เข้าสู่ระบบ- รุ่งเช้าของอีกวัน
"ตื่นแต่เช้าเชียวนะไอ้ไกร"
พระพิจิตรที่สีขี้ตาลงมาแต่บนบ้าน เห็นไกรทองกำลังฝึกดาบอยู่ก็ทักท้วง ไกรทองจึงหันมามอง ก่อนจะเห็นตะเภาแก้วและตะเภาทองอยู่ด้านพลังพระพิจิตรผู้เป็นพ่อ
'งามอีกแล้วหนาแม่'
คิดในใจเสร็จ ไกรทองก็ส่งยิ้มหวานให้หญิงงาม ก่อนจะพยักหน้าให้พระพิจิตรด้วยรอยยิ้ม
"จ้ะ เห็นทีงานนี้ต้องเตรียมตัวให้ดีกว่าที่เคยจ้ะพ่อผู้ใหญ่"
"เอ้าๆ พักก่อนๆ มากินข้าวกินปลากันเสียก่อน จะได้มีกำลังฝึกซ้อม"
พระพิจิตรเดินลงไปยังชานบ้าน ก่อนนจะนั่งลงบนแคร่ไม้ใหญ่ ตามด้วยตะเภาแก้วและตะเภาทอง ส่วนไกรทองที่เดิมตามมาก็ค่อยๆ นั่งลงบนแคร่ไม้ช้าๆ
"ให้ฉันไปอาบน้ำอาบท่าก่อนไหมจ้ะพ่อผู้ใหญ่"
ตาคมสวยของตะเภาแก้วและตะเพราทองมองเนื้อตัวที่มีมัดกล้ามและเหงื่อที่ชุ่มไปทั้งตัวจนเนื้อตัวของไกรทองวาววับ พลางเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะรีบหันไปคนละทิศละทาง เมื่อสายตาคมของไกรทองหันมามองพอดิบพอดี
"ไม่เป็นไรๆ ข้าไม่ถือ"
ว่าจบทั้งสี่คนก็กินอาหารกันเงียบๆ ในตอนเช้าตรู่ ก่อนที่ไกรทองจะขอตัวไปฝึกซ้อมวิชาดาบต่อ
"พักดื่มน้ำก่อนเถอะจ้ะ"
เสียงหวานปานน้ำผึ้งเดือน 5 ทำให้ไกรทองต้องรีบหยุดฝีดาบที่กำลังกวัดแก่งอยู่ และหันไปมองด้านหลัง ที่เป็นใบหน้างามของตะเภาแก้วที่ยกยิ้มอยู่ พร้อมกับขันน้ำในมือที่โรยด้วยกลีบดอกมะลิหอม
"ขอบใจจ้ะแม่ตะเภาแก้ว"
ไกรทองวางดาบลงบนแคร่ไม้ ก่อนจะยกมือขึ้นรับขันน้ำมะลิกลิ่นหอม ปลายนิ้วหนาสัมผัสกับนิ้วเรียวยาวเบาๆ ก่อนที่ตะเภาแก้วจะสะดุ้งและรีบชักมือออกด้วยความเหนียมอาย แก้มสวยจึ้นสีระเรื่อจนหัวใจของพ่อหนุ่มรูปวามไกรทองเต้นระรัว
"ฉันขอตัวก่อนนะจ้ะ"
ว่าจบร่างงามระหงก็รีบหมุนตัว เดินหนีขึ้นบ้านไปด้วยหัวใจที่กระสับกระส่าย
ตะเภาทองที่เห็นน้องขึ้นเรือนมาก็รีบเดินไปหาที่ห้อง ก่อนจะถามเสียงใสพลางค่อยๆ นั่งข้างๆ"เป็นอะไรหรือน้องตะเภาแก้ว"
