Share

หลงมาจากไหน

last update publish date: 2026-07-03 14:03:40

“ค่อยๆยกเขาขึ้นมาวางไว้บนเตียงเลย เบาๆนะ”

ม่อนดอยสั่งอย่างรีบร้อน

“อาทิว อยู่ก่อน ส่วนคนอื่นๆกลับบ้านไปพักผ่อนได้แล้ว ได้เรื่องยังไงเดี๋ยวให้อาทิวแจ้งข่าว ขอบใจทุกๆคนมาก”

หญิงสาวหันไปสั่งกับเด็กชาย ที่วิ่งตามติดชายฉกรรจ์เหล่านั้นขึ้นมา ม่อนดอยไม่รอช้ารีบหยิบกรรไกรตัดไปบนชุดนักบินที่ร่างคนเจ็บสวมใส่อยู่ออกเพื่อสำรวจดูบาดแผลภายนอกพลางสำรวจร่างแกร่งที่นอนสลบไสลไม่ได้สติ ใบหน้าเปื้อนไปด้วยเลือดทำให้เห็นใบหน้าไม่ชัดเจน

เห็นบาดแผลที่เกิดจากรอยขูดขีดอยู่ทั่วแต่มีบาดแผลบริเวณหัวไหล่ที่เหมือนถูกของมีคมบาดเป็นทางยาว และมีรอยฟกช้ำอยู่หลายแห่ง

“อาทิว เตรียมอุปกรณ์เย็บแผลให้ที”

ม่อนดอยหันไปสั่งงานกับเด็กชาย อาทิวรับคำอย่างว่าง่ายพลางรีบไปจัดการตามที่หญิงสาวสั่งอย่างคล่องแคล่ว

หญิงสาวสำรวจคนเจ็บอย่างถี่ถ้วน เบื้องต้นขาและแขนไม่หัก มีบาดแผลบริเวณศีรษะ และบาดแผลบริเวณไหล่ซ้ายที่ลึกพอสมควร ชีพจรปกติ ม่อนดอยฉีดยาและจัดการเย็บแผลรวมไปถึงเช็ดทำความสะอาดใบหน้าและร่างกายของคนเจ็บอย่างไม่นึกรังเกียจ

“ฮ่า…เสร็จเรียบร้อยแล้ว อาการไม่น่าเป็นห่วง รอแค่ฟื้นให้ได้สติเท่านั้น อาทิวกลับบ้านเถอะ ป่านนี้แม่เราคงเป็นห่วงมากแล้ว ขอบใจมากที่ช่วยเป็นลูกมือให้”

ม่อนดอยหันไปบอกกับเด็กหนุ่มพลางยิ้มให้อย่างอ่อนโยน อาทิวเป็นเด็กหนุ่มอายุพึ่งจะสิบสี่ปี ม่อนดอยเป็นคนทำคลอดอาทิวออกมาเองกับมือจะว่าทำคลอดเองก็ไม่ถูกนัก ด้วยตอนนั้นเธอยังเป็นนักเรียนแพทย์ ทั้งยังเป็นแพทย์อาสาออกตระเวนเป็นแพทย์อาสาไปทั่วและหนึ่งในที่ๆเธอไปก็คือที่นี่

นั้นจึงเป็นเหตุให้เธอต้องอยู่ช่วยทำคลอดให้กับนางอาลีเผาะ กับพี่หมออีกคนหนึ่ง

และที่นี่ยังเป็นที่ๆเธอประทับใจ จนต้องกลับมาที่นี่อีกได้มาเห็นเด็กน้อยที่ตัวเองทำคลอดเติบโต จนเด็กน้อยคนนั้นตามติดและเรียกเธอว่าแม่ ซึ่งเธอก็ไม่ขัดดีซะอีกมีลูกโดยที่ไม่ต้องคลอดเอง

