออยู่บนพรมผืนใหญ่ ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเตาผิงมากนัก อากาศข้างนอกเริ่มหนาวยิ่งกลางคืนแบบนี้ยิ่งหนาวสะท้าน ถ้าไม่มีเตาผิงตั้งอยู่กลางบ้านแบบนี้ มันคือภูมิปัญญาชาวบ้านจริงๆ กลางคืนอากาศหนาวแต่ละครัวเรือนจะนำฝูกที่นอนมานอนเรียงรายกันรอบเตาสี่เหลี่ยมที่ตั้งอยู่ตรงกลางบ้าน พอตอนเช้าก็เก็บที่นอนให้เรียบร้อย เอากาน้ำร้อนมาต้ม ดื่มชาร้อนๆ บ้านไหนมีเด็กน้อยก็จะเอาข้าวเหนียวมาปั้นเป็นก้อนแผ่ออกเอามาย่างกลายเป็นข้าวจี่กินร้อนๆ พอได้อิ่มท้อง"สองอาทิตย์ที่ไหนกันอ่ะคุณ ฉันว่าฉันพึ่งตัดไหมให้คุณไปเมื่อวันก่อนเองนะ แผลยังไม่หายดีหรอก เป็นเดือนนู้นกว่าจะหายสนิทอ่ะ"ม่อนดอยพยายามเฉไฉทำทีนอนคว่ำอ่านหนังสือต่อ พลางกระเถิบถอยหนีร่างสูงที่บัดนีัเข้ามานอนเบียดจนหญิงสาวได้กลิ่นครีมอาบน้ำอ่อนๆที่โชยเข้าจมูกทำให้ใจดวงน้อยเต้นตึกตักเหมือนจะหลุดออกมาจากอก"อุ้ย! คุณขุน ปล่อยนะ จะเอาหนังสือฉันไป

  • ไออุ่นแห่งขุนเขา   ตอนพิเศษ

    "คุณม่อน จะเอาออกจริงๆ เหรอ"ขุนเขาสบตาร่างบางละห้อย น้ำเสียงเหมือนคนที่ไร้เรี้ยวแรง ท้อแท้และหมดหวังสุดๆ"คุณจะเก็บไว้ก็ได้นะ แต่อย่าคิดว่าฉันจะยอมมีอะไรด้วย เด็ดขาด!"ม่อนดอยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดพร้อมกับสวมถุงมือสำหรับใช้ทางการแพทย์พร้อมกับดีดเสียงดังเพี๊ยะ! ๆ เหมือนราวกับว่ากำลังข่มขวัญชายหนุ่มอยู่ในที แต่จริงๆแล้วดึงให้มันกระชับแนบกับมือเล็กเรียวเท่านั้นเองแต่เสียงนั้นและน้ำเสียงข่มขู่ของหญิงสาว กลับทำให้ขุนเขาขนลุกซู่ขุนเขายันตัวลุกขึ้นมองหญิงสาวอย่างหวาดๆ ในขณะที่ม่อนดอย เดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ข้างชายหนุ่มซึ่งอยู่ห่างออกไปเล็กน้อยค่อนไปด้านล่างตรงจุดยุทธศาสตร์ที่หญิงสาวต้องจัดการทันที โดยมีฉากผ้าสีเขียวกั้นไว้ช่วงระหว่างเอว เพื่อปิดไม่ให้ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดได้เห็นสิ่งที่หมอกระทำหัถการนั้นเองขุนเขาหลับตาปี๋เมื่อรับรู้ถึงเข็มที่แทงเข้าตรงส่วนสงวน รู้สึกปวดหนึบเมื่อเข็มปลายเล็กแหลมทิ่มแทงและรู้สึกเจ็บลึกเมื่อหญิงสาวดันสลิ้งบรรจุยาเริ่มเข้าสู่ลำลิงค์ใหญ่ที่บัดนี้อ่อนระทวยหมดเรี่ยวแรงเหมือนดั

