Masukเรียวขางามหยุดเดิน ก่อนไกรทองจะพูดนิ่งๆ
"เอาไว้ฉันปราบไอ้จระเข้ได้แล้ว เรามาคุยเรื่องของเรากันนะจ้ะ"
ตะเภาทองเม้มปากแน่น หัวใจที่เหี่ยวเฉาก็กลายกลับเหมือนมีดอกไม้ค่อยๆ เบ่งบานอยู่ในใจ แต่ความรู้สึกผิดต่อผู้เป็นน้องก็มีอยู่เต็มอก ทำให้ตะเภาทองเลือกที่จะเดินหนีไปเพียงเท่านั้น
ไกรทองที่พออ่านสถานการณ์ออกก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะตนเองนั้นก็ชอบพอทั้งตะเภาแก้วและตะเภาทอง หากจะให้เลือก ไกรทองคงไม่สามารถเลือกใครคนใดคนหนึ่งได้"พี่ไกรทองจ้ะ"
ไกรทองหันหลังไปมองตะเภาแก้วที่ยืนยิ้มอยู่ทางด้านหลัง ก่อนจะยิ้มตอบ จนตะเภาแก้วแก้มแดงด้วยความเขินอาย
"ฉันเอาขนมต้มมาให้จ้ะ กินเยอะๆ พรุ่งนี้จะได้มีแรงปราบพวกจระเข้"
ไกรทองยื่นมือรับขนมต้มมาไว้ในมือ ก่อนจะยิ้มกว้างและมองใบหน้าสวยที่เคอะเขินเขาจนไม่กล้ามองสบตา
"ขอบใจนะจ้ะแม่ตะเภาแก้ว"
ว่าจบตะเภาแก้วก็หันหลังเดินหนีไปด้วยความเขินอาย ปล่อยไว้เพียงไกรทองที่ในหัวใจกลับมีแต่ความรู้สึกผิดและคิดว่าตนเองเห็นแก่ตัว คิดจะจับปลาสองมือ แม้ในยุคนี้การมีเมียหลายๆ คนจะเป็นเรื่องธรรมดา แต่ไกรทองก็ไม่อยากให้ผู้หญิงคนไหนต้องมาเสียน้ำตาเพราะตนเองทั้งนั้น
. . . . เช้ารุ่งขึ้นของอีกวัน ชาวบ้านมามุงดูไอ้หนุ่มรูปงามนามไกรทอง ที่กำลังลับหอก มีด และดาบ พร้อมเชือกเส้นใหญ่ ตะเภาแก้ว ตะเภาทองและพระพิจิตรก็ยืนมองอย่างเป็นห่วง"ฉันจะเริ่มแล้วนะจ้ะ"
เมื่อได้ยินไกรทองพูดเยี่ยงนั้น ทุกคนก็จับตามองเป็นตาเดียว ตะเภาแก้วและตะเภาทองก็มองด้วยความเป็นห่วง ไกรทองจับหอกขึ้นมากำไว้แน่น ก่อนจะค่อยๆ ก้าวลงบันไดของท่าน้ำจนถึงเข่า ตาคมกวาดมองพื้นน้ำรอบๆ อย่างใจเย็น ก่อนจะใช้หอกตบกระทบน้ำเสียงดัง
แป๊ะ!
เสียงรบกวนนั้นไม่ได้ทำให้จระเข้โผล่พ้นขึ้นมาบนผิวน้ำ หรือขึ้นมาโจมตีไกรทองแต่อย่างใด ชาวบ้าน พระพิจิตรและตะเภาแก้วตะเภาทองก็เงียบ ได้แต่มองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างระมัดระวัง
มือของไกรทองประนมเข้าหากัน ก่อนจะร่ายมนคาถาเบาๆ และค่อยๆ เป่าไปบนมือที่ประนมอยู่ของตนเอง
"อ้ายจระเข้ขี้ขลาดตาขาว!"
