LOGINห้ามแล้วแต่ไม่ยอมฟัง ห้ามไปโรงอาหารแล้วมันทำให้ท้องหายหิวได้ไหมล่ะ เพราะงั้นทั้งมินและอายก็เลยจำเป็นต้องทำตามความปรารถนาเดิม และถึงตรงนี้ก็เป็นเวลาที่เหมาะสม ที่คุณผู้อ่านทุกท่านจะหยิบเหริยญขึ้นมาแล้ว ทอยมันขึ้นไปกลางอากาศซะ! แล้วมารอดูกันว่าตัวละครของคุณจะดำเนินเนื้อเรื่องต่อไปยังไง
.
.
* ถ้าออก "หัว" ให้อ่านตรงนี้
.
ความคึกคักในโรงอาหารเข้าขั้นโกลาหล ด้วยความที่เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พักเที่ยงทีนักเรียนทั้งโรงเรียนจึงมารวมกันอยู่ ณ จุดเดียว ผนวกรวมกับการจัดระเบียบของคุณครู ที่เหมือนจะดีแต่ก็มีหลายวันที่เกินการควบคุม ภาพในการจับจ่ายซื้อหาอาหารเที่ยงของนักเรียนจึงไม่ต่างจากการแย่งของยังชีพในฉนวนกาซ่า ใครดีใครได้แถวที่เคยมีเจอความอยากได้มันนี่ของเหล่าแม่ค้าข้าวราดแกงเข้าไป ก็ไม่ต่างจากมรสุมในทะเลจีนใต้
.
"พวกเรามาช้าไปอ่ะอาย.."
.
"อือ.. อายก็คิดว่างั้น จะเหลืออะไรให้เรากินไหมเนี่ยะ?"
"รู้งี้อยู่กินข้าวกล่องกับเมฆฝนดีกว่า ปิ่นโตเขาน่ารักมากเลยกับข้าวก็น่าทาน (^0^)"
"ไส้กรอกตุ๊ต๊ะ , ผัดบรอคโคลีหัวแอฟโฟร , ไข่เจียวยิ้มหวาน"
.
"เห๊อะ! แต่เธอต้องขึ้นไปนั่งกินบนอัฒจันทร์สนามบาสคนเดียวนะ"
"แล้วยัยฝนเขาก็ไม่ได้ชวนเราด้วย คงมีแต่นกพิราบแหละที่จะเข้าใจคนพิลึกพรรค์นั้น"
"ไอ้เราก็อุตส่าห์วิ่งตามไป ดันโดนไล่ซะได้"
.
เป็นความจริงที่หลังจากแยกกันตรงโถงทางเดิน ทั้งอายและมินก็พยายามจะแอบย่องตามเมฆฝนไป แต่เหมือนเจ้าตัวจะรู้ตัวเลยหันมาบอกว่าจะไปคุยธุระกับแหล่งข่าว ที่ไหนได้ดันขึ้นมากินข้าวเที่ยงคนเดียวบนนี้ ใครเห็นก็ว่าน่าสงสารแต่นางเป็นแบบนี้ของนางมาแต่ไหนแต่ไร บางทีแหล่งข่าวที่เมฆฝนบอกอาจจะหมายถึงนกพิราบ ที่บินมาจิกข้าวที่เธอตั้งใจโปรยไว้ให้ก็ได้
.
"เพื่อนอายกับเพื่อนมินตามเรามาทำไม?"
เธอถามขณะที่เพื่อนร่วมชั้นอีกสองคนกำลังเดินไต่อัฒจันทร์ขึ้นมา และอายก็มีโอกาสได้เห็นกับข้าวในปิ่นโต ณ ตอนนั้น
.