มือเล็กแตะลงบนไหล่เนียนของน้องสาวเบาๆ ก่อนที่ตะเภาแก้วจะเม้มปากเข้าหากันเล็กน้อย และหันมามองตะเภาทองผู่เป็นพี่
"พี่ตะเภาทอง ฉันว่าฉันชอบพี่ไกรทองเข้าแล้วล่ะจ้ะ"
ตะเภาทองนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะถามผู้เป็นน้องด้วยรอยยิ้มเก้ๆ กังๆ
"น้องมั่นใจแล้วหรือ"
"ฉันมั่นใจจ้ะ เห็นคาแรกก็ใจเต้นตึกตัก ลมแทบจับ ตั้งแต่เกิดมา ฉันยังมิเคยหลงไหลชายใดเลยสักคน แต่พอเป็นพี่ไกรทอง ฉันกลับรู้สึกวูบวาบอยู่ในท้องทุกคราที่ประสานสายตากับเขา แบบนี้หรือไม่พี่ตะเภาทอง ที่เขาเรียกกันว่ารักแรกพบ"
ตะเภาทองยิ้มบางๆ มองผู้เป็นน้องที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แต่ในใจของเธอกลับรู้สึกเจ็บปวดเหมือนกับโดนมีดกรีดแทงใจ
. . . . "น้องตะเภาแก้ว"ไกรทองเรียกคนที่กำลังโปรยกลีบดอกมะลิลงในโอ่งน้ำ จนเจ้าตัวค่อยๆ หันมามองด้วยรอยยิ้ม
"มาพอดีเลยนะจ้ะพี่ไกรทอง ตะเภาแก้วไปเด็ดดอกมะลิมาใส่น้ำในโอ่งไว้ เวลาพี่ไกรทองอาบ จะได้หอมสดชื่นจ้ะ"
ตะเภาแก้วมองใบหน้างามของชายที่นางเรียกว่ารักแรกพบด้วยรอยยิ้มกว้าง
"ขอบใจมากนะจ้ะน้องตะเภาแก้ว"
ตะเภาแก้วพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะรีบเดินหนีออกไปอีกทาง เมื่อสายตาคมของไกรทองมองเหมือนจะกลืนกินเธอเสียให้ได้
"น่ารักเสียจริงแม่ตะเภาแก้ว"
พอพูดยิ้มๆ จบก็เข้าไปในห้องน้ำทันที มีเพียงสายตาเศร้าหมองในมุมอับตาที่มองแผ่นหลังที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อด้วยหัวใจที่ปวดร้าวเต็มประดา
'หากไม่ใช่น้องตะเภาแก้ว ฉันคงไม่ยอมรามือจากพี่ง่ายถึงเพียงนี้'
"พี่ชาละวันจ้ะ น้องเอาอาหารมาให้จะ"
เลื่อมลายวรรณถือถาดปลาหลากชนิดค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ชาละวันผู้เป็นผัว ก่อนจะค่อยๆ วางลงบนตั่งทองข้างตัว
"มานั่งใกล้ๆ พี่มาเมียรัก"
เลื่อมลายวรรณยิ้มกระดากอาย แต่ก็ค่อยๆ หย่อนตัวลงนั่งขนาบข้างชาละวัน
"ว้าย!"
