ภรรยาห้าอีแปะ의 모든 챕터: 챕터 161 - 챕터 170

187 챕터

บทที่ 160

องค์ชายสามรีบปราดเข้ามาประคองเจ้าบ่าวหมาดๆ เอาไว้ น้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนยิ่ง“ให้ข้าได้ประคองพี่จือหลินไปส่งเถอะ” หลี่เจี๋ยประคองร่างสูงโปร่งของหลี่จือหลินเอาไว้แล้วเดินออกจากห้องโถงไปตามทางเดิน ก่อนจะออกจากห้องก็หันหน้าไปหาบ่าวคนสนิทของตนแวบหนึ่ง ครั้นเห็นว่าเขาพยักหน้าแล้วหายไปในฝูงชนก็ประคองหลี่จือหลิน ออกเดินไปอย่างช้าๆ ไปตามทางเดินที่ทอดอยู่ในสวนอันเงียบสงบ ทางเดินในสวนยามนี้ล้วนตกแต่งด้วยเสาโคมไฟที่แขวนโคมแดงเอาไว้ ดูงดงามเป็นสิริมงคลเป็นอย่างยิ่ง “พี่จือหลินจากไปสนามรบไม่ได้กลับมาเมืองหลวงบ้างเลย ข้าเองอยากสนิทสนมกับพี่จือหลินมานานแล้ว” องค์ชายสาม หลี่เจี๋ย เอ่ยปากอย่างเชื่องช้า พลางหัวเราะในลำคอ “วันนี้ถือว่าสบโอกาส ขอข้าทำหน้าที่น้องชายอารักขาพี่จือหลินไปที่ห้องหอ ระหว่างทางเราจะได้คุยกันให้มากหน่อย” แม้ว่าใบหน้าจะแย้มยิ้ม ทว่าในใจหลี่เจี๋ยกลับคั่งแค้นเหลือจะกล่าวเดิมเขาเองควรจะได้ตบแต่งกับโฉมงามยอดเมธีในปีนี้...เฉินเซียงหรงช่างงดงามและเปี่ยมด้วยความสามารถชวนให้ผู้อื่นชื่นชมยิ่งนัก ทว่านางกลับมีเจ้าของอยู่ก่อนแล้ว เสด็จแม่ของเขา
더 보기

บทที่ 161

“แน่นอน ใครจะดีใจที่เจ้าบ่าวเมามายเสียหมดสภาพทั้งที่เป็นวันเข้าหอวันแรกเล่า” องค์ชายสามยืนยันหนักแน่น สองมือประคองเจ้าบ่าวมุ่งหน้าไปทางห้องพักแขก หางตาก็คอยเหลือบมองเฉินเหม่ยลี่เป็นระยะเมื่อเห็นชายกระโปรงสีอ่อนของเฉินเหม่ยลี่ รู้ว่านางยังคงลอบเดินตามมาห่างๆ และคิดว่าเขามองไม่เห็น องค์ชายสามหลี่เจี๋ยก็ได้แต่นึกขันในอกโง่เง่ายิ่งนัก!สตรีผู้นี้โง่เง่าถึงเพียงนี้ได้อย่างไรนะ...นางไม่คิดหรืออย่างไรว่าหูตาของตำหนักจวิ้นหวังมีมากมายเพียงใด เป็นเพียงลูกอนุที่ตระกูลมารดากำลังตกต่ำย่ำแย่ผู้หนึ่งของจวนกั๋วกง กลับต้องการเข้าหาจ๋างจื่อของตำหนักจวิ้นหวังในวันสมรส ใช่รนหาที่ตายหรือไม่?แต่ช่างเถิด... หลี่เจี๋ยลอบยิ้มกับตนเองในเมื่อนางกับเขาต่างก็มี ‘เป้าหมายเดียวกัน’ อำนวยความสะดวกให้นางสักหน่อยจะเป็นไร…องค์ชายสามค่อยๆ พาหลี่จือหลินเข้าไปนั่งพักบนตั่งในห้องพักแขก อันที่จริงเขาก็อยากจะส่งให้ถึงเตียงอยู่หรอก แต่จ๋างจื่อผู้นี้ไม่รู้ว่ากินอะไรเข้าไป รูปร่างก็ไม่ได้อวบอ้วน แต่กลับตัวหนักนัก!“พี่จือหลินนอนพักรอน้ำแกงสร่างเมาอยู่ที่นี่สักเดี๋ยวก็แล้วกัน”เห็นเจ้าบ่าวหมาดๆ พยักหน้าอย่างว่าง่าย องค์ชาย
더 보기

