เข้าสู่ระบบ
"กิ๊ง! , ก่อง! , กาง! , ก่อง! / กิ่ง! , กอง! , ก๊าง! , ก่อง!"
เป็นเสียงล้อเลียนออดเลิกเรียนที่ดังขึ้นจากกล่องเสียงของมิน
.
ในชุดนักเรียนคอซองเธอเดินนำหน้าเพื่อนสนิทของเธอ มายังประตูหน้าโรงเรียนด้วยความแคล่วคล่องราวกับปิดตาเดินได้ ขึ้นชื่อว่าเด็กก็มักจะเป็นกันแบบนี้ เลิกเรียนทีไรไม่ใช่การดีใจที่ได้กลับบ้านหรอก หากแต่เป็นการได้หาความสุขจากการกินขนมหน้าโรงเรียน เพื่อเป็นดั่งรางวัลในการตรากตรำตำราหลวงมาทั้งวันซะมากกว่า และแม้ว่าตอนนี้ทั้ง มิน และ อาย จะขึ้น ม.3 จนมีอายุครบ 15 ปีกันหมดแล้ว แต่พวกเธอก็ยังมีพฤติกรรมไม่ต่างจากเด็กอนุบาลอยู่
.
"เฮ้! อย่าเดินเร็วนักสิมินรออายด้วย! ขาเค้าสั้นอ่ะวิ่งตามเธอไม่ทันหรอกนะ! รอด้วย ๆ ขอออกไปซื้อขนมด้วยคน! , แฮ่ก! ๆ ๆ"
.
เด็กสาวสองคนยืนกอดกระเป๋ารอลุงนักการมาเปิดประตูด้วยใจจดจ่อ ชั่วเสี้ยวพริบตาที่ประตูเหล็กหมุนล้อติ้ว ความสุขจากผนังกระเพาะก็เริ่มปฎิบัติการทวงคืนสารอาหารทันที ลูกชิ้นทอดมาก่อนเลยหนึ่งเซต น้ำปั่นนมชมพูตามมาอีกสอง ยำลูกชิ้นเจี้ยวหมา ขนมโตเกียวแป้งนุ่ม โอ้โหบอกได้คำเดียวเลยว่าเหมือนไม่ได้มาเรียน แต่มาบำเพ็ญเพียรทุกรกิริยาแทนพระพุทธองค์มากกว่า ไม่รู้ไปตายอดตายอยากมาจากไหน
.
มิน กับ อาย มีบ้านอยู่ในละแวกเดียวกัน แม้จะไม่ได้อยู่ติดชนิดรั้วชนกันแต่ก็นับว่าไม่ใช่เรื่องยากหากจะไปมาหาสู่ พวกเธอสนิทกันแบบทั้งชั่วโคตร! บ้านของมินเป็นครอบครัวข้าราชการ สวนทางกับครอบครัวอายที่เน้นไปทางทำธุรกิจ เพราะฉะนั้นเวลาในการมารับส่งลูกหลานจึงไม่ค่อยแน่นอนนัก หลายครั้งหลายคราวเหมือนกันที่คุณแม่ของมินจะต้องรับอายซ้อนมอเตอร์ไซต์กลับบ้านมาด้วย
.
แต่ทำไมวันนี้ถึงดูแปลก ๆ 45 นาทีผ่านไปแล้ว ขนมก็นั่งกินกันจนแทบจะหมดคุณแม่ก็ยังไม่มา! ยุคนั้นสมัยนั้นเด็กนักเรียน ม.ต้น ไม่มีใครพกโทรศัพท์หรอก ทั้งสองจึงได้แต่นั่งรอแล้วก็รอระหว่างรอก็นั่งเมาส์เรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเรื่อย ซึ่งก็ไม่แคล้วการนินทาผู้ชายตามสไตล์สาว ๆ เขานั่นแหละ
.
"นี่อาย! ฉันว่าการที่แม่มารับช้าก็ดีเหมือนกันนะ ม้าหินตรงนี้วิวดีชะมัด! , นู่น ๆ , ดูดิ! , ดู!"