ไม่ทันไรมือหนาก็คว้าลำตัวบางของเมียสาวไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะก้มลงขโมยหอมบนแก้มเล็กไปเสียฟอดใหญ่
"กินเลื่อมลายวรรณเมียรักของพี่แทนปลาพวกนี้เสียเป็นไร"
"เช้าตรู่ถึงเพียงนี้ หากมีใครเข้ามาเห็นจะทำอย่างไรล่ะจ้ะ"
"ไม่เห็นต้องทำอันใดเลย พี่จักรักกับเมีย ใครหน้าไหนมันจะกล้ามายุ่ง"
เลื่อมลายวรรณเบือนหน้าหนีริมฝีปากหนาและร้อนระอุของชาละวันอย่างเหนียมอาย ชาละวันพรมจูบไปทั่วลำคอระหงอย่างทนุถนอม แขนหนาก็กอดรัดตัวบางของเมียรักเอาไว้แน่นขนัด
"ชาละวัน"
ทั้งสองหันไปมองผู้มาใหม่ ก่อนที่เลื่อมลายวรรณจะเป็นคนขยับออกจากอ้อมกอดของผัวรัก และหันไปมองชายตรงหน้าเก้ๆ กังๆ อย่างวางท่าไม่ถูก ตาคมของชาละวันมอง 'ไชยสอนเพชร' จระเข้รุ่นราวคราวเดียวกับเขา รูปก็งามไม่หยอก วิชาอาคม และยังพละกำลังมหาศาลอีก หากเขาไม่เก่งกว่านี้ซักนิด เห็นทีผู้ปกครองคุ้งน้ำคงไม่พ้นไอ้ไชยสอนเพชรตนนี้เป็นแน่
"มีอันใด"
ตาของไชสองเพชรเหลือบไปมองจระเข้สาวรูปงามนิ่งๆ ก่อนจะหันมามองคู่สนทนาและพูดเสียงนิ่ง
"พวกเราเห็นไอ้มือปราบจระเข้ฝึกวิชาเช้าจรดเย็นมาหลายวัน เลยอยากมาส่งข่าวเพียงเท่านั้น ไอ้ผู้นี้ไม่ธรรมดา วิชาดาบก็ร่ายรำได้อย่างช่ำชอง วิชาหอกก็ขว้างปาได้อย่างแม่นยำ ทั้งยังมนต์อาคมที่มันแสดงออกมาอีก ข้าเกรงว่าครานี้อาจจะไม่ง่ายเหมือนคราที่ผ่านมา พวกท่าน้ำเลยวานให้ข้ามาเตือนเจ้าไว้"
ชาละวันยกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะยกแก้วน้ำขึ้นกระดกพลางมองไชยสอนเพชรนิ่งๆ
"ศัตรูนอกคุ้งข้าไม่เกรงกลัวดอก แต่ศัตรูในคุ้งใกล้มือใกล้ตีนนี่สิ ไม่รู้จะแว้งกัดข้ายามใด"
ตาคมที่มองไชยสอนเพชรอยู่ ค่อยๆ เหลือบไปมองหญิงงามข้างกายด้วยยิ้ม
"จริงหรือไม่เมียพี่"
มือหนาค่อยๆ เลื้อยไปโอบเอวคอดของเมียรักอย่างเลื่อมลายวรรณด้วยรอยยิ้มว้าง ส่วนเลื่อมลายวรรณทำได้เพียงยิ้มและพยักหน้าเบาๆ ตาดวงสวยหันไปมองไชยสอนเพชรที่กำลังมองสบตาตนเองอยู่ด้วยใบหน้าที่นิ่งเรียบ จนเลื่อมลายวรรณต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาเสียเอง
"บอกพวกมันไม่ต้องห่วงข้า ข้าจัดการได้ ขอบใจเจ้ามาก"