บทที่ 162

เฉินเซียงหรงที่ไม่รู้ตัวว่าตนเองถูกมาดหมายอย่างไร รับหนังสือจากมือซู่ซินแล้วเปิดอ่านต่ออย่างตื่นเต้นซู่ซินเห็นสาวใช้ที่ถูกคัดสรรมาให้นายหญิงของตนดูไม่ได้มีสันดานร้ายเร้นก็อมยิ้มอย่างมีความสุข ขณะที่เสี่ยวปาเดินไปยังประตู แล้วหันมาบอก ‘คุณหนู’ ที่เพิ่งจะกลายมาเป็น ‘นายหญิง’ ว่า “จ๋างจื่อฟูเหริน จวิ้นหวังจ๋างจื่อส่งอาหารมาให้เจ้าคะ”เซียงหรงเงยหน้าขึ้นมองขบวนอาหารที่ตรงมายังตนเอง รู้สึกหวานล้ำในอกเมื่อเห็นว่าหลี่จือหลินใส่ใจนางมากเพียงใด นางพยักหน้าเบาๆ ก่อนลุกขึ้นไปกินอาหารและขนมที่นำมาใหม่ ท้องที่มีเพียงขนมบัวลอยไม่กี่คำรองท้องของนางโหยอาหารมาตั้งแต่เช้า ทว่าความเหน็ดเหนื่อยกลับทำให้นางกินได้เพียงอย่างละนิดละหน่อยเท่านั้น ถึงอย่างนั้น นับรวมกันแล้วก็ยังมากกว่าที่นางเคยกินเป็นประจำอยู่ดีหลังอิ่มท้อง เซียงหรงก็เริ่มเปิดอ่านนิยายในมือระยะหลังมานี้ เหล่าบัณฑิตตกยากต่างหันมาแต่งนิยายขายกัน แต่ละคนความคิดสร้างสรรค์บรรเจิด เช่นนิยายในมือนางนี้เป็นเรื่องของการยืมศพคืนวิญญาณ ผู้ที่ตายอย่างอนาถกลับได้รับโอกาสจากสวรรค์ให้มาแก้แค้นทวงความยุติธรรม ช่างน่าตื่นเต้นยิ่งนัก!น่าเสียดายที่อ่านไปได้เ
더 보기

บทที่ 163

ตัวเขาได้รับคำสั่งให้คอยดูแลความเรียบร้อยในงาน ทั้งก่อนหน้านี้นายท่านยังกำชับว่าคนที่จะต้องจับตาดูให้ดี อย่าให้คลาดสายตาไปได้ ก็คือเหล่าพี่สาวน้องสาวของจ๋างจื่อฟูเหรินที่ไม่น่าจะมาดี และลางสังหรณ์ของนายท่านก็ถูกต้อง พวกนางมีเจตนาก่อกวนงานแต่งจริงๆทว่าทันทีที่ตงหยางเห็นบ่าวรินสุราสบตากับองค์ชายสาม เขาเองก็ตระหนักว่าไม่ใช่เพียงแต่พี่หญิงน้องหญิงของจ๋างจื่อฟูเหรินเท่านั้นที่มีเจตนาร้าย ผู้ที่ประสงค์ก่อกวนห้องหอกลับรวมไปถึงองค์ชายสามด้วยนับเป็นโชคร้ายขององค์ชายสามที่นายท่านของเขานั้นไหวพริบดีเยี่ยม รู้เท่าทันว่าอีกฝ่ายไม่ได้ประสงค์ดี แม้จะดื่มสุราที่เพียงแตะปลายลิ้นก็รู้ว่ามีพิษเมามายเข้าไป ก็ยังลอบแลกเปลี่ยนสายตากับเขา ตงหยางที่พกยาแก้พันโรคหมื่นพิษอยู่แล้วเพียงรอจังหวะให้คนขององค์ชายสามอยู่ห่างจากเรือนพักแห่งนี้ เร้นกายเข้ามาในห้อง แล้วส่งยาแก้พิษให้กับผู้เป็นนายเท่านั้น“แล้วคุณหนูรองสกุลเฉินเล่า” หลี่จือหลินเหลือบตามององครักษ์ของตนเอง“ตามคำสั่งของนายท่านขอรับ พวกเราเหล่าองครักษ์ล้วนเปิดทางให้นาง ตอนนี้คุณหนูรองเฉิน...ก็น่าจะกำลังเดินมาเพื่อพักผ่อนเช่นเดียวกับองค์ชายสามขอรับ”หลี่จื
더 보기

