เข้าสู่ระบบเปลือกตาหนาค่อยๆ เปิดออก ก่อนที่ชาละวันจะค่อยๆ ยันตัวเองขึ้นช้าๆ นัยตาสีทองวาวหันไปมองคนที่นอนพร้อมกับกรนเบาๆ อย่างสบายใจ จนชาละวันได้แต่ส่ายหน้าพลางยิ้มเล็กๆ
"ยังนอนลงอีกหรือวะ"
"อือออ..."
เสียงอื้ออึงในลำคอทำให้ชาละวันเลิกคิ้ว ก่อนจะจ้องคนที่กางแขนบิดไปมาบนแคร่ทอง
ไกรทองที่พึ่งลืมตาขึ้นด้วยความงัวเงียก็ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะหันมามองชาละวันด้วยเปลือกตาที่จะปิดรอมร่อ"คิดออกหรือยัง"
ไกรทองพยักหน้าไปมา ก่อนจะจัดแจงท่านั่งตนเอง และขยี้ตาไปมา
"กูคิดออกแล้ว หากกูขึ้นไปบนบกได้แล้ว มึงจงลอยตัวอยู่ริมตลิ่ง กูจะลูบคลำตัวของมึงให้ชาวบ้านดู"
ชาละวันฟังเสียงงัวเงียของคนตรงหน้า ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ และถามต่อ
"แล้วมึงจักบอกกับชาวบ้านว่าอย่างไร"
"กูจักบอกว่าได้นิมิตรจากบรรพบุรุษ"
ถึงแม้จะฟังดูไม่ค่อยเข้าท่า แต่ชาละวันก็จะลองเสี่ยงดูก็แล้วกัน ทั้งมนุษย์รูปงามตรงหน้าก็ดูเป็นคนมีวาทศิลป์อยู่ไม่น้อย
"งั้นวันรุ่งกูจะพามึงขึ้นฝั่งก็แล้วกัน"
"กูเหนียวตัว อยากอาบน้ำอาบท่า"
ชาละวันเลิกคิ้ว ก่อนจะผายมือไปด้านในช่องเล็กๆ ที่ด้านในมีที่อาบน้ำอยู่
"ไปอาบตรงนั้น เดี๋ยวกูจะหาผ้าให้นุ่ง"
ไกรทองพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะยืนขึ้นและบิดขี้เกียจไล่ความง่วงไปมา และเดินต้อยๆ ไปในห้องอาบน้ำ โดยมีสายตาคมสีทองวาวมองไล่หลังไม่วางตา
ไกรทองมองไปรอบๆ ห้องเล็กๆ ที่มีตุ่ม ขัน และมีใบไม้เลื้อยที่ย้อยลงมาปิดปากห้องไว้อย่างตื่นตาตื่นใจ
"สะดวกสบายเสียเหลือเกินนะไอ้จระเข้กวนประสาท!"