ไกรทองพูดเสียงกังวาล พลางกำหอกในมือไว้แน่น ก่อนที่ตาคมจะกวาดไปทั่วๆ อีกครั้งพร้อมพูดเสียงดังกังวาล
"กูรู้ว่ามึงซุ่มดู! อยู่แลกลัวกูหัวหด!......หากมึงคิดว่ามึงเก่งจริง ก็ออกมาประลองกับกูเถิด จะได้รู้ว่าผู้ใดเก่งในคุ้งน้ำพิจิตรแห่งนี้!"
ซ่า!!!!
จระเข้ตัวเขื่องกระโดดออกมาจากโพงหญ้าจนน้ำกระเซ็น ชาวบ้านต่างกระโดกโตกตากและกรีดร้องอย่างตกใจ นัยตาคมจ้องตาสีทองของจระเจ้ตัวใหญ่มหึมา แม้แต่ตัวไกรทองที่เห็นจระเข้มาตั้งแต่จำความได้ เขาเองยังไม่เคยเห็นจระเข้ตัวไหน ใหญ่เท่าไอ้ตัวข้างหน้านี่มาก่อน แถมหน้าตาและลูกตามันยังน่ากลัวไม่เหมือนตัวอื่น
"ระวังนะจ้ะพี่ไกรทอง!"
ตะเภาแก้วตะโกนเสียงดัง เมื่อเห็นชายผู้เป็นที่รักกำลังประจันหน้ากับจระเข้ตัวใหญ่ยักษ์ไกรทองรีบปาหอกอาคมออกไปสุดแขน ก่อนที่มันจะปักลงบนหลังของจระเข้ตัวใหญ่จนมันดิ้นด้วยความเจ็บปวด ตาสีทองของเจ้าจระเข้วาววับด้วยความโกรธ ก่อนมันจะพุ่งตัวเข้าหาไกรทองอย่างรวดเร็ว แต่ไกรทองก็หยิบมีดสองเล่มออกมาพร้อมกับกระโดดจากท่าเข้าใส่จระเข้จนชาวบ้านแตกตื่น
ฉึก!
มือของไกรทองเสียบมีดอาคมอาบยาพิษลงบนปากของจระเข้อย่างแรง หากเป็นจระเข้ปกติ คงจะสิโรราบไปแล้ว แต่เจ้าตัวนี้กลับไม่เป็นไร ร่างของไกรทองที่ลอยอยู่บนน้ำห่างจากปากของเจ้าจระเข้ก็รู้ตัวว่าท่าไม่ค่อยดีแล้ว จึงรีบว่ายน้ำขึ้นฝั่ง แต่ยังไม่ทันที่มือจะแตะขอบท่า จะงอยปากกว้างก็งับเข้ากลางลำตัวไกรทอง ก่อนไอ้จระเข้ตัวเขื่องจะมุดกลับลงไปยังคลองลึกโดยมีสายตาของชาวบ้านมองอย่างอนาถใจ
"พี่ไกรทอง!!!"
ตะเภาแก้วตะโกนเสียงดัง พลางน้ำตาก็ไหลลงอาบพวงแก้มสวย ตะเภาทองที่ทั้งตกใจและเสียใจไม่ต่างกันก็ได้แต่ยกมือขึ้นป้องปากพร้อมๆ กับน้ำตาที่ค่อยๆ ไหลลงไม่ต่างจากผู้เป็นน้องสาว
"ไอ้จั่น มึงไปนิมนต์พระมาทำพิธีให้ไอ้ไกรมันเสีย บอกคนไปแจ้งพระอาจารย์ไอ้ไกรมันด้วย"
พระพิจิตรว่าอย่างนึกเวทนาไกรทอง
"ยังหนุ่มยังแน่นแท้ๆ ไอ้ไกรเอ๋ย สู่สุขคติเถอะนะเอ็ง"
ว่าจบพระพิจิตรก็หันหลังเดินกลับเข้าไปในเรือน ส่วนพวกชาวบ้านก็ต่างพากันแยกย้ายออกจากริมคุ้งน้ำ ตะเภาทองเดินช้าๆ ออกมายังร่มไม้ใหญ่ด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า มีเพียงน้ำตาที่ไหลรินอาบสองแก้มงามเท่านั้นที่บอกได้ว่าหล่อนเสียใจมากเพียงไหน
"ฮือออออ!"