บทที่ 164

หลี่จือหลินเห็นภรรยาตัวน้อยดูอ่อนล้ายิ่งนัก จึงสั่งให้คนเอาน้ำอุ่นมาให้นางแช่เท้า แล้วเริ่มนวดเนื้อตัวให้ภรรยาตัวน้อยคลายเมื่อย จากนั้นก็ยกเก้าอี้เล็กมานั่งตรงหน้านาง ลงมือถอดรองเท้าของนางให้ด้วยตนเองเขาพบว่าเท้าของนางยังคงหลงเหลือรอยแผลจางๆ จากการพยายามช่วยชีวิตเขา พาเขาเดินทางไปยังหมู่บ้านว่อหลงอย่างยากลำบากหลี่จือหลินไม่เพียงไม่รังเกียจรอยแผลจางๆ เหล่านั้น กลับยิ่งนึกรัก ทั้งยังสงสารนางจับใจเขาพลันยกเท้านางไปแช่ในอ่าง“ท่าน! ทำอะไร?!” เซียงหรงร้องถามอย่างตกใจ “ข้าได้ยินมาว่าคนท้องมักเหน็บกินได้ง่าย ข้าเลยเตรียมน้ำอุ่นมาให้เจ้าแช่เท้า จะได้ผ่อนคลาย” เขาตอบเรียบๆ พร้อมกับวางมือบนข้อเท้าของนางนางหดขาหนีทันที“ข้าจัดการเองได้!”เมื่อครู่นางก็แค่อยากลองใจเขา จึงปล่อยให้เขาทำตามใจ ทว่าแค่ถอดรองเท้าให้ก็น่าตกใจมากอยู่แล้ว หลี่จือหลินกลับไม่ยอมหยุด ยังจะมาลงมือทำอะไรเช่นนี้ให้นางด้วยตัวเองอีก คนผู้นี้ยังจำฐานะของตนเองได้หรือไม่!หลี่จือหลินเงยหน้ามอง ดวงตาคมปลาบ“อย่าดื้อ” คำพูดเพียงไม่กี่คำ แต่กลับเปี่ยมไปด้วยอำนาจเซียงหรงทดท้อใจ ได้แต่ยอมปล่อยให้คนเอาแต่ใจนวดเท้าและน่องใ
더 보기

บทที่ 165

ยามเช้า อากาศแจ่มใสนัก ซู่ซินและเสี่ยวปาที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว คนหนึ่งถืออ่างน้ำเพื่อให้ผู้เป็นนายล้างหน้า อีกคนหนึ่งถือผ้าเนื้อนุ่มเผื่อช่วยผู้เป็นนายเช็ดเนื้อเช็ดตัว ต่างพากันเดินมาจนถึงหน้าเรือนอย่างเงียบๆแม้ตำหนักจวิ้นหวังไม่ไร้สิ้นสาวใช้ ทว่าพวกนางคือสาวใช้ที่ติดตามเจ้านายออกเรือน หน้าที่ดูแลผู้เป็นนายเช่นนี้ หากไม่ได้ทำด้วยตนเอง พวกนางก็ไม่อาจวางใจ ซู่ซินกำลังจะยกมือขึ้นเคาะ ก่อนจะชะงัก ใบหน้าแดงก่ำ แล้วถอยออกมาเงียบๆ “เป็นอะไรไปหรือพี่ซู่ซิน” เสี่ยวปาถามอย่างงุนงง “ไม่เคาะปลุกคุณหนูหรือ” “จ๋างจื่อฟูเหริน” ซู่ซินแก้คำพูดอีกฝ่าย“อ๊ะ...เผลอตัวไป”ซู่ซินอดตำหนิไม่ได้ “เรียกขานเช่นนั้น นับเป็นการลดเกียรติจ๋างจื่อฟูเหริน อย่าได้เผลอตัวเช่นนี้อีก”เห็นเสี่ยวปาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ซู่ซินก็ทอดถอนใจ ก่อนจะกล่าวต่อไป “ยังไม่ต้องหรอก...ตอนนี้...ไม่ต้องกวนจ๋างจื่อฟูเหรินกับท่านเขยจะดีที่สุด” เสี่ยวปาขมวดคิ้วมุ่น ทว่าไม่ทันถามต่อก็ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักกับเสียง “อา” คราหนึ่งดังออกมา สาวใช้น้อยพลันหูแดงก่ำ ไม่ยอมยืนใกล้ประตูอีกเลย
더 보기