ว่าจบไกรทองก็จัดการผ้าที่มีเพียงชิ้นเดียวออก แม้ลำตัวจะมีมัดกล้ามงามวาวเพียงใด แต่เอวของไกรทองกลับไม่ค่อยเหมือนชายอื่นมากนัก เพราะมันเล็กกว่าของบุรุษปกติอยู่มาก ผิวสีน้ำผึ้งงามค่อยๆ ถูกน้ำชะโลมไปทั่ว ฝ่ามืออุ่นๆ ก็ถูไปตามลำตัวไปเรื่อยๆ แกนความเป็นชายพอดีมือถูกถูทำความสะอาดเบาๆ ลำตัวหนาก็ค่อยๆ นั่งยอง ก่อนที่ฝ่ามืออุ่นๆ จะขยับไปถูทำความสะอาดบริเวณรูทวารช้าๆ
"ข้าเอาผ้านุ่งมาให้"
ไกรทองรีบลุกขึ้นยืนทันที เมื่อได้ยินเสียงผ่านไม้เลื้อยด้านนอก มือของไกรทองยื่นแหวกเถาไม้เลื้อยออกไปจนชาละวันชะงัก ตาสีทองวาวที่ชาละวันไม่สามารถควบคุมได้ในยามนี้ก็มองเห็นร่างของไกรทองเล็กน้อย สีข้างและมัดกล้ามสีน้ำผึ้งทำให้ชาละวันต้องกลืนน้ำลายเบาๆ
"ผ้านุ่ง"
ตาคมของชาละวันรีบเบนหนีทันควันเมื่อเสียงของคนด้านในเน้นย้ำ มือหนารีบวางผ้าลงบนมือของไกรทองลวกๆ ก่อนจะรีบเดินออกไป
หัวใจดวงหน้าเต้นตุบตับอย่างห้ามไม่ได้ ชาละวันค่อยๆ หย่อนตัวลงนั่งบนแคร่ทองด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่น ความรู้สึกใจเต้นตึกตัก ความรู้สึบวูบวาบอยู่ที่หน้าท้องที่เขาไม่ได้สัมผัสมานาน ไม่น่าเชื่อว่ามาวันนี้มันจะเกิดขึ้นอีกคราหลังจากที่เขาได้ร่วมหลับนอนกับสตรีเป็นครั้งแรก และครั้งนี้มันยังเกิดขึ้นกับมนุษย์ที่เป็นบุรุษเสียอย่างนั้น
"เป็นไปไม่ได้ ข้าต้องวิกลไปแล้วเป็นแน่"ชาละวันส่ายหัวไปมา ไล่ความคิดวิกลจริตในความคิดเขาออกไปอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่พึ่งเกิดขึ้น แต่ยังไม่ทันที่ชาละวันจะได้คิดอะไรต่อ กลิ่นหอมเตะจมูกที่ไม่ได้กลิ่นมาสักพักก็ลอยออกมาจากในห้องน้ำจนคิ้วหนาขมวดมุ่น ชาละวันรีบสาวเท้าเข้าไปในห้องอาบน้ำ มือหนาแหวกไม้เลื้อยด้วยความตกใจ
นัยตาสีทองวาวเบิกกว้างกับภาพตรงหน้า เมื่อร่างของไกรทองทรุดลงพนักกับตุ่มน้ำ โดยมีผ้านุ่งพันเอวไว้หมิ่นเหม่ ใบหน้างามบัดนี้แดงเถือกเหมือนลูกตำลึงก็มิปาน เสียงหายใจรวยรินและเปลือกตาที่จะปิดอยู่รอมร่อทำให้ชาละวันกัดฟันกรอด ก่อนจะรีบก้มลงไปช้อนตัวไกรทองขึ้นมาอุ้มไว้ในอ้อมแขน"ไอ้มนุษย์โง่เอ้ย!"
ชาละวันรีบอุ้มไกรทองวางลงบนแคร่ทอง ก่อนมือหนาจะยกขึ้นและปิดปากถ้ำเอาไว้ เพราะหากไม่ปิดไว้มีหวังกลิ่นนี้ลอยออกไปยังที่อื่นเป็นแน่
"กู.....กูรู้สึกวูบวาบ"
เสียงกระเส่าทำให้ชาละวันยกมือขึ้นกุมขมับ ไรเหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้าและลำตัวของไกรทองแทบทุกแห่ง ความร้อนในตัวทำให้ร่างของไกรทองแทบไร้เรี่ยวแรง
"แล้วใครบอกให้มึงไปทำลูกแก้วกำหนัดแตกเล่าไอ้ไกรทอง!"
