Home / วาย / ร่างกายต้องการความเลิฟ (Nc 18+) / บทที่ 3 : พี่โมจิเหมียว~!

Share

บทที่ 3 : พี่โมจิเหมียว~!

Author: L.sunanta
last update Huling Na-update: 2025-12-04 23:00:49

ทุกข์ของเด็กม.ต้น นอกเหนือจากเรื่องหัวใจรัก ๆ ใคร่ ๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของการทำการบ้านนี่แหละ หลังจากสองสาวเพื้อนซี้แยกย้ายกันไป เวลาแห่งการทำการบ้านก่อนนอนก็มาถึง บนห้องนอนส่วนตัวสีครีมของมิน ฝาผนังที่แปะโปสเตอร์ไอดอลเกาหลีสับหว่างกับเกิร์ลกรุ๊ปญี่ปุ่น แม้พวกเขาจะให้กำลังใจเธอผ่านทางแววตาและรอยยิ้ม แต่นั่นก็ไม่อาจเยียวยาปัญหาที่เด็กสาวประสบพบเจอในตอนนี้ได้

.

"ซวยแล้ว! นี่มันกระเป๋าอายนี่นา! ไปเผลอสลับกันตั้งแต่เมื่อไหร่?"

"แต่คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง เพราะถ้าเป็นงั้นก็แสดงว่ากระเป๋าของเราก็ต้องอยู่ที่อายสิ.."

"ถ้าเราทำการบ้านให้อาย ยัยนั่นก็ต้องทำให้เรา ก็ถือว่าเจ๊า ๆ กันไปล่ะเน๊อะ (^.^)"

.

"แคว๊ก!!!"

เสียงรูดซิบกระเป๋าเป้ออก

.

ด้วยความสัตย์จริงว่าในยุคสมัยนั้น โรงเรียนมักจะมีกฎว่าห้ามนักเรียนใช้กระเป๋าที่มีสีสันฉูดฉาด เด็กทุกคนต้องใช้กระเป๋าที่มีโลโก้สัญลักษณ์ของทางโรงเรียน ซึ่งถ้าจะให้ชัวร์ผู้ปกครองก็ควรจะซื้อกระเป๋าที่ทางโรงเรียนจัดสรรมาขาย เกิดรายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ก็แลกมากับความจำเจซ้ำซาก และแพ็ทเทิร์นเดิม ๆ ของกระเป๋าบนแผ่นหลัง เหตุการณ์หยิบกระเป๋าผิดเลยมีเกิดขึ้นบ้าง แม้จะไม่บ่อยนักแต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

.

"ไหน ๆ ขอดูหน่อยว่าเธอใส่อะไรไว้ในนี้บ้าง.."

"ฉันถือว่าฉันไม่ได้เสียมารยาทนะ แต่ฉันทำเพราะความจำเป็น"

.

"เหมียว~!"

.

"หืม.. ใช่ไหมโมจิ แกก็อยากรู้ใช่ไหมล่ะว่าในนี้มีอะไร?"

"แต่บอกไว้ก่อนนะว่าไม่มีโดเรม่อนญาติของแกหรอกนะ.. เจ้าเหมียวอ้วน (^0^)"

"เหมียว ๆ มานี่มา มาดูด้วยกันมา! เหมียว ๆ !"

.

"เหมียว~!"

ยอมมาซะที่ไหนเดินไต่ขอบหน้าต่างกระโดดลงชั้นสองไปเฉย พี่โมจิแกมักจะเป็นของแกแบบนี้ แกเป็นแมวขนปุยสีขาวราวกับขนม O-TOP ของนครสวรรค์ บางวันแกก็เป็นแมวขี้อ้อน บางวันแกก็ติสท์แตกยากจะมีพลเมืองโลกหน้าไหนเข้าใจ และบางทีวันนี้โมจิอาจจะรู้ด้วยมั้งว่ากลิ่นกระเป๋าไม่ใช่ของมิน ก็เลยไม่สนใจ

.

"แง.. โดนเมินซะล่ะ (T ^ T)"

"แต่ก็เอาเหอะ เราควรจะโฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากกว่า มาทำการบ้านให้อายกันดีกว่า!"

.