เด็กชายอาทิวอาศัยอยู่กับแม่เพียงสองคน พ่อของเด็กชายอาลีเสียชีวิตด้วยโรคไข้ป่าตั้งแต่เด็กชายอาลียังเป็นเด็กน้อยอายุห้าขวบ

“แม่ม่อนอยู่คนเดียวได้นะครับ หรือว่าให้ผมอยู่เป็นเพื่อน”

เด็กชายเอ่ยถามกลับมาอย่างเป็นห่วงหญิงสาวคนที่เขารักเหมือนกับเธอเป็นแม่แท้ๆของเขาอีกคน

“ไม่เป็นไรหรอกฉันอยู่ได้ เป็นห่วงแม่เราเถอะ รายนั้นขี้กลัวจะตาย ยิ่งฝนตกฟ้าร้องแบบนี้ด้วยแล้ว ป่านนี้นั่งร้องไห้แล้วมั้ง”

ม่อนดอยตอบกลับเด็กชายยิ้มๆเมื่อคิดไปถึงหญิงสาวมารดาของเด็กชาย นางอาลีเผาะ แม่ของเด็กชายที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ อาทิวจึงเรียกเธอว่าแม่ได้อย่างเต็มปาก ถึงแม้ว่ารูปร่างหน้าตาของม่อนดอยจะแตกต่างกับมารดาผู้ให้กำเนิดของเขาเป็นอย่างมากก็เถอะ

ม่อนดอยอายุย่างเข้าสามสิบหกปีนี้แล้ว แต่ว่ารูปร่างหน้าตาดูไม่สมกับอายุของเธอเลย ด้วยรูปร่างที่มีส่วนสูงเพียงร้อยหกสิบ รูปร่างสมส่วนไม่อ้วนหรือไม่ผอมจนเกินไปแต่อาจแลดูโปร่งบางเพราะเสื้อผ้าที่หญิงสาวชอบสวมใส่ เสื้อเชิ้ตกางเกงยีนต์ หรือไม่ก็เสื้อยืดตัวหลวมกับกางเกงผ้าเนื้อเบา

ใบหน้ารูปไข่ ดวงตาหวานซึ้ง จมูกโด่งปลายรั้นน้อยๆ ริมฝีปากอิ่มสีชมพูโดยธรรมชาติ ผิวสีขาวเหลืองเรียบเนียน ผมยาวสีน้ำตาลเข้มมักผูกเป็นหางม้าสูงที่พริ้วไหวไปตามการเคลื่อนไหวของหญิงสาว แตกต่างจากแม่อาลีเผาะของเขาราวนางฟ้ากับมนุษย์เดินดินที่อายุเท่ากันแต่แม่ของอาลีตัวเล็กแต่อวบอ้วน ผิวก็ดำคล้ำ จมูกก็บี้แบน แถมชอบใส่ผ้าถุงกับเสื้อชนเผ่าและที่ร้ายที่สุดก็คงจะเป็นฝีปากของมารดาและอาการขี้กลัวผีขึ้นสมองของเธอนั้นเอง

อาทิวยิ้มเขินๆเมื่อคิดไปถึงแม่ของตัวเอง

“งั้นผมกลับก่อนนะครับ ลาล่ะครับแม่ม่อน พรุ่งนี้ผมจะมาช่วยแต่เช้าเลย สวัสดีครับ”

เมื่อเด็กชายลงจากเรือนไปแล้ว ม่อนดอยก็ลุกขึ้นไปปิดประตูหน้าต่างให้สนิท สายฝนข้างนอกยังคงโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย เพียงแต่ไม่ได้หนักหน่วงเหมือนช่วงค่ำที่ผ่านมา ตอนนี้ราวๆหนึ่งทุ่ม อีกชั่วโมงเดียวไฟฟ้าส่องสว่างจะดับลง

