Home / วาย / ร่างกายต้องการความเลิฟ (Nc 18+) / บทที่ 2 : จักรยานสีชมพู

Share

บทที่ 2 : จักรยานสีชมพู

Author: L.sunanta
last update Last Updated: 2025-11-30 23:49:31

ที่พักเท้าด้านหลังถูกถีบลงก่อนเลยเป็นอันดับแรก เสียงดัง "แกร๊ง!" อันใสแจ๋วของมัน บ่งบอกได้ถึงความสดซิงของจักรยานสีชมพูพิงค์คันนี้ได้ดีที่สุด อายกวักมือเรียกให้เพื่อนสาวขึ้นมายืนบนที่เหยียบ พลางคว้าเอามือเรียวทั้งสองข้างของเพื่อนมาวางบนบ่าตัวเอง ภาพที่ออกมาจึงดูดีทีเดียว มันได้อารมณ์เหมือนเด็ก ๆ ในแก๊งค์แฟนฉัน หากแต่นี่คือ อาย กับ มิน เป็นเด็กผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชาย

.

"เอานะมิน.. อายจะปั่นล่ะนะ!"

.

"ไหวเหรอเธอ.. อย่างน้อยเธอควรจะเอาเป้บนหลังมาไว้ที่ฉันนะ"

มินถามด้วยความเป็นห่วง

.

"เอาน่า.. อายมีประสบการณ์ ตลอด 3 วันมานี้อายไม่ล้มเลยสักครั้ง"

"เพราะงั้นถึงมั่นใจปั่นจักรยานมาโรงเรียนเองไง.. อิ ๆ (^-^)"

.

"เหอะ ๆ นี่ฉันต้องมั่นใจกับคำพูดแค่นี้ของเธอจริง ๆ ดิ (T ^ T)"

ขาสั่นเป็นเจ้าเข้า มือที่เกาะไหล่ไว้ก็เปียกโชกไปด้วยเม็ดเหงื่อ

.

"ถ้างั้นก็ไปกันเล๊ย! สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้นนน! , ฮึบ!"

"เฮือกกก~!"

"อ่ะ! , เฮือกกก~!"

"อ๊าาากกก~! "

.

"แก๊ง! , แก๊ง! , ครืด! , แก๊ง! , แก๊ง! "

เสียงโซ่ครูดกับฟันเฟืองดังสนั่น ฟังจากเสียงเหมือนจะแรงมากแต่ความจริงคือช้ายิ่งกว่าตัวสล็อตเมาสารระเหย

.

ดีแค่ไหนแล้วที่ตอนนี้เป็นช่วงเลิกเรียน นักเรียนกว่า 80% ทยอยกลับบ้านกันไปหมด สภาพอันทุลักทุเลของสองสาวเพื่อนซี้จึงไม่เป็นที่สะดุดตานัก ใครเห็นก็ต้องฮาทั้งเอียงทั้งเซถลาดูท่าเหมือนจะไม่รอด ในใจอายคิดแต่เพียงว่าต้องออกแรงอีกสักหน่อย ขอแค่ปั่นผ่านรั้วโรงเรียนไปได้ แล้วพอขึ้นถนนใหญ่ คราวนี้ล่ะมินจะต้องกลายเป็นเหยื่อในการล้างแค้นเอาคืนของเธอ

.

"หึ ๆ , หึ ๆ..!"

กลั้นขำแทบขาดใจ ที่จริงมินก็ประเมินเอาไว้แล้วล่ะว่าภาพน่าจะประมาณนี้ ปกติอายเคยมีแรงกับเขาซะที่ไหน เนื้อก็ไม่กินผักก็ไม่ชอบ แต่ครานั้นก็ยังแอบจิกไหล่เพื่อนซะแน่น พลางกระซิบบอกอายไปว่า

.

"ให้มินนวดไหล่ให้ไหม เผื่ออายจะมีแรงขึ้น อิ ๆ ๆ (^ ^)"

.

"หมึบ! , หมับ! , หมึบ! , หมับ!"

ถือวิสาสะบีบไปเลยโดยไม่รอฟังคำตอบ

.

"โอ๊ย! ไอ้มินนี่จะแกล้งกันเหรอ! คอยดูเถอะขึ้นถนนใหญ่ได้เมื่อไหร่ถึงทีฉันแน่!"

.