ตะกุยตะกายกระเป๋าเพื่อนซะเละเทะ ก่อนจะพบเข้ากับตำราหนังสือมากมายที่เรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ อายจำแนกสมุดไว้กับสมุดแบ่งหนังสือไว้กับหนังสือ สองสิ่งนี้แบ่งโซนกันอย่างชัดเจน มีการเรียงขนาดไซส์จากเล็กไปใหญ่ เรียงแม้กระทั่งเฉดสีจากอ่อนไปเข้ม ด้วยความสัตย์จริงว่าถ้ามินเป็นเจ้าของกระเป๋าใบนี้ล่ะก็ ต่อให้ปิดตาหยิบก็ยังรู้ว่าจะได้หนังสือวิชาอะไรติดมือออกมา

.

อายเป็นคนที่ระเบียบวินัยจัดจ้านมาก! เป๊ะจัดเป๊ะเว่อร์! ช่องกระเป๋าด้านหน้าเป็นที่ใส่กล่องดินสอ ติดกันเป็นกระปุกแป้งพับและเครื่องประทินผิว ทิชชู่เปียกทิชชู่แห้ง ผ้าอนามัยมีพร้อมไม่หวั่นแม้วันมามาก ส่วนช่องว่างด้านข้างก็ยังมีของที่ไม่ควรมีอย่างเช่น แอลกอฮอล์ล้างแผลและทิงเจอร์ไอโอดีน มินเห็นเข้าก็ได้แต่ขำ ว่าตกลงเพื่อนคนนี้มาเรียนหนังสือหรือจะมาเดินป่าตั้งแคมป์ตรงหน้าเสาธงกันแน่

.

และนี่แหละคืออาย! เพราะเธอเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง เลยพยายามชดเชยด้วยการเตรียมทุกอย่างให้พรั่งพร้อม เอาไว้เสมอ

.

"เหอะ ๆ ฉันล่ะยอมเธอเลยจริง ๆ อาย"

"เอาล่ะทีนี้ก็เข้าเรื่องเข้าราวกันสักที การบ้านวิชาสังคมของคุณครูจินนี่.."

"เอ.. หนังสือต้องสันสีเขียวเล่นนี้ ส่วนสมุดก็น่าจะเป็น.. ต้องเล่มนี้แหละน่าจะใช่!"

.

"พรึบ!"

ดึงออกมาพรวดเดียวพร้อมกันสองเล่ม แล้วก็ถูกต้องตรงเผงแบบโคตรฟลุ๊ค!

.

แต่ทว่าพอวางลงบนโต๊ะอ่านหนังสือในห้องปุ๊บ วินาทีที่แสงโคมไฟฉาบฉายลงมาโดนหน้ากระดาษสมุด ตอนนั้นเองที่มินถึงกับกระเด้งตัวเองเอาหลังไปชนกับพนักเก้าอี้เสียงดัง "โครม!" ให้ตายเถอะ! นี่อายเพื่อนรักของเธอแอบไปทำแบบนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่?!

.

สมุดวิชาสังคมจริงมีเส้นบรรทัดตีไว้ให้ขีดเขียน แต่ถ้าเราพลิกอ่านจากทางด้านหลัง เราก็จะเห็นภาพสเก็ตดินสอของตัวบ้านพี่ซูชิที่ถูกวาดไว้อย่างวิจิตรบรรจง! แม้ลายเส้นจะบางไปบ้างแต่ดูก็รู้ว่าอายใส่ความพยายามลงไปมากแค่ไหน มิหนำซ้ำในหน้าถัดไปยังเขียนข้อมูลของครอบครัวพี่ซูชิไว้ซะละเอียดยิบ พี่เขาอยู่กับใคร , พ่อแม่ทำงานอะไร , บ้านเขาเลี้ยงหมาไหม , คุณตาคุณยายใจดีรึเปล่า ฯลฯ มีแม้กระทั่งวันเดือนปีเกิดพี่เขาและกลุ่มดาวประจำราศี และบางทีพื้นดวงของพี่ชูชิก็อาจจะถูกอายนำไปทำนายทายทักไว้แล้ว

.

"เชี้ย! ละเอียดสัด.."

มินถึงกับสบถคำอุทานออกมา

.

