All Chapters of ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [นางร้าย]: Chapter 1 - Chapter 10

31 Chapters

1. บทนำ

บทนำ…ณ เรือนนอกเมืองใกล้กับวัดใหญ่หลงซานชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังยืนหันรีหันขวางราวกับรอใครบางคนอยู่ ไม่นานนักใบหน้าเขาก็เผยให้เห็นรอยยิ้ม เมื่อร่างอรชรของสตรีที่ตนรอคอยโผล่ออกมาจากชายป่า เขาจึงรีบตรงเข้าไปหา“ตันหยงเจ้ามาเสียที รู้หรือไม่พี่คิดถึงเจ้านัก” คำหวานถูกกล่าวออกมาทันใด พร้อมกันนั้นเขาก็จูงมือนางให้เดินมาที่หน้าเรือน ก่อนจะยื่นน้ำส่งให้หญิงสาวดับกระหาย“ข้าก็คิดถึงพี่ มิเช่นนั้นไม่รีบออกมาหาท่านพี่อี้หรอกเจ้าค่ะ” หญิงสาวกล่าวพร้อมกับซับเหงื่อบนใบหน้าของตน เพราะนางบุกป่าฝ่าดงเพื่อตรงมาหาเขาที่นี่ โดยไม่ยอมหยุดพักเลยสักนิด“จริงหรือ เจ้าทำพี่ดีใจรู้หรือไม่” ชายหนุ่มเผยยิ้มชอบใจ ก่อนจะโน้มหน้ามาใกล้เพื่อจุมพิตแก้มเนียน และหญิงสาวก็ไม่ปฏิเสธเขาเลยสักนิด เมื่อเห็นนางไม่ทักท้วง เหวินอี้จึงโน้มตัวลงมาช้อนอุ้มร่างอรชรขึ้น เพื่อหานางเข้าด้านใน“พวกเจ้าออกไปเฝ้าไกล ๆ หน่อย” ยกยิ้มใส่คนของตนแล้วก็พาสตรีในอ้อมกอดเข้าเรือนไปหาความสุขด้านใน “ข้าอิจฉาคุณชายนัก มีสตรีงามมาทอดกายให้ถึงที่เชียว”“ไม่ใช่แค่งาม แต่นางยังเป็นถึงบุตรสาวท่านโหราจารย์ด้วย”“จริงหรือ? แล้วเห
Read more

2.เย้ยหยัน

ในยุคโบราณนั้นจารีตประเพณีถือเป็นเรื่องเคร่งครัดมาก สตรีต้องอยู่ในข้อห้าม ‘สี่จรรยา สามคล้อยตาม' จึงจะถือเป็นสตรีที่ควรค่าแก่การแต่งเข้ามาครองเรือนทว่า… เจ้าสาวที่กำลังแต่งเข้าจวนโหวผู้นี้ กลับมิได้เป็นที่ปรารถนาของสกุลฟู่แม้แต่น้อย สำหรับพวกเขานางคือตัวอัปมงคลที่น่ารังเกียจ ไม่คู่ควรเหยียบย่างเข้ามาด้วยซ้ำเมื่อถึงเวลาทำพิธี เสียงซุบซิบนินทาจึงแว่วมาให้ได้ยินเจ้าบ่าวกำมือแน่น แก้มสากขึ้นเป็นสันนูน หากวันนี้ไม่มีนางกำนัลคนสนิทของไทเฮาอยู่ด้วย มีหรือเขาจะยอมเข้าพิธีส่วนเจ้าสาว ยังคงยืนนิ่งไม่มีท่าทางตื่นตระหนก แม้รอบตัวจะเต็มไปด้วยคำนินทาว่าร้ายขั้นรุนแรงถึงกระนั้นนางก็ไม่ได้หวั่นอันใด…เมื่อเวลาผ่านไป เป็นยามที่ทั้งคู่ต้องคำนับกัน เจ้าสาวก็ทำตามโดยไม่อิดออด ทว่าเจ้าบ่าวนั้นยังคงยืนนิ่งอยู่ และเขาก็จ้องนางด้วยนัยต์ตาคมดุ อย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ“ท่านโหวคำนับ” เสียงนางกำนัลไทเฮาเอ่ยเตือนฟู่อินโหววัยสามสิบสองจึงต้องโค้งลงตามธรรมเนียม ทว่าเขาไม่ได้เต็มใจเลยสักนิด เขาเกลียดชังสตรีตรงหน้าเป็นที่สุด“ส่งตัวเจ้าสาวเข้าห้องหอ” เสียงแม่สื่อประกาศลั่น ร่างอรชรสูงแค
Read more