ตะเภาทองปล่อยโฮพลางทรุดลงข้างๆ ต้นไม้ใหญ่ มือเล็กยกขึ้นจับหน้าอกตัวเองอย่างเสียใจ ส่วนอีกทางหนึ่ง ตะเภาแก้วได้แต่ยืนร้องไห้อยู่ตรงที่เดิม มองผิวน้ำในลำคลองที่มีสีแดงของเลือดปะปน หัวใจของหล่อนตายไปพร้อมกับไกรทอง ชายผู้เป็นรักแรกไปเสียแล้ว
"ฮืออออ พี่ไกร"
. . . . "พี่ชาละวันเอาไอ้มนุษย์ผู้นี้มาทำไมหรือจ้ะ"วิมาลาขมวดคิ้ว พลางมองหนุ่มรูปงามที่นอนสลบไสล ทั้งยังมีแผลตามตัวอยู่หลายจุด
"ฝีปากมันกล้านัก วิชาหอก วิชาอาคมก็ไม่ใช่ไก่กา แต่สิ่งที่พี่ติดใจเห็นจะเป็นวาจาหยาบกระด้างของมันกระมัง"
ตาคมสีทองอร่ามจ้องหนุ่มรูปงามที่นุ่งเพียงโจงกระเบนขาสั้น และมีร่องรอยจากการต่อสู้กับตนเอง ที่นอนสลบไสลอยู่บนแคร่
"พี่ชาละวันจะทำอย่างไรกับมันล่ะจ้ะ"
วิมาลาถามหน้าสงสัย ก่อนที่ชาละวันจะหันมายิ้มให้เมียรัก
"พี่จะสั่งสอนมันเสียหน่อย แล้วค่อยให้มันไปเตือนพวกชาวบ้าน ว่าอย่าให้ใครมายุ่มย่ามกับเรา ส่วนเราก็จะไม่ทำร้ายใครอีก"
วิมาลาถอนหายใจ เป็นจระเข้แต่จะให้เลิกกินเนื้อมนุษย์ แบบนี้จระเข้ตัวอื่นถึงจ้องแต่จะมาท้าประลองพี่อย่างไรล่ะ
"งั้นเดี๋ยวน้องกลับก่อนนะจ้ะ"
ชาละวันหันมายิ้มให้วิมาลา ก่อนที่วิมาลาจะยิ้มตอบและเดินออกไปจากม่าน กลายเป็นจระเข้และว่ายน้ำออกไป รอยยิ้มของชาละวันค่อยๆ หายไป เหลือเพียงใบหน้านิ่งงันและสายตาเย็นยะเยือกที่มองตามหลังเมียของตนเองไปตนลับตา
ตาคมสีทองค่อยๆ หันกลับมามองหนุ่มรูปงามที่นอนหมดสภาพอย่างน่าเวทนา ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะยกขึ้น ชาละวันเริ่มร่ายคาถาพึมพำเสียงเบา ก่อนร่องรอยแผลและรอยขีดข่วนทั้งหมดของคนที่นอนสลบไสลอยู่จะค่อยๆ เลือนหายไปจนเหมือนไม่เคยมีมาก่อน . . . ."อือออ"
ผ่านไปหลายชั่วยาม เสียงฮึมฮำในลำคอของไกรทองทำให้ดวงตาสีทองเหลือบมามองนิ่ง
เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ เปิดขึ้นช้าๆ แต่เมื่อเห็นว่าระยะสายตาตนเองเป็นหินย้อยแปลกตาก็กระพริบตาเล็กน้อย ก่อนคิ้วหนาจะขมวดมุ่น ไกรทองค่อยๆ ใช้มือยันตัวเองขึ้นช้าๆ ก่อนจะหันมองไปรอบๆ อย่างเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ก่อนที่ตาสีดำขลับจะหันไปเห็นบุรุษรูปงามเหมือนเทพจำแลงตามที่เสียงเล่าอ้างต่อๆ กันมา ผมยาวสีดำขลับ ใบหน้าได้รูปงาม คิ้วหนาดกดำ สันจมูกโด่งเข้ารูป ริมฝีปากงดงาม ดวงตางามราวเทพจำแลง ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่า มัดกล้ามปานเทพปั้น โจงกระเบนสีทองเข้ากับสีตาดวงสวย"จะมองอีกนานหรือไม่"
เสียงนิ่งๆ และใบหน้านิ่งงันทำให้ไกรทองหลุดออกจากภวังค์ทันควัน
"ที่แห่งนี้คือที่ใด แล้วข้ามาอยู่ที่นี่ได้เยี่ยงไร"
ไกรทองถามด้วยความสงสัย ดวงตาดำขลับกวาดมองไปรอบๆ ตัวก็เห็นมีเพียงถ้ำ ก่อนนัยตาจะไปหยุดลงตรงปากถ้ำที่ด้านนอกกลับมีฝูงปลาแหวกไหว้อย่างน่าอัศจรรย์
"เมืองใต้บาดาล"
ไกรทองรีบหันไปตามเสียงเรียบนิ่งอย่างไม่เข้าใจ จะเป็นไปได้อย่างไร หากคนตรงหน้าไม่ลวงเขา ก็อาจจะเป็นฝันไปก็ได้ หรือไม่แน่ เขาอาจจะอยู่ที่สวรรค์ หรือนรกก็เป็นได้
"ท่านเป็นเทวดา หรือท่านเป็นยมบาลกันเล่า"
ชาละวันนึกขันอยู่ในใจ มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างขำขันในคำถามของมนุษย์หนุ่มรูปงามตรงหน้า
"ข้าเป็นจระเข้"
"ฮ่า!ๆๆๆๆ"
ชาละวันเลิกคิ้ว มองคนที่ขำเอาเป็นเอาตายตรงหน้านิ่งๆ ส่วนไกรทองที่ขำจนน้ำหูน้ำตาไหลก็หันมามองชาละวันทั้งรอยยิ้มขำ
"ท่านเลิกลวงข้าได้แล้ว ข้ามิโง่เง่าปานนั้นดอก บอกมาเถิดว่าท่านเป็นผู้ใด"
ชาละวันยกยิ้มบางๆ ก่อนจะยืนขึ้นเต็มความสูง เรียวขายาวค่อยๆ ก้าวไปยังปากถ้ำ ก่อนที่ชาละวันจะพึมพำเบาๆ
ตาของไกรทองมองภาพตรงหน้าคิ้วขมวด ชายรูปงามปานเทวดากำลังทำอันใดอยู่ก็ไม่รู้ได้ ทั้งด้านนอกที่เป็นเหมือนเกราะกำบังน้ำไม่ให้ไหลเข้ามาก็มีปลาเล็กปลาน้อยว่ายไปมาเสียให้ควัก แต่ยังไม่ทันที่ไกรทองจะคิดอันใดได้มากกว่านี้ จระเข้ตัวเขื่องก็ว่ายมาหยุดอยู่ตรงหน้าถ้ำเสียแล้ว"ท่าน! อันตราย! ถอยออกมาบัดเดี๋ยวนี้!"