มินเหล่ไปทางขวาโดยใช้เพียงหางตาชำเลือง ปรากฏว่าด้านหลังดันเป็นสนามฟุตบอลที่มีผู้ชายวิ่งรวมตัวกันเป็นโขลง
.
"บ้า! ไม่เอามิน! เธอพูดอะไรของเธอ~! , ใครจะไปกล้ามอง!"
.
"เอ้าก็ไหนบอกชอบคนตัวสูง ผมสั้น ๆ ตาคม ๆ ถ้าเธอไม่พูดพี่เขาก็ไม่รู้หรอกนะยัยบ๊อง!"
.
"ไม่รู้ก็ไม่ต้องรู้ดิ! กินหนมเหอะไม่เอา! ไม่พูดเรื่องนี้~!"
.
แทงไม้เสียบลูกชิ้นทะลุถุง! น้ำจิ้มไหลเยิ้มเปรอะโต๊ะมาหินเต็มไปหมด นี่แหละคือคาแร็คเตอร์ของอาย นอกจากชื่อเธอจะแปลว่าลูกตาที่เล็กหยีเป็นเส้นตรงทุกครั้งเวลาที่เขินแล้ว อายยังหมายถึง "อับอาย" เพราะพฤติกรรมสุดโก๊ะของเธอจะโพร่งออกมาทุกทีเวลาเจอคนที่ชอบ มินเห็นเข้าทีไรก็อดขำไม่ได้ทุกที
.
"นี่ฉันจะบอกอะไรเธอให้นะ ผู้ชายน่ะบางคนเขาก็เป็นสุภาพบุรุษ พี่เขาอาจจะไม่ใช่พวกหน้าม่อที่เข้าหาผู้หญิงก่อนก็ได้ เพราะงั้นเธอก็ต้องทำอะไรเพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้เขารู้ด้วย"
.
"โห.. มินก็ทำเป็นพูดไป! อย่าทำมาเป็นสอนเหอะ อายก็ไม่เห็นมินจะมีแฟนสักคน! แค่คนคุยยังไม่เห็นมีเลย! อีประโยคเมื่อกี้ไปจำมาจากไหนยอมรับมาซะเถอะ!"
อายทำหน้างอนใส่ แก้มเธอบวมตุ่ยน่ารักน่าชัง
.
"เหอะ ๆ ยอมก็ได้ พอดีอ่านเจอในแม็กกาซีนน่ะ แต่ฉันว่ามันก็น่าจะเวิร์คอยู่นะหรือเราอาจต้องลองพิสูจน์ดู..?"
.
"พิสูจน์อะไร!? , เฮ๊ย! มีนไอ้บ้าอย่าเชียว!"
.
โดยไมสนหน้าอินทร์หน้าพรหมจู่ ๆ เด็กสาวในชุดคอซองก็ยืนขึ้นพรวดพราดบนม้าหินอ่อน แม้จะโดนเพื่อนอีกคนขอร้องจนแทบกราบ แต่ก็ช้าเกินไปเสียแล้ว! เพราะเพียงแค่เสี้ยววินาทีลูกฟุตบอลเจ้ากรรมก็ได้ลอยโด่งพ้นขอบสนามหญ้าพุ่งตรงมายังม้าหินแห่งนี้แบบเต็ม ๆ ใครเตะมาไม่ใช่ประเด็น แต่ถ้าไม่หลบคือจะตรงเข้ากลางหน้าผากอายแบบเน้น ๆ โดยไม่มีอะไรกั้น!
.
ก้าวแรกไม่เป็นไรก้าวต่อไปกระโดดขึ้นไปยืนบนโต๊ะ ไม่ได้มีแค่อายแต่เป็นทุกสายตาของผู้ชายในสนามที่ล้วนจดจ้องต่อสิ่งนี้ เรียวขางามชูขึ้นสุดเหยียด รองเท้านักเรียนหญิง POPTEEN ใส่แล้วปิ๊งเห็นแล้วป๊อบแวววับต้องแสงแดด มินดูดบอลโด่งลูกนี้ลงด้วยหลังเท้าอย่างเหนือชั้น เธอเดาะมันขึ้นมาให้ลอยโด่งอยู่ 2 - 3 ที ก่อนจะทำการซันโวหวดตูมเดียว! ส่งบอลลูกนี้ลอยย้อนกลับไปให้พวกผู้ชาย เดชะบุญแบบโคตรเว่อร์เพราะลอยไม่ลอยเปล่าดันกระเด้งเข้าประตูฝั่งตรงข้ามไปอีกด้วย!