ที่นี่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ด้วยเป็นดอยสูงห่างไกลผู้คน ถ้าหากจะเดินทางเข้าตัวจังหวัดต้องเดินทางไม่ต่ำกว่าสามชั่วโมง ทั้งยังถนนที่ขรุขระไม่ได้ลาดยางหรือคอนกรีตเหมือนที่อื่นทั่วๆไป ต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อสูงหรือรถโฟล์วิลเท่านั้นถึงจะเข้ามายังหมู่บ้านได้

ที่นี่มีแต่เครื่องปั่นไฟที่มีไว้ใช้ในตอนกลางวัน ไฟฟ้าจะเริ่มปั่นใช้ตอนตีห้าและปิดเครื่องปั่นไฟในเวลาสองทุ่ม

โดยหลังจากสองทุ่มม่อนดอยจะใช้โคมไฟที่ชารจ์ไฟไว้แล้วจนเต็มแขวนไว้ทั่วบ้านแทน ขนาดไฟฟ้ายังไม่มีใช้ สัญญาณโทรศัพท์ไม่ต้องพูดถึงหรอกจ้า

ที่นี่มีสัญญาณโทรศัพท์ที่เดียวคือโรงเรียน ตชด.ของอีกหมู่บ้าน แถมมีสัญญาณแค่ขีดเดียวเองอีก และก็ห่างจากบ้านของเธอเกือบๆสี่สิบนาที

ม่อนดอยอดที่จะสำรวจร่างสูงแกร่งกำยำตรงหน้าไม่ได้ หลังจากที่เช็ดทำความสะอาดใบหน้าและร่างกาย ใบหน้าคมหล่อเหลา เส้นผมสีน้ำตาลเข้มอ่อนนุ่มดุจแพรไหม คิ้วเข้มเป็นแนวเฉียงได้รูป จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักบางได้รูป ผิวขาวละเอียดดูมีสุขภาพดีอย่างคนในเมือง กล้ามเนื้อแกร่งเป็นมัดกล้ามพองาม ไม่ได้ใหญ่โตเป็นก้ามปู และไม่ได้ผอมแห้งขี้ก้าง แต่รูปร่างกำยำได้สัดส่วน ไม่ผอม และไม่บึกจนเกินไป

หน้าท้องเป็นลอนเห็นกล้ามหน้าท้องซิกแพ็คชัดเจน ไล่เรื่อยเห็นวีไลน์และ…เมื่อเลื่อนสายตามาถึงตรงนี้จู่ๆใบหน้านวลก็เปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้น ม่อนดอยเบือนสายตาพยายามไม่มองตรงจุดสำคัญส่วนสงวนที่น่าจะมีแต่บุคคลใกล้ชิดเท่านั้นที่ได้เห็นหรือว่าสัมผัสมัน

ทำไมต้องหน้าแดงด้วยว่ะเรา ตอนเรียนกะตอนทำงานก็เห็นมานักต่อนัก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไออุ่นแห่งขุนเขา   ตอนพิเศษกว่า