นอกจากร่างงามที่ยืนหันหลังให้ไกรทองอยู่จะไม่ถอยออกมาแล้ว มือหนายังยื่นผ่านม่านน้ำออกไปและค่อยๆ วางลงบนใบหน้าของจระเข้อย่างนึกเอ็นดู ชาละวันค่อยๆ ชักมือกลับ ก่อนที่จะมองจระเข้ตัวเขื่องไหว้หนีไปนิ่งๆ
"ท่าน.....ท่านทำได้อย่างไร"
ชาละวันหันมามองคนที่ตาโตเท่าไข่ห่าน ทั้งยังมีทีท่าตกอกตกใจจนน่าขัน
"ข้าบอกไปแล้ว ว่าข้าคือจระเข้"
ไกรทองที่ตั้งสติได้ก็ค่อยๆ ลุกขึ้นและถอยห่างจากชาละวันช้าๆ ดวงตาสีดำขลับของไกรทองจ้องชายตรงหน้าไม่ละสายตา ชาละวันที่นึกสนุกก็ยกมือประนม ก่อนจะหลับตาและแปลงร่างเป็นจระเจ้ตัวใหญ่ยักษ์ทันตาจนไกรทองนิ่งไปเสียดื้อๆ ก่อนจะกลับกลายเป็นบุรุษรูปงามเช่นเดิม นัยตาสีทองวาวจดจ้องไกรทองด้วยรอยยิ้มเยาะ ก่อนจะถามเสียงเย้า
"เชื่อข้าหรือยัง เจ้ามนุษย์"
ไกรทองหันซ้ายหันขวา ก่อนจะเหลือบไปเห็นถาดปลาหลากชนิด
"เข้ามาสิวะไอ้จระเข้ยักษ์!"
ชาละวันขำเบาๆ เมื่อไกรทองยกถาดขึ้นมาไว้ในมือเตรียมประทุษร้ายเขา
"ได้"
เรียวขายาวค่อยๆ ก้าวเข้าไปนิ่งๆ ส่วนไกรทองก็ตกใจ ทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะรีบปาถาดใส่ชาละวันอย่างเเรง
เพล้ง!
"แรงใช้ได้เลยนี่เอ็ง"
"อย่าเข้ามานะโว้ย!"
มือหนาอีกข้างยกขึ้นจับขมับตนเองไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างก็ละจากแกนอวบไปยันกับตุ่มด้านข้างเพื่อพยุงตัวเองไม่ให้ล้มลงไปกับพื้นพรึ่บ!เสียงเถาไม้เลื้อยที่ถูกแหวกออกทำให้ตาสีทองวาวรีบตวัดไปมองทันที แต่ชาละวันก็ต้องตกใจเมื่อเห็นคนที่เอามือจับเถาไม้ทั้งสองมือไว้แน่น ใบหน้างามแดงฉ่า ลำตัวสีน้ำผึ้งเปลือยเปล่าโดยมีแกนกายที่ตั้งตระหง่านชี้ตรงมาทางเขา"ช่วยกูด้วย..."เสียงที่แหบพร่าและตาที่แทบจะปิดอยู่รอมร่อทำให้ชาละวันพูดอะไรไม่ออก กายของบุรุษนั้นงดงามน่ามองถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน ตาสีทองวาวเหมือนกับโลมเลียลำตัวที่มันวาวไปด้วยเหงื่อยังไงอย่างนั้น ขาของไกรทองที่กำลังหนีบเข้าหากันด้วยความอยากยิ่งทำให้ชาละวันใจเต้นระรัว"ช่วย....."ไกรทองที่พูดแทบจะไม่เป็นประโยครีบปล่อยมือจากเถาไม้เลื่อย ก่อนจะเดินสะเปะสะปะไปหาคนที่ยืนนิ่งมองตนเองด้วยดวงตาที่ไม่กระพริบ"ช่วยกูด้วย"ไกรทองนั่งคุกเข่าลงบนพื้นถ้ำที่มีเศษแก้วจากลูกแก้วกำหนัดตกแตกอยู่อย่างไม่สนใจความเจ็บจากเข่า มือสั่นเทาที่เต็มไปด้วยความต้องการค่อยๆยกขึ้นและวางลงที่สีข้างสะโพกทั้งสองข้างของคนที่ยืนอยู่ นัยตาสีดำขลับมองแกนสีขาวลำอาบที่มีน้ำ