3.ของกำนัลจากเบื้องบน

นางรำผู้นี้ขยับข้อเท้าที่สวมใส่กระดิ่งอย่างแช่มช้าอ่อนช้อย อาภรณ์สีแดงสดแนบเนื้อพลิ้วไหวตามการเคลื่อนตัวของเรือนกาย มันงดงามราวกับเปลวเพลิงที่กำลังหลอกล่อแมลงใบหน้างามยังคงเรียบเฉย ไม่ยิ้มแย้มเพื่อเชิญชวนคนดู ดวงตากลมโตคมดุเยือกเย็นไร้ซึ่งการหยอกล้อเฉกเช่นนางรำทั่วไป ทว่าทุกฝีก้าวกลับมีแรงดึงดูดอย่างประหลาด ทั้งนุ่มนวลและหนักแน่น ยามเสียงดนตรีเริ่มหนักขึ้น นางก็ยกแขนทั้งสองขึ้นเหนือศีรษะ นิ้วเรียวขยับอ่อนช้อย ท่วงท่าเชื่องช้าดั่งสายธาร ทว่าเต็มไปด้วยพลังที่บดบังไม่ให้ใครละสายตาได้พอบทเพลงเปลี่ยนจังหวะ เรือนกายอ่อนนุ่มก็เคลื่อนไหวรวดเร็วเฉียบคม ปลายผ้าคล้ายเปลวไฟพุ่งออกพร้อมฝีเท้าที่หมุนวนไปทั่วพื้นที่กว้างในห้องรับรองเหล่าบุรุษในห้องต่างก็พากันมองอย่างไม่ละสายตา บางคนแทบจะลืมหายใจไปก็มี เพราะสตรีนางนี้ทั้งงามและยั่วยวนนัก แม้ไม่ยิ้มทว่าสีหน้าและแววตากลับดึงดูดได้ดียิ่งร่างกายของนางเปรียบดังสายน้ำ มือที่ชูขึ้นนั้นดูอ่อนโยนราวกับผ้าไหมที่พัดปลิว แต่เมื่อใดที่นางขยับตัวรวดเร็วกลับดูแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า ซึ่งมันสร้างความตื่นตะลึงได้ดียิ่ง แม้แต่เจ้าของงานยังนั่งน
Read more

4.ชี้โพรงให้คนชั่ว

องครักษ์เกราะดำเหลืออดเต็มที เพราะสหายตนถูกหยามซึ่งหน้า ต่อจากนั้นเขาก็ลุกพรวดขึ้น หมายจะไปจัดการกลุ่มคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามกันเสีย ทว่ามือเรียวของสหายกลับรั้งไว้“นั่งลง ใครอยากกล่าวอันใดก็ปล่อยมัน” อินหลางเอ่ยเสียงเรียบ แววตาเขายังคงนิ่งจนคนรอบข้างอ่านไม่ออก“เจ้าจะปล่อยให้มันเหยียดหยามเช่นนี้หรือ ดูท่าทางพวกมันเถิด ไม่มีสะทกสะท้านอันใดเลย” ตงไห่รีบเตือน ทว่าสหายกลับกล่าวในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความต้องการของพวกเขา “ข้าอยากรู้ความจริง ในเมื่อบุรุษในที่นี้ต่างก็บอกว่าเคยหลับนอนกับภรรยาข้า เช่นนั้นพวกเจ้าก็ทำให้ข้ากระจ่างใจทีเถิด นางชั่วช้าเลวทรามอย่างนั้นจริงหรือ” อินหลางเปล่งเสียงดังพอให้คนในห้องได้ยินทั่วกัน และไม่เพียงแต่แขกในห้องนี้เท่านั้นที่สนใจ ยังมีแขกผู้ใหญ่หลายคนเดินเข้ามาสมทบอีก“ฮ่าฮ่า นี่ท่านโหวเป็นคนร้องขอเองนะ หากพูดไปแล้วอย่ามาว่าพวกข้าทีหลังก็แล้วกัน” เหวินอี้เอ่ยอย่างกระหยิ่มใจ“ใช่ ข้าร้องขอเจ้าเอง” อินหลางยังคงยืนยันคำเดิม“ดี! เช่นนั้นข้าก็จะเริ่มแล้วนะ” เหวินอี้ยังคงเรียบเคียงทำทีหยั่งเชิง ทว่าบุรุษผู้น่าเกรงขามก็ยังนั่งนิ่งเช่นเคย ‘หึห
Read more