.
เรียกเสียงเป่าปากปรบมือจากพวกพี่ ๆ ตามมาเป็นพรวน มินแม่งโคตรเท่ห์! วงขาเธอช่างสวยงาม ในชุดนักเรียนคอซองจะมีผู้หญิงที่ทำแบบนี้ได้สักกี่คน แต่ก็อีกนั่นแหละเพราะถ้ามินไม่ทำคนที่รับกรรมก็จะกลายเป็นอาย เรียกได้ว่างานนี้มินรับจบ เธอปกป้องหน้าผากเพื่อนสนิทไว้ได้ แล้วก็ได้โชว์ให้เห็นอีกว่าการจะให้ผู้ชายเข้าหา ผู้หญิงเราก็ต้องมีอะไรแบบนี้ไว้บ้าง ข้อมูลในนิตยสารจึงถือว่าเป็นอะไรที่เวิร์คอยู่!
.
"ไม่จริงอ่ะมิน! อายไม่เห็นด้วย!"
.
"อ่าว! คนเขาอุตส่าห์ช่วยเธอนี่ช่างไม่รู้จักสำนึกบุญคุณ! ขอบคุณสักคำก็ไม่มี!"
มินกระโดดลงจากโต๊ะโครม กระโปรงกระพือฟึมมม!
.
นิ้วชี้เล็ก ๆ ของอายก็เลยได้โอกาส เธอชี้แบบจิ้ม ๆ ไปที่ตัวกระโปรงประหนึ่งต้องการจะเตือนสติเพื่อนว่า ไอ้ที่ผู้ชายเขาโห่ฮากันน่ะไม่ใช่เพราะเธอเก่งแต่เป็นเพราะเขาเห็นกางเกงในเธอหมดแล้วต่างหาก! กระโปรงบานขนาดนั้น วาดขากว้างอย่างกับฝาโอ่ง เผิน ๆ จะเห็นถึงอายิโน๊ะโมโต๊ะ!
.
บิดตัวเขินอยู่เล็กน้อยยิ้มแก้เกล้อไปอีกนิดหน่อย ปล่อยให้พวกผู้ชายเล่นบอลกันต่อไป มินถึงหันมากระซิบกระซาบกับอายด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา
.
"ชู่ววว.. เรื่องนั้นไม่ต้องกังวลไปหรอกอาย เพราะว่าฉันใส่กางเกงขาสั้นซับในไว้แล้ว นี่ไง! ฉันเปิดให้เธอดูเดี๋ยวนี้เลยยังได้! ผ่ามพ้ามมม!!!"
.
"พรึบ!!!"
กระพือทีกลิ่นนี่มาเต็ม อายลืมตัวกรี๊ดจนเสียงหลงพลันรีบยกมือขึ้นปิดหน้า แต่ไม่ทัน!
.
"เอ๋! กางเกงมวย? พ.. พะ.. ย.. ยัค.. ค.. พยัคคำรณ! นี่เธอใส่กางเกงมวยมาโรงเรียนเนี่ยะนะ!!!"
.
"ก็เออสิ! ไม่งั้นฉันจะได้แชมป์โดดหนังยางในทุกพักเที่ยงหรอ? เธอไม่เห็นหรือไงว่าด้วยสิ่งนี้จะทำให้ฉันเหยียดขาได้สุดเหยียด ความยืดหยุ่นตัวฉันจะสูง แล้วก็เพราะมันเชียวนะหน้าผากเหม่ง ๆ ของเธอถึงไม่โดนบอลอัด ฮ่า ๆ ๆ ๆ !"
.
"โอ่ย! ฉันไม่รู้จะพูดยังไงกับเธอแล้วยัยมิน เก็บโต๊ะเก็บขยะซะฉันจะกลับบ้านแล่ว ไม่คุยด้วยแล่ว ไม่ลงไม่รอคุณแม่แล้วด้วย"
.
