หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท의 모든 챕터: 챕터 401 - 챕터 410

461 챕터

บทที่ 401

ราวกับจะบอกว่า ดูสิ นี่คือจุดจบที่เจ้าทำให้ข้าโกรธมู่หนิงและโม่จิ่นยวนยืนอยู่อีกด้านของหน้าต่าง เพียงแค่ได้ยินเสียงร้องเมี้ยว ๆ ของมัน ก็รู้ว่ามันลำพองใจเพียงใดหลังจากที่ได้ชำระแค้นแน่นอนว่าหากเป็นไปได้ นางย่อมปรารถนาให้กู้เฉียงถูกงูพิษกัดตายไปเสียเดี๋ยวนี้ทว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา อย่างไรเสียฐานะของกู้เฉียงก็ประจักษ์ชัดอยู่ตรงนั้น หากตายไปในตอนนี้ นางเองก็ไม่แน่ใจว่าจะส่งผลกระทบต่ออนาคตหรือไม่ดังนั้น เมื่อมู่หนิงเห็นเจ้าสามสีชำระแค้นแล้ว ก็รีบอุ้มมันจากไปพร้อมกับโม่จิ่นยวน“เอาล่ะ รีบให้หนู งู แมลง มดพวกนั้นถอยไปเถิด คนชั่วย่อมมีจุดจบของคนชั่ว วันนี้ถือว่าเจ้าได้แก้แค้นแล้ว”มู่หนิงลูบหัวของเจ้าสามสีด้วยความเอ็นดู แล้วบอกให้มันหยุดมือ“เมี้ยว~”เจ้าสามสีพยักหน้าอย่างว่าง่าย เห็นเพียงมันหันกลับไปทางสัตว์เหล่านั้นแล้วส่งเสียงร้องเมี้ยว ๆ อีกสองคราบรรดาหนู งู แมลง มดเหล่านั้นเมื่อได้ยินแล้ว ก็แยกย้ายกันไปคนละทิศละทางทันทีหลังจากกู้เฉียงเห็นหนูและงูไปหมดแล้ว ถึงได้ทรุดนั่งลงกับพื้น เหงื่อเย็นผุดซึมเต็มหน้าผากด้วยความหวาดกลัวโชคดีที่เดรัจฉานพวกนี้ไปแล้ว มิเช่นนั้นชีวิตน้อย
더 보기

บทที่ 402

มู่หนิงเอ่ยขึ้นอีกว่า “ไม่เป็นไร จากที่นี่ไปวังหลวง ใช้เวลาประมาณสองเค่อ ตอนนี้อยู่เป็นเพื่อนลูก ๆ สักพักค่อยออกเดินทาง สกิลล่องหนในมิติก็จะสามารถเปิดใช้งานได้อีกครั้ง หลังจากส่งข่าวให้เสี่ยวเฉินแล้ว พวกเราค่อยเข้าไปพักผ่อนในมิติ พรุ่งนี้ค่อยนอนเป็นเพื่อนลูก ๆ ก็เหมือนกัน”แม้นางจะอยากนอนเป็นเพื่อนลูก ๆ มาก ทว่าเรื่องสำคัญก็ต้องมาเป็นอันดับแรกหากเป็นเพียงเรื่องทั่วไป หรือเรื่องที่สามารถปัดทิ้งไปได้ นางล้วนไม่ใส่ใจ จะสนใจเพียงลูก ๆ เท่านั้น“อืม!”โม่จิ่นยวนรู้ว่าตนเองไม่อาจขัดใจนางได้ ดังนั้นจึงไม่ขัดขวางอีก รอให้นางไปพร้อมกับตนเองหลัก ๆ ก็คือซวนหยวนเฉินเด็กคนนั้น อยากเจอมู่หนิงยิ่งกว่าใครหากนางไม่ไป เด็กคนนั้นต้องผิดหวังแน่นอน“ศูนย์ศูนย์เจ็ด! ฝากเจ้าดูแลเด็ก ๆ ด้วยนะ”สองเค่อต่อมา มู่หนิงเห็นว่าได้เวลาแล้ว หลังจากที่กำชับศูนย์ศูนย์เจ็ดเรียบร้อย ก็กลับเข้ามิติไปเปลี่ยนเป็นชุดพรางกายพร้อมกับโม่จิ่นยวนอีกครั้งหากรู้แต่แรกว่าจะต้องไปวังหลวง เมื่อครู่ก็คงไม่เข้าไปอาบน้ำในมิติแต่ก็ไม่เป็นไร ถือเสียว่าอาบน้ำให้เย็นสบายก็แล้วกันมู่หนิงเป็นคนขี้ร้อนมาก ดังนั้นครั้งนี้นางจึงนำ
더 보기