ไชยสอนเพชรก้มหัวเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ถอยหลังเพื่อออกจากถ้ำศักดิ์สิทธิ์ หางตาคมเหลือบไปมองใบหน้าสวยของเลื่อมลายวรรณ ที่กำลังถูกจุมพิตไปรอบบริเวณใบหน้า ซึ่งดวงตากลมโตสวยก็หันมามองเขาเช่นกัน ไชยสอนเพชรก้าวออกไปจากม่านน้ำ ก่อนที่ลำตัวจะค่อยๆ กลายเป็นจระเข้ตัวใหญ่มหึมา และว่ายน้ำไกลห่างออกไปจากถ้ำ
. . . . "พี่ไกรทองจ้ะ"ตะเภาแก้วรีบเดินเข้ามาหาไกรทองที่กำลังฝึกวิลาดาบอยู่อย่างเร่งรีบ จนไกรทองรีบหันไปมองใบหน้าสวย
"ว่าอย่างไรจ้ะแม่ตะเภาแก้ว"
"บ่าวที่ไปเอาของวิเศษจากพระอาจารย์กลับมาแล้วจ้ะ"
ไกรทองรีบเดินไปยังบ่าวที่พึ่งมาจากบ้านพระอาจารย์ ก่อนจะรับของวิเศษมาไว้ในมือ
"เอ็งพร้อมวันไหนเล่าไอ้ไกร"
พระพิจิตรถามหน้าเครียด พลางตะเภาแก้วและตะเภาทองก็ยืนมองไกรทองอย่างเป็นห่วง
"พรุ่งนี้เช้าจ้ะพ่อผู้ใหญ่ ฤกษ์งามยามดีจ้ะ"
เมื่อตกลงกันเสร็จสรรพ ไกรทองก็ขอขึ้นไปบนห้อง ก่อนจะเตรียมของที่ต้องใช้ปราบไอ้จระเข้ตัวเขื่อง
ก๊อก!ๆ
"พี่ไกรทอง"
ไกรทองค่อยๆ เปิดประตู ก่อนจะเห็นตะเภาแก้วที่หลายวันมานี้เหมือนเอาแต่หลบหน้าค่าตากัน
"แม่ตะเภาทอง ว่าอย่างไรจ้ะ"
ริมฝีปากอวบงามเม้มเข้าหากันอย่างประหม่า ก่อนนัยตาเล็กที่ดูกังวลจะมองไกรทองอยู่อย่างนั้น
"หากยามใดที่พี่จะเสียท่าให้จระเข้พวกนั้น พี่รีบออกมาเลยนะจ้ะ ฉันไม่อยากให้พี่เป็นอันตราย"
ตาของไกรทองมองตาของตะเภาแก้วที่ดูเป็นห่วงเขานิ่งๆ ก่อนจะยิ้มบางๆ และพยักหน้าเบาๆ
"ฉันนึกว่าแม่ตะเภาทองจักหนีหน้าฉันไปตลอดเสียอีก"
ตะเภาทองชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดเสียงนิ่ง
"ฉันไม่ได้หลบหน้าพี่หรอกจ้ะ แต่ฉันไม่อยากให้น้องตะเภาแก้วเข้าใจฉันกับพี่ผิด"
ไกรทองเลิกคิ้ว ก่อนจะถามพลางขยับเข้าไปใกล้ตะเภาทอง
"เข้าใจผิด เข้าใจผิดว่าอย่างไรกันล่ะ"
ตะเภาทองเม้มปาก ก่อนจะเดินหนีไปเสียดื้อๆ จนไกรทองคิ้วขมวด
"แม่ตะเภาทอง"
มือหนาอีกข้างยกขึ้นจับขมับตนเองไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างก็ละจากแกนอวบไปยันกับตุ่มด้านข้างเพื่อพยุงตัวเองไม่ให้ล้มลงไปกับพื้นพรึ่บ!เสียงเถาไม้เลื้อยที่ถูกแหวกออกทำให้ตาสีทองวาวรีบตวัดไปมองทันที แต่ชาละวันก็ต้องตกใจเมื่อเห็นคนที่เอามือจับเถาไม้ทั้งสองมือไว้แน่น ใบหน้างามแดงฉ่า ลำตัวสีน้ำผึ้งเปลือยเปล่าโดยมีแกนกายที่ตั้งตระหง่านชี้ตรงมาทางเขา"ช่วยกูด้วย..."