Tous les chapitres de : Chapitre 1 - Chapitre 10

18

บทที่ 1 : แกเพื่อนฉัน

"กิ๊ง! , ก่อง! , กาง! , ก่อง! / กิ่ง! , กอง! , ก๊าง! , ก่อง!"เป็นเสียงล้อเลียนออดเลิกเรียนที่ดังขึ้นจากกล่องเสียงของมิน.ในชุดนักเรียนคอซองเธอเดินนำหน้าเพื่อนสนิทของเธอ มายังประตูหน้าโรงเรียนด้วยความแคล่วคล่องราวกับปิดตาเดินได้ ขึ้นชื่อว่าเด็กก็มักจะเป็นกันแบบนี้ เลิกเรียนทีไรไม่ใช่การดีใจที่ได้กลับบ้านหรอก หากแต่เป็นการได้หาความสุขจากการกินขนมหน้าโรงเรียน เพื่อเป็นดั่งรางวัลในการตรากตรำตำราหลวงมาทั้งวันซะมากกว่า และแม้ว่าตอนนี้ทั้ง มิน และ อาย จะขึ้น ม.3 จนมีอายุครบ 15 ปีกันหมดแล้ว แต่พวกเธอก็ยังมีพฤติกรรมไม่ต่างจากเด็กอนุบาลอยู่."เฮ้! อย่าเดินเร็วนักสิมินรออายด้วย! ขาเค้าสั้นอ่ะวิ่งตามเธอไม่ทันหรอกนะ! รอด้วย ๆ ขอออกไปซื้อขนมด้วยคน! , แฮ่ก! ๆ ๆ".เด็กสาวสองคนยืนกอดกระเป๋ารอลุงนักการมาเปิดประตูด้วยใจจดจ่อ ชั่วเสี้ยวพริบตาที่ประตูเหล็กหมุนล้อติ้ว ความสุขจากผนังกระเพาะก็เริ่มปฎิบัติการทวงคืนสารอาหารทันที ลูกชิ้นทอดมาก่อนเลยหนึ่งเซต น้ำปั่นนมชมพูตามมาอีกสอง ยำลูกชิ้นเจี้ยวหมา ขนมโตเกียวแป้งนุ่ม โอ้โหบอกได้คำเดียวเลยว่าเหมือนไม่ได้มาเรียน แต่มาบำเพ็ญเพียรทุกรกิริยาแทนพระพุทธองค์มากกว่
Read More

บทที่ 2 : จักรยานสีชมพู

ที่พักเท้าด้านหลังถูกถีบลงก่อนเลยเป็นอันดับแรก เสียงดัง "แกร๊ง!" อันใสแจ๋วของมัน บ่งบอกได้ถึงความสดซิงของจักรยานสีชมพูพิงค์คันนี้ได้ดีที่สุด อายกวักมือเรียกให้เพื่อนสาวขึ้นมายืนบนที่เหยียบ พลางคว้าเอามือเรียวทั้งสองข้างของเพื่อนมาวางบนบ่าตัวเอง ภาพที่ออกมาจึงดูดีทีเดียว มันได้อารมณ์เหมือนเด็ก ๆ ในแก๊งค์แฟนฉัน หากแต่นี่คือ อาย กับ มิน เป็นเด็กผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชาย."เอานะมิน.. อายจะปั่นล่ะนะ!"."ไหวเหรอเธอ.. อย่างน้อยเธอควรจะเอาเป้บนหลังมาไว้ที่ฉันนะ"มินถามด้วยความเป็นห่วง."เอาน่า.. อายมีประสบการณ์ ตลอด 3 วันมานี้อายไม่ล้มเลยสักครั้ง เพราะงั้นถึงมั่นใจปั่นจักรยานมาโรงเรียนเองไง.. อิ ๆ (^-^)"."เหอะ ๆ นี่ฉันต้องมั่นใจกับคำพูดแค่นี้ของเธอจริง ๆ ดิ (T ^ T)"ขาสั่นเป็นเจ้าเข้า มือที่เกาะไหล่ไว้ก็เปียกโชกไปด้วยเม็ดเหงื่อ."ถ้างั้นก็ไปกันเล๊ย! สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้นนน! , ฮึบ! , เฮือกกก~! , อ่ะ! , เฮือกกก~! , อ๊าาากกก~! "."แก๊ง! , แก๊ง! , ครืด! , แก๊ง! "เสียงโซ่ครูดกับฟันเฟืองดังสนั่น ฟังจากเสียงเหมือนจะแรงมากแต่ความจริงคือช้ายิ่งกว่าตัวสล็อตเมาสารระเหย.ดีแค่ไหนแล้วที่ตอนนี้เป็นช
Read More