"เอ้าถ้าไม่รอแม่ฉันมารับแล้วเธอจะกลับยังไง ฉันไม่เดินกับเธอหรอกนะกลัวโดนข่มขืน"
.
"โอ่ย! ใส่กางเกงมวยยกขาเตะบอลได้สูงขนาดนั้นไม่มีใครเขามีอารมณ์กับเธอได้หรอก ตามฉันมานี่! วันนี้ฉันเอาจักรยานมา ฉันจะปั่นไปส่งเธอที่บ้านเอง ตอบแทนที่เธอช่วยฉันไงพอใจยัง?!"
อายพูดเสียงแข็งใส่ ดูก็รู้ว่าเธอประชด มันเหมือนกับการพูดกันทีเล่นทีจริงซึ่งสองคนนี้ก็เป็นแบบนี้กันออกจะบ่อย ไม่มีใครโกรธใครลมตดผ่านไปปุ๋งเดียวเดี๋ยวก็หาย
.
ราว 10 นาทีผ่านไปพวกเธอก็มาถึงลานจอดจักรยาน รถคันอื่นหายเกลี้ยงไปหมดแล้วเหลือแต่รถจักรยานสีชมพูพิงค์ของอายจอดเหงา ๆ อยู่คันเดียว เธอเดินเข้าไปเข็นมันออกมาและแน่นอนว่ามินไม่เคยเห็นมันมาก่อน สาวเจ้าจึงถามขึ้นในสิ่งที่สะดุดตาเธอสุด ๆ
.
"เดี๋ยวนะอาย! เมื่อกี้เธอบอกเธอจะเป็นคนปั่นแล้วให้ฉันซ้อนใช่ไหม?"
.
"ใช่จ่ะ! (^-^)"
.
"แล้วฉันจะซ้อนได้ไงในเมื่อมันไม่มีเบาะ!!!"
.
"แหะ ๆ ก็นั่นสินะ ( ํ 3 ํ)/ "
.
เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร อายเตรียมสิ่งใดไว้เอาคืน โปรดติดตามได้ในตอนต่อไปจ้า
จวบจนกระทั่งเวลาผ่านไปราว 2 ชั่วโมงจักรยานสีชมพูพิงค์กับโซ่ล้ออันใหม่ก็ถูกติดตั้งจนแล้วเสร็จ สเต็ปการปั่นเรียกได้ว่าเนียนกริบราวกับเพิ่งออกจากโชว์รูม พี่ซูชิทำได้จริง ๆ แกไม่ได้โม้ ต่อให้จะต้องแลกกับใบหน้าที่ดำเป็นหนวดแมวแกก็ไม่สน ความน่าเสียดายจึงมีเพียงอย่างเดียวคือท้องฟ้าที่มืดเร็วไปหน่อย! อายไม่เหลือเวลาให้คลั่งรักได้อีกต่อไปแล้ว แม้แต่เวลาในการทานขนมอบของคุณยายเพื่อรักษาน้ำใจก็ยังไม่เหลือ.นี่จึงเหมือนพล็อตเรื่องสุดเชยที่ลอกมาจากนิทานซินเดอเรลล่าชัด ๆ เที่ยงคืนปั๊บรถฟักทองจะมารับแล้วก็ทิ้งรองเท้าแก้วไว้ข้างหนึ่ง ต่างกันตรงไหน! เพราะ 6 โมงเย็นอายเองก็ต้องกลับเช่นกัน! รถฟักทองของเธอคือจักรยาน ส่วนรองเท้าแก้วก็น่าจะถูกแทนที่ด้วยขนมอบหอม ๆ ที่คุณยายบรรจงห่อใส่ถุงให้เป็นของฝากล่ะมั้ง."ขอบคุณมากนะคะคุณยาย ขอบคุณนะคะพี่ซูชิ แล้วก็สวัสดีค่ะคุณตา วันหลังหนูจะแวะมาทักทายใหม่นะคะวันนี้รบกวนทุกคนมากจริง ๆ (^-^)"ไปลามาไหว้สมกับเป็นเด็กดีที่กุลสตรีแทบจะเอาไปขึ้นปกนิตยสาร.สาบานได้ว่าอายไม่รู้สึกเสียดายเลยแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้ามเพราะหลังเจอการต้อนรับระดับอภิมหาอาคันตุกะเช่นนี้แล้ว ยิ่งทำใ
