หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท의 모든 챕터: 챕터 351 - 챕터 360

461 챕터

บทที่ 351

โม่จิ่นยวน “...???”เรื่องนี้ฟังดูแล้ว ไม่เหมือนนิสัยของเขาเลยสักนิด เหตุใดจึงมีข่าวลือพวกนี้ออกมาได้“เป็นอะไรไป? ฟังจบแล้วอึ้งไปเลยหรือ?”มู่หนิงเห็นปฏิกิริยาของเขา ก็รู้สึกขบขันยิ่งนักโม่จิ่นยวนมองนางด้วยความปวดใจ เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “มิน่าเล่าเจ้าถึงได้ลำบากใจกับเรื่องนี้นัก หากเปลี่ยนเป็นข้า ข้าก็คงลำบากใจที่จะบอกเจ้าเช่นกัน แต่สิ่งที่ข้าบอกเจ้าได้ชัดเจนก็คือ ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อนหรือชาตินี้ ชั่วชีวิตนี้ข้ายอมรับเจ้าเพียงคนเดียว”เขารู้ใจตัวเองดี และรู้ว่าตนเองชอบมู่หนิงที่ตรงไหนหากพูดตามจริง หลี่เชียนเชียนนางเป็นคนดีจริง ๆ เป็นคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ตามมาตรฐาน แต่สิ่งที่เขามั่นใจก็คือ นางไม่ใช่คนประเภทที่เขาจะชอบแต่นี่ก็เป็นเพียงความประทับใจที่มีต่อนางในอดีตเท่านั้นหลังจากมาที่เมืองไถโจว การกระทำทุกอย่างของนาง ล้วนทำให้เขารู้สึกรังเกียจ“ข้ารู้ว่าในใจท่านมีเพียงข้า ข้าจึงเลือกที่จะเชื่อใจท่าน แล้วเล่าเรื่องนี้ให้ท่านฟังโดยไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว”มู่หนิงซบลงในอ้อมอกเขา นางไม่ได้รู้สึกว่าการปรากฏตัวอีกครั้งของหลี่เชียนเชียนจะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างนางกับโม่จิ่นยว
더 보기

บทที่ 352

หลังจากที่เหมิงเหมิงเห็นว่าเขาไม่มีธุระอะไรแล้ว ก็รีบวิ่งออกไปเล่นข้างนอกอาจเป็นเพราะสามารถฟังภาษาสัตว์ออก ทุกวันนี้จึงเห็นนางเล่นกับพวกสัตว์เล็ก ๆ ในมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นางชอบเล่นกับเจ้าแมวน้อยสามสีมากที่สุด“เมี๊ยว~”เจ้าแมวน้อยสามสีเห็นโม่จิ่นยวน ก็รีบวิ่งมาคลอเคลียที่ข้างขาของเขาทันที“เจ้าชื่อเสี่ยวฮวาใช่หรือไม่?”โม่จิ่นยวนอุ้มเจ้าแมวน้อยขึ้นมาพลางลูบเขารู้จักแมวตัวนี้ เพียงแต่ตอนที่เขาจากไปมันยังตัวนิดเดียว ไม่นึกเลยว่าผ่านไปเพียงสี่เดือน มันจะโตกลายเป็นแมวตัวใหญ่เสียแล้ว“ใช่แล้วนายท่าน มันชื่อว่าเสี่ยวฮวา”เดิมทีเหมิงเหมิงตั้งใจจะมาเล่นกับเจ้าแมวสามสี แต่พอออกมา เจ้าตัวแสบนี่ก็วิ่งไปคลอเคลียขาของโม่จิ่นยวนเสียแล้วเมื่อนางกลับมาอีกครั้ง ก็ประจวบเหมาะกับตอนที่โม่จิ่นยวนอุ้มเจ้าแมวน้อยขึ้นมาถามชื่อพอดี“เมี๊ยว~”เจ้าแมวน้อยแสนรู้ยิ่งนัก ราวกับฟังคำพูดของโม่จิ่นยวนออก มันเลียมือของเขาอย่างร่าเริง“เสี่ยวฮวาบอกว่ามันชอบท่านมากเจ้าค่ะ”เหมิงเหมิงกล่าวกับโม่จิ่นยวนด้วยรอยยิ้มโม่จิ่นยวนมองเหมิงเหมิงด้วยความประหลาดใจ แล้วเอ่ยถาม “เหมิงเหมิง เจ้าฟังสิ่งที่มันพูดรู้เ
더 보기