ใช้พลังงานไปราว 3 แสนแคลลอรี่ บวกกับอีก 4 พันเฮือกหายใจ จักรยานชมพูพิงค์คู่ใจก็นำพาสองสาวมัธยมต้นคืบคลานมาถึงถนนใหญ่จนได้ บ้านของมินอยู่ห่างจากโรงเรียนราว 300 เมตร ส่วนบ้านของอายก็ถัดมาอีกประมาณ 2 ซอยไม่ห่างกันมาก แต่กว่าจะถึงแอเรียของหมู่บ้านจัดสรรตรงนั้น ก็ต้องปั่นผ่านถนนใหญ่ในยุคสมัยนั้นไปให้ได้ซะก่อน

.

ให้ตายเถอะนี่มันเส้นทางที่ใช้เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้รายการข่าวช่วยชาวบ้านชัด ๆ ท่านนายกเล็กควรจะสั่งเทศบาลมาตรวจสอบซะบ้าง เพราะแม้จะเป็นถนนลาดยาง แต่ก็อุดมไปด้วยพื้นผิวหนังคางคกและหลุมอุกกาบาต อาย กับ มิน ต่างรู้เรื่องนี้ดีกว่าใคร เพราะพวกเธอต้องใช้ถนนเส้นนี้สัญจรประจำทุกวัน ทว่าคนที่ยิ้มมุมปากกลับมีแค่อายเพียงคนเดียว

.

ด้วยความสัตย์จริงสิ่งที่สาว ม.ต้นบ่องแบ๊วผู้นี้วางแผนไว้ก็คือ เธอตั้งใจจะปั่นจักรยานลงบ่อหลุมอวกาศพวกนั้น ให้มันกระแทกกระทั้น เอาให้มันเด้งดึ๋ง ๆ ดั๋ง ๆ จนคนที่เกาะอยู่ข้างหลังได้รับความทุกขเวทนา จนต้องออกปากขอร้องและขอโทษในสิ่งที่ทำผิดไป เธอคิดว่ามินไม่น่าจะไหวแต่หารู้ไม่ว่าไอ้ที่ไม่ไหวดันกลายเป็นตัวเธอซะเอง!

.

"อ๊าาากกก~! , ย๊าาากกก~!"

"เฮืออกกก! , อ่ะ! , เฮืออกกก!"

น่องปูดเป็นลูกนิมิต ฟันกระทบกันแกร๊ก ๆ ๆ ราวกับเด็กบนดอยต่อสู้อากาศหนาว

.

"ไอ้มิน! , ไอ้อ้วน! , ไอ้หมูเด้ง!"

"ทำไมตอนขามาอายไม่รู้สึกว่ามันหนักขนาดนี้เลย , เฮือกกก~!"

"มินต้องลดน้ำหนักด่วน ๆ เลยนะรู้ตัวไหม? ( - _^) "

.

"อ่าว! นั่นปากเหรอ!? คนเก่งเมื่อกี้หายไปไหนซะล่ะ นี่ยังไม่ถึงครึ่งทางกลับบ้านพวกเราเลยนะหึ ๆ "

.

"ไม่รู้ไม่ชี้! ( >_<") "

.

กัดฟันปั่นต่อมาได้อีกราว 3 รอบครึ่งของจานโซ่ และในที่สุด!

.

"ยัง ๆ ยังไม่รีบกระโดดลงมาช่วยดันอีก! อายจะล้มอยู่แล้วเนี่ยะ!"

"ต้องลำบากมินแล้วล่ะ อายยอมล่ะ ม่ายยยหวายย~ เหนื่อย~! แฮ่ก ๆ , แฮ่ก ๆ"

"ช่วยดันหน่อยเร็วเข้า~!"

.

เยื้องไปข้างหน้าเป็นป่าอ้อย ส่วนด้านขวาทั้งแถบเลียบถนนไปเป็นครองชลประทาน จะเป็นศพหมกป่าหรือจมน้ำตายก็เป็นชอยด์ที่ชวนสยดสยองทั้งนั้น มินเลยรีบกระโดดลงโดยพลัน แล้วก็ดันทั้งกระเป๋าเป้และแผ่นหลังของอายให้รถวิ่งฉิวพุ่งขึ้นหน้าราวกับติดจรวด คือถ้าทำแบบนี้แต่แรกก็จบ! เพราะเมื่อลองวิเคราะห์ดูลำพังอายคนเดียวก็คงไม่เป็นไรหรอก แต่นี่เล่นเพิ่มผู้โดยสารในไซส์เดียวกันมาอีกหนึ่ง แถมไอ้ตัวที่ทำให้หนักเพิ่มอย่างมีนัยยะสำคัญ ก็คือเป้นักเรียนที่แบกอยู่บนหลังนั่นเอง

.