พี่ซูชิจัดแจงลากรถจักรยานสีชมพูพิงค์มาจอดเข้าช่อง ขาตั้งคู่ถูกถีบลงให้ส่วนท้ายยกลอยขึ้นอย่างทะมัดทะแมง ก่อนที่ต่อมาพี่แกจะเดินเข้าไปหยิบกล่องใส่อุปกรณ์ ,ไขควง , ประแจ , เลื่อยวงเดือน ฯลฯ สารพัดอะไหล่ออกมาวางไว้เกลื่อนกลาด อายเห็นก็ได้แต่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ ดูทรงแล้วพี่ซูชิน่าจะเอาจริง นี่คงไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันเล่น ๆ ประหนึ่งว่าจักรยานโซ่หลุดของเธอจะกลายเป็นวาระแห่งชาติสำหรับพี่ ม. 5 คนนี้ไปแล้ว.คุณยายเดินเข้ามาถามอายเล็กน้อยว่าเกิดอะไรขึ้นกับจักรยาน ซึ่งอายก็ตอบไปตรง ๆ พลางขออนุญาตคุณยายนั่งเก้าอี้ดูพี่ซูชิซ่อมรถอยู่ตรงนี้ก่อน เธอไม่ได้จะเมินใส่ขนมไข่กลิ่นหอมของคุณยายเลย เพียงแต่ยานพาหนะคันนี้ก็สำคัญเกิดซ่อมไม่ได้ขึ้นมาการกลับบ้านค่ำก็จะเป็นเรื่องใหญ่อีก."อ๋อ! ยายเข้าใจแล้วงั้นก็ตามสบายเลยนะลูก! เดี๋ยวขนมอมถาดนี้ยายจะวางไว้ตรงม้าหินหน้าบ้านนะ ถ้าเจ้าซูชิซ่อมเสร็จเมื่อไหร่ก็มานั่งกินด้วยกันนะลูก (^-^) "คุณยายยังคงยิ้มแป้นเหมือนเดิม ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านเพื่อเอาขนมไปให้คุณตา.แอเรียบริเวณโรงรถตรงนี้ก็เลยเหลือแค่อายกับพี่ซูชิอยู่ด้วยกันแบบสองต่อสอง เอาแล้วสิ! โรแมนติกกว่านี้สักนิดก็
"แกร๊กกก! , แกร๊กกก! , เอี๊ยดดด!"เสียงล้อเหล็กครูดกับรางเลื่อนส่งบานประตูเหล็กเคลื่อนเปิดจากซ้ายไปขวา ถึงจะช้าไปหน่อยแต่ก็เปิดออกได้ด้วยการสั่งงานด้วยเสียงจริง ๆ."เออ..พี่ชูชิคะ? พี่คิดว่าหนูจะเชื่อพี่ไหม? (= . =)"อายสวนคืนกลับไปด้วยประโยคเดียวกันกับที่เคยโดนถาม ความเป็นกันเองของพี่ซูชิทำให้เธอผ่อนคลายลงเยอะ.แถมพูดเสร็จยังใช้นิ้วชี้เล็ก ๆ จิ้ม ๆ ไปที่อวัยวะเบื้องต่ำอย่างปลายเท้า เพราะเห็นจะ ๆ แล้วว่าที่ประตูมันเคลื่อนได้น่ะล้วนมาจากการตวัดเท้าคุ้ยเขี่ยของพี่ ม.5 ล้วน ๆ ! เขาเตะบอลให้โรงเรียนแห่งนี้มาตั้งแต่ ม.ต้น ประตูบานแค่นี้เทียบชั้นพลังกล้ามขาของซูชิไม่ได้เลย."แหะ ๆ ๆ โดนจับได้ซะล่ะ! น้องนี่ตลกดีจัง (^-^) มาเถอะ ๆ เข้ามา ๆ ยังไงซะการปรับโซ่จักรยานพี่ก็ทำจริงจังแน่นอน งานนี้ทำจริงทำชัวร์ไม่ได้โม้บอกเลย!"