เสียงที่แหบพร่าและตาที่แทบจะปิดอยู่รอมร่อทำให้ชาละวันพูดอะไรไม่ออก กายของบุรุษนั้นงดงามน่ามองถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน ตาสีทองวาวเหมือนกับโลมเลียลำตัวที่มันวาวไปด้วยเหงื่อยังไงอย่างนั้น ขาของไกรทองที่กำลังหนีบเข้าหากันด้วยความอยากยิ่งทำให้ชาละวันใจเต้นระรัว"ช่วย....."ไกรทองที่พูดแทบจะไม่เป็นประโยครีบปล่อยมือจากเถาไม้เลื่อย ก่อนจะเดินสะเปะสะปะไปหาคนที่ยืนนิ่งมองตนเองด้วยดวงตาที่ไม่กระพริบ"ช่วยกูด้วย"ไกรทองนั่งคุกเข่าลงบนพื้นถ้ำที่มีเศษแก้วจากลูกแก้วกำหนัดตกแตกอยู่อย่างไม่สนใจความเจ็บจากเข่า มือสั่นเทาที่เต็มไปด้วยความต้องการค่อยๆยกขึ้นและวางลงที่สีข้างสะโพกทั้งสองข้างของคนที่ยืนอยู่ นัยตาสีดำขลับมองแกนสีขาวลำอาบที่มีน้ำ
เปลือกตาหนาค่อยๆ เปิดออก ก่อนที่ชาละวันจะค่อยๆ ยันตัวเองขึ้นช้าๆ นัยตาสีทองวาวหันไปมองคนที่นอนพร้อมกับกรนเบาๆ อย่างสบายใจ จนชาละวันได้แต่ส่ายหน้าพลางยิ้มเล็กๆ"ยังนอนลงอีกหรือวะ""อือออ..."เสียงอื้ออึงในลำคอทำให้ชาละวันเลิกคิ้ว ก่อนจะจ้องคนที่กางแขนบิดไปมาบนแคร่ทองไกรทองที่พึ่งลืมตาขึ้นด้วยความงัวเงียก็ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะหันมามองชาละวันด้วยเปลือกตาที่จะปิดรอมร่อ"คิดออกหรือยัง"ไกรทองพยักหน้าไปมา ก่อนจะจัดแจงท่านั่งตนเอง และขยี้ตาไปมา"กูคิดออกแล้ว หากกูขึ้นไปบนบกได้แล้ว มึงจงลอยตัวอยู่ริมตลิ่ง กูจะลูบคลำตัวของมึงให้ชาวบ้านดู"ชาละวันฟังเสียงงัวเงียของคนตรงหน้า ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ และถามต่อ"แล้วมึงจักบอกกับชาวบ้านว่าอย่างไร""กูจักบอกว่าได้นิมิตรจากบรรพบุรุษ"ถึงแม้จะฟังดูไม่ค่อยเข้าท่า แต่ชาละวันก็จะลองเสี่ยงดูก็แล้วกัน ทั้งมนุษย์รูปงามตรงหน้าก็ดูเป็นคนมีวาทศิลป์อยู่ไม่น้อย"งั้นวันรุ่งกูจะพามึงขึ้นฝั่งก็แล้วกัน""กูเหนียวตัว อยากอาบน้ำอาบท่า"ชาละวันเลิกคิ้ว ก่อนจะผายมือไปด้านในช่องเล็กๆ ที่ด้านในมีที่อาบน้ำอยู่"ไปอาบตรงนั้น เดี๋ยวกูจะหาผ้าให้นุ่ง"ไกรทองพยักหน้าหงึกหง