บทที่ 353

มู่หนิงเป็นคนช่างสังเกตและใส่ใจในรายละเอียดเสมอ ปฏิกิริยาของโม่จิ่นยวนเมื่อครู่ มิใช่ว่านางไม่สังเกตเห็น“จิ่นยวน! เหตุใดท่านถึงชอบสวมเสื้อผ้าสีดำนัก? ข้าได้ยินท่านแม่กับพวกพี่สะใภ้บอกว่า ท่านสวมเพียงชุดสีดำมาตั้งแต่เด็ก เรื่องนี้เป็นเพราะเหตุใด?”มู่หนิงเดินมานั่งที่โต๊ะอาหาร ศูนย์ศูนย์สองยกอาหารเช้ามาวางไว้บนโต๊ะแล้ว นางมองโม่จิ่นยวนที่กำลังปอกเปลือกไข่ให้นาง แล้วเอ่ยถามสิ่งที่สงสัยอยู่ภายในใจนางเป็นคนตรงไปตรงมาอยู่แล้ว มีข้อสงสัยอันใดก็จะถามออกไปตรง ๆท่าทางปอกไข่ของโม่จิ่นยวนชะงักไปอีกครั้ง ครู่ต่อมาจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “อันที่จริงก็ไม่มีอะไร ข้าชอบสวมเสื้อผ้าสีดำ เพียงเพราะมันสกปรกยาก หากไม่ทันระวังเปื้อนคราบเลือดก็มองไม่ออก และไม่เหมือนกับเสื้อผ้าที่มีสีสัน พอเปื้อนเลือดแล้วจะดูน่าหวาดกลัวชวนให้ใจสั่น”เมื่อมู่หนิงได้ยิน ในใจก็พลันรู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาโม่จิ่นยวนส่งไข่ที่ปอกเสร็จแล้วลงในชามของนาง ก่อนจะกล่าวต่อ “ตอนเด็ก ๆ ท่านพ่อ พี่ใหญ่ และพี่รอง ทุกครั้งที่ออกไปรบ มักจะได้รับบาดเจ็บกลับมาที่ค่ายทหารเสมอ มีครั้งหนึ่งท่านแม่พาข้าไปส่งเสบียงข้าวของให้พวกเขา ข้าเคยเห็นส
더 보기

บทที่ 354

“ข้าไม่ได้คิดฟุ้งซ่านเสียหน่อย ก็แค่คำเปรียบเปรยที่หลุดปากออกมาเท่านั้น”มู่หนิงหัวเราะพลางดึงมือของเขาออกจากศีรษะตนเอง แล้วแสร้งทำเป็นโกรธพลางถลึงตาใส่ “อีกอย่าง อย่ามาลูบผมข้าบ่อย ๆ ท่านไม่เคยได้ยินประโยคนี้หรือ?”“ประโยคใดหรือ?”โม่จิ่นยวนเอ่ยถามด้วยความสงสัย“ศีรษะตัดได้ เลือดหลั่งได้ แต่ทรงผมจะยุ่งเหยิงไม่ได้ ท่านลูบผมข้าเช่นนี้ ทรงผมที่เพิ่งเกล้าเสร็จจะเสียทรงเอาได้ง่าย ๆ อีกอย่างทรงผมสมัยโบราณของพวกท่านก็ซับซ้อนนัก จัดการแต่ละทีช่างลำบากเหลือเกิน”มู่หนิงพูดถึงตรงนี้ ก็หวนคิดถึงชีวิตในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด “ต้องรู้ว่าในโลกอีกพันปีข้างหน้าของพวกเรา การแต่งกายนั้นเรียบง่าย การแต่งหน้าทำผมก็ยิ่งง่าย ผมจะปล่อยสยายเมื่อใดก็ได้ หรือจะเกล้าขึ้นก็ได้ อย่างแย่ที่สุดก็แค่รวบเป็นหางม้าสูง ๆ ไหนเลยจะยุ่งยากเหมือนการแต่งองค์ทรงเครื่องในตอนนี้”ท่าทางการทานอาหารของโม่จิ่นยวนช้าลงในทันที อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม “เจ้าคิดถึงชีวิตในอดีตหรือ?”มู่หนิงตอบกลับทันควัน “แน่นอนว่าคิดถึงสิ โลกในอีกพันปีข้างหน้า ท่านไม่รู้หรอกว่ามันดีขนาดไหน หากจะบอกว่ามีเพียงสิ่งเดียวที่ยุคโบราณดีกว่ายุคปัจจุบัน นั่น
더 보기