จัดไปอีกหนึ่งประโยคคลาสสิคแห่งยุค คนยุคนี้อาจจะไม่เข้าใจแต่ถ้าเป็นคน Gen พี่ซูชิ กับ อาย จะต้องรู้จักวลีฮิตนี้ของ "สมรักษ์ คำสิงห์" นักชกมวยโอลิมปิกของประเทศเป็นแน่.และขณะจูงจักรยานโซ่หลุดผ่านเข้ามาในบริเวณบ้าน อายก็พบว่าที่นี่ช่างเต็มไปด้วยบรรยากาศอันแสนอบอุ่น เธอไม่แน่ใจ
สภาวะการณ์ตกอยู่ในห้วงของความรักบังเกิด แรงดึงดูดของโลกน่าจะออกแรงมากกว่า 500 นิวตัน/ตารางฟุต เพื่อดึงร่างเล็กของอายไม่ให้บินลอยหายไปเป็นลูกโป่งสวรรค์ เป็นความจริงที่พี่ซูชิก็แค่คลับคล้ายคลับคลา แกเห็นแต่ด้านหลังก็ไม่ค่อยแน่ใจหรอกว่าจะใช่น้องคนที่เป็นลมที่หน้าเสาธงเมื่อตอนเช้ารึเปล่า? เพราะถ้าใช่มันจะเป็นอะไรที่บังเอิญเกินไปไหม?."เฮ้! , น้องพี่ถามน้องอยู่นะ! จะจูงจักรยานไปไหนอ่ะก็เห็นอยู่ว่าโซ่มันเสีย!"พี่ซูชิขึ้นเสียงใส่ซะแล้ว พอเจอเสียงดังเข้าหน่อยอายก็ถึงกับสะดุ้งไปเลย."อะ.. เอ่อ.. คือ.. ว่า..!"สาว ม.ต้น พยายามกลั้นใจหันหน้ามาตอบ แต่ทว่าเสียงพูดกลับเปล่งออกมาได้แค่นั้น.อายเขินกับสิ่งที่เป็นมากตะกุดของดาวเหนือดูจะสร้างปัญหามากกว่าจะสร้างประโยชน์ ซ้ำร้ายเพราะเมื่อไม่มีมินอยู่ด้วย การจะใช้พละกำลังเผ่นหนีป่าราบแบบที่เคยทำก็ไม่มีต้นหนนำขบวนซะอีก ความมั่นใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่มอายกำแฮนด์จักรยานจนมือเปียกโชก จะพูดเป็นคำให้ครบประโยคยังทำไม่ได้."เอ้า! น้องคือเด็กม. 3 คนที่เป็นลมเมื่อตอนเช้านี่? น้องมาอยู่นี่ได้ไงอ่ะ? พี่ไม่เห็นเคยรู้ว่าบ้านน้องอยู่แถวนี้ ปกติพี่ก็เป็นคนสอดรู้สอดเห็นเรื
การเรียนอันหฤโหดตลอดทั้งวันจบลงได้ด้วยเสียงออดเลิกเรียนในตอนบ่าย 3 โมงครึ่ง นักเรียนทุกคนต่างแยกย้ายเดินทางกลับบ้าน คนไหนผู้ปกครองมารับก็ดีไป คนไหนกลับเองได้คุณครูก็ไม่ว่า และตามปกติกว่าอายกับมินจะได้กลับถึงบ้านก็ต้องเลย 4 โมงเย็นกว่า ๆ โน่นกว่าพวกแม่ ๆ จะมารับ.และหากเป็นเหมือนเช่นทุกวันสองคนนี้ก็คงหนีไม่พ้น การซื้อไส้กรอกเจี้ยวหมามานั่งทานรอผู้ปกครอง ทว่าวันนี้แม่ของมินดันมารับเร็วมาก และพอถูกถามว่าอายจะกลับพร้อมกันไหมลูก? เธอก็เลยตอบคุณน้าไปตามตรงว่า."