มินตอบว่าแค่รู้สึกสงสารเห็นนั่งอยู่คนเดียวเลยอยากรู้ว่าเป็นอะไรรึเปล่า ทว่าเมฆฝนก็ยังคงคอนเซ็ปเดิมคือนิ่งเป็นรูปปั้น ในหัวเธอเหมือนคิดอะไรซับซ้อนอยู่ตลอดเวลา แล้วก็คงจะตัดรำคาญด้วยล่ะมั้งเลยเผลอเล่าเหตุผลที่แท้จริงให้ทั้งสองคนฟัง ว่าแท้จริงแล้วเธอไม่ได้โดดเดี่ยวเก็บตัวหรือเป็นโรคซึมเศร้าอะไรทั้งนั้น แต่เธอกับเพื่อนร่วมชมรมคัทซึโระ (かつろ) กำลังสืบคดีสำคัญอยู่ เป็นเคสยากระดับ S ที่มีเวลาค่อนข้างจำกัด ทุกคนในชมรมจึงต้องแยกกันทำงาน
.
เมฆฝนนั่งทานข้าวอยู่บนนี้ก็จริง แต่เมมเบอร์คนอื่นแฝงตัวอยู่สนามบอลก็มี ซดน้ำก๋วยเตี๋ยวในถ้วยโฟมอยู่ที่โรงจอดรถก็มี แม้แต่คนที่นั่งทานข้าวอยู่ในโรงอาหารก็ไม่ได้มีสมาธิกับสารอาหารแต่อย่างใด หากแต่กำลังจับตาเป้าหมายอยู่อย่างไม่ลดละ
.
ชมรมคัทซึโระ (かつろ) ทำงานเป็นระบบ และแต่ละคนหมุนวนตำแหน่งกันได้หมด จึงไม่แปลกใจที่ใครต่อใครจะเห็นเมฆฝนแยกตัวออกจากเพื่อนร่วมห้อง 3/2 อยู่เป็นประจำ ซึ่งพอได้ฟังแถลงการณ์สรุปจบเช่นนั้นแล้ว ก็เปล่าประโยชน์ที่อายกับมินจะทำการคาดคั้นอีกต่อไป เพราะพูดก็พูดเถอะว่านี่แทบจะเป็นประโยคบอกเล่า ที่เมฆฝนโพร่งออกมามากที่สุดแล้วตั้งแต่เปิดเทอมมา การสนทนาก็เลยจบลงแค่นั้นแล้วภาพก็ตัดมาที่โรงอาหารตามไทม์ไลน์ปกติ
.
"ป่ะมิน! อายว่าร้านท้าย ๆ น่าจะยังมีอาหารเหลือ เราไปหาอะไรกินกันเถอะหิวจะตายอยู่แล้ว (> . <)"
น่าจะหิวจริงเพราะคราวนี้เป็นอายที่จับมือมินเดินออกหน้า
.
แต่ทว่าจิตใต้สำนึกหรือจิตสังหารอะไรบางอย่างทำให้มินเลือกที่จะขืนไว้ ชั่วอึดใจนั้นเธอคิดถึงคำเตือนของเมฆฝนขึ้นมา
.
"(รู้แล้ว! ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง การขึ้นไปกินข้าวบนอัฒจันทร์สนามบาสก็เพื่อจะล่อให้พวกเราไม่ต้องรีบมาที่นี่ ฝนน่าจะตั้งใจประวิงเวลาไว้ แต่ดันเป็นพวกเราที่ทำให้ความหวังดีของเธอพังทลายลง!)"
มินคิดในใจไม่ปริปากให้ได้ยินเสียงสักคำ ระหว่างนั้นก็ดึงชายเสื้อของอายเอาไว้แน่น
.
"เดี๋ยวก่อนอายอย่าเพิ่งเดินเข้าไป! ฉันว่าที่นี่ไม่ปกติ! เธอดูสายตาของทุกคนสิ!"
.
"อือ.. อายเห็นด้วย~! ทุกคนจ้องมาที่หน้าอายหมดเลย~ หมดทุกคนเลยอ่ะมิน~!"
"ทำไงดี! , ทำไงดี! , จะทำไงดี~!"
เสียงสั่นแล้วมือก็เย็นเฉียบไปหมด เริ่มมีเลือดซิบ ๆ ที่โพรงจมูก ความตึงเครียดกำลังถาโถมใส่อาย ทำไปทำมายังไม่ถึงชั่วโมงกลายเป็นจะต้องกลับไปนอนห้องพยาบาลให้ครูโตโต้โชว์วิชาแพทย์อีกแล้ว
.