  • ไออุ่นแห่งขุนเขา   ลิขิตโชคชะตา ด้ายแดงนำพา บุรุษจากฟากฟ้ามาสู่ดิน

    ขุนเขาตะโกนออกมาอย่างลิงโลด พร้อมทั้งโอบรัดร่างเล็กบางนั้นแน่น"เรารักกันแล้ว งั้นกลับเข้าไปต่อจากเมื่อกี้กันดีกว่านะ ผมอยากมีลูกหลายๆคน จะได้ไม่เหงา"ชายหนุ่มทำท่าจะอุ้มร่างบางเข้าไปข้างในที่พักที่ทั้งสองพึ่งออกมาไม่นาน แต่ม่อนดอยขืนตัวไว้ไม่ยอมให้ร่างสูงอุ้มแต่โดยดี ทั้งยังดันร่างสูงออกห่าง"ฉันบอกแล้วไงคะว่า ถ้าคุณไม่เอาแอสแซสรอรี่ หรือเครื่องประดับที่คุณฝังอยู่ออก ฉันไม่มีวันยอมมีอะไรกับคุณแน่"ม่อนดอยบอกเสียงแข็ง นั้นทำเอาขุนเขาชะงักงัน ก่อนจะทำหน้าสลด มองหญิงสาวด้วยสายตาวิงวอนสุดฤิทธิ์"ม่อนอ่ะ...ทำไมใจร้าย...ลองก่อนไม่ได้เหรอ ลองใช้ดูก่อนถ้าไม่ชอบค่อยเอาออก นะ..."ร่างสูงโอดครวญ"ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันแอบวางยาสลบ แล้วเอามันออกให้เอง หึหึ"หญิงสาวหัวเราะหึหึออกมาอย่างหมายมาด ขุนเขาหลุบตามองเป้ากางเกงของตนเองอย่างหมดอาลัยตายอยาก สงสัยงานนี้คงต้องบอกลาเจ้ามุกเก้าเม็ดนี่จริงๆเสียแล้ว เพื่อเมียอันเป็นที่รัก เอาว่ะ ถึงจ

  • ไออุ่นแห่งขุนเขา   ในเมื่อถามดีๆคุณไม่ยอมตอบ งั้นผมคงต้องใช้วิธีของผมแล้วล่ะนะ

    คำตอบที่ค่อนข้างยียวนนั้นกวนประสาทของเขาได้ไม่เบาเลยขุนเขาถอนหายใจ พยายามใจเย็นให้ได้มากที่สุด"คุณม่อน คุณเป็นเมียผมนะ เมียไม่รอผัวออกจากโรงพยาบาลนี่มันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอ""ฮึ! คุณก็ให้คนที่เป็นเมียคุณจริงๆ รอสิ ฉันไม่ใช่เมียคุณจริงๆซะหน่อย มันก็แค่ละครที่คุณสร้างมันขึ้นมา ฉันไม่โทษคุณหรอกนะ ผิดที่ฉันโง่เองต่างหากที่รู้ไม่เท่าทันคุณ เป็นหมากตัวหนึ่งให้คุณหลอกใช้มาตลอด"ท้ายประโยคมีแววสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด"คุณพูดเรื่องอะไรน่ะม่อน ใครหลอกใช้ใคร นี่ผมงงไปหมดแล้ว"ขุนเขาเอ่ย พลางเดินมาทรุดตัวลงนั่งข้างกายหญิงสาว ก่อนจะจับร่างบางให้หันหน้ามาคุยกัน จ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่บัดนี้รื้นไปด้วยหยาดน้ำใส"คุณไง คุณหลอกใช้ฉันมาตลอด หลอกให้ฉันแต่งงานด้วยเพราะต้องการที่จะแก้แค้นอาของคุณกับคุณพิซซิล่า"ในที่สุดม่อนดอยก็พูดในสิ่งที่ได้ยินมาและมันอัดอั้นอยู่ในใจตลอดระยะเวลาสามสี่อาทิตย์ที่ผ่านมา"แก้แค้น? ผมนี่นะ! คุณ