เปลือกตาหนาค่อยๆ เปิดออก ก่อนที่ชาละวันจะค่อยๆ ยันตัวเองขึ้นช้าๆ นัยตาสีทองวาวหันไปมองคนที่นอนพร้อมกับกรนเบาๆ อย่างสบายใจ จนชาละวันได้แต่ส่ายหน้าพลางยิ้มเล็กๆ"ยังนอนลงอีกหรือวะ""อือออ..."เสียงอื้ออึงในลำคอทำให้ชาละวันเลิกคิ้ว ก่อนจะจ้องคนที่กางแขนบิดไปมาบนแคร่ทองไกรทองที่พึ่งลืมตาขึ้นด้วยความงัวเงียก็ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะหันมามองชาละวันด้วยเปลือกตาที่จะปิดรอมร่อ"คิดออกหรือยัง"ไกรทองพยักหน้าไปมา ก่อนจะจัดแจงท่านั่งตนเอง และขยี้ตาไปมา"กูคิดออกแล้ว หากกูขึ้นไปบนบกได้แล้ว มึงจงลอยตัวอยู่ริมตลิ่ง กูจะลูบคลำตัวของมึงให้ชาวบ้านดู"ชาละวันฟังเสียงงัวเงียของคนตรงหน้า ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ และถามต่อ"แล้วมึงจักบอกกับชาวบ้านว่าอย่างไร""กูจักบอกว่าได้นิมิตรจากบรรพบุรุษ"ถึงแม้จะฟังดูไม่ค่อยเข้าท่า แต่ชาละวันก็จะลองเสี่ยงดูก็แล้วกัน ทั้งมนุษย์รูปงามตรงหน้าก็ดูเป็นคนมีวาทศิลป์อยู่ไม่น้อย"งั้นวันรุ่งกูจะพามึงขึ้นฝั่งก็แล้วกัน""กูเหนียวตัว อยากอาบน้ำอาบท่า"ชาละวันเลิกคิ้ว ก่อนจะผายมือไปด้านในช่องเล็กๆ ที่ด้านในมีที่อาบน้ำอยู่"ไปอาบตรงนั้น เดี๋ยวกูจะหาผ้าให้นุ่ง"ไกรทองพยักหน้าหงึกหง
"อย่าเข้ามานะโว้ย!"ชาละวันที่ลำตัวโดนถาดที่ขว้างมาอย่างแรงฟาดเข้าสีข้างอย่างจัง คิ้วขมวดหน้าถมึงด้วยความโกรธ ก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไปหาคนที่ลุกลี้ลุกลนหาทางหนีทีไร่ตาเท่าไข่ห่าน"บอกว่าอย่าเข้ามาไงวะ! มึงหูหนวกรึ!""มึงอยากให้กูจับมึงแก้ผ้าแล้วหักแขนหักขามึงกินใช่หรือไม่""ไอ้จระเข้ยักษ์วิตถาร!""มึงจักแหกปากไปกระไรเล่า มนุษย์ที่คิดจักมาฆ่ากูเยี่ยงมึง กูไม่จับกินก็บุญหัวมึงเพียงไหนแล้ว""หากมึงจะทำระยำกับกูเช่นนี้ มึงก็กินกูเสีย!""