ไม่ใช่แค่สิบคนกับดวงตาสิบคู่แต่นี่มันเป็นร้อย ๆ คน ทั้งโรงเรียนอัดแน่นอยู่ในโรงอาหาร จากที่เคยโกลาหลโกธาแย่งกันซื้อข้าวซื้อน้ำซื้อขนม พออายนักเรียนสาวม.ต้น ผู้เป็นลมล้มพับหน้าเสาธงเดินเข้ามาในบริเวณ ทุกอย่างกับเงียบสงัด เสียงระเบ็งเซ็งแซ่กลายเป็นเสียงกระซิบ บ้างป้องปากนินทา บ้างชี้นิ้วเข้าใส่ ในขณะที่ส่วนใหญ่ก็ส่งสายตาข่มเหงรังแก
.
ยิ่งอายตัวสั่นและเหมือนจะมีอาการทุกคนยิ่งถั่งโถมโหมแรงไฟ "น้องคนนี้แหละที่เป็นลมเมื่อเช้าเพราะเรื่องผู้ชาย" , "คิดจะข้ามรุ่นเล่นตัวท็อปพอถูกจับโป๊ะได้ก็แกล้งสลบซะงั้น 555" ยังมีอีกหลายประโยคที่ได้ยินเต็ม ๆ บ้างขาดเป็นห้วง ๆ บ้าง แต่ทุกอย่างล้วนพุ่งเป้ามาที่อาย นี่ขนาดสมัยนั้นยังไม่มีโซเชียลมีเดีย ยังไม่มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่ถ่ายคลิปได้นะเนี่ยะ ไม่งั้นอายคงกลายเป็นศาสดาของการถูกบูลลี่ไปแล้ว
.
ทุกสิ่งที่นักเรียนทั้งโรงอาหารทำเป็นสิ่งที่แย่มาก พวกเขาไม่มีใครห้ามใครและหลายถ้อยคำเกินกว่า 90% ก็เป็นการพูดเกินจริงและใส่สีตีไข่เอามันส์ทั้งนั้น อายเรียบร้อยจะตายจะทำอะไรก็เขินอายไปหมด แต่นี่อะไรมากล่าวหาเธอราวกับเธอค้าประเวณีในชุดคอซองก็มิปาน แค่เป็นลมหน้าเสาธงโอเคล่ะภาพมันอาจจะดูเว่อร์วังอลังการ ทว่าไม่มีใครมองเป็นเรื่องของการเจ็บป่วยของคน ๆ หนึ่งเลย แย่มากแย่แบบไม่มีอะไรกั้น
.
จนกระทั่งจังหวะเข้าชาร์ทประชิดตัวมาถึง! กล่าวคือด้วยความที่รุ่นพี่ม.6 กลุ่มนี้นั่งทานข้าวอยู่ตรงโต๊ะแถวนั้นพอดี โต๊ะไม้ของพวกเขาอยู่ห่างจากจุดที่อายกับมินยืนอยู่ราว 7 ก้าวเห็นจะได้ มันใกล้มาก ๆ ใกล้ซะจนอยากจะลุกขึ้นไปถามน้องม.3 แบบอายให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ว่าตกลงสิ่งที่คนทั้งโรงอาหารเขานินทากันนั้นเป็นความจริงรึเปล่า
.
"ว่าไงล่ะน้องที่พี่ถามไม่เข้าใจเหรอ?! ตกลงพี่ ม.ปลายคนไหนคือคนที่น้องหมายปองจ๊ะ?"
.
ไม่ต่างจากนกน้อยในรังบนต้นไม้ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยฝูงหมาฮายีน่าที่ลงทุนปีนต้นไม้ขึ้นไป อายเริ่มจะหน้ามืดขึ้นอีกแล้ว พลันคิดขึ้นได้ว่านี่สินะคือสิ่งที่เมฆฝนพยายามจะสื่อ สารภาพบาปแบบไม่อายดินอายฟ้าเลยว่าอายไม่คิดว่ามันจะหนักหนาขนาดนี้ ลำพังแซวอยู่ห่าง ๆ ยังพอไหวแต่นี่เล่นยกพวกมาเป็นแก๊งค์ แล้วก็มาใช้วาจาคุกคามเด็กผู้หญิงที่อ่อนเยาว์กว่าตนเองถึง 3 ปี
.