บทที่ 3 : พี่โมจิเหมียว~!

ทุกข์ของเด็กม.ต้น นอกเหนือจากเรื่องหัวใจรัก ๆ ใคร่ ๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของการทำการบ้านนี่แหละ หลังจากสองสาวเพื้อนซี้แยกย้ายกันไป เวลาแห่งการทำการบ้านก่อนนอนก็มาถึง บนห้องนอนส่วนตัวสีครีมของมิน ฝาผนังที่แปะโปสเตอร์ไอดอลเกาหลีสับหว่างกับเกิร์ลกรุ๊ปญี่ปุ่น แม้พวกเขาจะให้กำลังใจเธอผ่านทางแววตาและรอยยิ้ม แต่นั่นก็ไม่อาจเยียวยาปัญหาที่เด็กสาวประสบพบเจอในตอนนี้ได้."ซวยแล้ว! นี่มันกระเป๋าอายนี่นา! ไปเผลอสลับกันตั้งแต่เมื่อไหร่? แต่คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง เพราะถ้าเป็นงั้นก็แสดงว่ากระเป๋าของเราก็ต้องอยู่ที่อายสิ ถ้าเราทำการบ้านให้อายยัยนั่นก็ต้องทำให้เราก็ถือว่าเจ๊า ๆ กันไปล่ะเน๊อะ (^.^)"."แคว๊ก!!!"เสียงรูดซิบกระเป๋าเป้ออก.ด้วยความสัตย์จริงว่าในยุคสมัยนั้น โรงเรียนมักจะมีกฎว่าห้ามนักเรียนใช้กระเป๋าที่มีสีสันฉูดฉาด เด็กทุกคนต้องใช้กระเป๋าที่มีโลโก้สัญลักษณ์ของทางโรงเรียน ซึ่งถ้าจะให้ชัวร์ผู้ปกครองก็ควรจะซื้อกระเป๋าที่ทางโรงเรียนจัดสรรมาขาย เกิดรายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ก็แลกมากับความจำเจซ้ำซากและแพ็ทเทิร์นเดิม ๆ ของกระเป๋าบนแผ่นหลัง เหตุการณ์หยิบกระเป๋าผิดเลยมีเกิดขึ้นบ้างแม้จะไม่บ่อยนักแต่ก็ไ
Read More