"อย่าเข้ามานะโว้ย!"ชาละวันที่ลำตัวโดนถาดที่ขว้างมาอย่างแรงฟาดเข้าสีข้างอย่างจัง คิ้วขมวดหน้าถมึงด้วยความโกรธ ก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไปหาคนที่ลุกลี้ลุกลนหาทางหนีทีไร่ตาเท่าไข่ห่าน"บอกว่าอย่าเข้ามาไงวะ! มึงหูหนวกรึ!""มึงอยากให้กูจับมึงแก้ผ้าแล้วหักแขนหักขามึงกินใช่หรือไม่""ไอ้จระเข้ยักษ์วิตถาร!""มึงจักแหกปากไปกระไรเล่า มนุษย์ที่คิดจักมาฆ่ากูเยี่ยงมึง กูไม่จับกินก็บุญหัวมึงเพียงไหนแล้ว""หากมึงจะทำระยำกับกูเช่นนี้ มึงก็กินกูเสีย!""รั้นนักนะมึง หรือมึงอยากให้กูใช้มนตราอาคมกับมึงนักวะไอ้มือปราบจระเข้""เอาสิวะ! กูจะคอยดูว่ามนต์ตราอาคมมึงกับกู ผู้ใดจะวิชาเก่งกล้ากว่ากัน!""งั้นหากกูแพ้ กูจักยอมปล่อยมึงขึ้นไป แต่หากมึงแพ้ มึงต้องฟังคำสั่งของกู""มึงเตรียมตัวแพ้ได้เลยไอ้จระเข้วิตถาร!"อีกไม่กี่ก้าว มนุษย์จระเข้ก็จะถึงตัวไกรทองเสียแล้ว เมื่อไม่มีทางหนีทีไร่ก็จนหนทาง นอกจากจะตั้งการ์ด ยกหมัดลุ่นๆ ขึ้นมา ฝีเท้าของชาละวันหยุดลง ก่อนที่ตาคมจะจ้องคนตรงหน้าที่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าวนิ่ง ฤทธิ์เยอะเสียเหลือเกินนะอ้ายมนุษย์ปากเก่งแต่ยังไม่ทันที่จะได้จัดการมนุษย์รูปงามตรงหน้า ใบหน้าคมของชาละวันก
เรียวขางามหยุดเดิน ก่อนไกรทองจะพูดนิ่งๆ"เอาไว้ฉันปราบไอ้จระเข้ได้แล้ว เรามาคุยเรื่องของเรากันนะจ้ะ" ตะเภาทองเม้มปากแน่น หัวใจที่เหี่ยวเฉาก็กลายกลับเหมือนมีดอกไม้ค่อยๆ เบ่งบานอยู่ในใจ แต่ความรู้สึกผิดต่อผู้เป็นน้องก็มีอยู่เต็มอก ทำให้ตะเภาทองเลือกที่จะเดินหนีไปเพียงเท่านั้นไกรทองที่พออ่านสถานการณ์ออกก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะตนเองนั้นก็ชอบพอทั้งตะเภาแก้วและตะเภาทอง หากจะให้เลือก ไกรทองคงไม่สามารถเลือกใครคนใดคนหนึ่งได้"พี่ไกรทองจ้ะ" ไกรทองหันหลังไปมองตะเภาแก้วที่ยืนยิ้มอยู่ทางด้านหลัง ก่อนจะยิ้มตอบ จนตะเภาแก้วแก้มแดงด้วยความเขินอาย"ฉันเอาขนมต้มมาให้จ้ะ กินเยอะๆ พรุ่งนี้จะได้มีแรงปราบพวกจระเข้" ไกรทองยื่นมือรับขนมต้มมาไว้ในมือ ก่อนจะยิ้มกว้างและมองใบหน้าสวยที่เคอะเขินเขาจนไม่กล้ามองสบตา"ขอบใจนะจ้ะแม่ตะเภาแก้ว" ว่าจบตะเภาแก้วก็หันหลังเดินหนีไปด้วยความเขินอาย ปล่อยไว้เพียงไกรทองที่ในหัวใจกลับมีแต่ความรู้สึกผิดและคิดว่าตนเองเห็นแก่ตัว คิดจะจับปลาสองมือ แม้ในยุคนี้การมีเมียหลายๆ คนจะเป็นเรื่องธรรมดา แต่ไกรทองก็ไม่อยากให้ผู้หญิงคนไหนต้องมาเสียน้ำตาเพ