"หนู.... คือ..อ..อ..อ~!"
.
"อย่าไปยุ่งกับมันอาย! ถอยมานี่มาหลบหลังเราเดี๋ยวเราจัดการให้เอง!"
มีนรีบแทรกขึ้นพลางกระเถิบตัวขึ้นมายืนประจันหน้ากับรุ่นพี่ม.6 ทั้งสี่คน
.
.
ปล. เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป
ห้ามแล้วแต่ไม่ยอมฟัง ห้ามไปโรงอาหารแล้วมันทำให้ท้องหายหิวได้ไหมล่ะ เพราะงั้นทั้งมินและอายก็เลยจำเป็นต้องทำตามความปรารถนาเดิม และถึงตรงนี้ก็เป็นเวลาที่เหมาะสม ที่คุณผู้อ่านทุกท่านจะหยิบเหริยญขึ้นมาแล้ว ทอยมันขึ้นไปกลางอากาศซะ! แล้วมารอดูกันว่าตัวละครของคุณจะดำเนินเนื้อเรื่องต่อไปยังไง..* ถ้าออก "หัว" ให้อ่านตรงนี้.ความคึกคักในโรงอาหารเข้าขั้นโกลาหล ด้วยความที่เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พักเที่ยงทีนักเรียนทั้งโรงเรียนจึงมารวมกันอยู่ ณ จุดเดียว ผนวกรวมกับการจัดระเบียบของคุณครู ที่เหมือนจะดีแต่ก็มีหลายวันที่เกินการควบคุม ภาพในการจับจ่ายซื้อหาอาหารเที่ยงของนักเรียนจึงไม่ต่างจากการแย่งของยังชีพในฉนวนกาซ่า ใครดีใครได้แถวที่เคยมีเจอความอยากได้มันนี่ของเหล่าแม่ค้าข้าวราดแกงเข้าไป ก็ไม่ต่างจากมรสุมในทะเลจีนใต้."พวกเรามาช้าไปอ่ะอาย.."."อือ.. อายก็คิดว่างั้น จะเหลืออะไรให้เรากินไหมเนี่ยะ?""รู้งี้อยู่กินข้าวกล่องกับเมฆฝนดีกว่า ปิ่นโตเขาน่ารักมากเลยกับข้าวก็น่าทาน (^0^)""ไส้กรอกตุ๊ต๊ะ , ผัดบรอคโคลีหัวแอฟโฟร , ไข่เจียวยิ้มหวาน"."เห๊อะ! แต่เธอต้องขึ้นไปนั่งกินบนอัฒจันทร์สนามบาสคนเดียวนะ""แล้วย
ทางเดินอาคารโล่งราวกับใช้ตากพริกได้ นักเรียนทุกคนลงจากตึกไปที่โรงอาหารกันหมดแล้ว หน้าห้องพยาบาลแห่งนี้ก็เลยมีแค่ อาย , มิน , แล้วก็ "เมฆฝน" อย่างที่โปรยไว้ในตอนก่อนหน้าว่ากิริยาท่าทางของเธอผู้นี้ ช่างพิลึกพิศวงต่างจากเด็กม.ต้นคนอื่น ๆ อยู่หลายส่วน แม้ว่าเธอจะอยู่ห้อง ม.3/2 เหมือนกับอายและมิน แต่ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาหรือทรงผม เมฆฝนกลับดูเหมือนผู้ใหญ่ที่มีปมแล้วปลอมตัวมาโรงเรียนซะมากกว่า.เธอมีผมที่ยาวตรงทั้ง ๆ ที่เด็กม.ต้นมักจะไว้ผมสั้น จะได้เล่นกับเพื่อนได้สนุก ๆ ดวงตาของเมฆฝนกลมโตแวววาว ปากนิดจมูกหน่อย ดูรวม ๆ แล้วเธอเป็นเด็กผู้หญิงที่สวยเชียวล่ะ หากแต่เป็นเพราะบุคลิกอันลึกลับมากกว่า ที่พันธนาการออร่าแห่งความงดงามดังกล่าวเอาไว้ เมฆฝนเป็นหนึ่งในสมาชิกชมรม "かつろ (คัทซึโระ)" ชื่อนี้แปลว่าปมเชือกในภาษาญี่ปุ่น แต่แท้จริงแล้วชมรมนี้เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มคนที่ชอบการสืบสวนสอบสวน คนที่ชอบเรื่องลี้ลับ โลกหลังความตาย หรืออะไรก็แล้วแต่ที่พิสูจน์ไม่ได้.ว่ากันว่าจวบจนปัจจุบันชมรมนี้มีสมาชิกทั้งหมดกี่คน และแต่ละคนทำอะไรบ้างก็ยังคงเป็นปริศนา ปมเชือกที่ผูกแน่นจึงถูกนำมาใช้แทนตัวตนของพวกเขา คดีไหนในโร