ดวงตางามของไกรทองหลับพริ้มเหมือนคนเมามายไม่ได้สติ ปากก็พร่ำเพ้อไปอย่างทรมาณกายและร้อนรุ่มอยู่ภายในตัว เหมือนว่าเลือดสูบฉีดไปทั่วทุกหนแห่ง
"กูร้อน ช่วยกูด้วย"
เสียงแหบพร่าอย่างไร้เรี่ยวแรงพร้อมกับลำตัวที่ขยับไปมาอย่างทรมาณทำให้ชาละวันกัดฟันแน่ร เหตุใดเรื่องเช่นนี้ต้องมาเกิดกับเขาในเวลานี้ด้วย
"กูจะช่วยมึงยังไงวะไอ้ไกร วอนหาเรื่องแท้ๆ"
"มนต์ เสกมนต์ให้กูหายจากความทรมาณนี้ที"
"ลูกแก้วกำหนัดเป็นของวิเศษ หากใช้มนต์ดับมันได้ง่ายๆ ดังใจหวัง มันจะเป็นของวิเศษได้รึไอ้โง่"
มือที่ไร้เรี่ยวเเรงและสั่นเทาของไกรทองค่อยๆ เลื่อนมาจับยอดอกสีน้ำผึ้งของตนเอง มืออีกข้างก็ปลดผ้านุ่งที่หมิ่นเหม่ออก ก่อนจะเลื่อนลงไปกอบกำความเป็นชายที่แข็งตระหง่านช้าๆ
"มึง!"
ชาละวันรีบหันหน้าหนีก่อนจะเห็นอะไรที่เขาไม่อยากเห็น หัวใจดวงหนาที่ไม่ได้เต้นแรงจากความตื่นเต้นในเรื่องอย่างว่ามาพักใหญ่ก็เต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมาจากอก
"อือ.....อื้ออออ"
เสียงอื้ออึงจากคนด้านหลังทำให้ชาละวันต้องข่มตาลงแน่น เสียงความกระสันของบุรุษรูปงามที่หวานปานน้ำผึ้งเดือนห้า จะไม่น่าฟังได้อย่างไร แต่ใจของพญาชาละวันก็จะไม่ทำผิดประเพณีเช่นกัน หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรเขาก็จะไม่ยอมหลับนอนกับเพศชายเฉกเช่นเดียวกันเป็นแน่
"มึงออกไป..."
เสียงสั่นของไกรทองทำให้ชาละวันยืนขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะไปยังห้องอาบน้ำของตนเองพลางกัดฟันแน่น
ดวงตาสีทองวาวได้แต่มองผนังห้องอาบน้ำนิ่ง หัวใจดวงโตเต้นถี่ เมื่อกามารมณ์ถูกปลุกขึ้นจากลูกแก้วกำหนัด
ตาคมเลื่อนไปมองพื้นที่มีเศษลูกแก้ววิเศษที่แตกเป็นเสี่ยงๆ ลูกแก้ววิเศษที่เขานำมาเพื่อเพิ่มความหรรสาแก่การร่วมรักกับเลื่อมลายวรรณและวิมาลาเมียทั้งสอง บัดนี้โดนมนุษย์อย่างไกรทองทำแตกไม่เหลือชิ้นดีเสียแล้ว
"ฟู่ว...."
ชาละวันเป่าลมออกจากปากอย่างพยายามใจเย็น แกนกายความเป็นชายที่เริ่มแข็งตัวขึ้นช้าๆ บวกกับสมองที่ดันไปจำภาพคนที่นอนทุรนทุรายอยู่บนแคร่และน้ำเสียงหวานกระเส่า ยิ่งทำให้ไรเหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้าและลำตัวขาวผ่องอย่างห้ามไม่ได้
"ไอ้มนุษย์หน้าโง่เอ้ย!"