บทที่ 403

อ้านเยว่มีความไว้วางใจต่อมู่หนิงและโม่จิ่นยวนอย่างเต็มเปี่ยม หลังจากฟังมู่หนิงกล่าวจบ ก็พาองครักษ์ลับถอยออกไป“พวกเราไปคุยกันในมิติ”มู่หนิงพาซวนหยวนเฉินเข้าไปในมิติ“นี่... ที่นี่คือตำหนักสวรรค์หรือ? สวยงามเหลือเกิน”ซวนหยวนเฉินเพิ่งเคยเข้ามาในมิติของมู่หนิงเป็นครั้งแรก มองคฤหาสน์ที่หรูหราโอ่อ่า ชั่วพริบตาก็นึกว่าตนเองมาถึงสรวงสวรรค์“พี่หญิงของท่านมิใช่เทพเซียนเสียหน่อย ยังจะตำหนักสวรรค์อีก นี่คือมิติของข้า”มู่หนิงพาเขามาที่ห้องอาหาร ชี้ไปยังหม้อไฟที่อยู่บนโต๊ะกล่าวด้วยรอยยิ้ม “กินเถิด กินอิ่มแล้วค่อย ๆ คุยกัน”“หม้อไฟของโปรดข้า”ซวนหยวนเฉินเห็นหม้อไฟ ดวงตาทั้งสองข้างก็เปล่งประกายมู่หนิงยิ้มอย่างเอ็นดู “รู้ว่าท่านชอบกินหม้อไฟ และก็รู้ว่าช่วงนี้ท่านกังวลมาก ต้องไม่ได้กินข้าวดี ๆ แน่ ดังนั้น ระหว่างทางที่มา ข้าก็เลยให้ศูนย์ศูนย์สองเตรียมหม้อไฟไว้ให้ท่านเรียบร้อยแล้ว”“ขอบคุณพี่หญิงมู่”ซวนหยวนเฉินนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยความดีใจ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัวลายหินอ่อน เนื้อแกะสไลด์ ผ้าขี้ริ้ว สไบนางวัว ไส้กรอกแฮม กึ๋น และอื่น ๆทั้งหมดถูกเทลงไปในหม้อพร้อมกัน“ท่านค่อย ๆ กิน ไม่มีใคร
더 보기

บทที่ 404

กู้เฉียงและอัครเสนาบดีทั้งสองคนมีสีหน้าตกตะลึง โดยเฉพาะเมื่อเห็นโม่จิ่นยวนผู้มีสง่าราศีไม่ธรรมดา ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดในใจถึงเกิดความหวาดหวั่นขึ้นมาเล็กน้อย“นี่... นี่ไม่ใช่โม่จิ่นยวน แม่ทัพเจิ้นกั๋วแห่งแคว้นต้าโจวหรอกหรือ?”“ตามข่าวลือของแคว้นต้าโจว ครอบครัวของโม่จิ่นยวนถูกเนรเทศไปแล้ว เขามาปรากฏตัวที่นี่ได้อย่างไร?”มีคนเคยไปร่วมงานเลี้ยงในวังหลวงแคว้นต้าโจว เคยเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของโม่จิ่นยวนดังนั้นในตอนที่เขาปรากฏตัวออกมา ก็มีคนจำเขาได้ในทันทีเพราะใบหน้าที่หล่อเหลาหาที่เปรียบมิได้ของโม่จิ่นยวน รวมถึงสง่าราศีอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว ขอเพียงมีคนเคยเห็นสักครา ไม่ว่าบุรุษ สตรี เด็กหรือคนชรา ย่อมเป็นแบบที่ยากจะลืมเลือนไปชั่วชีวิต“กระหม่อม ถวายบังคมฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”โม่จิ่นยวนก้าวไปข้างหน้า ประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม คุกเข่าลงข้างหนึ่งทำความเคารพต่อซวนหยวนเฉิน“โม่อ้ายชิง รีบลุกขึ้นเถิด”ซวนหยวนเฉินเห็นเขาเป็นเช่นนี้ ก็ตกใจจนรีบลงมาจากบัลลังก์มังกร เข้าไปประคองโม่จิ่นยวนขึ้นสวรรค์ทรงโปรด~ หากพี่หญิงมู่รู้ว่าพี่ใหญ่โม่คุกเข่าทำความเคารพเขาล่ะก็ จะต้องสังหารเขาแน่อีกอย่างก็คือ
더 보기