นั่นเท่ากับว่าอายนั้นดื้อเงียบ เธอเร็วกว่ามินด้วยซ้ำ และถ้าไม่มีการสลับกระเป๋ากันในวันนี้แม้แต่เธอเองก็คงไม่รู้ว่าอายจริงจังขนาดไหน ดูทรงความรักจะเบ่งบานในใจของเพื่อนตัวน้อยซะแล้ว และมินเองก็ถึงกับฟินตามไปด้วย เธอหลุดยิ้มออกมาอย่างน่าเอ็นดู เมื่อพบว่าในสมุดหน้าหลัง ๆ มีรูปวาดพี่ซูชิในท่าต่าง ๆ เต็มไปหมด ลายเส้นปากกายึกยือ หัวโตตาแป๋วบิดบ้างเบี้ยวบ้างแต่ก็เต็มไปด้วยความจริงใจ ซ้ำร้ายที่ดันมีรูปของตัวเธอเองรวมอยู่ในนั้นด้วยเฉยเลย

.

"เอ๋.. นี่ฉันหรอ?! นี่เธอวาดฉันสวยขนาดนี้เชียว! (^.^)"

"น่าร๊ากกกกอ่ะ! แบบนี้ไม่น้อยใจล่ะ ไว้ฉันจะช่วยแกเต็มที่เลยหุ ๆ "

"โมจิมาดูนี่เร็ว! , มาดูฉันเวอร์ชั่นการ์ตูนน่ารักไหม? , น่ารักเน๊อะ! (>_<) "

.

"เหมียว~! , เหมียว~!"

.

จนกระทั่งโมเมนท์แห่งความสุขสันต์มีอันต้องสะดุดลง เพราะเสียงโทรศัพท์บ้านที่ดังขึ้นและคุณแม่เป็นคนรับ เสียงตะโกนเรียกอันคุ้นเคยดังก้องกลบเสียงพี่โมจิ และตอนนั้นเองที่มินเหมือนจะรู้แล้วว่าตัวเองต้องเจอกับอะไร

.

"ฮัลโหล..อา.. ย..?"

.

/อย่าเปิดสมุดนะ!!!/

.

"สมุดอะไรแล้วแกจะตะโกนเพื่อ?!"

.

/สมุดการบ้านวิชาสังคม มินอย่าเปิดมันออกมานะ! อายขอร้องล่ะ! /

.

"อ๊อ.. ไอ้ที่แกเขียนข้อมูลพี่ซูชิ กับวาดรูปพี่เขาไว้เพียบน่ะเหรอ?"

"ไม่ทันแล้วจ่ะเพื่อนรัก โมจิกับฉันเห็นทุกอย่างหมดแล้ว (^-^)"

.

/เสร็จกัน..โลกระเบิดแน่คราวนี้ (T^T) /

.

"โห..เว่อร์เหอะ! ฉันเป็นคนใจร้ายขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำเสียงซะหมดอาลัยตายอยาก~!"

.

/ก็มันจริงไหมล่ะ! จนจะเข้านอนอยู่แล้วมินยังแกล้งอายไม่หยุดเลยอ่ะ! (= . =)" /

.

"เหอะ ๆ รู้สึกผิดเลยแฮะ เอางี้งั้นเรามาแลกกัน เธอทำการบ้านในสมุดฉัน ฉันจะทำการบ้านในสมุดเธอ"

"ฉันต้องถูกทุกข้อและได้คะแนนเต็ม แล้วฉันจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับโอเค๊?!"

.

/ไม่เชื่อ!!! (>_<)" /

.

"ใช่! ฉันก็ไม่เชื่อตัวฉันเองเหมือนกันฮ่า ๆ (^0^)"

.

/ไอ้มินบ้าวางสายไปเล๊ย! ไม่คุยด้วยแล่วเช๊อะ! ไอ้หนอนบ้ง!/

.

"ตุ๊ด ๆ , ตุ๊ด ๆ , ตุ๊ด ๆ , ตุ๊ด ๆ "

กระแทกโทรศัพท์ใส่แป้นคืนแบบขุ่นแค้น ตุ๊ดล้วน ๆ ไม่มีกระเทยเจือปน

.

และแน่นอนว่าคนเจ้าแผนการอย่างมิน ไม่มีทางพอแค่นี้หรอก รอถึงเช้าวันรุ่งขึ้นที่โรงเรียนเถอะ เธอจะสวมบทป๋าดันและทำให้อายได้คบกับพี่ม.5 คนนั้นให้จงได้ "เหมียว~!" โมจิหลับปุ๋ยไปแล้ว มินชอบแอบมองมัน เวลาโมจิขดตัวนอนในตะกร้า มันเหมือนกับได้เห็นอายในเวอร์ชั่นขี้อ้อนน่ารัก ๆ เลย

.