บทที่ 355

เพราะเขากังวล เขากลัวว่าวันหนึ่งนางจะหายไปมู่หนิงมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยน กล่าวด้วยแววตาแน่วแน่ “หากวันนั้นมาถึงจริง ๆ ข้าก็จะไม่กลับไป นอกเสียจากว่าจะสามารถพาท่านและครอบครัวไปด้วยได้ มิฉะนั้นข้าจะไม่มีวันทอดทิ้งครอบครัวที่เปี่ยมไปด้วยรักแห่งนี้ ยิ่งไม่มีวันทอดทิ้งบุรุษที่ยอดเยี่ยมอย่างท่าน”นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นโม่จิ่นยวนรู้สึกไม่มั่นคงถึงเพียงนี้“จะ... จริงหรือ?”โม่จิ่นยวนแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง แต่ไม่นานเขาก็รู้สึกว่ามู่หนิงไม่ควรทำเช่นนี้ จึงเอ่ยเสียงเบา “ทว่าโลกในอีกพันปีข้างหน้าคือบ้านที่แท้จริงของเจ้า หากตอนนั้นเจ้าไม่กลับไป ต้องเสียใจภายหลังเป็นแน่”มู่หนิงหลุดหัวเราะออกมา ก่อนจะเอ่ยอย่างจริงจัง “อะไรคือบ้านที่แท้จริง? ยามนี้จวนตระกูลโม่ต่างหากคือบ้านของข้า เพราะที่นี่มีสามีของข้า มีลูก ๆ ของข้า มีท่านแม่ มีท่านพี่ พี่สะใภ้ และยังมีสหายอีกมากมาย นี่ต่างหากคือบ้านที่แท้จริง”ศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดนั้นดีมาก ทว่าทั้งชีวิตนี้ของนางได้อุทิศให้แก่ประเทศชาติไปแล้ว นางไม่เคยมีชีวิตที่แท้จริงเป็นของตนเองเลยเพราะไม่ว่าจะไปที่ใด นางล้วนไปพร้อมกับภารกิจและแม้ว่านางจะมีอสัง
더 보기

บทที่ 356

“จิ่นยวน ท่านได้ยินหรือไม่ เย่เอ๋อร์เรียกข้าว่าท่านแม่อีกแล้ว”คำว่าท่านแม่จากปากโม่ซีเย่ ทำเอามู่หนิงตื่นเต้นจนต้องดึงแขนเสื้อของโม่จิ่นยวน นางดีใจจนแทบจะกระโดดโลดเต้น“ได้ยินแล้ว”โม่จิ่นยวนโอบนางไว้ในอ้อมกอด จุมพิตลงบนหน้าผากของนางอย่างอ่อนโยน ริมฝีปากบางที่ดูเย้ายวนยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ดูออกเลยว่าเขาก็ดีใจมากเช่นกันมู่หนิงหันกลับไปอุ้มโม่ซีเย่ขึ้นมาไว้ในอ้อมอก พลางหยอกล้อเขาด้วยรอยยิ้ม “เด็กดี เรียกท่านพ่อสิ”โดยปกติแล้วเมื่อเด็กเริ่มเรียกแม่หรือพ่อได้แล้ว ขอเพียงชี้นำสักหน่อย ก็จะเรียกอีกคนหนึ่งได้เด็กบางคน พอเริ่มเรียกคนได้แล้ว ก็เรียนรู้ที่จะเรียกทั้งพ่อและแม่ไปพร้อม ๆ กันแน่นอนว่าก็มีเด็กบางคนที่เรียกพ่อหรือแม่ก่อน แต่อีกท่านหนึ่งต้องรอไปอีกสองสามเดือนถึงจะเรียกได้โม่จิ่นยวนมองบุตรชายด้วยความตื่นเต้นและคาดหวัง พลางสอนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “เย่เอ๋อร์ เรียกท่านพ่อ”ทว่าโม่ซีเย่เพียงแค่เบิกตากลมโตจ้องมองพวกเขาสองคน แล้วก็ไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ อีก“ท่านแม่~”อาจเป็นเพราะสายตาของทั้งคู่ไปอยู่ที่โม่ซีเย่เสียหมด โม่ซีเหยียนที่ยังนอนอยู่บนเตียงจึงรู้สึกน้อยใจเล็กน้อยคิดในใจว่
더 보기