- รุ่งเช้าของอีกวัน"ตื่นแต่เช้าเชียวนะไอ้ไกร"พระพิจิตรที่สีขี้ตาลงมาแต่บนบ้าน เห็นไกรทองกำลังฝึกดาบอยู่ก็ทักท้วง ไกรทองจึงหันมามอง ก่อนจะเห็นตะเภาแก้วและตะเภาทองอยู่ด้านพลังพระพิจิตรผู้เป็นพ่อ'งามอีกแล้วหนาแม่'คิดในใจเสร็จ ไกรทองก็ส่งยิ้มหวานให้หญิงงาม ก่อนจะพยักหน้าให้พระพิจิตรด้วยรอยยิ้ม"จ้ะ เห็นทีงานนี้ต้องเตรียมตัวให้ดีกว่าที่เคยจ้ะพ่อผู้ใหญ่""เอ้าๆ พักก่อนๆ มากินข้าวกินปลากันเสียก่อน จะได้มีกำลังฝึกซ้อม"พระพิจิตรเดินลงไปยังชานบ้าน ก่อนนจะนั่งลงบนแคร่ไม้ใหญ่ ตามด้วยตะเภาแก้วและตะเภาทอง ส่วนไกรทองที่เดิมตามมาก็ค่อยๆ นั่งลงบนแคร่ไม้ช้าๆ"ให้ฉันไปอาบน้ำอาบท่าก่อนไหมจ้ะพ่อผู้ใหญ่"ตาคมสวยของตะเภาแก้วและตะเพราทองมองเนื้อตัวที่มีมัดกล้ามและเหงื่อที่ชุ่มไปทั้งตัวจนเนื้อตัวของไกรทองวาววับ พลางเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะรีบหันไปคนละทิศละทาง เมื่อสายตาคมของไกรทองหันมามองพอดิบพอดี"ไม่เป็นไรๆ ข้าไม่ถือ"ว่าจบทั้งสี่คนก็กินอาหารกันเงียบๆ ในตอนเช้าตรู่ ก่อนที่ไกรทองจะขอตัวไปฝึกซ้อมวิชาดาบต่อ"พักดื่มน้ำก่อนเถอะจ้ะ"เสียงหวานปานน้ำผึ้งเดือน 5 ทำให้ไกรทองต้องรีบหยุดฝีดาบที่กำลังกวัดแก่งอยู่ แล
"พี่ชาละวัน เรียกหาน้องหรือจ้ะ"ร่างงามในชุดสีเขียวและเครื่องประดับสีทองงามย่างกรายเข้ามาใน 'ถ้ำแก้ววิเศษ' โปรยยิ้มหวานให้กับชาละวันที่นั่งอยู่บนตั่งทอง"วิมาลา มานั่งนี่มา"มือหนาของผู้เป็นผัวอย่าง 'ชาละวัน' ตบไปที่ตักของตนเองด้วยรอยยิ้มร้าย ก่อนที่วิมาลาจะค่อยๆ เดินย่างกรายเข้าไปหาและค่อยๆ นั่งลงบนตักของชาละวันอย่างเหนียมอาย"เมียพี่ช่างงามเสียจริง"นิ้วเรียวยาวค่อยๆ ไล้ไปตามพวงแก้มสีชมพูของผู้เป็นเมีย มืออีกข้าวก็กอดเอวคอดให้ขยับเข้ามาแนบอกหนาด้วยความเจ้าเล่ห์"เอาอีกแล้วนะจ้ะพี่ชาละวัน"พวงแก้มขึ้นสีระเรื่ออย่างเหนียมอาย ผัวของนางนั้นเจ้าเล่ห์ ทำให้นางหลงเสน่ห์เช้าจรดเย็นไม่เคยเว้นวัน"พี่ชาละวันจ้ะ"ร่างงามในชุดสีเหลืองเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าสองร่างที่กำลังคลอเคลียกันอยู่ มือเล็กกำเข้าหากันแน่นด้วยความร้อนลุ่มริษยาในหัวใจ"เลื่อมลายวรรณ เจ้าไม่เห็นหรอกรึ ว่าเจ้าพี่เรียกหาข้า เจ้าเสนอหน้ามาที่นี่ทำไม"วิมาลาไม่พอใจ ตะคอกหญิงงามที่ยืนอยู่ด้านหน้าตนเองและผู้เป็นผัวอย่างโกรธา"น้องขอโทษนะจ้ะพี่ชาละวัน น้องคิดว่าเรื่องนี้สำคัญมาก คงจักรอให้พี่วิมาลาออกไปก่อนและค่อยมาแจ้งไม่ได้"'เลื