5.อับอาย

อารมณ์คุกรุ่นของบุรุษคู่แค้นยังคงปะทุ รอเวลาจัดการอีกฝ่ายอย่างที่ใจหมายมั่น ทว่าสตรีตัวน้อยที่นั่งนิ่งอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง กลับทอดถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย‘เห้อ! ตกลงอีตาโหวนี่เป็นพระเอกแน่เหรอ ปากว่ามือถึงขนาดนี้ ทำไมมันไม่ค่อยเหมือนเนื้อเรื่องที่อ่านมาเลย ปกติเขาต้องรักนวลสงวนตัว ไม่แตะต้องสตรีไม่ใช่เหรอ ถึงจะรู้แล้วว่าเราเป็นใคร เขาก็ไม่น่า… จูบเราต่อหน้าผู้คนนี่’ นึกแล้วแก้มเนียนใสก็ขึ้นสีเรื่อ โดยเฉพาะจมูกนางมันแดงอย่างกับลูกตำลึงเชียวดีที่ก้มหน้าอยู่ ฟู่อินโหวจึงมองไม่เห็นแต่ก่อนที่นางจะได้คิดไปไกลจนวุ่นวายใจ ใครคนหนึ่งก็กล่าวขึ้น ทำให้ทุกคนต้องหันไปยังที่มาของเสียงทันที“นี่ใช่หรือไม่ มู่ตันหยงที่พวกเจ้าพูดถึง” เสียงทุ้มเย็นกล่าวขึ้น ก่อนจะดันร่างอรชรของสตรีนางหนึ่งมาที่กลางห้อง“ใช่ ๆ นางนี่แหละ มู่ตันหยงที่ข้าเคยหลับนอนด้วย ว่าแต่ทำไมหน้าตานางดูอิดโรยอย่างกับคนทำงานหนักเลย”ชายหนุ่มผู้หนึ่งกล่าวขึ้น พร้อมกับเดินมาส่องหน้าให้ชัด “เอ๋! มิใช่ว่านางรอเจ้าบ่าวนานไปจนทนไม่ไหว แอบไปลักลอบหลับนอนกับบ่าวคนไหนมาหรอกนะ”“ฮ่าฮ่าฮ่า” เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นทันที“หึ
Read more

6.ผลแห่งกรรม

ภายในห้องรับรองที่เคยมีเสียงหัวเราะเฮฮา บัดนี้กลับเงียบราวกับไม่มีคนอยู่เสียอย่างนั้น ทั้งที่ในห้องก็มีคนอยู่นับสิบ โดยเฉพาะฝ่ายของซูเหวินอี้ ยามนี้ไม่มีใครกล่าวอันใดเลย“หึหึ ฮ่าฮ่า สาแก่ใจข้ายิ่งนัก นี่กระมังที่เขาว่า ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นมักวนกลับมาหาตนเอง สวรรค์มีตาโดยแท้” เป็นตงไห่ที่เอ่ยขึ้นมาทำลายความเงียบ มิหนำซ้ำเขายังหัวเราะเสียงดัง ไม่ต่างจากคราวกันที่คนเหล่านี้เคยทำเลยซูเหวินอี้ได้แต่ขบกรามแน่น เพราะไม่อาจตอบโต้อันใดได้ ยามนี้หากเอ่ยออกไป คงมีแต่ทำให้ตนเองเสียหน้าเป็นแน่“กลับ!!” เขากล่าวขึ้นมาเสียงดัง สิ้นคำเขาก็ตั้งท่าจะเดินออกมา แต่ร่างสูงกลับต้องหยุดชะงักทันทีที่ใครบางคนทักท้วง“คิดจะกลับก็กลับกระนั้นหรือ” มู่ตานชุยเอ่ยเสียงเข้ม เขาจ้องมองบุรุษที่ว่าร้ายน้องสาวด้วยสายตาคมดุ มือนั้นก็กำดาบแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นมาดูน่าเกรงขาม“มะ… หมดธุระข้าแล้ว ไยจะต้องอยู่” เหวินอี้รีบเอ่ย“แต่ข้ายังไม่หมดธุระกับพวกเจ้า” ตานชุยกล่าวพร้อมกับยกฝักดาบชี้หน้ากลุ่มของเหวินอี้ “ว่าร้ายทำให้ชื่อเสียงน้องสาวข้าแปดเปื้อน คิดหรือว่าข้าจะยอมปล่อยพวกเจ้าไปง่าย ๆ” “ล
Read more