    "คุณ..นี่มันก็ผ่านมาจะสองอาทิตย์แล้วนะ เมื่อไหร่เราจะได้เป็นผัวเมียกันจริงๆเสียทีอ่ะ"ขุนเขาเอ่ยขึ้นพลางขยับเข้าหาหญิงสาวที่นอนเล่นอ่านหนังสืออยู่บนพรมผืนใหญ่ ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเตาผิงมากนัก อากาศข้างนอกเริ่มหนาวยิ่งกลางคืนแบบนี้ยิ่งหนาวสะท้าน ถ้าไม่มีเตาผิงตั้งอยู่กลางบ้านแบบนี้ มันคือภูมิปัญญาชาวบ้านจริงๆ กลางคืนอากาศหนาวแต่ละครัวเรือนจะนำฝูกที่นอนมานอนเรียงรายกันรอบเตาสี่เหลี่ยมที่ตั้งอยู่ตรงกลางบ้าน พอตอนเช้าก็เก็บที่นอนให้เรียบร้อย เอากาน้ำร้อนมาต้ม ดื่มชาร้อนๆ บ้านไหนมีเด็กน้อยก็จะเอาข้าวเหนียวมาปั้นเป็นก้อนแผ่ออกเอามาย่างกลายเป็นข้าวจี่กินร้อนๆ พอได้อิ่มท้อง"สองอาทิตย์ที่ไหนกันอ่ะคุณ ฉันว่าฉันพึ่งตัดไหมให้คุณไปเมื่อวันก่อนเองนะ แผลยังไม่หายดีหรอก เป็นเดือนนู้นกว่าจะหายสนิทอ่ะ"ม่อนดอยพยายามเฉไฉทำทีนอนคว่ำอ่านหนังสือต่อ พลางกระเถิบถอยหนีร่างสูงที่บัดนีัเข้ามานอนเบียดจนหญิงสาวได้กลิ่นครีมอาบน้ำอ่อนๆที่โชยเข้าจมูกทำให้ใจดวงน้อยเต้นตึกตักเหมือนจะหลุดออกมาจากอก"อุ้ย! คุณขุน ปล่อยนะ จะเอาหนังสือฉันไป

  • ไออุ่นแห่งขุนเขา   ตอนพิเศษ

    "คุณม่อน จะเอาออกจริงๆ เหรอ"ขุนเขาสบตาร่างบางละห้อย น้ำเสียงเหมือนคนที่ไร้เรี้ยวแรง ท้อแท้และหมดหวังสุดๆ"คุณจะเก็บไว้ก็ได้นะ แต่อย่าคิดว่าฉันจะยอมมีอะไรด้วย เด็ดขาด!"ม่อนดอยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดพร้อมกับสวมถุงมือสำหรับใช้ทางการแพทย์พร้อมกับดีดเสียงดังเพี๊ยะ! ๆ เหมือนราวกับว่ากำลังข่มขวัญชายหนุ่มอยู่ในที แต่จริงๆแล้วดึงให้มันกระชับแนบกับมือเล็กเรียวเท่านั้นเองแต่เสียงนั้นและน้ำเสียงข่มขู่ของหญิงสาว กลับทำให้ขุนเขาขนลุกซู่ขุนเขายันตัวลุกขึ้นมองหญิงสาวอย่างหวาดๆ ในขณะที่ม่อนดอย เดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ข้างชายหนุ่มซึ่งอยู่ห่างออกไปเล็กน้อยค่อนไปด้านล่างตรงจุดยุทธศาสตร์ที่หญิงสาวต้องจัดการทันที โดยมีฉากผ้าสีเขียวกั้นไว้ช่วงระหว่างเอว เพื่อปิดไม่ให้ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดได้เห็นสิ่งที่หมอกระทำหัถการนั้นเองขุนเขาหลับตาปี๋เมื่อรับรู้ถึงเข็มที่แทงเข้าตรงส่วนสงวน รู้สึกปวดหนึบเมื่อเข็มปลายเล็กแหลมทิ่มแทงและรู้สึกเจ็บลึกเมื่อหญิงสาวดันสลิ้งบรรจุยาเริ่มเข้าสู่ลำลิงค์ใหญ่ที่บัดนี้อ่อนระทวยหมดเรี่ยวแรงเหมือนดั