บทที่ 405

“ผลผลิตสูงเพียงนี้? คงไม่ใช่ว่ากุเรื่องขึ้นมาหรอกกระมัง?”“นั่นสิ มันเทศที่เจ้าถืออยู่ในมือ ยังไม่ใหญ่เท่ามันหวานที่เรานำเข้ามาจากแคว้นต้าโจวเลย เกรงว่าหนักไม่ถึงหนึ่งตำลึงด้วยซ้ำ เป็นเช่นนี้ เจ้ายังกล้าบอกว่าหัวหนึ่งสามารถโตได้ถึงหนึ่งหรือสองจินอีก ช่างน่าขบขันสิ้นดี ข้าว่าเจ้ากำลังหลอกลวงเบื้องสูง”“ฮ่าฮ่าฮ่า~”ขุนนางบางคนที่แอบสมคบคิดกับกู้เฉียงและอัครเสนาบดี ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมากลางท้องพระโรง“บังอาจ”ซวนหยวนเฉินได้ยินเสียงหัวเราะของพวกเขา ก็ตวาดออกมา แล้วหันกลับไปประทับบนบัลลังก์มังกร“สิ่งที่เซวียอ้ายชิงดั้นด้นนำกลับมาจากทางตะวันตกนับพันลี้ ต่อให้ผลผลิตไม่สูงอย่างที่เขาว่าไว้ พวกเจ้าก็ไม่ควรดูแคลนเช่นนี้ หากพวกเจ้ามีความสามารถ พวกเจ้าก็จงไปหาเสบียงอาหารที่ให้ผลผลิตหนึ่งหมื่นจินต่อหนึ่งหมู่กลับมาให้แคว้นฉู่เสีย พูดราวกับว่าหากข้าแก้ปัญหานี้ไม่ได้ พวกเจ้าที่นั่งกันอยู่จะทำได้อย่างนั้นแหละ ถ้าใครยังกล้าพูดจาส่งเดชอีก จะถูกลากออกไปประหาร”ซวนหยวนเฉินมองไปยังเหล่าขุนนางที่หัวเราะเยาะด้วยท่าทางน่าเกรงขามเพียงประโยคเดียวที่ให้พวกเขาไปหาเอง ก็เพียงพอที่จะทำให้คนกลุ่มนี้หุ
더 보기

บทที่ 406

“โม่จิ่นเฉิน? เขาเคยเป็นแม่ทัพของแคว้นต้าโจว ข่าวลือว่าเขาตายในสนามรบเมื่อสองปีก่อนมิใช่หรือ?”“นั่นสิ เหตุใดถึงมีโม่จิ่นเฉินเล่า?”“ฝ่าบาท! โม่จิ่นเฉินผู้นั้นไม่ใช่ว่าตายไปแล้วหรือ พระองค์ทรงเข้าใจผิดไปหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”เหล่าขุนนางในราชสำนักต่างพากันตั้งข้อสงสัยและเกิดความฉงน“ใครบอกว่าข้าตายไปแล้ว?”โม่จิ่นเฉินสวมชุดเกราะแม่ทัพแคว้นฉู่ แล้วเดินเข้ามาจากนอกตำหนักอย่างช้า ๆท่วงท่าที่องอาจผ่าเผย รวมถึงกลิ่นอายสังหารอันดุดัน ทำให้หัวใจของทุกคนพลันบีบรัดขึ้นมารัศมีเช่นนี้ แข็งแกร่งกว่าแม่ทัพกู้มากทีเดียว“กระหม่อม ถวายบังคมฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ!”โม่จิ่นเฉินก้าวไปข้างหน้า หลังจากเห็นซวนหยวนเฉินแล้ว ก็คุกเข่าลงข้างหนึ่งทำความเคารพอย่างนอบน้อม“แม่ทัพโม่ รีบลุกขึ้นเถิด”ซวนหยวนเฉินไม่ได้ลงไป แต่ยื่นมือส่งสัญญาณให้เขาลุกขึ้น จากนั้นก็มองไปยังทุกคนและอธิบายว่า “แม่ทัพโม่จิ่นเฉินยังไม่ตาย เขาเพียงแค่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อสองปีก่อนจนสูญเสียความทรงจำไปช่วงหนึ่ง เป็นแม่ทัพโม่จิ่นยวนที่ตามหาเขาจนพบ และพากลับมาด้วยตนเอง ช่วงที่ข้าไปยังเมืองไถโจว บังเอิญได้พบแม่ทัพโม่แล้วถูกชะตาราวกับรู้จัก
더 보기