.

ปล. เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรโปรดติดตามตอนต่อไปจ้า

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ร่างกายต้องการความเลิฟ (Nc 18+)   บทที่ 7 : โรงอาหาร

    ห้ามแล้วแต่ไม่ยอมฟัง ห้ามไปโรงอาหารแล้วมันทำให้ท้องหายหิวได้ไหมล่ะ เพราะงั้นทั้งมินและอายก็เลยจำเป็นต้องทำตามความปรารถนาเดิม และถึงตรงนี้ก็เป็นเวลาที่เหมาะสม ที่คุณผู้อ่านทุกท่านจะหยิบเหริยญขึ้นมาแล้ว ทอยมันขึ้นไปกลางอากาศซะ! แล้วมารอดูกันว่าตัวละครของคุณจะดำเนินเนื้อเรื่องต่อไปยังไง..* ถ้าออก "หัว" ให้อ่านตรงนี้.ความคึกคักในโรงอาหารเข้าขั้นโกลาหล ด้วยความที่เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พักเที่ยงทีนักเรียนทั้งโรงเรียนจึงมารวมกันอยู่ ณ จุดเดียว ผนวกรวมกับการจัดระเบียบของคุณครู ที่เหมือนจะดีแต่ก็มีหลายวันที่เกินการควบคุม ภาพในการจับจ่ายซื้อหาอาหารเที่ยงของนักเรียนจึงไม่ต่างจากการแย่งของยังชีพในฉนวนกาซ่า ใครดีใครได้แถวที่เคยมีเจอความอยากได้มันนี่ของเหล่าแม่ค้าข้าวราดแกงเข้าไป ก็ไม่ต่างจากมรสุมในทะเลจีนใต้."พวกเรามาช้าไปอ่ะอาย.."."อือ.. อายก็คิดว่างั้น จะเหลืออะไรให้เรากินไหมเนี่ยะ?""รู้งี้อยู่กินข้าวกล่องกับเมฆฝนดีกว่า ปิ่นโตเขาน่ารักมากเลยกับข้าวก็น่าทาน (^0^)""ไส้กรอกตุ๊ต๊ะ , ผัดบรอคโคลีหัวแอฟโฟร , ไข่เจียวยิ้มหวาน"."เห๊อะ! แต่เธอต้องขึ้นไปนั่งกินบนอัฒจันทร์สนามบาสคนเดียวนะ""แล้วย

  • ร่างกายต้องการความเลิฟ (Nc 18+)   บทที่ 6 : เพื่อนผู้ลึกลับ

    ทางเดินอาคารโล่งราวกับใช้ตากพริกได้ นักเรียนทุกคนลงจากตึกไปที่โรงอาหารกันหมดแล้ว หน้าห้องพยาบาลแห่งนี้ก็เลยมีแค่ อาย , มิน , แล้วก็ "เมฆฝน" อย่างที่โปรยไว้ในตอนก่อนหน้าว่ากิริยาท่าทางของเธอผู้นี้ ช่างพิลึกพิศวงต่างจากเด็กม.ต้นคนอื่น ๆ อยู่หลายส่วน แม้ว่าเธอจะอยู่ห้อง ม.3/2 เหมือนกับอายและมิน แต่ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาหรือทรงผม เมฆฝนกลับดูเหมือนผู้ใหญ่ที่มีปมแล้วปลอมตัวมาโรงเรียนซะมากกว่า.เธอมีผมที่ยาวตรงทั้ง ๆ ที่เด็กม.ต้นมักจะไว้ผมสั้น จะได้เล่นกับเพื่อนได้สนุก ๆ ดวงตาของเมฆฝนกลมโตแวววาว ปากนิดจมูกหน่อย ดูรวม ๆ แล้วเธอเป็นเด็กผู้หญิงที่สวยเชียวล่ะ หากแต่เป็นเพราะบุคลิกอันลึกลับมากกว่า ที่พันธนาการออร่าแห่งความงดงามดังกล่าวเอาไว้ เมฆฝนเป็นหนึ่งในสมาชิกชมรม "かつろ (คัทซึโระ)" ชื่อนี้แปลว่าปมเชือกในภาษาญี่ปุ่น แต่แท้จริงแล้วชมรมนี้เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มคนที่ชอบการสืบสวนสอบสวน คนที่ชอบเรื่องลี้ลับ โลกหลังความตาย หรืออะไรก็แล้วแต่ที่พิสูจน์ไม่ได้.ว่ากันว่าจวบจนปัจจุบันชมรมนี้มีสมาชิกทั้งหมดกี่คน และแต่ละคนทำอะไรบ้างก็ยังคงเป็นปริศนา ปมเชือกที่ผูกแน่นจึงถูกนำมาใช้แทนตัวตนของพวกเขา คดีไหนในโร