บทที่ 4 : หน้าเสาธงเคารพธงชาติ

เช้าวันรุ่งขึ้นท้องฟ้าใสกระจ่างเมฆฟูนุ่มสวย บรรยากาศแลดูเป็นใจให้ต้นรักเบ่งบาน และถ้าจะมีใครสักคนอกหักในวันดี ๆ เช่นนี้ คนผู้นั้นก็คงจะโชคร้ายที่สุดในโลก ซึ่งแน่นอนว่ามินจะไม่มีทางให้มันเกิดขึ้น เวลา 8 นาฬิกานักเรียนทุกคนยืนเข้าแถวหน้าเสาธง คนที่ยืนอยู่หน้ามินคืออาย แล้วก็เหมือนจะยังคงงอนตุ๊บป่องไม่พูดไม่จากับเธอ."นี่ ๆ อาย.. อาย.. อาย.. ฮัลโหล.."มินพยายามสะกิดแขนแกมกระซิบ."ไม่พูดด้วย.."."นี่คือแกโกรธฉันอยู่หรอ? โกรธจริงดิ?"."ไม่พูดด้วย..".เอานิ้วจิ้มเอวไปอีกสองสามที แต่ดูทรงแล้วอายเหมือนจะโกรธจริง ท่ามกลางนักเรียนหลายร้อยของโรงเรียนประจำจังหวัด ที่นี่มีระบบการยืนเข้าแถวแบ่งเป็นระดับชั้นอย่างชัดเจน โดยไล่ไปเป็นกลุ่ม ๆ ตั้งแต่ ม. 1 - ม. 6 กล่าวคือ ม. 1 มีสิบห้องก็จะตั้งแถวสิบแถวแยกเป็น 1/1 - 1/10 ม.2 ก็ทำแบบเดียวกันแยกเป็น 2/1 - 2/10 แพ็ทเทิร์นจะเป็นแบบนี้วนไปจนถึงแถวของพี่ ม.6.ภาพที่ออกมาลานหน้าเสาธงของโรงเรียนจึงมีลักษณะแบ่งเป็นกลุ่มก้อนอย่างชัดแจ้ง ม.3 ก็จะคุยกันอยู่แค่ในกลุ่มของ ม.3 หรือ ม.6 ก็จะเกาะกลุ่มกันเฉพาะพวกเขาไม่ก้าวก่ายแถวของระดับชั้นอื่น แต่ทว่าเช้านี้กลับมีม
Read More

บทที่ 5 : สกิลของคุณครูโตโต้

เด็กสาวม.ต้นสัมผัสได้ถึงเสียงคนคุยกัน เปลือกตาอายสามารถเหลือบมองขึ้นได้แล้วแต่เธอแค่ยั้งไว้ก่อน ประหนึ่งว่าเจ้าตัวกำลังตั้งใจจะแอบฟังว่าคนอื่น ๆ จะพูดถึงเธอยังไง จะนินทาเด็กสาววัยใสที่เป็นลมล้มพับหน้าเสาธงได้ลงคอรึเปล่า แต่ทว่าสิ่งที่ได้ยินดันมีแต่น้ำเสียงของพวกคุณครูที่กำลังเป็นห่วง มีการสอบถามกันว่าจะต้องตามผู้ปกครองมาไหม หรือว่าจะไปส่งเด็กที่บ้านเองเลย อาการหน้ามืดเป็นลมปกติจะต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลตาม พรบ.กระทรวงศึกษาธิการรึเปล่า หรือเป็นดุลยพินิจของผอ. โรงเรียน.โดยรวมแล้วโอ๊ยตาย! เป็นเรื่องราวที่ใหญ่โตมโหฬารกันเลยทีเดียวเชียว ไม่ไหว ๆ สงสารพวกคุณครูจับใจอายก็เลยตัดสินใจตื่นขึ้นดีกว่า เธอเผยอเปลือกตาขึ้นเชื่องช้า และแน่นอนว่าสิ่งแรกที่เห็นก็คือฝ้าเพดานกับหลอดไฟนีออนของห้องพยาบาล แต่สิ่งที่อายไม่ได้คาดหวังดันมาอยู่ในส่วนหลังนี่สิ นั่นก็คือเงาตะคุ่ม ๆ ของมินที่ไม่รู้อะไรดลใจให้ชะโงกหน้าเข้ามาราวกับจะสิงสู่."อร๊ายยยย!!!"กรี๊ดสิจะเหลือเหรอ.ต่างคนต่างกรี๊ดตกใจกันเองทั้งที่เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน และมินก็เลือกที่จะปิดโอกาสไม่ให้เพื่อนกระทำสิ่งใดต่อ เธอชิงขอโทษก่อนเลย."ฉันขอโทษนะอาย
Read More