รั้นนักนะมึง หรือมึงอยากให้กูใช้มนตราอาคมกับมึงนักวะไอ้มือปราบจระเข้""เอาสิวะ! กูจะคอยดูว่ามนต์ตราอาคมมึงกับกู ผู้ใดจะวิชาเก่งกล้ากว่ากัน!""งั้นหากกูแพ้ กูจักยอมปล่อยมึงขึ้นไป แต่หากมึงแพ้ มึงต้องฟังคำสั่งของกู""มึงเตรียมตัวแพ้ได้เลยไอ้จระเข้วิตถาร!"อีกไม่กี่ก้าว มนุษย์จระเข้ก็จะถึงตัวไกรทองเสียแล้ว เมื่อไม่มีทางหนีทีไร่ก็จนหนทาง นอกจากจะตั้งการ์ด ยกหมัดลุ่นๆ ขึ้นมา ฝีเท้าของชาละวันหยุดลง ก่อนที่ตาคมจะจ้องคนตรงหน้าที่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าวนิ่ง ฤทธิ์เยอะเสียเหลือเกินนะอ้ายมนุษย์ปากเก่งแต่ยังไม่ทันที่จะได้จัดการมนุษย์รูปงามตรงหน้า ใบหน้าคมของชาละวันก
เรียวขางามหยุดเดิน ก่อนไกรทองจะพูดนิ่งๆ"เอาไว้ฉันปราบไอ้จระเข้ได้แล้ว เรามาคุยเรื่องของเรากันนะจ้ะ" ตะเภาทองเม้มปากแน่น หัวใจที่เหี่ยวเฉาก็กลายกลับเหมือนมีดอกไม้ค่อยๆ เบ่งบานอยู่ในใจ แต่ความรู้สึกผิดต่อผู้เป็นน้องก็มีอยู่เต็มอก ทำให้ตะเภาทองเลือกที่จะเดินหนีไปเพียงเท่านั้นไกรทองที่พออ่านสถานการณ์ออกก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะตนเองนั้นก็ชอบพอทั้งตะเภาแก้วและตะเภาทอง หากจะให้เลือก ไกรทองคงไม่สามารถเลือกใครคนใดคนหนึ่งได้"พี่ไกรทองจ้ะ" ไกรทองหันหลังไปมองตะเภาแก้วที่ยืนยิ้มอยู่ทางด้านหลัง ก่อนจะยิ้มตอบ จนตะเภาแก้วแก้มแดงด้วยความเขินอาย"ฉันเอาขนมต้มมาให้จ้ะ กินเยอะๆ พรุ่งนี้จะได้มีแรงปราบพวกจระเข้" ไกรทองยื่นมือรับขนมต้มมาไว้ในมือ ก่อนจะยิ้มกว้างและมองใบหน้าสวยที่เคอะเขินเขาจนไม่กล้ามองสบตา"ขอบใจนะจ้ะแม่ตะเภาแก้ว" ว่าจบตะเภาแก้วก็หันหลังเดินหนีไปด้วยความเขินอาย ปล่อยไว้เพียงไกรทองที่ในหัวใจกลับมีแต่ความรู้สึกผิดและคิดว่าตนเองเห็นแก่ตัว คิดจะจับปลาสองมือ แม้ในยุคนี้การมีเมียหลายๆ คนจะเป็นเรื่องธรรมดา แต่ไกรทองก็ไม่อยากให้ผู้หญิงคนไหนต้องมาเสียน้ำตาเพ