  • ร่างกายต้องการความเลิฟ (Nc 18+)   บทที่ 5 : สกิลของคุณครูโตโต้

    เด็กสาวม.ต้นสัมผัสได้ถึงเสียงคนคุยกัน เปลือกตาอายสามารถเหลือบมองขึ้นได้แล้วแต่เธอแค่ยั้งไว้ก่อน ประหนึ่งว่าเจ้าตัวกำลังตั้งใจจะแอบฟังว่าคนอื่น ๆ จะพูดถึงเธอยังไง จะนินทาเด็กสาววัยใสที่เป็นลมล้มพับหน้าเสาธงได้ลงคอรึเปล่า แต่ทว่าสิ่งที่ได้ยินดันมีแต่น้ำเสียงของพวกคุณครูที่กำลังเป็นห่วง มีการสอบถามกันว่าจะต้องตามผู้ปกครองมาไหม หรือว่าจะไปส่งเด็กที่บ้านเองเลย อาการหน้ามืดเป็นลมปกติจะต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลตาม พรบ.กระทรวงศึกษาธิการรึเปล่า หรือเป็นดุลยพินิจของผอ. โรงเรียน.โดยรวมแล้วโอ๊ยตาย! เป็นเรื่องราวที่ใหญ่โตมโหฬารกันเลยทีเดียวเชียว ไม่ไหว ๆ สงสารพวกคุณครูจับใจอายก็เลยตัดสินใจตื่นขึ้นดีกว่า เธอเผยอเปลือกตาขึ้นเชื่องช้า และแน่นอนว่าสิ่งแรกที่เห็นก็คือฝ้าเพดานกับหลอดไฟนีออนของห้องพยาบาล แต่สิ่งที่อายไม่ได้คาดหวังดันมาอยู่ในส่วนหลังนี่สิ นั่นก็คือเงาตะคุ่ม ๆ ของมินที่ไม่รู้อะไรดลใจให้ชะโงกหน้าเข้ามาราวกับจะสิงสู่."อร๊ายยยย!!!"กรี๊ดสิจะเหลือเหรอ.ต่างคนต่างกรี๊ดตกใจกันเองทั้งที่เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน และมินก็เลือกที่จะปิดโอกาสไม่ให้เพื่อนกระทำสิ่งใดต่อ เธอชิงขอโทษก่อนเลย."ฉันขอโทษนะอาย

  • ร่างกายต้องการความเลิฟ (Nc 18+)   บทที่ 4 : หน้าเสาธงเคารพธงชาติ

    เช้าวันรุ่งขึ้นท้องฟ้าใสกระจ่าง เมฆฟูนุ่มสวย บรรยากาศแลดูเป็นใจให้ต้นรักเบ่งบาน และถ้าจะมีใครสักคนอกหักในวันดี ๆ เช่นนี้ คนผู้นั้นก็คงจะโชคร้ายที่สุดในโลก ซึ่งแน่นอนว่ามินจะไม่มีทางให้มันเกิดขึ้น เวลา 8 นาฬิกา นักเรียนทุกคนยืนเข้าแถวหน้าเสาธง คนที่ยืนอยู่หน้ามินคืออาย แล้วก็เหมือนจะยังคงงอนตุ๊บป่องไม่พูดไม่จากับเธอ."นี่ ๆ อาย.. อาย.. อาย.. ฮัลโหล.."มินพยายามสะกิดแขนแกมกระซิบ."ไม่พูดด้วย.."."นี่คือแกโกรธฉันอยู่หรอ? โกรธจริงดิ?"."ไม่พูดด้วย..".เอานิ้วจิ้มเอวไปอีกสองสามที แต่ดูทรงแล้วอายเหมือนจะโกรธจริง ท่ามกลางนักเรียนหลายร้อยของโรงเรียนประจำจังหวัด ที่นี่มีระบบการยืนเข้าแถวแบ่งเป็นระดับชั้นอย่างชัดเจน โดยไล่ไปเป็นกลุ่ม ๆ ตั้งแต่ ม. 1 - ม. 6 กล่าวคือ ม.