บทที่ 6 : เพื่อนผู้ลึกลับ

ทางเดินอาคารโล่งราวกับใช้ตากพริกได้ นักเรียนทุกคนลงจากตึกไปที่โรงอาหารกันหมดแล้ว หน้าห้องพยาบาลแห่งนี้ก็เลยมีแค่ อาย , มิน , แล้วก็ "เมฆฝน" อย่างที่โปรยไว้ในตอนก่อนหน้า ว่ากิริยาท่าทางของเธอผู้นี้ช่างพิลึกพิศวงต่างจากเด็กม.ต้นคนอื่น ๆ อยู่หลายส่วน แม้ว่าเธอจะอยู่ห้อง ม.3/2 เหมือนกับอายและมิน แต่ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาหรือทรงผม เมฆฝนกลับดูเหมือนผู้ใหญ่ที่มีปมแล้วปลอมตัวมาโรงเรียนซะมากกว่า.เธอมีผมที่ยาวตรงทั้ง ๆ ที่เด็กม.ต้นมักจะไว้ผมสั้นจะได้เล่นกับเพื่อนได้สนุก ๆ ดวงตาของเมฆฝนกลมโตแวววาว ปากนิดจมูกหน่อย ดูรวม ๆ แล้วเธอเป็นเด็กผู้หญิงที่สวยเชียวล่ะ หากแต่เป็นเพราะบุคลิกอันลึกลับมากกว่าที่พันธนาการออร่าแห่งความงดงามดังกล่าวเอาไว้ เมฆฝนเป็นหนึ่งในสมาชิกชมรม "かつろ (คัทซึโระ)" ชื่อนี้แปลว่าปมเชือกในภาษาญี่ปุ่น แต่แท้จริงแล้วชมรมนี้เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มคนที่ชอบการสืบสวนสอบสวน คนที่ชอบเรื่องลี้ลับ โลกหลังความตาย หรืออะไรก็แล้วแต่ที่พิสูจน์ไม่ได้.ว่ากันว่าจวบจนปัจจุบันชมรมนี้มีสมาชิกทั้งหมดกี่คน และแต่ละคนทำอะไรบ้างก็ยังคงเป็นปริศนา ปมเชือกที่ผูกแน่นจึงถูกนำมาใช้แทนตัวตนของพวกเขา คดีไหนในโรงเ
Read More

บทที่ 7 : โรงอาหาร

ห้ามแล้วแต่ไม่ยอมฟัง ห้ามไปโรงอาหารแล้วมันทำให้ท้องหายหิวได้ไหมล่ะ เพราะงั้นทั้งมินและอายก็เลยจำเป็นต้องทำตามความปรารถนาเดิม และถึงตรงนี้ก็เป็นเวลาที่เหมาะสมที่คุณผู้อ่านทุกท่านจะหยิบเหริยญขึ้นมาแล้ว ทอยมันขึ้นไปกลางอากาศซะ! แล้วมารอดูกันว่าตัวละครของคุณจะดำเนินเนื้อเรื่องต่อไปยังไง..* ถ้าออก "หัว" ให้อ่านตรงนี้.ความคึกคักในโรงอาหารเข้าขั้นโกลาหล ด้วยความที่เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พักเที่ยงทีนักเรียนทั้งโรงเรียนจึงมารวมกันอยู่ ณ จุดเดียว ผนวกรวมกับการจัดระเบียบของคุณครูที่เหมือนจะดีแต่ก็มีหลายวันที่เกินการควบคุม ภาพในการจับจ่ายซื้อหาอาหารเที่ยงของนักเรียนจึงไม่ต่างจากการแย่งของยังชีพในฉนวนกาซ่า ใครดีใครได้ใครมาช้าก็อด."พวกเรามาช้าไปอ่ะอาย.."."อือ.. อายก็คิดว่างั้น จะเหลืออะไรให้เรากินไหมเนี่ยะ? รู้งี้อยู่กินข้าวกล่องกับเมฆฝนดีกว่า ปิ่นโตเขาน่ารักมากเลยกับข้าวก็น่าทาน ไส้กรอกตุ๊ต๊ะ , ผัดบรอคโคลีหัวแอฟโฟร , ไข่เจียวยิ้มหวาน (^0^)"."เห๊อะ! แต่เธอต้องขึ้นไปนั่งกินบนอัฒจันทร์สนามบาสคนเดียวนะ แล้วยัยฝนเขาก็ไม่ได้ชวนเราด้วย คงมีแต่นกพิราบแหละที่จะเข้าใจคนพิลึกพรรค์นั้น ไอ้เราก็อุตส่าห์
Read More