- รุ่งเช้าของอีกวัน"ตื่นแต่เช้าเชียวนะไอ้ไกร"พระพิจิตรที่สีขี้ตาลงมาแต่บนบ้าน เห็นไกรทองกำลังฝึกดาบอยู่ก็ทักท้วง ไกรทองจึงหันมามอง ก่อนจะเห็นตะเภาแก้วและตะเภาทองอยู่ด้านพลังพระพิจิตรผู้เป็นพ่อ'งามอีกแล้วหนาแม่'คิดในใจเสร็จ ไกรทองก็ส่งยิ้มหวานให้หญิงงาม ก่อนจะพยักหน้าให้พระพิจิตรด้วยรอยยิ้ม"จ้ะ เห็นทีงานนี้ต้องเตรียมตัวให้ดีกว่าที่เคยจ้ะพ่อผู้ใหญ่""เอ้าๆ พักก่อนๆ มากินข้าวกินปลากันเสียก่อน จะได้มีกำลังฝึกซ้อม"พระพิจิตรเดินลงไปยังชานบ้าน ก่อนนจะนั่งลงบนแคร่ไม้ใหญ่ ตามด้วยตะเภาแก้วและตะเภาทอง ส่วนไกรทองที่เดิมตามมาก็ค่อยๆ นั่งลงบนแคร่ไม้ช้าๆ"ให้ฉันไปอาบน้ำอาบท่าก่อนไหมจ้ะพ่อผู้ใหญ่"ตาคมสวยของตะเภาแก้วและตะเพราทองมองเนื้อตัวที่มีมัดกล้ามและเหงื่อที่ชุ่มไปทั้งตัวจนเนื้อตัวของไกรทองวาววับ พลางเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะรีบหันไปคนละทิศละทาง เมื่อสายตาคมของไกรทองหันมามองพอดิบพอดี"ไม่เป็นไรๆ ข้าไม่ถือ"ว่าจบทั้งสี่คนก็กินอาหารกันเงียบๆ ในตอนเช้าตรู่ ก่อนที่ไกรทองจะขอตัวไปฝึกซ้อมวิชาดาบต่อ"พักดื่มน้ำก่อนเถอะจ้ะ"เสียงหวานปานน้ำผึ้งเดือน 5 ทำให้ไกรทองต้องรีบหยุดฝีดาบที่กำลังกวัดแก่งอยู่ แล
"พี่ชาละวัน เรียกหาน้องหรือจ้ะ"ร่างงามในชุดสีเขียวและเครื่องประดับสีทองงามย่างกรายเข้ามาใน 'ถ้ำแก้ววิเศษ' โปรยยิ้มหวานให้กับชาละวันที่นั่งอยู่บนตั่งทอง"วิมาลา มานั่งนี่มา"มือหนาของผู้เป็นผัวอย่าง 'ชาละวัน' ตบไปที่ตักของตนเองด้วยรอยยิ้มร้าย ก่อนที่วิมาลาจะค่อยๆ เดินย่างกรายเข้าไปหาและค่อยๆ นั่งลงบนตักของชาละวันอย่างเหนียมอาย"เมียพี่ช่างงามเสียจริง"นิ้วเรียวยาวค่อยๆ ไล้ไปตามพวงแก้มสีชมพูของผู้เป็นเมีย มืออีกข้าวก็กอดเอวคอดให้ขยับเข้ามาแนบอกหนาด้วยความเจ้าเล่ห์"เอาอีกแล้วนะจ้ะพี่ชาละวัน"พวงแก้มขึ้นสีระเรื่ออย่างเหนียมอาย ผัวของนางนั้นเจ้าเล่ห์ ทำให้นางหลงเสน่ห์เช้าจรดเย็นไม่เคยเว้นวัน"พี่ชาละวันจ้ะ"ร่างงามในชุดสีเหลืองเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าสองร่างที่กำลังคลอเคลียกันอยู่ มือเล็กกำเข้าหากันแน่นด้วยความร้อนลุ่มริษยาในหัวใจ"เลื่อมลายวรรณ เจ้าไม่เห็นหรอกรึ ว่าเจ้าพี่เรียกหาข้า เจ้าเสนอหน้ามาที่นี่ทำไม"วิมาลาไม่พอใจ ตะคอกหญิงงามที่ยืนอยู่ด้านหน้าตนเองและผู้เป็นผัวอย่างโกรธา"น้องขอโทษนะจ้ะพี่ชาละวัน น้องคิดว่าเรื่องนี้สำคัญมาก คงจักรอให้พี่วิมาลาออกไปก่อนและค่อยมาแจ้งไม่ได้"'เลื