เป็นเด็กยุคนี้คงไม่เข้าใจ แต่ถ้าเป็นเด็กในยุคของทั้งสองคนล่ะก็ น้ำหนักกระเป๋าก็ไม่ต่างจากกระสอบปุ๋ย! บ้านเมืองในต่างจังหวัดรถราไม่มากนัก เราก็เลยได้ยินเสียงหัวเราะสลับกับเสียงกรี๊ดของสองเพื่อนซี้ดังลั่นไปทั่ว พวกเธอผลัดกันปั่นผลัดกันดัน จนมาจบที่กระบวนท่าสุดท้ายนั่นก็คือลงมาช่วยกันเข็นจักรยานกันทั้งคู่! จากยานพาหนะไม่รู้กลายสภาพเป็นตัวภาระไปได้ยังไง

.

จนกระทั่งผ่านไปราว 10 นาทีก็เคลื่อนตัวมาถึงทางเข้าหมู่บ้านได้สำเร็จ และตอนนี้แหละที่มินเริ่มคิดไอเดียดี ๆ ขึ้นมาได้บางอย่าง ตอนนี้ทั้งคู่กำลังอยู่ ณ จุดกึ่งกลางทางแยก ถ้าเลือกเลี้ยวขวาก็จะได้การกระทำหนึ่ง แต่ถ้าเลือกเลี้ยวซ้ายเหตุการณ์ก็จะเปลี่ยนไป ว่าแต่.. อาย กับ มิน จะเลือกทางไหน? *โปรดเตรียมเหรียญของคุณขึ้นมา แล้วก็ทอยมันออกไปซะ!*

.

.

* ถ้าออก "หัว" ให้อ่านตรงนี้

.

มินกระชากแฮนด์จักรยานให้หยุดกึกจอดนิ่งอยู่กับที่ พลางชี้นิ้วให้จูงจักรยานไปทางซ้าย ซึ่งก็เป็นทิศทางเดียวกับบ้านของมินเองนั่นแหละ อายก็เลยทักขึ้น

.

"แล้วมินจะดึงแฮนด์ไว้ทำไมเล่า เราก็ถือกันอยู่คนละข้างเนี่ยะ ก็เดิน ๆ ไปด้วยกันนี่แหละ จะแกล้งอายไปถึงไหน!"

.

"เปล่า ๆ ไม่ใช่อย่างงั้น ฉันแค่จะบอกว่าฉันไปสืบมาแล้ว!"

"ว่าบ้านพี่ ม. 5 ที่เธอชอบอ่ะ อยู่ถัดจากซอยบ้านฉันไปแค่ซอยเดียวเอง"

"เพราะงั้นถ้าพวกเราแกล้งจูงจักรยานเลยบ้านฉันไปนิดหน่อย เธอก็จะได้เจอกับบ้านของคนรักของเธอไง อิ ๆ "

.

"ฮึ๊ย! จริงดิ! มินรู้ได้ไง?!"

.

"จุ๊ ๆ , เรื่องนั้นไม่ใช่ประเด็น แต่ตอนนี้พี่เขาอยู่ที่โรงเรียน เธอไม่อยากเห็นเหรอว่าพี่เขาไลฟ์สไตล์เป็นยังไง ใบหน้าพ่อแม่สามีเธอในอนาคต , หมาที่เขาเลี้ยง , ต้นไม้ที่เขาปลูก หรือถ้าวันไหนเธอคิดถึงเขามาก ๆ ก็จะได้มายืนมองหลังคาบ้านพี่เขาไง ไม่ดีหรอโฮ่ ๆ ๆ (^0^)/ "

.

"ไอ้มินบ้า! หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ! หุบปากไปเลย!"

"นี่แหนะ! , นี่แหนะ! , ห้ามบอกใครเป็นอันขาด.. ฉันจะฆ่าแก~!"

"แกมันจิตใจชั่วร้าย.. แกมันไอ้เพื่อนจิตสกปรก..!"

.

กลายเป็นเสียงหัวเราะร่าที่ดังกว่าตอนตกหลุมถนนซะอีก แก้มอายแดงเป็นผลแตงโม เธอถอดกระเป๋าวิ่งไล่ตีมินไปตามทาง ในขณะที่คนที่โดนกระทำก็วิ่งจูงจักรยานหนี พลางหันมาทำหน้าทะเล้นใส่ จนกระทั่งผ่านไปหนึ่งเพลินมารู้ตัวอีกที ก็มาถึงหน้าบ้านพี่เขาในซอย 5 ซะแล้ว

.