บทที่ 166

ซู่ซินกับเสี่ยวปาที่ยืนรออยู่ด้านนอกได้เข้าไปปรนนิบัติผู้เป็นนายทั้งสองล้างหน้าแต่งตัวในที่สุดหลี่จือหลินถนอมคนข้างกายเหลือเกิน ไม่เพียงแต่ให้สาวใช้ทั้งสองแต่งตัวภรรยาของตนเองจากบนเตียง เขายังลงมือสวมรองเท้าให้นางด้วยตนเองด้วยซ้ำหลังจากแต่งกายเรียบร้อยดีแล้ว หลี่จือหลินก็ส่งเสียงเรียกให้ตงหยางเข้ามาองครักษ์หนุ่มเป็นผู้รู้ความ ดังนั้นจึงยืนพูดอยู่ด้านนอกฉากกั้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นสักนิด“เล่าไปเถิด วันนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่” หลังจากที่บอกสาเหตุของการเรียกตงหยางเข้ามา หลี่จือหลินก็พยักหน้าให้เขาเริ่มเล่าตงหยางนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ย“จ๋างจื่อฟูเหรินคงรู้อยู่แล้ว ตงหลินเคยรับหน้าที่เป็นองครักษ์ลับอยู่ข้างกายท่านมาก่อน วันที่เกิดเรื่อง ตงหลินเห็นซู่ซินถูกคนใจทรามกรอกยาพิษปลุกกำหนัด จึงเกิดบันดาลโทสะ จับยาที่เหลือในขวดกรอกปากโจรชั่วนั่น ก่อนจะช่วยซู่ซินที่แทบไม่เหลือสติออกมาและป้อนยาแก้พิษปลุกกำหนัดให้นาง ซู่ซินเพิ่งจะกลืนยาเข้าไป ยังไม่ได้สติดี ก็รีบบอกเรื่องจ๋างจื่อฟูเหรินขอรับ”เซียงหรงฟังแล้วอดเหลียวสบตาคนสนิทไม่ได้ซู่ซินพยักหน้ารับน้อยๆ ในดวงตาฉายแววซาบซึ้งอย่างไม่ปิดบังองครั
더 보기

บทที่ 167

เห็นเซียงหรงเศร้าสร้อย หลี่จือหลินก็ได้แต่ดึงนางมากอดไว้ ปากก็บอกว่า “คนคิดร้ายยังไงก็คิดร้ายอยู่วันยังค่ำ ทว่าคนคิดร้ายทำไม่ดี สุดท้ายกรรมก็ย่อมสนองกรรม”เซียงหรงได้แต่ถอนหายใจ ก่อนนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่นางได้ยินเสียงของสตรีที่ฟังคล้ายเสียงพี่หญิงรองของตนยิ่งนัก จึงอดถามไม่ได้“เมื่อครู่นี้...พี่หญิงรอง...”ยิ่งคิด นางก็ยิ่งกังวลเซียงหรงขยับตัวจะลุกขึ้นแต่กลับหน้ามืดเสียก่อน หลี่จือหลินที่อยู่ด้านข้างรีบประคองภรรยาอย่างเบามือ ก่อนปรามเสียงนุ่ม “ทำอะไรเชื่องช้าระมัดระวังหน่อยเถิด ยามนี้เจ้าไม่ใช่ตัวคนเดียวแล้ว อย่าทำให้ข้าตกใจบ่อยนัก”ไม่พูดเปล่า หลี่จือหลินช้อนอุ้มภรรยา พาก้าวเดินออกจากห้อง ไม่สนใจสายตาขององครักษ์และบ่าวไพร่ที่เมียงมองมาสักนิด ปากก็บอกอย่างอ่อนใจ “พวกเราไปดู ‘เรื่องตื่นเต้น’ เช่นนี้ก็แล้วกัน”เมื่อไปถึงห้องพักแขกของตำหนักจวิ้นหวัง ก็พบว่างิ้วโรง ณ ที่นั่นกำลังออกรสบ่าวรับใช้ที่ยืนเต็มห้องพักแขกต่างมีสีหน้าเรียบเฉย แต่สาวใช้น้อยบางคนกลับไม่อาจปิดบังประกายอยากรู้อยากเห็นในดวงตาเอาไว้ได้ในห้องด้านในยังคงอวลไปด้วยกลิ่นราคะคาวคลุ้ง มีเศษแจกันและป้านชาที่วางอยู่บนโต๊ะกล
더 보기