ชาละวันทำอะไรไม่ได้ นอกจากกัดฟันพร้อมกับก่นด่าคนที่ทำให้จิตใจเขาต้องโคลงเคลงเพราะกามอารมณ์อย่างห้ามไม่อยู่
มือหนาค่อยๆเลื่อนลงไปยังโจงกระเบนสีทอง ก่อนจะค่อยๆปลดออกจนไปกองอยู่ที่ปลายเท้า เผยให้เห็นแกนขาวลำอวบหนาที่มีเส้นเอ็นปูดโปนอยู่รอบๆแกน
ส่วนหัวที่มีสีชมพูนั้นมีน้ำใสๆปริ่มออกมาจากรูเล็กๆปลายแกนเล็กน้อย แกนลำอวบหนาของชาละวันกระตุกเบาๆอย่างต้องการการปลดปล่อย"ให้ตายสิวะ!"
ชาละวันมองแกนกายของตนเองพลางสบถอย่างหัวเสีย มนต์จากลูกแก้ววิเศษเริ่มทำให้ร่างกายของเขามีความต้องการในกามยิ่งกว่าครั้งไหน
ในยามปกติแล้วเขาจะใช้มันเพียงเล็กน้อย แต่พอลูกแก้วแตกแบบนี้กลับทำให้อารมณ์ของเขานั้นมีความต้องการกว่าเดิมอยู่มากจนร่างกายปวดรัดไปหมดฝ่ามือใหญ่ค่อยๆกอบกำรอบแกนสีขาวอวบของตนเองแน่น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเหลืออีกสามข้อนิ้วเห็นจะได้ ถึงจะกำรอบแกนลำอวบที่มีน้ำสีใสๆที่ปลายแกนนี้ไว้ได้
"อา..."
ความกระสันจากอุ้งมือตนเองเมื่อเริ่มขยับไปมาช้าๆอย่างรัดแน่น กลับไม่ได้ทำให้รู้สึกดีได้แม้แต่ครึ่งเดียวเมื่อเทียบกับมือเล็กๆ หรืออุ้งปากร้อนๆของวิมาลาและเลื่อมลายวรรณผู้เป็นเมีย
"อืมม......"
ความต้องการที่พุ่งทะยานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน บวกกับอุ้งมือของตนเองที่ไม่สามารถบรรเทาความอยากที่กำลังทำให้เลือดในกายสูบฉีดจนแทบลมจับได้ ทำให้ชาละวันเริ่มปวดขมับอย่างแรง
"หัวข้า"
มือหนาอีกข้างยกขึ้นจับขมับตนเองไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างก็ละจากแกนอวบไปยันกับตุ่มด้านข้างเพื่อพยุงตัวเองไม่ให้ล้มลงไปกับพื้นพรึ่บ!เสียงเถาไม้เลื้อยที่ถูกแหวกออกทำให้ตาสีทองวาวรีบตวัดไปมองทันที แต่ชาละวันก็ต้องตกใจเมื่อเห็นคนที่เอามือจับเถาไม้ทั้งสองมือไว้แน่น ใบหน้างามแดงฉ่า ลำตัวสีน้ำผึ้งเปลือยเปล่าโดยมีแกนกายที่ตั้งตระหง่านชี้ตรงมาทางเขา"ช่วยกูด้วย..."เสียงที่แหบพร่าและตาที่แทบจะปิดอยู่รอมร่อทำให้ชาละวันพูดอะไรไม่ออก กายของบุรุษนั้นงดงามน่ามองถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน ตาสีทองวาวเหมือนกับโลมเลียลำตัวที่มันวาวไปด้วยเหงื่อยังไงอย่างนั้น ขาของไกรทองที่กำลังหนีบเข้าหากันด้วยความอยากยิ่งทำให้ชาละวันใจเต้นระรัว"ช่วย....."