  • ไออุ่นแห่งขุนเขา   ลิขิตโชคชะตา ด้ายแดงนำพา บุรุษจากฟากฟ้ามาสู่ดิน

    ขุนเขาตะโกนออกมาอย่างลิงโลด พร้อมทั้งโอบรัดร่างเล็กบางนั้นแน่น"เรารักกันแล้ว งั้นกลับเข้าไปต่อจากเมื่อกี้กันดีกว่านะ ผมอยากมีลูกหลายๆคน จะได้ไม่เหงา"ชายหนุ่มทำท่าจะอุ้มร่างบางเข้าไปข้างในที่พักที่ทั้งสองพึ่งออกมาไม่นาน แต่ม่อนดอยขืนตัวไว้ไม่ยอมให้ร่างสูงอุ้มแต่โดยดี ทั้งยังดันร่างสูงออกห่าง"ฉันบอกแล้วไงคะว่า ถ้าคุณไม่เอาแอสแซสรอรี่ หรือเครื่องประดับที่คุณฝังอยู่ออก ฉันไม่มีวันยอมมีอะไรกับคุณแน่"ม่อนดอยบอกเสียงแข็ง นั้นทำเอาขุนเขาชะงักงัน ก่อนจะทำหน้าสลด มองหญิงสาวด้วยสายตาวิงวอนสุดฤิทธิ์"ม่อนอ่ะ...ทำไมใจร้าย...ลองก่อนไม่ได้เหรอ ลองใช้ดูก่อนถ้าไม่ชอบค่อยเอาออก นะ..."ร่างสูงโอดครวญ"ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันแอบวางยาสลบ แล้วเอามันออกให้เอง หึหึ"หญิงสาวหัวเราะหึหึออกมาอย่างหมายมาด ขุนเขาหลุบตามองเป้ากางเกงของตนเองอย่างหมดอาลัยตายอยาก สงสัยงานนี้คงต้องบอกลาเจ้ามุกเก้าเม็ดนี่จริงๆเสียแล้ว เพื่อเมียอันเป็นที่รัก เอาว่ะ ถึงจ

  • ไออุ่นแห่งขุนเขา   ในเมื่อถามดีๆคุณไม่ยอมตอบ งั้นผมคงต้องใช้วิธีของผมแล้วล่ะนะ

    คำตอบที่ค่อนข้างยียวนนั้นกวนประสาทของเขาได้ไม่เบาเลยขุนเขาถอนหายใจ พยายามใจเย็นให้ได้มากที่สุด"คุณม่อน คุณเป็นเมียผมนะ เมียไม่รอผัวออกจากโรงพยาบาลนี่มันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอ""ฮึ! คุณก็ให้คนที่เป็นเมียคุณจริงๆ รอสิ ฉันไม่ใช่เมียคุณจริงๆซะหน่อย มันก็แค่ละครที่คุณสร้างมันขึ้นมา ฉันไม่โทษคุณหรอกนะ ผิดที่ฉันโง่เองต่างหากที่รู้ไม่เท่าทันคุณ เป็นหมากตัวหนึ่งให้คุณหลอกใช้มาตลอด"ท้ายประโยคมีแววสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด"คุณพูดเรื่องอะไรน่ะม่อน ใครหลอกใช้ใคร นี่ผมงงไปหมดแล้ว"ขุนเขาเอ่ย พลางเดินมาทรุดตัวลงนั่งข้างกายหญิงสาว ก่อนจะจับร่างบางให้หันหน้ามาคุยกัน จ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่บัดนี้รื้นไปด้วยหยาดน้ำใส"คุณไง คุณหลอกใช้ฉันมาตลอด หลอกให้ฉันแต่งงานด้วยเพราะต้องการที่จะแก้แค้นอาของคุณกับคุณพิซซิล่า"ในที่สุดม่อนดอยก็พูดในสิ่งที่ได้ยินมาและมันอัดอั้นอยู่ในใจตลอดระยะเวลาสามสี่อาทิตย์ที่ผ่านมา"แก้แค้น? ผมนี่นะ! คุณ