สาว ม.ต้นทั้งสองจึงได้พานพบเข้ากับอัครสถานที่แสนจะสามัญธรรมดา บ้านของพี่เขาไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก เป็นบ้านไม้สองชั้นแนวมินิมอลที่ดูน่ารักตะมุตะมิ จุดสังเกตเด่นคือนสนามหญ้าหน้าบ้านที่เขียวขจี แถมยังมีโกลล์ฟุตบอลเล็ก ๆ ตั้งเอาไว้ด้วย ดูทรงพี่คนนี้คงจะชอบเตะฟุตบอลแบบเข้าไส้ และสิ่งที่ทำให้อายกับมินเซอร์ไพรต์ยิ่งกว่า ก็คือการปรากฏกายของคุณตาในชุดกางเกงวอร์ม! โอ้แม่เจ้า! แกกำลังเลี้ยงบอลด้วยหลังเท้าอย่างทะมัดทะแมง

.

สักพักคุณยายท่านหนึ่งก็เดินออกมาจากหลังบ้าน แกมาพร้อมกับทัพพีและหม้อแกงควันฉุย อาจจะไม่มั่นใจในรสชาติอาหารเย็นที่ทำล่ะมั้ง ถึงได้ยกหม้อมาทั้งใบเพื่อให้คุณตาได้ชิม ส่วนด้านข้างตัวบ้านนั้นทำเป็นโรงรถ อายกับมินมองเห็นรถตู้ตุ้มตุ้ยคันหนึ่งจอดอยู่อย่างสงบราวกับกบจำศิล ไม่แน่ใจว่ามันยังวิ่งได้ไหม แต่ดูย้อนยุคน่านั่งน่าขับอยู่ไม่น้อย

.

เพลินตาเพลินใจแถมหัวใจยังเต้นตุบ ๆ สองสาวเพื่อนซี้ดูจะตั้งใจจดจำรายละเอียดมาก จนถึงขนาดถีบขาตั้งจักรยานลงแล้วก็ปลดกระเป๋าวางลงกับพื้น เพื่อที่จะได้เขย่งเท้ามองผ่านทิวรั้วที่ทำมาจากต้นไม้ประเภทพุ่มได้ถนัด เดชะบุญที่นั่นกลับไปทำให้คุณตาผิดสังเกตเข้า! แกถึงกับตะโกนทักซะดังลั่นขึ้นมาว่า

.

"เอ้า! แม่หนูสองคนนั่นใครกันล่ะน่ะ เพื่อนเจ้าซูชิมันเร๊อะ?!"

"เข้ามาก่อนสิลูกเอ๊ย! มากินขนมกันก่อนมา ๆ ยายไปเปิดประตูให้หลานหน่อยเร๊ววว!"

"มายืนทำอะไรลับ ๆ ล่อ ๆ เข้ามาก่อน ๆ !"

.

"(เชี้ยแล้วไงล่ะ?!)"

อายสบถในใจ

.

"เจ้าซูชิมันยังไม่กลับมาจากโรงเรียนเลยลูก เข้ามานั่งรอข้างในก่อนมา..!"

.

"อ่ะ! , เอ่อ! , ไม่มีอะไรค่ะ! พวกหนูแค่จำบ้านผิด จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะขอโทษที่รบกวนนะคะ"

"(เร็วสิมินเก็บของเร็วเข้า! ไปกันได้แล้ว..ว..ว! โดนจับได้แล้วเนี่ยย..ย..ย..!)"

ประโยคหลังเป็นแค่การกัดฟันเค้นเสียงในลำคอ

.

อายจริงสมดังชื่อ พอกระโดดคร่อมจักรยานได้ปุ๊บ สาวตัวเล็กเลยใส่เกียร์หมาสปีดแปดแสน เผ่นหนีฝุ่นตลบอบอวล

.

"เฮ๊ย! อายรอฉันด้วยสิ! คือฉันจะบอกว่าที่เธอสะพายไปน่ะมันกระเป๋าฉัน! กระเป๋าเธออยู่นี่ยัยบ๊อง!"

"เฮ้! อายรอก่อนเซ่! รอฉันด้วยยย~!"

"โอ๊ยยย! กรูจะบ้าตาย~!"

.

"ตุบ! , ตุบ! , ตุบ , ตุบ! , ตุบ! , ตุบ!"

มินวิ่งตามมาด้วยความอนาถา จนกระทั่งวิ่งกลับมาถึงบ้านตรงซอย 4 ของตัวเองได้ พร้อมกับกระเป๋าเป้นักเรียนของอายที่หยิบสลับมา

.