  • ร่างกายต้องการความเลิฟ (Nc 18+)   บทที่ 3 : พี่โมจิเหมียว~!

    ทุกข์ของเด็กม.ต้น นอกเหนือจากเรื่องหัวใจรัก ๆ ใคร่ ๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของการทำการบ้านนี่แหละ หลังจากสองสาวเพื้อนซี้แยกย้ายกันไป เวลาแห่งการทำการบ้านก่อนนอนก็มาถึง บนห้องนอนส่วนตัวสีครีมของมิน ฝาผนังที่แปะโปสเตอร์ไอดอลเกาหลีสับหว่างกับเกิร์ลกรุ๊ปญี่ปุ่น แม้พวกเขาจะให้กำลังใจเธอผ่านทางแววตาและรอยยิ้ม แต่นั่นก็ไม่อาจเยียวยาปัญหาที่เด็กสาวประสบพบเจอในตอนนี้ได้."ซวยแล้ว! นี่มันกระเป๋าอายนี่นา! ไปเผลอสลับกันตั้งแต่เมื่อไหร่?""แต่คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง เพราะถ้าเป็นงั้นก็แสดงว่ากระเป๋าของเราก็ต้องอยู่ที่อายสิ..""ถ้าเราทำการบ้านให้อาย ยัยนั่นก็ต้องทำให้เรา ก็ถือว่าเจ๊า ๆ กันไปล่ะเน๊อะ (^.^)"."แคว๊ก!!!"เสียงรูดซิบกระเป๋าเป้ออก.ด้วยความสัตย์จริงว่าในยุคสมัยนั้น โรงเรียนมักจะมีกฎว่าห้ามนักเรียนใช้ก

  • ร่างกายต้องการความเลิฟ (Nc 18+)   บทที่ 2 : จักรยานสีชมพู

    ที่พักเท้าด้านหลังถูกถีบลงก่อนเลยเป็นอันดับแรก เสียงดัง "แกร๊ง!" อันใสแจ๋วของมัน บ่งบอกได้ถึงความสดซิงของจักรยานสีชมพูพิงค์คันนี้ได้ดีที่สุด อายกวักมือเรียกให้เพื่อนสาวขึ้นมายืนบนที่เหยียบ พลางคว้าเอามือเรียวทั้งสองข้างของเพื่อนมาวางบนบ่าตัวเอง ภาพที่ออกมาจึงดูดีทีเดียว มันได้อารมณ์เหมือนเด็ก ๆ ในแก๊งค์แฟนฉัน หากแต่นี่คือ อาย กับ มิน เป็นเด็กผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชาย."เอานะมิน.. อายจะปั่นล่ะนะ!"."ไหวเหรอเธอ.. อย่างน้อยเธอควรจะเอาเป้บนหลังมาไว้ที่ฉันนะ"มินถามด้วยความเป็นห่วง."เอาน่า.. อายมีประสบการณ์ ตลอด 3 วันมานี้อายไม่ล้มเลยสักครั้ง""เพราะงั้นถึงมั่นใจปั่นจักรยานมาโรงเรียนเองไง.. อิ ๆ (^-^)"."เหอะ ๆ นี่ฉันต้องมั่นใจกับคำพูดแค่นี้ของเธอจริง ๆ ดิ (T ^ T)"ขาสั่นเป็นเจ้าเข้า มือที่เกาะไหล่ไว้ก็เปียกโชกไปด้วยเม็ดเหงื่อ."ถ้างั้นก็ไปกันเล๊ย! สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้นนน! , ฮึบ!""เฮือกกก~!""อ่ะ! , เฮือกกก~!""อ๊าาากกก~! "."แก๊ง! , แก๊ง! , ครืด! , แก๊ง! , แก๊ง! "เสียงโซ่ครูดกับฟันเฟืองดังสนั่น ฟังจากเสียงเหมือนจะแรงมากแต่ความจริงคือช้ายิ่งกว่าตัวสล็อตเมาสารระเหย.ดีแค่ไหนแล้วที่

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status