7. รอเวลา

ด้านในจวน แขกเหรื่อเริ่มทะยอยกลับมากินดื่มอีกครั้ง ตามมาด้วยเสียงดนตรีที่ดังขึ้นเพื่อขับกล่อมผู้คนในงาน แต่ในมุมสวนริมกำแพงกลับมีกลุ่มสตรีกำลังพูดคุยหารือกัน“ไม่น่าเชื่อว่าข่าวลือพวกนั้นจะเกิดจากสาวใช้นางนี้ผู้เดียว ลูกว่ามู่ตันหยงจะต้องบังคับให้สาวใช้รับผิดแทนแน่ ๆ ” คุณหนูสามฟู่ซือหลินเอ่ยกับมารดาและน้องสาวของตน หนึ่งในสี่ยังมีบุตรสาวของราชครูเจียงรวมอยู่ด้วยอีกคน“ลูกก็ว่าต้องเป็นเช่นนั้นท่านแม่ มีอย่างที่ไหน เป็นเจ้านายแท้ ๆ แต่กลับยอมให้สาวใช้สวมใส่เสื้อผ้าเช่นเดียวกับตน มันก็แค่ข้ออ้างทั้งนั้น” คุณหนูสี่นามว่าฟู่จือจือรีบสำทับ“แม่ก็คิดเช่นเจ้า” ฮูหยินรองฟู่กล่าวบ้าง“มันอาจจะจริงก็ได้นะเจ้าคะ ข้าเองยังเคยเก็บอาภรณ์และเครื่องประดับที่ไม่ใช้แล้วให้สาวใช้ในจวนเลย หากพี่สะใภ้ทำมันก็คงไม่แปลกอันใด อีกอย่างข้าได้ยินว่า ซื่อจื่อกั๋วกงก็ยืนยันเป็นมั่นเหมาะว่านางคือสตรีที่… เอ่อ…” เจียงซินลี่ไม่กล้าเอ่ยต่อนางรู้สึกกระดากอายที่จะพูดถึงเรื่องลักลอบได้เสียกันของกลุ่มคนเหล่านี้ จึงได้แต่ยิ้มแหยในเวลาต่อมา“เจ้าก็เป็นเสียอย่างนี้ มองคนในแง่ดีไปเสียทั้งหมด ข้าไม่มีทางเชื่อ
Read more

8.วันแรกก็ถูกวางยา

ด้านตันหยง เมื่อหลบออกมาแล้วนางก็นั่งเล่นอยู่ในสวน มีสาวใช้คนสนิทจากบ้านเดิมสองคนคอยอยู่รับใช้ข้างกาย เพราะนางไม่ไว้ใจคนของจวนโหวสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะสาวใช้หน้าตาดีที่ถูกส่งมาเดินวนเวียนทั่วเรือนของนาง คนเหล่านี้ล้วนแต่เป็นคนของฮูหยินรองฟู่ทั้งนั้น และแน่นอนว่าพวกนางไม่ได้มาอยู่รับใช้ตนเพียงอย่างเดียว แต่มาคอยก่อกวนให้อยู่ไม่เป็นสุขด้วยทว่า ใครหรือจะอยู่ไม่เป็นสุข“ฮูหยิน ชาเจ้าค่ะ” สาวใช้ของจวนโหวนามว่าจางหมิ่นเดินเข้ามาวางถาด จากนั้นก็รินให้นายหญิงคนใหม่ของตนตันหยงเงยหน้ามองอีกฝ่ายพร้อมกับยิ้มอ่อนให้ จากนั้นนางก็เอ่ยว่า “เจ้าชิมให้ข้าที ข้าอยากรู้ว่ามันร้อนหรือเปล่า”“อะ… เอ่อ ไม่ได้เจ้าค่ะ บ่าวเป็นบ่าว ไม่ควรแตะต้องของผู้เป็นนาย หากฮูหยินรองฟู่ทราบเรื่อง บ่าวต้องถูกโบยจนหลังลายเป็นแน่เจ้าค่ะ” จางหมิ่นรีบปฏิเสธ“แล้วนายเจ้าโบยเจ้ากี่ไม้ล่ะ” จินมู่สาวใช้ตันหยงถาม“สิบไม้เจ้าค่ะ” จางหมิ่นรีบเอ่ย หมายให้อีกฝ่ายปรานีทว่า!“เช่นนั้นถ้าเจ้าไม่ดื่มชานี่ ก็รับโทษโบยจากฮูหยินท่านโหวไปยี่สิบไม้ก็แล้วกัน เด็ก ๆ มาเอานางไปโบย” ครานี้เป็นเสียงสั่งการของชงมู่ สาวใช้หน้า
Read more