.

* ถ้าออก "ก้อย" ให้อ่านตรงนี้

.

จูงจักรยานเลียบถนนสลับกับวิ่งหยอกล้อกันมาได้สักพัก มินถึงเริ่มสังเกตเห็นว่าอีกประเดี๋ยวก็น่าจะค่ำ ขืนยังชักช้ามัวแต่เล่นแบบนี้ ตะวันตกดินก่อนที่บ้านจะเป็นห่วง ประกอบกับการที่แม่ของมินไม่ยอมขับมอเตอร์ไซต์มารับก็ชักจะยังไง ๆ นี่ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ คิดได้ดังนั้นมินก็เลยกระโดดควบขึ้นไปนั่งบนเบาะจักรยาน พลางปลดสายกระเป๋าเป้ของตัวเองออกเอาไปฝากไว้ที่อายแทน

.

"ขึ้นมาอาย! แล้วก็จับดี ๆ เดี๋ยวฉันจะสอนเธอเองว่าวิธีปั่นที่ถูกต้องนั้นต้องทำยังไง (^ _ -)"

.

"ขี้โม้! ( ํ 3 ํ )/ "

.

มินเลือกที่จะไม่ตอบเป็นคำเถียงแต่ตอบผ่านการกระทำ และนั่นก็ทำให้เพื่อนที่เกาะอยู่บนบ่ากลายเป็นตุ๊กแกตัวน้อยไปเลย เพราะจักรยานพิงค์ที่มินปั่นนั้นเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคัน! นี่มันโครงการคนละครึ่งของรัฐบาลรึยังไง ทำไมครึ่งแรกกับครึ่งหลังถึงต่างกันลิบลับ ตัวรถวิ่งฉิวนุ่มเบาราวกับปุยนุ่น สองสาว ม.ต้นทะยานไปข้างหน้าอย่างไร้อุปสรรค

.

"เป็นไง ๆ อึ้งไปเลยล่ะเซ้!?"

.

"เหอะ! เพราะอายเป็นคนสะพายกระเป๋ามินไว้เฉย ๆ หรอก"

"นี่ถ้าไม่มีหัวไหล่สองข้างของอายแบกรับภาระนะ มินก็ปั่นจักรยานแบบนี้ไม่ได้~!"

.

"เอี๊ยดดด! , อ๊าดดด! , เอี๊ยดดด! , อ๊าดดด!"

เสียงโซ่เสียดสีกับเฟืองล้อย้อมบรรยากาศ

.

"ฮึ่ย..เธอนี่ช่างดื้อรั้น ฉันจะบอกเคล็ดลับให้ก็ได้ ว่าการที่เธอปั่นแบบฉันไม่ได้ก็เพราะว่าเธอขาดพลัง!"

"พี่ ม.5 ที่เป็นนักบอลคนนั้นเขาชื่ออะไรนะ..?"

.

"พี่ซูชิ! (^ . ^)"

.

"อ๊อออ! พี่ม.5 มีตั้งหลายคนแต่เลือกตอบแค่ ค..น..เ..ดี..ย..ว~! "

.

"แกเคยตายด้วยการโดนบีบคอไหมมิน.. มืออายอยู่ใกล้คอมินมากเลยนะตอนนี้! (= . <) "

.

"โอ๋ ๆ ๆ ไม่แซวแล้วก็ได้ คือฉันจะบอกว่าแกน่ะต้องมีพลังงานมากกว่านี้ แกอยากกินซูชิแกก็กินไป แต่แกต้องกินเทมปูระ , กินอูนิ , กินทงคัตสึ , กินราเม็ง , กินซาซิมิ หรือ ยากินิกุ อะไรพวกนี้ด้วย แกจะได้มีเรี่ยวแรง แกจะได้ไม่ถูกฉันแกล้งไปตลอดกาลนานเทอญแบบนี้ไง เข้าใจไหม"

.

"เข้าใจแล้วจ่ะ คุณเพื่อนที่น่ารักของฉัน พอใจรึยัง?!"

.

"อืม.. ดีมาก ๆ ฮ่า ๆ ฮ่า ๆ "

"แล้วก็นี่ไง! เห็นไหมแป๊บเดียวถึงบ้านฉันล่ะ! ส่งฉันลงตรงนี้นะ ที่เหลือเธอก็ปั่นต่อไปเองล่ะกัน"

"แล้วเจอกันที่โรงเรียนพรุ่งนี้นะอาย บ๊ะบายจ้า (^-^) "

.