บทที่ 168

“...ทำประการใด...” องค์ชายสามทวนคำหน้าดำคร่ำเครียด พึมพำเสียงต่ำ “สตรีแพศยาที่เสื่อมเสียเช่นนาง จะยังต้องการการรับผิดชอบอะไรอีก!”เฉินเหม่ยลี่ตกตะลึง ใบหน้าเผยแววเจ็บปวดลึกล้ำ“องค์ชาย...เมื่อคืนท่านไม่ได้พูดเช่นนี้!”องค์ชายสามตวาดทันควัน “ทั้งหมดเพราะเจ้าวางยาอะไรกับข้าต่างหาก!”“จะมียาที่ใด!” เฉินเหม่ยลี่แทบจะหวีดร้องออกมา “ต่อให้มียาจริง แล้วครั้งที่สอง ครั้งที่สาม และครั้งที่สี่เล่า! ก่อนหน้านี้ข้าหมดสติไปแล้วด้วยซ้ำ แต่ท่านก็ยัง...!!!” ถ้อยคำทั้งหมดพลันติดอยู่ในลำคอ แม้ว่าเรื่องทุกอย่างจะมาถึงขั้นนี้แล้ว ทว่าเฉินเหม่ยลี่ก็ยังไม่หน้าหนาพอจะกล่าวต่อเซียงหรงมองบุรุษที่ปัดความรับผิดชอบอย่างหน้าไม่อายด้วยสายตาเย็นชา “องค์ชายสาม ไม่ว่าท่านจะพูดเช่นไรก็ตาม แต่ท่านกับพี่หญิงรอง...พี่หญิงรองมิใช่สตรีที่ใครจะมาดูหมิ่นหยาบหยามอย่างไรก็ได้ จะอย่างไรนางก็เป็นคุณหนูผู้หนึ่งของจวนเฉินกั๋วกง หากท่านยังคงยืนกรานเช่นนี้...” เซียงหรง กลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ทว่าน้ำเสียงที่เอ่ยยังคงเยือกเย็น “เห็นทีคงต้องรบกวนให้หวงโฮ่วทรงตัดสินพระทัย”หลี่จือหลินได้ยินภรรยาตัวน้อยพูดดังนั้นก็เอ่ยสนับสนุนทันที “จ
더 보기

บทที่ 169

เห็นเซียงหรงใบหน้าแดงก่ำ จวิ้นหวังและจวิ้นหวังเฟย รวมถึงทุกคนในสกุลต่างหัวเราะอย่างเอื้อเอ็นดู“อย่ารังแก้สะใภ้แม่นักเลย” จวิ้นหวังเฟยดุลูกชาย ก่อนกุมมือลูกสะใภ้ “ในเมื่อพวกเจ้าแต่งงานกันเช่นนี้แล้ว กำไลหยกนั้น สมควรนำออกสวมได้แล้วกระมัง”“เจ้าค่ะ ต่อไปข้าจะสวม”“เช่นนั้นข้าก็สมควรสวมไว้ด้วย” หลี่จือหลินว่า ดวงตามุ่งมั่นจวิ้นหวังเฟยพลันหัวเราะขึ้นทันที “ท่านแม่ทัพของพวกเราจะสวมกำไลข้อมือหรือ”“เทียนจินเราไม่มีกฎหมายข้อใด ห้ามไม่ให้บุรุษสวมกำไลข้อมือไม่ใช่หรือ”“ถูกแล้ว!” จวิ้นหวังรับคำบุตรชายก่อนจะหัวเราะร่วน พึงพอใจเป็นอย่างยิ่งในที่สุดยามนี้เขาก็สามารถดูแลบุตรสาวของน้องสาวที่น่าสงสาร มอบชีวิตที่มีเกียรติและสุขสบายให้นางไปชั่วชีวิต...เท่านี้เมื่อลงไปยังปรโลก เขาก็สามารถสู้หน้าน้องสาวเพียงคนเดียวของตนเองได้แล้วจวิ้นหวังไม่ลืมกำชับ “จือหลิน ดูแลหรงเอ๋อร์ให้ดีๆ อย่าทำให้นางเสียใจ”“ขอรับ ข้าจะรักถนอมปกป้องหรงเอ๋อร์ ไม่ให้นางต้องทุกข์ร้อนใจลำบากกายแม้แต่นิดเดียวอีกแล้ว”“ ‘อีกแล้ว’ งั้นรึ?” จวิ้นหวังพลันเอะใจ “เคยทำให้นางลำบากงั้นรึ?!”เซียงหรงรีบกล่าวแก้ “ล้วนเป็นเหตุสุดวิสัยเจ้าค่ะ
더 보기
이전
1
...
141516171819
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status