บทที่ 8 : ช่วยด้วย!

"ก็เพื่อนหนูเค้าจะชอบใคร แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่ด้วยล่ะ!"มินตวาดกลับคืนไปบ้าง ดูท่าทางเธอจะไม่กลัวภัยคุกคามทางวัยวุฒินี้เท่าไหร่ อายุไม่เกี่ยวใส่เดี่ยวได้หมด."โอ๊ะโอ๋! มีบอดี้การ์ดประจำตัวซะด้วยสิ! พี่จะบอกอะไรให้นะยัยหนูทอมบอย ว่าพี่ก็ไม่ได้ถามน้องครับ! แล้วน้องยุ่งอะไรด้วย! เอาเป็นว่าไปทำตัวให้สวยกว่านี้ก่อนเหอะถึงตอนนั้นน้องก็จะเป็นคิวต่อไปเอง! ว่าป่ะพวกเรา!? ห่ะ! , ห่ะ! , ห่ะ! , ฮ่า! , ฮ่า! "."ไอ้พวกบ้า!"กำหมัดเกร็งจนตัวสั่นฟันกรามนี่ขบกันแน่น งานนี้ถ้าไม่อยากให้ถึงตายยังไงก็ต้องมีต่อย!.ซึ่งก็นะนี่แหละเขาถึงเรียกว่าเพื่อนกัน เพราะขนาดยืนอยู่ด้านหลังอายยังรู้เลยว่ามินคิดจะทำอะไร เธอจึงรีบดึงชายเสื้อนักเรียนของเพื่อนตัวโตเอาไว้ ทั้งดึงทั้งกระชากพลางส่ายหน้ายึกยักเป็นนัยว่าอย่าไปยุ่งกับพี่ ๆ เขาเลย ต่างคนต่างอยู่ก็เกิดสันติสุขต่อกันดีอยู่แล้ว."ไปกันเถอะมิน! อายไม่เป็นไรหรอกแค่เดินหนีก็จบ!" เป็นเสียงกระซิบที่กระเส่ามาก แค่ฟังน้ำเสียงก็เหมือนจะร้องไห้อยู่แล้ว."ได้ไงล่ะ! คนเราก็มีศักดิ์ศรีนะ! เธอยอมแต่ฉันไม่ยอมนี่นา! เมื่อกี้ไม่ได้ยินเหรอว่าพี่เขาลามปามมาถึงฉันแล้ว ถ้าเรามัว
Read More