"อื้อ! แล้วเจอกัน.. ส่วนนี่กระเป๋าเธอ"

"บ๊ะบาย ๆ จุ๊บ ๆ (^ . ^)"

.

ร่ำลากันยาวนานกว่าเวลาในการเดินทางกลับถึงบ้านซะอีก ยิ่งอยู่นานสองคนนี้ยิ่งเหมือนเทเลทับบี้ที่กอดกันแล้วกอดกันอีก และที่สำคัญพวกเธอดันทำในบางสิ่งที่ผิดพลาดไป นั่นก็คือกระเป๋านักเรียนของมินและอาย ดันสลับกันไปแล้วโดยที่ไม่มีใครรู้

.

.

ปล. เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไปจ้า

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ร่างกายต้องการความเลิฟ (Nc 18+)   บทที่ 7 : โรงอาหาร

    ห้ามแล้วแต่ไม่ยอมฟัง ห้ามไปโรงอาหารแล้วมันทำให้ท้องหายหิวได้ไหมล่ะ เพราะงั้นทั้งมินและอายก็เลยจำเป็นต้องทำตามความปรารถนาเดิม และถึงตรงนี้ก็เป็นเวลาที่เหมาะสม ที่คุณผู้อ่านทุกท่านจะหยิบเหริยญขึ้นมาแล้ว ทอยมันขึ้นไปกลางอากาศซะ! แล้วมารอดูกันว่าตัวละครของคุณจะดำเนินเนื้อเรื่องต่อไปยังไง..* ถ้าออก "หัว" ให้อ่านตรงนี้.ความคึกคักในโรงอาหารเข้าขั้นโกลาหล ด้วยความที่เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พักเที่ยงทีนักเรียนทั้งโรงเรียนจึงมารวมกันอยู่ ณ จุดเดียว ผนวกรวมกับการจัดระเบียบของคุณครู ที่เหมือนจะดีแต่ก็มีหลายวันที่เกินการควบคุม ภาพในการจับจ่ายซื้อหาอาหารเที่ยงของนักเรียนจึงไม่ต่างจากการแย่งของยังชีพในฉนวนกาซ่า ใครดีใครได้แถวที่เคยมีเจอความอยากได้มันนี่ของเหล่าแม่ค้าข้าวราดแกงเข้าไป ก็ไม่ต่างจากมรสุมในทะเลจีนใต้."พวกเรามาช้าไปอ่ะอาย.."."อือ.. อายก็คิดว่างั้น จะเหลืออะไรให้เรากินไหมเนี่ยะ?""รู้งี้อยู่กินข้าวกล่องกับเมฆฝนดีกว่า ปิ่นโตเขาน่ารักมากเลยกับข้าวก็น่าทาน (^0^)""ไส้กรอกตุ๊ต๊ะ , ผัดบรอคโคลีหัวแอฟโฟร , ไข่เจียวยิ้มหวาน"."เห๊อะ! แต่เธอต้องขึ้นไปนั่งกินบนอัฒจันทร์สนามบาสคนเดียวนะ""แล้วย

  • ร่างกายต้องการความเลิฟ (Nc 18+)   บทที่ 6 : เพื่อนผู้ลึกลับ

    ทางเดินอาคารโล่งราวกับใช้ตากพริกได้ นักเรียนทุกคนลงจากตึกไปที่โรงอาหารกันหมดแล้ว หน้าห้องพยาบาลแห่งนี้ก็เลยมีแค่ อาย , มิน , แล้วก็ "เมฆฝน" อย่างที่โปรยไว้ในตอนก่อนหน้าว่ากิริยาท่าทางของเธอผู้นี้ ช่างพิลึกพิศวงต่างจากเด็กม.ต้นคนอื่น ๆ อยู่หลายส่วน แม้ว่าเธอจะอยู่ห้อง ม.3/2 เหมือนกับอายและมิน แต่ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาหรือทรงผม เมฆฝนกลับดูเหมือนผู้ใหญ่ที่มีปมแล้วปลอมตัวมาโรงเรียนซะมากกว่า.เธอมีผมที่ยาวตรงทั้ง ๆ ที่เด็กม.ต้นมักจะไว้ผมสั้น จะได้เล่นกับเพื่อนได้สนุก ๆ ดวงตาของเมฆฝนกลมโตแวววาว ปากนิดจมูกหน่อย ดูรวม ๆ แล้วเธอเป็นเด็กผู้หญิงที่สวยเชียวล่ะ หากแต่เป็นเพราะบุคลิกอันลึกลับมากกว่า ที่พันธนาการออร่าแห่งความงดงามดังกล่าวเอาไว้ เมฆฝนเป็นหนึ่งในสมาชิกชมรม "かつろ (คัทซึโระ)" ชื่อนี้แปลว่าปมเชือกในภาษาญี่ปุ่น แต่แท้จริงแล้วชมรมนี้เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มคนที่ชอบการสืบสวนสอบสวน คนที่ชอบเรื่องลี้ลับ โลกหลังความตาย หรืออะไรก็แล้วแต่ที่พิสูจน์ไม่ได้.ว่ากันว่าจวบจนปัจจุบันชมรมนี้มีสมาชิกทั้งหมดกี่คน และแต่ละคนทำอะไรบ้างก็ยังคงเป็นปริศนา ปมเชือกที่ผูกแน่นจึงถูกนำมาใช้แทนตัวตนของพวกเขา คดีไหนในโร