ไกรทองที่พูดแทบจะไม่เป็นประโยครีบปล่อยมือจากเถาไม้เลื่อย ก่อนจะเดินสะเปะสะปะไปหาคนที่ยืนนิ่งมองตนเองด้วยดวงตาที่ไม่กระพริบ"ช่วยกูด้วย"ไกรทองนั่งคุกเข่าลงบนพื้นถ้ำที่มีเศษแก้วจากลูกแก้วกำหนัดตกแตกอยู่อย่างไม่สนใจความเจ็บจากเข่า มือสั่นเทาที่เต็มไปด้วยความต้องการค่อยๆยกขึ้นและวางลงที่สีข้างสะโพกทั้งสองข้างของคนที่ยืนอยู่ นัยตาสีดำขลับมองแกนสีขาวลำอาบที่มีน้ำ
เปลือกตาหนาค่อยๆ เปิดออก ก่อนที่ชาละวันจะค่อยๆ ยันตัวเองขึ้นช้าๆ นัยตาสีทองวาวหันไปมองคนที่นอนพร้อมกับกรนเบาๆ อย่างสบายใจ จนชาละวันได้แต่ส่ายหน้าพลางยิ้มเล็กๆ"ยังนอนลงอีกหรือวะ""อือออ..."เสียงอื้ออึงในลำคอทำให้ชาละวันเลิกคิ้ว ก่อนจะจ้องคนที่กางแขนบิดไปมาบนแคร่ทองไกรทองที่พึ่งลืมตาขึ้นด้วยความงัวเงียก็ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะหันมามองชาละวันด้วยเปลือกตาที่จะปิดรอมร่อ"คิดออกหรือยัง"ไกรทองพยักหน้าไปมา ก่อนจะจัดแจงท่านั่งตนเอง และขยี้ตาไปมา"กูคิดออกแล้ว หากกูขึ้นไปบนบกได้แล้ว มึงจงลอยตัวอยู่ริมตลิ่ง กูจะลูบคลำตัวของมึงให้ชาวบ้านดู"ชาละวันฟังเสียงงัวเงียของคนตรงหน้า ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ และถามต่อ"แล้วมึงจักบอกกับชาวบ้านว่าอย่างไร""กูจักบอกว่าได้นิมิตรจากบรรพบุรุษ"ถึงแม้จะฟังดูไม่ค่อยเข้าท่า แต่ชาละวันก็จะลองเสี่ยงดูก็แล้วกัน ทั้งมนุษย์รูปงามตรงหน้าก็ดูเป็นคนมีวาทศิลป์อยู่ไม่น้อย"งั้นวันรุ่งกูจะพามึงขึ้นฝั่งก็แล้วกัน""กูเหนียวตัว อยากอาบน้ำอาบท่า"ชาละวันเลิกคิ้ว ก่อนจะผายมือไปด้านในช่องเล็กๆ ที่ด้านในมีที่อาบน้ำอยู่"ไปอาบตรงนั้น เดี๋ยวกูจะหาผ้าให้นุ่ง"ไกรทองพยักหน้าหงึกหง
"อย่าเข้ามานะโว้ย!"ชาละวันที่ลำตัวโดนถาดที่ขว้างมาอย่างแรงฟาดเข้าสีข้างอย่างจัง คิ้วขมวดหน้าถมึงด้วยความโกรธ ก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไปหาคนที่ลุกลี้ลุกลนหาทางหนีทีไร่ตาเท่าไข่ห่าน"บอกว่าอย่าเข้ามาไงวะ! มึงหูหนวกรึ!""มึงอยากให้กูจับมึงแก้ผ้าแล้วหักแขนหักขามึงกินใช่หรือไม่""ไอ้จระเข้ยักษ์วิตถาร!""