  • ไออุ่นแห่งขุนเขา   อยากกลับฉันก็กลับ ทำไมต้องรอคุณด้วยล่ะ

    ไม่พูดเปล่าร่างสูงที่ยังคงอุ้มร่างบางไว้ใช้เท้าดีดประตูให้ปิดลงโดยไม่สนใจคุณหมอผู้กองหนุ่มที่ยังคงยืนอ้าปากค้าง ก้าวเท้าออกห่างประตูแทบไม่ทันเกือบโดนประตูที่ปิดลงกระทันหันนั้นกระแทกเข้าหน้า พลางทำท่าจะตะโกนถามออกไปอีกครั้ง แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อมีมือหนาของใครคนหนึ่งมาดึงมือของเขาให้เดินออกมาไกลจากประตู"ปล่อยเขาสองคนไว้เถอะครับ ยังไงเราก็คนนอก ให้เวลาเขาหน่อย ผู้กองไปชิมน้ำหมักชาวดอยกับผมดีกว่า พรุ่งนี้เราก็ต้องกลับค่ายกันแล้ว ผู้ใหญ่กับพวกชาวบ้านเค้าจัดสำรับ เปิดไหรอพวกเราอยู่ที่ศาลาหมู่บ้านแล้วครับ"หมวดชัชชายเอ่ย พลางถือวิสาสะตบบ่าคุณหมอผู้กองหนุ่มเบาๆ"ว่าแต่จะไม่เกิดอะไรร้ายแรงขึ้นนะครับ ผมเป็นห่วงคุณม่อนจังเลยครับหมวด"ผู้กองคีรินทร์ยังมิวายที่จะหันไปมองบ้านพักที่ชายหนุ่มอุ้มหญิงสาวเข้าไปอย่างเสียไม่ได้"โอ้ย! ไม่เกิดอะไรร้ายแรงหรอกครับ ยังไงเสียพวกเขาก็เป็นผัวเมียกัน อาจจะมีปัญหากันบ้างระหองระแหงตามประสาลิ้นกับฟัน ต้องให้โอกาสเขาปรับความเข้าใจกันเสียหน่อย ขี้คร้านพรุ่งนี้

  • ไออุ่นแห่งขุนเขา   คุณขุน ฉันหนาว...โอ้ย!

    ด้วยอารมณ์โทสะที่พุ่งขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่ม ชายหนุ่มกดริมฝีปากหยักได้รูปลงบนเรียวปากอิ่มเล็กนั้นจนเกือบเป็นกระแทก ทั้งยังบดเบียดแผงอกกว้างเข้ากับหน้าอกหยุ่นๆที่มีเพียงผ้ากระโจมอกเปียกชื้นกั้นกลาง มือแข็งสอดประคองลำคอเรียวเล็กจับตรึงไม่ให้หญิงสาวได้มีโอกาสเบือนหน้าหนีจุมพิศอันเร่าร้อนไปด้วยแรงโทสะอีกมือข้างที่ว่างขยี้ขยำประทุมถันก้อนกลมทั้งยังดึงรั้งผ้าถุงเปียกชื้นนั้นออกเพื่อสัมผัสกับเนื้อแท้ของสองเต้าที่เด้งสู้มือ บี้บดขยี้เม็ดติ่งสีชมพูชูชันม่อนดอยเบิกตากว้าง เกิดอาการไหววูบ เมื่อริมฝีปากร้อนๆ กดกระแทกจุมพิตกับริมฝีปากบาง ปลายลิ้นนุ่ม ชอนไชเข้าไปในโพรงปาก เกี่ยวกระหวัดกับปลายลิ้นร้อนของเธอเบาๆ ก่อนจะดูดกลืนตวัดลิ้นร้อนรัวไล้ทั่วปลายลิ้นของเธออีก ส่งให้กระแสความวาบหวามแล่นพล่านจนขนลุกซู่ไปทั่วทั้งตัว จูบครั้งนี้ไม่เหมือนกับจูบครั้งก่อนเมื่อนานมาแล้ว จูบของเขาคราวนี้ราวกับจะสูบวิญญาณออกไปจากตัวเธอขุนเขายังคงไล้ริมฝีปากของเขาไปตามใบหน้านวล เลื่อนต่ำลง พรมจูบไปทั่วลำคอเรียวระหง ขบเม้มจนเธอขนลุกเกรียว ม่อนดอยแทบลืมหายใจเมื่อใบหน้าของขุนเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status