บทที่ 407

“มีผู้ใดจะคัดค้านอีกหรือไม่? หากมีก็จงว่ามา หากไม่มี ก็จะเลิกประชุมเช้าแล้ว”ซวนหยวนเฉินแทบจะรอให้เลิกประชุมขุนนางไม่ไหวแล้วประการแรก เขาอยากจะไปดูเซวียเหรินสักหน่อย ถือโอกาสพาหมอหลวงไปรักษาอาการบาดเจ็บที่ขาของเขา หรือตรวจดูว่าร่างกายเป็นอะไรร้ายแรงหรือไม่ประการที่สอง เขาอยากไปหามู่หนิง เพื่อบอกนางว่าปัญหาเรื่องเมล็ดพันธุ์ได้รับการแก้ไขแล้ว นางจะได้ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปลู่พาน อ๋องผู้สำเร็จราชการที่เงียบมาโดยตลอด ก้าวไปข้างหน้า แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ฝ่าบาท! มีข่าวลือว่าวรยุทธ์ของแม่ทัพตระกูลโม่นั้นเป็นเลิศเหนือผู้ใด กระหม่อมเองก็อยากจะขอคำชี้แนะ ไม่ทราบว่าจะเป็นไปได้หรือไม่?”ซวนหยวนเฉินมองไปยังโม่จิ่นยวนและโม่จิ่นเฉินทั้งสองคน อยากจะทราบความเห็นของพวกเขาวรยุทธ์ของอ๋องผู้สำเร็จราชการนั้น เรียกได้ว่าสูงกว่าแม่ทัพเจิ้นกั๋วกู้เฉียงอยู่มากนัก เพียงแต่เขาไม่เคยโอ้อวดฝีมือ จึงไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วเขาแข็งแกร่งเพียงใด“ได้”โม่จิ่นยวนและโม่จิ่นเฉินพยักหน้าให้เขา จากนั้นจึงหันไปมองอ๋องผู้สำเร็จราชการเหล่าขุนนางเมื่อได้ยินเช่นนั้น ต่างก็กระจายตัวออกเป็นสองฝั่งตามสัญชาตญาณ
더 보기

บทที่ 408

โม่จิ่นยวนหยิบจดหมายขึ้นมาดู คิ้วคมเข้มก็ขมวดเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์“เหตุใดถึงเป็นนางอีกแล้ว...”โม่จิ่นยวนเห็นลายมือที่คุ้นเคย บนใบหน้าก็ปรากฏความรังเกียจออกมาแวบหนึ่ง มีความรู้สึกเหมือนถูกวิญญาณตามหลอกหลอนไม่เลิกรา“จะว่าไปแล้วคนเขียนจดหมายนี้คือใครกันแน่ นางรู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร?”หยางซูหว่านเห็นสีหน้าหงุดหงิดของโม่จิ่นยวน รู้ว่าเขาเองก็จนปัญญามาก แต่ในใจกลับยิ่งสงสัยว่า เหตุใดนางถึงหยั่งรู้อนาคตได้โม่จิ่นอี้เอ่ยถามอีกครั้ง “น้องเจ็ด! ดูจากสีหน้าเจ้า ดูเหมือนจะรู้แล้วว่าเป็นลายมือของใคร?”ไม่ใช่แค่เขาที่สงสัย ทุกคนต่างสงสัยว่าเขารู้เรื่องที่ว่าคนเขียนจดหมายคือใครแล้วมู่หนิงเห็นดังนั้น เรื่องบางอย่าง ก็ถึงเวลาที่ควรจะเปิดเผยความจริงกับทุกคนแล้ว“นั่งลงคุยกันเถอะ”มู่หนิงส่งสัญญาณให้ทุกคนนั่งลงค่อย ๆ คุยกัน อย่ามัวแต่ยืนจากนั้นนางก็เล่าเรื่องที่ตนเองมาจากหนึ่งพันปีข้างหน้าให้ทุกคนฟังอย่างละเอียด และบอกจุดจบของทุกคนตามประวัติศาสตร์ให้ได้รับรู้ รวมถึงเรื่องที่ชาติก่อนหลี่เชียนเชียนและโม่จิ่นยวนเป็นสามีภรรยากัน ตลอดจนเรื่องที่นางกลับมาเกิดใหม่ในชาตินี้หลังจากฟังคำพู
더 보기