บทที่ 357

“ปะป๊าหม่าม้า? ทำงาน?”นี่เป็นครั้งแรกที่โม่จิ่นยวนได้ยินคำศัพท์แปลก ๆ เช่นนี้ แต่ก็พอจะเข้าใจความหมายโดยรวม “ปะป๊าหม่าม้า หมายถึงท่านพ่อกับท่านแม่ ส่วนทำงาน หมายถึงการออกไปทำงานหรือ?”มู่หนิงพยักหน้าพลางตอบรับ “ใช่แล้ว ก็เป็นเช่นนี้ ในโลกอีกพันปีข้างหน้า คำเรียกท่านพ่อท่านแม่ของพวกเราได้เปลี่ยนเป็นปะป๊ากับหม่าม้าแล้ว”เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ แววตาของมู่หนิงก็ค่อย ๆ หม่นลงเล็กน้อยโม่จิ่นยวนเคยได้ยินนางเล่ามาก่อนว่า นางเป็นเด็กกำพร้ามาตั้งแต่เด็ก เพราะมีความสามารถพิเศษเรื่องมิติ จึงถูกทางการจับตามอง สุดท้ายก็ถูกเชิญตัวไปฝึกฝนจนกลายเป็นนายพลโม่จิ่นยวนมือหนึ่งอุ้มลูก อีกมือหนึ่งโอบมู่หนิงไว้ แม้ว่าจะไม่เอ่ยคำใด แต่มู่หนิงก็สัมผัสได้ถึงการปลอบโยนจากเขา“ไม่ต้องห่วง ข้าสบายดี”เมื่อมู่หนิงเห็นลูก ๆ ดื่มนมเสร็จแล้ว ก็นำขวดนมเก็บเข้ามิติ และรู้สึกว่าแขนของโม่จิ่นยวนยังคงโอบนางไว้ไม่ยอมปล่อย นางจึงยิ้มพลางอธิบายต่ออาจเป็นเพราะไม่ค่อยได้พูดเรื่องพวกนี้ น้ำเสียงของมู่หนิงจึงราบเรียบยิ่งนัก “ในช่วงแรก ข้าเองก็ต้องการปะป๊ากับหม่าม้ามาก ถึงขั้นเคยโกรธแค้นพวกเขา แค้นว่าเหตุใดพวกเขาถึงทิ้งข้า
더 보기

บทที่ 358

“ลูก ๆ กินอิ่มแล้ว พวกเราก็ควรไปกินมื้อเช้ากันได้แล้ว”มู่หนิงและโม่จิ่นยวนอุ้มลูก ๆ มาถึงห้องอาหารอย่างรวดเร็วฮูหยินผู้เฒ่าโม่ หยางซูหว่าน และจางหลานจือทั้งสามคน มักจะเป็นคนที่ตื่นเช้าที่สุดเสมอ ทุกครั้งที่มู่หนิงมาถึง พวกนางก็จะนั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว“ท่านแม่ พี่สะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้สาม”หลังจากมู่หนิงและโม่จิ่นยวนเข้าไปข้างใน ก็เอ่ยทักทายทั้งสามคนอย่างนอบน้อม ก่อนจะหาที่นั่งลงตามสบาย“มาให้ข้าอุ้มเจ้าตัวน้อยหน่อยเร็ว”พอฮูหยินผู้เฒ่าโม่เห็นหลานชายหลานสาว ก็อยากจะรับมาอุ้มสักครู่มู่หนิงซึ่งนั่งอยู่ใกล้นางที่สุด เมื่อได้ยินว่านางอยากอุ้มเจ้าตัวน้อย จึงยื่นมือส่งโม่ซีเหยียนไปให้“น้องเจ็ด ส่งเย่เอ๋อร์มาให้ข้าอุ้มบ้างสิ”จางหลานจือเห็นดังนั้น ก็อยากอุ้มเด็ก ๆ บ้างโม่จิ่นยวนกระชับอ้อมกอดที่อุ้มโม่ซีเย่ไว้แน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รู้สึกอาลัยอาวรณ์ไม่อยากส่งให้พี่สะใภ้สามหยางซูหว่านที่นั่งอยู่ข้าง ๆ รีบยื่นมือไปสะกิดจางหลานจือเบา ๆ “น้องเจ็ดไม่ได้กลับมาตั้งหลายเดือนแล้ว เจ้าก็ปล่อยให้เขาได้อุ้มลูกให้เต็มที่เถอะ”จางหลานจือเข้าใจในทันที จึงยิ้มพลางมองไปที่โม่จิ่นยวน “น้องเจ็ด
더 보기