  • ร่างกายต้องการความเลิฟ (Nc 18+)   บทที่ 5 : สกิลของคุณครูโตโต้

    เด็กสาวม.ต้นสัมผัสได้ถึงเสียงคนคุยกัน เปลือกตาอายสามารถเหลือบมองขึ้นได้แล้วแต่เธอแค่ยั้งไว้ก่อน ประหนึ่งว่าเจ้าตัวกำลังตั้งใจจะแอบฟังว่าคนอื่น ๆ จะพูดถึงเธอยังไง จะนินทาเด็กสาววัยใสที่เป็นลมล้มพับหน้าเสาธงได้ลงคอรึเปล่า แต่ทว่าสิ่งที่ได้ยินดันมีแต่น้ำเสียงของพวกคุณครูที่กำลังเป็นห่วง มีการสอบถามกันว่าจะต้องตามผู้ปกครองมาไหม หรือว่าจะไปส่งเด็กที่บ้านเองเลย อาการหน้ามืดเป็นลมปกติจะต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลตาม พรบ.กระทรวงศึกษาธิการรึเปล่า หรือเป็นดุลยพินิจของผอ. โรงเรียน.โดยรวมแล้วโอ๊ยตาย! เป็นเรื่องราวที่ใหญ่โตมโหฬารกันเลยทีเดียวเชียว ไม่ไหว ๆ สงสารพวกคุณครูจับใจอายก็เลยตัดสินใจตื่นขึ้นดีกว่า เธอเผยอเปลือกตาขึ้นเชื่องช้า และแน่นอนว่าสิ่งแรกที่เห็นก็คือฝ้าเพดานกับหลอดไฟนีออนของห้องพยาบาล แต่สิ่งที่อายไม่ได้คาดหวังดันมาอยู่ในส่วนหลังนี่สิ นั่นก็คือเงาตะคุ่ม ๆ ของมินที่ไม่รู้อะไรดลใจให้ชะโงกหน้าเข้ามาราวกับจะสิงสู่."อร๊ายยยย!!!"กรี๊ดสิจะเหลือเหรอ.ต่างคนต่างกรี๊ดตกใจกันเองทั้งที่เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน และมินก็เลือกที่จะปิดโอกาสไม่ให้เพื่อนกระทำสิ่งใดต่อ เธอชิงขอโทษก่อนเลย."ฉันขอโทษนะอาย

  • ร่างกายต้องการความเลิฟ (Nc 18+)   บทที่ 4 : หน้าเสาธงเคารพธงชาติ

    เช้าวันรุ่งขึ้นท้องฟ้าใสกระจ่าง เมฆฟูนุ่มสวย บรรยากาศแลดูเป็นใจให้ต้นรักเบ่งบาน และถ้าจะมีใครสักคนอกหักในวันดี ๆ เช่นนี้ คนผู้นั้นก็คงจะโชคร้ายที่สุดในโลก ซึ่งแน่นอนว่ามินจะไม่มีทางให้มันเกิดขึ้น เวลา 8 นาฬิกา นักเรียนทุกคนยืนเข้าแถวหน้าเสาธง คนที่ยืนอยู่หน้ามินคืออาย แล้วก็เหมือนจะยังคงงอนตุ๊บป่องไม่พูดไม่จากับเธอ."นี่ ๆ อาย.. อาย.. อาย.. ฮัลโหล.."มินพยายามสะกิดแขนแกมกระซิบ."ไม่พูดด้วย.."."นี่คือแกโกรธฉันอยู่หรอ? โกรธจริงดิ?"."ไม่พูดด้วย..".เอานิ้วจิ้มเอวไปอีกสองสามที แต่ดูทรงแล้วอายเหมือนจะโกรธจริง ท่ามกลางนักเรียนหลายร้อยของโรงเรียนประจำจังหวัด ที่นี่มีระบบการยืนเข้าแถวแบ่งเป็นระดับชั้นอย่างชัดเจน โดยไล่ไปเป็นกลุ่ม ๆ ตั้งแต่ ม. 1 - ม. 6 กล่าวคือ ม.