มึงจักแหกปากไปกระไรเล่า มนุษย์ที่คิดจักมาฆ่ากูเยี่ยงมึง กูไม่จับกินก็บุญหัวมึงเพียงไหนแล้ว""หากมึงจะทำระยำกับกูเช่นนี้ มึงก็กินกูเสีย!""รั้นนักนะมึง หรือมึงอยากให้กูใช้มนตราอาคมกับมึงนักวะไอ้มือปราบจระเข้""เอาสิวะ! กูจะคอยดูว่ามนต์ตราอาคมมึงกับกู ผู้ใดจะวิชาเก่งกล้ากว่ากัน!""งั้นหากกูแพ้ กูจักยอมปล่อยมึงขึ้นไป แต่หากมึงแพ้ มึงต้องฟังคำสั่งของกู""มึงเตรียมตัวแพ้ได้เลยไอ้จระเข้วิตถาร!"อีกไม่กี่ก้าว มนุษย์จระเข้ก็จะถึงตัวไกรทองเสียแล้ว เมื่อไม่มีทางหนีทีไร่ก็จนหนทาง นอกจากจะตั้งการ์ด ยกหมัดลุ่นๆ ขึ้นมา ฝีเท้าของชาละวันหยุดลง ก่อนที่ตาคมจะจ้องคนตรงหน้าที่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าวนิ่ง ฤทธิ์เยอะเสียเหลือเกินนะอ้ายมนุษย์ปากเก่งแต่ยังไม่ทันที่จะได้จัดการมนุษย์รูปงามตรงหน้า ใบหน้าคมของชาละวันก
เรียวขางามหยุดเดิน ก่อนไกรทองจะพูดนิ่งๆ"เอาไว้ฉันปราบไอ้จระเข้ได้แล้ว เรามาคุยเรื่องของเรากันนะจ้ะ" ตะเภาทองเม้มปากแน่น หัวใจที่เหี่ยวเฉาก็กลายกลับเหมือนมีดอกไม้ค่อยๆ เบ่งบานอยู่ในใจ แต่ความรู้สึกผิดต่อผู้เป็นน้องก็มีอยู่เต็มอก ทำให้ตะเภาทองเลือกที่จะเดินหนีไปเพียงเท่านั้นไกรทองที่พออ่านสถานการณ์ออกก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะตนเองนั้นก็ชอบพอทั้งตะเภาแก้วและตะเภาทอง หากจะให้เลือก ไกรทองคงไม่สามารถเลือกใครคนใดคนหนึ่งได้"พี่ไกรทองจ้ะ" ไกรทองหันหลังไปมองตะเภาแก้วที่ยืนยิ้มอยู่ทางด้านหลัง ก่อนจะยิ้มตอบ จนตะเภาแก้วแก้มแดงด้วยความเขินอาย"ฉันเอาขนมต้มมาให้จ้ะ กินเยอะๆ พรุ่งนี้จะได้มีแรงปราบพวกจระเข้" ไกรทองยื่นมือรับขนมต้มมาไว้ในมือ ก่อนจะยิ้มกว้างและมองใบหน้าสวยที่เคอะเขินเขาจนไม่กล้ามองสบตา"ขอบใจนะจ้ะแม่ตะเภาแก้ว" ว่าจบตะเภาแก้วก็หันหลังเดินหนีไปด้วยความเขินอาย ปล่อยไว้เพียงไกรทองที่ในหัวใจกลับมีแต่ความรู้สึกผิดและคิดว่าตนเองเห็นแก่ตัว คิดจะจับปลาสองมือ แม้ในยุคนี้การมีเมียหลายๆ คนจะเป็นเรื่องธรรมดา แต่ไกรทองก็ไม่อยากให้ผู้หญิงคนไหนต้องมาเสียน้ำตาเพ