ไม่หรอกค่ะคุณน้าพอดีหนูปั่นจักรยานมาโรงเรียนเอง แล้วหนูก็ต้องรับผิดชอบด้วยการปั่นมันกลับด้วย ขอบคุณ ๆ น้าที่ชวนนะคะแต่หนูกลับเองได้สบายมากค่ะ (^-^)".การจากลาประจำวันเลยแยกกันที่ตรงหน้าประตูโรงเรียน แผ่นหลังไว ๆ ของมินซ้อนมอเตอร์ไซด์คันจิ๋วของคุณแม่หายลับตาไปแล้ว ฝั่งอายเองก็ได้เวลากลับบ้างเหมือนกัน เธอเดินเตร็ดเตร่ไปที่ลานจอดจักรยานพลันลากเอาจักรยานสีชมพูพิงค์คั่นเก่งออกมาจากช่องจอด สบช่องพอดีกับการที่จิตใต้สำนึกเกิดภาพแฟลชแบล๊ดขึ้นในหัว!."ฟริ๊งงง~!"."เฮ๊ย! เมื่อวานก็แบบนี้เลยแต่แค่ไม่มีมินซ้อนอยู่ข้างหลัง?! งั้นวันนี้ก็เท่ากั
*ข้ามไปอ่านตอนหน้าได้เลยจ้า ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ...................... ......
แล้วยังมีทีเด็ดกว่านั้นอีกเพราะเห็นดาวเหนือเป็นนักเรียน ม. สายมูแบบนี้ ใครจะไปเชื่อว่าเธอคนนี้คือคนที่เรียนเก่งที่สุดในชั้น สอบได้คะแนนท็อปทุกวิชา เป็นตัวแทนโรงเรียนแข่งขันวิชาการมาตั้งแต่ก่อนปฐมวัย ฟิสิกส์โอลิมปิกนี่เธอยังกั๊กไว้เพราะถ้าแข่งไปคนอื่นก็แพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มจับปากกา บางคนว่าเธอมีดวงตา
เสียงเพลงดังกระหึ่มเรียกร้องทุกความสนใจ เพลงแรกจบไปเพลงสองเพลงสามพร้อมกับ MV ที่วาบหวิวขึ้นเรื่อย ๆ ก็ทยอยเปิดขึ้นตามมา วันนี้เป็นวันอะไรเป็นวันปล่อยผีหรือไงทำไมจู่ ๆ ทีวีโรงเรียนถึงเปิดรายการแนวนี้ออกมาได้ ซึ่งบ่งบอกได้ถึงรสนิยมของคนที่อยู่เบื้องหลัง กล่าวคือคนที่คุมห้องคอนโทรลจะต้องมีความป๊อบเคาท์
"ก็เพื่อนหนูเค้าจะชอบใคร แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพี่ด้วยล่ะ!"มินตวาดกลับคืนไปบ้าง ดูท่าทางเธอจะไม่กลัวภัยคุกคามทางวัยวุฒินี้เท่าไหร่ อายุไม่เกี่ยวใส่เดี่ยวได้หมด."โอ๊ะโอ๋! มีบอดี้การ์ดประจำตัวซะด้วยสิ! พี่จะบอกอะไรให้นะยัยหนูทอมบอย ว่าพี่ก็ไม่ได้ถามน้องครับ! แล้วน้องยุ่งอะไรด้วย! เอาเป็นว่าไปทำตัวให้
ห้ามแล้วแต่ไม่ยอมฟัง ห้ามไปโรงอาหารแล้วมันทำให้ท้องหายหิวได้ไหมล่ะ เพราะงั้นทั้งมินและอายก็เลยจำเป็นต้องทำตามความปรารถนาเดิม และถึงตรงนี้ก็เป็นเวลาที่เหมาะสมที่คุณผู้อ่านทุกท่านจะหยิบเหริยญขึ้นมาแล้ว ทอยมันขึ้นไปกลางอากาศซะ! แล้วมารอดูกันว่าตัวละครของคุณจะดำเนินเนื้อเรื่องต่อไปยังไง..* ถ้าออก "หั