9.ดาบนั้นคืนสนอง

หลังจากกลับเข้าห้องด้วยความรีบร้อน ไม่นานก็มีเสียงคนสนิทกล่าวขึ้นมาที่หน้าประตู “ฮูหยิน ท่านยังต้องไปยกน้ำชาให้ไท่ฮูหยินกับฮูหยินรองฟู่นะเจ้าคะ” จินมู่เอ่ยรายงาน“แล้วเขาล่ะ” ตันหยงกระซิบถาม“นั่งรอที่สวนเจ้าค่ะ ท่านโหวบอกว่าจะไปด้วย”ได้ยินเช่นนั้นตันหยงก็เปิดประตูออกมา สายตายังคงจับจ้องไปที่โต๊ะกลางสวน พอเห็นสามีมองอยู่นางก็เม้มปาก แต่ก็ยอมเดินออกมา เพื่อไปทำหน้าที่สะใภ้ตามธรรมเนียม เมื่อเดินมาถึงนางก็เอาแต่เหลือบมองท่านโหว เพราะเกรงจะถูกเขาเอาคืน จนกลายเป็นหวาดระแวงไปเลย และท่าทางนางมันก็ทำให้ฝ่ายของสามีพากันอมยิ้ม เพราะมู่ตันหยงคอยเหลียวหลังกลับมามองอยู่ตลอดเวลา “เดินไปเถิดน่า หันรีหันขวางอยู่ได้ ไม่เหนื่อยหรือ”“ท่านโหวก็เดินนำสิเจ้าคะ” นางรีบต่อรอง ผู้เป็นสามีจึงส่ายศีรษะเล็กน้อย ถึงกระนั้นใบหน้าเขาก็ยังเต็มไปด้วยรอยยิ้มแต่ก่อนที่เขาจะเดินต่อ มือเรียวได้ยื่นออกมารั้งแขนนางให้หยุด จากนั้นเขาก็โน้มหน้าลงมาหาแล้วเอ่ยกับคนหน้าตื่นว่า “ไม่ต้องกลัว ข้าเอาคืนเจ้าแน่” ยิ้มร้ายเผยออกมาอีกครั้ง คนตัวเล็กจึงได้แต่กลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะยิ้มแหยให้เขา“ลืม ๆ มัน
Read more

10.กลยุทธ์เอาคืน

หลังจากนั้น ภายในห้องก็เงียบนิ่งราวกับไม่มีคนอยู่ ผู้อาวุโสสูงสุดก็เหมือนจะมองออกว่าอะไรเป็นอะไร จึงตัดบทด้วยการบอกกล่าวหลานชายให้พาสะใภ้ตนกลับไปพักเสีย“เช่นนั้นหลานคงต้องขอตัวก่อนนะขอรับ วันนี้มีประชุมที่หอขุนนางด้วย” อินหลางหันมาเอ่ยกับผู้เป็นย่า“ไปเถิด” ไท่ฮูหยินยิ้มอ่อนให้ทั้งคู่ที่ย่อตัวคารวะ ทว่าพอตันหยงจะหันมาหาฮูหยินรองฟู่ มือเรียวก็หันมาคว้าแขนนางเดินออกไป ทำให้สามแม่ลูกถึงกับหน้าเสีย“พวกเจ้าก็ไปเถิด ข้าเองก็จะกลับเรือนพักเช่นกัน” “น้อมส่งไท่ฮูหยินเจ้าค่ะ” ทั้งสามย่อตัวให้ ก่อนจะเดินตามกันออกไป เมื่อคล้อยหลังไท่ฮูหยิน สามแม่ลูกก็รีบวิ่งกลับไปที่เรือนของตนซึ่งอยู่คนละฝั่งกำแพง“ซือหลินไปเอายาถอนพิษมาให้แม่ที เร็วสิ!” ฟู่ซือเหนียงรีบเร่งบุตรสาว ไม่นานนักขวดยาสีขาวก็ถูกนำมาส่งให้ นางจึงรีบเทยาออกมาแล้วยัดใส่ปากตนอย่างเร่งรีบ“เจ็บใจนัก นึกไม่ถึงว่าแผนการณ์ของเราจะล้มเหลวไปเสียทุกอย่าง” ฟู่ซือหลินเอ่ยอย่างแค้นใจ“นั่นสิ หากพี่ใหญ่ไม่ยื่นมือมาช่วยมัน ป่านนี้มันคงถูกน้ำร้อนลวกจนเสียโฉมไปแล้ว” ซือหลินกล่าวอย่างแค้นใจไม่ต่างกัน ทว่าอึดใจต่อมานางก็ขมวดคิ้ว
Read more
PREV
1234
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status