- รุ่งเช้าของอีกวัน"ตื่นแต่เช้าเชียวนะไอ้ไกร"พระพิจิตรที่สีขี้ตาลงมาแต่บนบ้าน เห็นไกรทองกำลังฝึกดาบอยู่ก็ทักท้วง ไกรทองจึงหันมามอง ก่อนจะเห็นตะเภาแก้วและตะเภาทองอยู่ด้านพลังพระพิจิตรผู้เป็นพ่อ'งามอีกแล้วหนาแม่'คิดในใจเสร็จ ไกรทองก็ส่งยิ้มหวานให้หญิงงาม ก่อนจะพยักหน้าให้พระพิจิตรด้วยรอยยิ้ม"จ้ะ เห็นทีงานนี้ต้องเตรียมตัวให้ดีกว่าที่เคยจ้ะพ่อผู้ใหญ่""เอ้าๆ พักก่อนๆ มากินข้าวกินปลากันเสียก่อน จะได้มีกำลังฝึกซ้อม"พระพิจิตรเดินลงไปยังชานบ้าน ก่อนนจะนั่งลงบนแคร่ไม้ใหญ่ ตามด้วยตะเภาแก้วและตะเภาทอง ส่วนไกรทองที่เดิมตามมาก็ค่อยๆ นั่งลงบนแคร่ไม้ช้าๆ"ให้ฉันไปอาบน้ำอาบท่าก่อนไหมจ้ะพ่อผู้ใหญ่"ตาคมสวยของตะเภาแก้วและตะเพราทองมองเนื้อตัวที่มีมัดกล้ามและเหงื่อที่ชุ่มไปทั้งตัวจนเนื้อตัวของไกรทองวาววับ พลางเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะรีบหันไปคนละทิศละทาง เมื่อสายตาคมของไกรทองหันมามองพอดิบพอดี"ไม่เป็นไรๆ ข้าไม่ถือ"ว่าจบทั้งสี่คนก็กินอาหารกันเงียบๆ ในตอนเช้าตรู่ ก่อนที่ไกรทองจะขอตัวไปฝึกซ้อมวิชาดาบต่อ"พักดื่มน้ำก่อนเถอะจ้ะ"เสียงหวานปานน้ำผึ้งเดือน 5 ทำให้ไกรทองต้องรีบหยุดฝีดาบที่กำลังกวัดแก่งอยู่ แล
"พี่ชาละวัน เรียกหาน้องหรือจ้ะ"ร่างงามในชุดสีเขียวและเครื่องประดับสีทองงามย่างกรายเข้ามาใน 'ถ้ำแก้ววิเศษ' โปรยยิ้มหวานให้กับชาละวันที่นั่งอยู่บนตั่งทอง"วิมาลา มานั่งนี่มา"มือหนาของผู้เป็นผัวอย่าง 'ชาละวัน' ตบไปที่ตักของตนเองด้วยรอยยิ้มร้าย ก่อนที่วิมาลาจะค่อยๆ เดินย่างกรายเข้าไปหาและค่อยๆ นั่งลงบนตักของชาละวันอย่างเหนียมอาย"เมียพี่ช่างงามเสียจริง"นิ้วเรียวยาวค่อยๆ ไล้ไปตามพวงแก้มสีชมพูของผู้เป็นเมีย มืออีกข้าวก็กอดเอวคอดให้ขยับเข้ามาแนบอกหนาด้วยความเจ้าเล่ห์"เอาอีกแล้วนะจ้ะพี่ชาละวัน"พวงแก้มขึ้นสีระเรื่ออย่างเหนียมอาย ผัวของนางนั้นเจ้าเล่ห์ ทำให้นางหลงเสน่ห์เช้าจรดเย็นไม่เคยเว้นวัน"พี่ชาละวันจ้ะ"ร่างงามในชุดสีเหลืองเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าสองร่างที่กำลังคลอเคลียกันอยู่ มือเล็กกำเข้าหากันแน่นด้วยความร้อนลุ่มริษยาในหัวใจ"เลื่อมลายวรรณ เจ้าไม่เห็นหรอกรึ ว่าเจ้าพี่เรียกหาข้า เจ้าเสนอหน้ามาที่นี่ทำไม"วิมาลาไม่พอใจ ตะคอกหญิงงามที่ยืนอยู่ด้านหน้าตนเองและผู้เป็นผัวอย่างโกรธา"น้องขอโทษนะจ้ะพี่ชาละวัน น้องคิดว่าเรื่องนี้สำคัญมาก คงจักรอให้พี่วิมาลาออกไปก่อนและค่อยมาแจ้งไม่ได้"'เลื