เด็กสาวม.ต้นสัมผัสได้ถึงเสียงคนคุยกัน เปลือกตาอายสามารถเหลือบมองขึ้นได้แล้วแต่เธอแค่ยั้งไว้ก่อน ประหนึ่งว่าเจ้าตัวกำลังตั้งใจจะแอบฟังว่าคนอื่น ๆ จะพูดถึงเธอยังไง จะนินทาเด็กสาววัยใสที่เป็นลมล้มพับหน้าเสาธงได้ลงคอรึเปล่า แต่ทว่าสิ่งที่ได้ยินดันมีแต่น้ำเสียงของพวกคุณครูที่กำลังเป็นห่วง มีการสอบถามกันว่าจะต้องตามผู้ปกครองมาไหม หรือว่าจะไปส่งเด็กที่บ้านเองเลย อาการหน้ามืดเป็นลมปกติจะต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลตาม พรบ.กระทรวงศึกษาธิการรึเปล่า หรือเป็นดุลยพินิจของผอ. โรงเรียน.โดยรวมแล้วโอ๊ยตาย! เป็นเรื่องราวที่ใหญ่โตมโหฬารกันเลยทีเดียวเชียว ไม่ไหว ๆ สงสารพวกคุณครูจับใจอายก็เลยตัดสินใจตื่นขึ้นดีกว่า เธอเผยอเปลือกตาขึ้นเชื่องช้า และแน่นอนว่าสิ่งแรกที่เห็นก็คือฝ้าเพดานกับหลอดไฟนีออนของห้องพยาบาล แต่สิ่งที่อายไม่ได้คาดหวังดันมาอยู่ในส่วนหลังนี่สิ นั่นก็คือเงาตะคุ่ม ๆ ของมินที่ไม่รู้อะไรดลใจให้ชะโงกหน้าเข้ามาราวกับจะสิงสู่."อร๊ายยยย!!!"กรี๊ดสิจะเหลือเหรอ.ต่างคนต่างกรี๊ดตกใจกันเองทั้งที่เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน และมินก็เลือกที่จะปิดโอกาสไม่ให้เพื่อนกระทำสิ่งใดต่อ เธอชิงขอโทษก่อนเลย."ฉันขอโทษนะอาย
เช้าวันรุ่งขึ้นท้องฟ้าใสกระจ่าง เมฆฟูนุ่มสวย บรรยากาศแลดูเป็นใจให้ต้นรักเบ่งบาน และถ้าจะมีใครสักคนอกหักในวันดี ๆ เช่นนี้ คนผู้นั้นก็คงจะโชคร้ายที่สุดในโลก ซึ่งแน่นอนว่ามินจะไม่มีทางให้มันเกิดขึ้น เวลา 8 นาฬิกา นักเรียนทุกคนยืนเข้าแถวหน้าเสาธง คนที่ยืนอยู่หน้ามินคืออาย แล้วก็เหมือนจะยังคงงอนตุ๊บป่องไม่พูดไม่จากับเธอ."นี่ ๆ อาย.. อาย.. อาย.. ฮัลโหล.."มินพยายามสะกิดแขนแกมกระซิบ."ไม่พูดด้วย.."."นี่คือแกโกรธฉันอยู่หรอ? โกรธจริงดิ?"."ไม่พูดด้วย..".เอานิ้วจิ้มเอวไปอีกสองสามที แต่ดูทรงแล้วอายเหมือนจะโกรธจริง ท่ามกลางนักเรียนหลายร้อยของโรงเรียนประจำจังหวัด ที่นี่มีระบบการยืนเข้าแถวแบ่งเป็นระดับชั้นอย่างชัดเจน โดยไล่ไปเป็นกลุ่ม ๆ ตั้งแต่ ม. 1 - ม. 6 กล่าวคือ ม.