  • ไออุ่นแห่งขุนเขา   อยากกลับฉันก็กลับ ทำไมต้องรอคุณด้วยล่ะ

    ไม่พูดเปล่าร่างสูงที่ยังคงอุ้มร่างบางไว้ใช้เท้าดีดประตูให้ปิดลงโดยไม่สนใจคุณหมอผู้กองหนุ่มที่ยังคงยืนอ้าปากค้าง ก้าวเท้าออกห่างประตูแทบไม่ทันเกือบโดนประตูที่ปิดลงกระทันหันนั้นกระแทกเข้าหน้า พลางทำท่าจะตะโกนถามออกไปอีกครั้ง แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อมีมือหนาของใครคนหนึ่งมาดึงมือของเขาให้เดินออกมาไกลจากประตู"ปล่อยเขาสองคนไว้เถอะครับ ยังไงเราก็คนนอก ให้เวลาเขาหน่อย ผู้กองไปชิมน้ำหมักชาวดอยกับผมดีกว่า พรุ่งนี้เราก็ต้องกลับค่ายกันแล้ว ผู้ใหญ่กับพวกชาวบ้านเค้าจัดสำรับ เปิดไหรอพวกเราอยู่ที่ศาลาหมู่บ้านแล้วครับ"หมวดชัชชายเอ่ย พลางถือวิสาสะตบบ่าคุณหมอผู้กองหนุ่มเบาๆ"ว่าแต่จะไม่เกิดอะไรร้ายแรงขึ้นนะครับ ผมเป็นห่วงคุณม่อนจังเลยครับหมวด"ผู้กองคีรินทร์ยังมิวายที่จะหันไปมองบ้านพักที่ชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวเข้าไปอย่างเสียไม่ได้"โอ้ย! ไม่เกิดอะไรร้ายแรงหรอกครับ ยังไงเสียพวกเขาก็เป็นผัวเมียกัน อาจจะมีปัญหากันบ้างระหองระแหงตามประสาลิ้นกับฟัน ต้องให้โอกาสเขาปรับความเข้าใจกันเสียหน่อย ขี้คร้านพรุ่งนี้

  • ไออุ่นแห่งขุนเขา   คุณขุน ฉันหนาว...โอ้ย!

    ด้วยอารมณ์โทสะที่พุ่งขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่ม ชายหนุ่มกดริมฝีปากหยักได้รูปลงบนเรียวปากอิ่มเล็กนั้นจนเกือบเป็นกระแทก ทั้งยังบดเบียดแผงอกกว้างเข้ากับหน้าอกหยุ่นๆที่มีเพียงผ้ากระโจมอกเปียกชื้นกั้นกลาง มือแข็งสอดประคองลำคอเรียวเล็กจับตรึงไม่ให้หญิงสาวได้มีโอกาสเบือนหน้าหนีจุมพิศอันเร่าร้อนไปด้วยแรงโทสะอีกมือข้างที่ว่างขยี้ขยำประทุมถันก้อนกลมทั้งยังดึงรั้งผ้าถุงเปียกชื้นนั้นออกเพื่อสัมผัสกับเนื้อแท้ของสองเต้าที่เด้งสู้มือ บี้บดขยี้เม็ดติ่งสีชมพูชูชันม่อนดอยเบิกตากว้าง เกิดอาการไหววูบ เมื่อริมฝีปากร้อนๆ กดกระแทกจุมพิตกับริมฝีปากบาง ปลายลิ้นนุ่ม ชอนไชเข้าไปในโพรงปาก เกี่ยวกระหวัดกับปลายลิ้นร้อนของเธอเบาๆ ก่อนจะดูดกลืนตวัดลิ้นร้อนรัวไล้ทั่วปลายลิ้นของเธออีก ส่งให้กระแสความวาบหวามแล่นพล่านจนขนลุกซู่ไปทั่วทั้งตัว จูบครั้งนี้ไม่เหมือนกับจูบครั้งก่อนเมื่อนานมาแล้ว จูบของเขาคราวนี้ราวกับจะสูบวิญญาณออกไปจากตัวเธอขุนเขายังคงไล้ริมฝีปากของเขาไปตามใบหน้านวล เลื่อนต่ำลง พรมจูบไปทั่วลำคอเรียวระหง ขบเม้มจนเธอขนลุกเกรียว ม่อนดอยแทบลืมหายใจเมื่อใบหน้าของขุนเ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status