  • ร่างกายต้องการความเลิฟ (Nc 18+)   บทที่ 3 : พี่โมจิเหมียว~!

    ทุกข์ของเด็กม.ต้น นอกเหนือจากเรื่องหัวใจรัก ๆ ใคร่ ๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของการทำการบ้านนี่แหละ หลังจากสองสาวเพื้อนซี้แยกย้ายกันไป เวลาแห่งการทำการบ้านก่อนนอนก็มาถึง บนห้องนอนส่วนตัวสีครีมของมิน ฝาผนังที่แปะโปสเตอร์ไอดอลเกาหลีสับหว่างกับเกิร์ลกรุ๊ปญี่ปุ่น แม้พวกเขาจะให้กำลังใจเธอผ่านทางแววตาและรอยยิ้ม แต่นั่นก็ไม่อาจเยียวยาปัญหาที่เด็กสาวประสบพบเจอในตอนนี้ได้."ซวยแล้ว! นี่มันกระเป๋าอายนี่นา! ไปเผลอสลับกันตั้งแต่เมื่อไหร่?""แต่คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง เพราะถ้าเป็นงั้นก็แสดงว่ากระเป๋าของเราก็ต้องอยู่ที่อายสิ..""ถ้าเราทำการบ้านให้อาย ยัยนั่นก็ต้องทำให้เรา ก็ถือว่าเจ๊า ๆ กันไปล่ะเน๊อะ (^.^)"."แคว๊ก!!!"เสียงรูดซิบกระเป๋าเป้ออก.ด้วยความสัตย์จริงว่าในยุคสมัยนั้น โรงเรียนมักจะมีกฎว่าห้ามนักเรียนใช้ก

  • ร่างกายต้องการความเลิฟ (Nc 18+)   บทที่ 2 : จักรยานสีชมพู

    ที่พักเท้าด้านหลังถูกถีบลงก่อนเลยเป็นอันดับแรก เสียงดัง "แกร๊ง!" อันใสแจ๋วของมัน บ่งบอกได้ถึงความสดซิงของจักรยานสีชมพูพิงค์คันนี้ได้ดีที่สุด อายกวักมือเรียกให้เพื่อนสาวขึ้นมายืนบนที่เหยียบ พลางคว้าเอามือเรียวทั้งสองข้างของเพื่อนมาวางบนบ่าตัวเอง ภาพที่ออกมาจึงดูดีทีเดียว มันได้อารมณ์เหมือนเด็ก ๆ ในแก๊งค์แฟนฉัน หากแต่นี่คือ อาย กับ มิน เป็นเด็กผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชาย."เอานะมิน.. อายจะปั่นล่ะนะ!"."ไหวเหรอเธอ.. อย่างน้อยเธอควรจะเอาเป้บนหลังมาไว้ที่ฉันนะ"มินถามด้วยความเป็นห่วง."เอาน่า.. อายมีประสบการณ์ ตลอด 3 วันมานี้อายไม่ล้มเลยสักครั้ง""เพราะงั้นถึงมั่นใจปั่นจักรยานมาโรงเรียนเองไง.. อิ ๆ (^-^)"."เหอะ ๆ นี่ฉันต้องมั่นใจกับคำพูดแค่นี้ของเธอจริง ๆ ดิ (T ^ T)"ขาสั่นเป็นเจ้าเข้า มือที่เกาะไหล่ไว้ก็เปียกโชกไปด้วยเม็ดเหงื่อ."ถ้างั้นก็ไปกันเล๊ย! สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้นนน! , ฮึบ!""เฮือกกก~!""อ่ะ! , เฮือกกก~!""อ๊าาากกก~! "."แก๊ง! , แก๊ง! , ครืด! , แก๊ง! , แก๊ง! "เสียงโซ่ครูดกับฟันเฟืองดังสนั่น ฟังจากเสียงเหมือนจะแรงมากแต่ความจริงคือช้ายิ่งกว่าตัวสล็อตเมาสารระเหย.ดีแค่ไหนแล้วที่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status