บทที่ 9 : ขอบใจ

เสียงเพลงดังกระหึ่มเรียกร้องทุกความสนใจ เพลงแรกจบไปเพลงสองเพลงสามพร้อมกับ MV ที่วาบหวิวขึ้นเรื่อย ๆ ก็ทยอยเปิดขึ้นตามมา วันนี้เป็นวันอะไรเป็นวันปล่อยผีหรือไงทำไมจู่ ๆ ทีวีโรงเรียนถึงเปิดรายการแนวนี้ออกมาได้ ซึ่งบ่งบอกได้ถึงรสนิยมของคนที่อยู่เบื้องหลัง กล่าวคือคนที่คุมห้องคอนโทรลจะต้องมีความป๊อบเคาท์เจอร์อยู่ระดับหนึ่ง เขาต้องมีความเป็นวัยรุ่นหรือไม่ก็เป็นวัยไล่เลี่ยกับเด็กนักเรียนที่อยู่ในโรงอาหาร.อีกประการก็ต้องเป็นคนที่มีความรอบรู้เรื่องเพลงระดับสูง เพราะอย่างที่บอกว่าสมัยนั้นไม่ได้มีอินเตอร์เน็ต ไม่ได้มี Ai หรือ Search engine ที่ทรงพลังเหมือนทุกวันนี้ แต่ละเพลงที่เปิดล้วนมาจากตลับเทป ส่วนภาพที่ฉายก็ต่อสายมาจากเครื่อง VDO คนที่จะหาของแบบนี้มาเปิดได้ จะต้องมีสกิลในการดิลกับร้านเทปพอสมควร หรือไม่ก็ต้องมีสายป่านที่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังเกี่ยวกับวงการนี้เป็นอย่างดี.แต่ก็ช่างมันเถอะ! เพราะตอนนี้วิกฤตได้ผ่านพ้นไปแล้ว อายกับมินรอดตายจากวงล้อมของฝูงหมาฮายีน่า และพวกเธอก็กำลังหิวจนจะกินคุณป้าแม่ครัวได้อยู่แล้ว! อายเดินโทง ๆ นำหน้ามินไปก่อนจะมาหยุดอยู่ที่โต๊ะไม้ขนาดยาวตัวหนึ่ง ซึ่งที่จริงท
Read More

บทที่ 10 : อีกทางเลือกหนึ่ง

* ถ้าออก "ก้อย" ให้อ่านตรงนี้..ในข่าวอาชญากรรมตามทีวีมักจะมีบ่อยครั้งที่ผู้ประกาศลุงแว่นชอบใช้คำทำนองว่า "ทนพิษบาดแผลไม่ไหว" ผู้ประสบภัยเสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล ฉันใดก็ฉันนั้นแม้จะไม่รุนแรงเท่าแต่ อาย กับ มิน ก็ตกอยู่ในอาการ "ทนหิวต่อไปไม่ไหว" เช่นกัน พวกเธอเป็นเด็ก ม. 3 วัยเพียง 15 ขวบ แดกควายทั้งตัวยังไม่อ้วนเลยเพราะระบบเผาผลาญดีมาก แป๊บ ๆ หิว แป๊บ ๆ กิน แป๊บ ๆ หิวอีกแล้ว! .เพราะงั้นต่อให้เมฆฝนจะพยายามเตือนสักแค่ไหน พวกเธอก็ต้องมาหาของกินที่โรงอาหารแห่งนี้อยู่ดี และถึงจะมาสายหาโต๊ะนั่งไม่ได้หรืออาหารถูกจำหน่ายไปหมดแล้ว อย่างน้อย ๆ อาย กับ มิน ก็คิดว่าได้เอาน้ำลูบท้องสักหน่อยก็ยังดี เพราะมันหิวมากจริง ๆ ซึ่งนั่นแหละ! ที่เป็นชนวนเหตุให้นำมาสู่เหตุการณ์อันไม่คาดคิด.ใครจะไปเชื่อว่าแค่เรื่องเป็นลมหน้าเสาธงของอาย จะเกือบกลายเป็นโศกนาฏกรรมกลางโรงอาหาร!."มิน ๆ เธอว่าคนในนี้มองอายแปลก ๆ ไหม? (> . ทำไมทุกคนจ้องอายไม่วางตาเลยอ่ะ เหมือนพวกเขานินทาอายอยู่ด้วย? บอกอายหน่อยสิว่าอายไม่ได้คิดไปเอง!?"เพื่อนตัวเล็กถึงกับขืนตัวเองไว้ไม่กล้าเดินต่อ เธอฉุดชายเสื้อมินเอาไว้แน่นทั้งคู่ก็เลยหยุ
Read More
Dernier
12
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status