ทุกข์ของเด็กม.ต้น นอกเหนือจากเรื่องหัวใจรัก ๆ ใคร่ ๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของการทำการบ้านนี่แหละ หลังจากสองสาวเพื้อนซี้แยกย้ายกันไป เวลาแห่งการทำการบ้านก่อนนอนก็มาถึง บนห้องนอนส่วนตัวสีครีมของมิน ฝาผนังที่แปะโปสเตอร์ไอดอลเกาหลีสับหว่างกับเกิร์ลกรุ๊ปญี่ปุ่น แม้พวกเขาจะให้กำลังใจเธอผ่านทางแววตาและรอยยิ้ม แต่นั่นก็ไม่อาจเยียวยาปัญหาที่เด็กสาวประสบพบเจอในตอนนี้ได้."ซวยแล้ว! นี่มันกระเป๋าอายนี่นา! ไปเผลอสลับกันตั้งแต่เมื่อไหร่?""แต่คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง เพราะถ้าเป็นงั้นก็แสดงว่ากระเป๋าของเราก็ต้องอยู่ที่อายสิ..""ถ้าเราทำการบ้านให้อาย ยัยนั่นก็ต้องทำให้เรา ก็ถือว่าเจ๊า ๆ กันไปล่ะเน๊อะ (^.^)"."แคว๊ก!!!"เสียงรูดซิบกระเป๋าเป้ออก.ด้วยความสัตย์จริงว่าในยุคสมัยนั้น โรงเรียนมักจะมีกฎว่าห้ามนักเรียนใช้ก
ที่พักเท้าด้านหลังถูกถีบลงก่อนเลยเป็นอันดับแรก เสียงดัง "แกร๊ง!" อันใสแจ๋วของมัน บ่งบอกได้ถึงความสดซิงของจักรยานสีชมพูพิงค์คันนี้ได้ดีที่สุด อายกวักมือเรียกให้เพื่อนสาวขึ้นมายืนบนที่เหยียบ พลางคว้าเอามือเรียวทั้งสองข้างของเพื่อนมาวางบนบ่าตัวเอง ภาพที่ออกมาจึงดูดีทีเดียว มันได้อารมณ์เหมือนเด็ก ๆ ในแก๊งค์แฟนฉัน หากแต่นี่คือ อาย กับ มิน เป็นเด็กผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชาย."เอานะมิน.. อายจะปั่นล่ะนะ!"."ไหวเหรอเธอ.. อย่างน้อยเธอควรจะเอาเป้บนหลังมาไว้ที่ฉันนะ"มินถามด้วยความเป็นห่วง."เอาน่า.. อายมีประสบการณ์ ตลอด 3 วันมานี้อายไม่ล้มเลยสักครั้ง""เพราะงั้นถึงมั่นใจปั่นจักรยานมาโรงเรียนเองไง.. อิ ๆ (^-^)"."เหอะ ๆ นี่ฉันต้องมั่นใจกับคำพูดแค่นี้ของเธอจริง ๆ ดิ (T ^ T)"ขาสั่นเป็นเจ้าเข้า มือที่เกาะไหล่ไว้ก็เปียกโชกไปด้วยเม็ดเหงื่อ."ถ้างั้นก็ไปกันเล๊ย! สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้นนน! , ฮึบ!""เฮือกกก~!""อ่ะ! , เฮือกกก~!""อ๊าาากกก~! "."แก๊ง! , แก๊ง! , ครืด! , แก๊ง! , แก๊ง! "เสียงโซ่ครูดกับฟันเฟืองดังสนั่น ฟังจากเสียงเหมือนจะแรงมากแต่ความจริงคือช้ายิ่งกว่าตัวสล็อตเมาสารระเหย.ดีแค่ไหนแล้วที่