บทที่ 359

“อิ๋งอิ๋ง! ตื่นมากินมื้อเช้าได้แล้ว ทุกคนกำลังรอเจ้าอยู่”โม่จิ่นเฉินเรียกมู่หรงอิ๋งให้ตื่นมู่หรงอิ๋งพอได้ยินว่าทุกคนกำลังรอนางทานข้าวอยู่ ก็ตกใจจนรีบลุกขึ้นมา สวมเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว แล้วรีบตามโม่จิ่นเฉินไปยังห้องอาหาร“ขออภัยด้วย ข้า... ข้ามาสายแล้ว”มู่หรงอิ๋งมาถึงห้องอาหาร ใบหน้าก็แดงระเรื่อด้วยความขัดเขิน อธิบายกับทุกคนอย่างประหม่า “ขอโทษเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะมาสายจริง ๆ เป็นเพราะเมื่อคืนในห้องเย็นฉ่ำสบายอุรา ข้าจึงหลับลึกไปหน่อย ไม่นึกเลยว่าพอตื่นมาอีกทีจะเลยเวลามื้อเช้าไปเสียแล้ว”จะทำอย่างไรดี?เห็นว่าผู้คนในแคว้นฉู่และแคว้นต้าโจวให้ความสำคัญกับธรรมเนียมปฏิบัติในครอบครัวมากนางเพิ่งมาวันแรก ก็ให้ทุกคนรอเสียแล้ว พวกเขาจะรังเกียจนางหรือไม่ จะคิดว่านางตั้งใจก่อเรื่องหรือไม่?มู่หรงอิ๋งรู้สึกประหม่าจนไม่รู้ว่าจะวางมือวางไม้ไว้ตรงไหนดีฮูหยินผู้เฒ่าโม่มองออกว่านางกำลังประหม่า และรู้ว่านางกำลังกังวลเรื่องใด บนใบหน้าจึงปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยน เอ่ยด้วยเสียงนุ่มนวล “อิ๋งอิ๋ง! ครอบครัวเราไม่ได้มีกฎเกณฑ์มากมายขนาดนั้น วันหน้าเจ้าอยากนอนนานเท่าไรก็นอนไปเถอะ พอตื่นแล้วค่อยมากินข้าว
더 보기

บทที่ 360

“เถ้าแก่โม่ พวกท่านกำลังจะไปที่ใดกัน?”คนตระกูลโม่เพิ่งจะบังคับรถม้าออกมาถึงถนนใหญ่ เมื่อมีคนเห็นเข้า ก็รีบเข้ามาสอบถามทันที“พวกเรามีธุระ ต้องเดินทางไปเมืองหลวงสักเที่ยว”โม่จิ่นยวนได้ยินคนถาม เขาก็ไม่ได้ปิดบัง ตอบกลับไปตรง ๆ“คราวนี้พวกท่านจะไปเมืองหลวงหรือ? ไกลถึงเพียงนั้น แล้วเมื่อไรถึงจะกลับมาเล่า?”“นั่นสิ เมื่อไรจะกลับมาล่ะ? อย่าไปนานนักนะ ไม่อย่างนั้นพวกเราคงไม่ได้กินหม้อไฟอร่อย ๆ ขนาดนั้นแล้ว โดยเฉพาะร้านหม้อไฟที่ฮูหยินของท่านเปิดนั้นอร่อยเหลือเกิน”“ไม่ใช่แค่หม้อไฟที่อร่อย ร้านเนื้อย่างและอาหารในหอสุราที่เถ้าแก่เนี้ยมู่เปิดก็อร่อยไม่แพ้กัน”ชาวบ้านบางส่วนเมื่อได้ยินว่าพวกโม่จิ่นยวนกำลังจะเดินทางไปเมืองหลวง ก็เกิดความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ขึ้นมาทันทีมู่หนิงที่นั่งอยู่ในรถม้า เมื่อได้ยินบทสนทนาของทุกคน ก็ค่อย ๆ เลิกม่านรถขึ้น ริมฝีปากสีแดงระเรื่อยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แล้วบอกกล่าว “ทุกคนอย่าได้กังวลไป ก่อนจะเดินทางข้าได้สำรองวัตถุดิบไว้มากมาย เพียงพอให้ทุกท่านทานไปอีกระยะหนึ่ง หากถึงตอนนั้นวัตถุดิบหมดลง ก็ขอให้ทุกท่านรอสักหน่อย รอจนข้ากลับมาค่อยมากินก็เหมือนกัน อีกอย่างหากวัตถุ
더 보기
이전
1
...
3435363738
...
47
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status