บทที่ 409

ในฐานะคนจากยุคปัจจุบันอย่างนาง แม้จะมีนิสัยยึดติดความสะอาดในเรื่องพวกนี้ แต่ก็ต้องแยกแยะตามสถานการณ์อีกทั้งหลังจากที่โม่จิ่นยวนอยู่กับนาง หัวใจทั้งดวงก็อยู่ที่นาง เรียกได้ว่าทุ่มเทให้หมดทั้งใจ ดังนั้นนางจึงไม่มีอะไรต้องใส่ใจ“ฟู่~”เมื่อทุกคนได้ยินคำพูดของนาง ในที่สุดก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเพราะทุกคนต่างชอบมู่หนิงมาก และไม่อยากเห็นท่าทางเศร้าสร้อยของนาง“เรื่องของหลี่เชียนเชียน ข้ามักจะรู้สึกว่าเป็นปัญหา ก่อนหน้านี้ก็รู้สึกว่านางกำลังเล่นตุกติกเล็ก ๆ น้อย ๆ ตอนนี้ดูแล้วชัดเจนว่ากำลังเตรียมการเพื่อแย่งตัวน้องเจ็ดกลับไปในภายหลัง”ในช่วงที่หลี่เชียนเชียนเปิดโรงย้อมผ้า มู่อวิ๋นชิงเคยอยู่ร่วมกับนางมาช่วงหนึ่ง ก็รู้สึกว่าคนผู้นี้ไม่ได้จริงใจเหมือนตอนที่พบในแคว้นต้าโจวแล้วตอนนั้นนางยังนึกว่าเป็นเพราะหลี่เชียนเชียนประสบกับเหตุการณ์พลิกผันในครอบครัว ถึงได้นำไปสู่การเล่นตุกติกบางอย่างที่ทำให้รู้สึกอึดอัดใจในภายหลังตอนนี้พอลองคิดดู สาเหตุที่แท้จริงของนางอยู่ที่ตัวน้องเจ็ด“แม้จะบอกว่าหลี่เชียนเชียนเคยช่วยชีวิตข้า แต่ตอนที่พวกเราออกจากตระกูลหลี่ ก็ได้ตอบแทนบุญคุณนี้ไปแล้ว ประกอบกับหล
더 보기

บทที่ 410

ใครบ้างที่ไม่รู้ว่า พ่อครัวในวังหลวงทำอาหารอร่อยที่สุดแต่การที่สามารถได้รับพระราชทานว่า ‘อันดับหนึ่งในใต้หล้า’ จากฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน แสดงว่าไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน“ไป ข้าอยากจะลองชิมนักว่า อาหารที่แม้แต่ฝ่าบาทยังตรัสว่าอันดับหนึ่งในใต้หล้านั้น จะอร่อยเพียงใด”“พวกเราก็ไปลองกัน”มู่หนิงมองผู้คนที่เดินเข้ามาในหอสุราอย่างไม่ขาดสาย มุมปากก็ยกยิ้มบาง ๆเป็นอย่างที่คิดเอาไว้ ฐานะของฮ่องเต้นั้นแตกต่างออกไป มีประโยชน์ยิ่งกว่าการโฆษณาใด ๆจะว่าไปแล้ว ตอนที่นางเปิดร้านหม้อไฟที่เมืองไถโจวคราวนั้น ก็ได้เสี่ยวเฉินช่วยประชาสัมพันธ์ให้“เชิญด้านในขอรับ”เสี่ยวเอ้อร์ที่ยืนอยู่ด้านนอก ต้อนรับแขกทุกคนที่เข้ามาอย่างนอบน้อมและสุภาพ“อืม~ นี่มันอร่อยเกินไปแล้ว ข้าไม่เคยกินอาหารที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน”“สวรรค์! ได้กินอาหารของหอชุนหม่านสักคำ ข้ารู้สึกว่าชีวิตที่ผ่านมา ถือว่าอยู่มาโดยเปล่าประโยชน์แท้ ๆ”“ข้ากลับรู้สึกว่าพอได้กินอาหารของหอชุนหม่านสักคำ ในใจก็เต็มไปด้วยความสุข เพราะมันอร่อยเหลือเกินจริง ๆ ”“อีกไม่กี่วันก็เป็นวันเกิดของท่านแม่ข้า ถึงเวลานั้นก็จะจองที่นี่ไว้ จะต้องให้คนมาลองชิมอาหารของ
더 보기
이전
1
...
3940414243
...
47
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status