ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้แสนชังยุค80 의 모든 챕터: 챕터 11 - 챕터 20

67 챕터

บทที่7.2

"เราเคยตกลงกันแล้วนี่ว่าจะไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของกันและกัน เธอจะไปไหน ไปอยู่กับใครหรือทำอะไรฉันจะไม่ถาม เช่นกันเธอก็จะไม่มาวุ่นวายไม่ใช่หรือเมิ่งจี อย่าผิดคำพูดเสียสิ"กล่าวจบรถก็มาจอดเทียบจ้าวลู่คังจึงก้าวลงจากบันไดลงไปขึ้นรถจากไปด้วยท่าทางเย็นชาราวกับเขาไม่มีความรู้สึกอันใดกับภรรยาเลยซึ่งก็ไม่แปลกเพราะระหว่างเขากับซูเมิ่งจีนั้นที่แต่งงานกันก็เพราะบิดาของเขาจัดแจงและบีบบังคับจึงเกิดขึ้นหากวันนั้นเขาไม่ยินยอมคนที่เดือดร้อนก็จะเป็นมารดากับน้องชายเช่นจ้าวลู่เฉินเอาได้ดังนั้นในฐานะพี่ใหญ่และเขาเองก็ยังไม่มีผู้หญิงในใจจึงยอมรับปากแต่งงานตามใจบิดาไป คนแบบซูเมิ่งจีไม่เหมาะสมหรือคู่ควรกับจ้าวลู่เฉินแม้แต่น้อยคนแบบเธอถูกเขาทรมานเอาไว้ก็สมควรแล้วไม่ใช่หรือ"ไอ้บ้าเอ๊ย!"ซูเมิ่งจีสบถคำหยาบออกมาหลายประโยคพร้อมกับกระทืบเท้าด้วยความไม่พอใจที่ตนเองถูกขัดใจทำเอาเหล่าคนรับใช้ที่ทำงานอยู่แถวนั้นต่างก็มองอีกฝ่ายแล้วพากันทำสีหน้าประหลาด"มองอะไรกัน มีงานก็ทำไปหรือหากไม่อยากทำแล้วก็บอกฉันจะได้ช่วยให้ไม่ต้องทำอีก!"หญิงสาวหันไประบายอารมณ์กับเหล่าคนรับใช้ เพราะเธอนั้นไม่อาจทำอะไรได้มากนักในคฤหาสน์หลังนี้ต่
더 보기

บทที่8.1

บทที่ 8เหรินซินที่นอนหลับอยู่บังเอิญตื่นมาได้ยินเรื่องราวทั้งหมดพอดี แต่หญิงสาวยังคงแกล้งหลับไม่กล้าตื่นขึ้นมาเพราะไม่รู้จะทำตัวอย่างไร กับพี่ชายของสามีเพราะขนาดสามีของเธอเองหญิงสาวยังลำบากใจ ในการเผชิญหน้ากับเขาอยู่เลยอย่าเอ่ยไปถึงคนในครอบครัวของเขา จึงยังคงนอนตัวเกร็งแกล้งทำเป็นว่าตนเองยังคงหลับอยู่ไม่กล้าขยับจนแทบเป็นตะคริวเสียแล้วฝ่ายของจ้าวลู่เฉินขณะที่มองตามส่งเงาของแผ่นหลังของพี่ชายนั้นภายในใจก็คิดไปด้วยว่าตนเองคงต้องเร่งจัดการ'สั่งสอน'จ้าวป๋อจิ้งโดยเร็วไม่อย่างนั้นเรื่องราวจะใหญ่โตแล้วเดือดร้อนมารดาเลี้ยงอย่างแน่นอน เพราะคนเช่นท่านนายพลจ้าวไม่เคยสนใจถูกผิดสนใจแค่ใครเอาใจเก่งเยินยอเก่งจะจริงหรือเท็จ บิดาเขาไม่เคยนับมาเป็นเหตุผลเสมอเขาย่อมรู้ดีแก่ใจ"จะแกล้งหลับไปอีกนานแค่ไหนหรือเหรินซิน""!!!"หลังจากเงาร่างของพี่ชายลับหายไปจากสายตาชายหนุ่มจึงหันมาสนใจคนบนเตียงก่อนจะอมยิ้มแล้วค่อย ๆ โน้มกายลงไปกระซิบชิดใบหูเล็กของคนป่วยที่แกล้งหลับ แต่ลูกนัยน์ตากลับกลอกกลิ้งมือสองข้างก็กำเกร็ง ไม่สิเธอเกร็งไปทั้งร่างใครบ้างจะดูไม่ออกมิน่าเล่าพี่ชายผู้เย็นชากับคนทั้งโลกถึงยิ้มขบขันก่อนจะจากไป
더 보기

บทที่8.2

เหรินซินกล่าวกับพยาบาลสาวแล้วก็เลือกจะปิดตาลงเมื่อพยาบาลสาวจากไปแล้วเพราะเธอไม่รู้จะพูดคุยอะไรกับสามีตีตราของตนเองจริง ๆ ที่สำคัญเธอกลัวตนเองจะไปถามอะไรที่ไม่สมควรอีกจึงเลือกจะนอนหลับตาไปเสียดื้อ ๆทางด้านจ้าวลู่เฉินก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายน่าจะโกรธตนเองแล้วแน่นอน แต่เขาก็หวังดีกับหญิงสาวจากใจเนื่องด้วยหน้าที่การงานของเขาอันตรายเกินไปให้เหรินซินยิ่งรู้น้อยจะยิ่งปลอดภัยกับเธอมากกว่า บรรยากาศรอบข้างระหว่างคนสองคนจึงแสนจะอึดอัด จนกงเหยียนที่มาจากคฤหาสน์นอกเมืองหลังใหม่ของจ้าวลู่เฉินที่มาทันได้ยินประโยคที่ผู้เป็นนายของเขาตอบภรรยายังพลอยรู้สึกคล้ายจะหายใจไม่ออกไปด้วย"มีอะไรหรือเปล่ากงเหยียน"พอเห็นว่าเลขาคนสนิทมายืนเยี่ยม ๆ มอง ๆ อยู่ที่ปลายเตียง จ้าวลู่เฉินจึงลุกขึ้นไปหาอีกฝ่ายแล้วถามออกไปเสียงเบาอย่างระมัดระวัง นั่นยิ่งย้ำให้เหรินซินยิ่งเข้าใจไปว่าสามีตีตราของตนเองไม่ต้องการให้เธอไปรู้ความลับหรือเรื่องราวส่วนตัวของเขาเพิ่มขึ้นไปอีกหลายเท่าแต่ก็พอจะเข้าใจได้เนื่องจากเขาเป็นถึงมาเฟียใหญ่ไม่แปลกที่จะมีความลับมากอีกอย่างเธอกับเขาล้วนเป็นคนแปลกหน้าต่อกันเขาระวังตัวจะแปลกอะไร คิดได้แบบนี้หญิงสาวจึ
더 보기

บทที่18.3

เห็นหญิงสาวชิมแล้วเงียบไปนานก็อดที่จะถามออกไปเสียมิได้ ส่วนเหรินซินนั้นที่นิ่งเงียบไปก็เพราะอึ้งที่รสชาติอาหารของจ้าวลู่เฉินนับว่ากลมกล่อมราวกับมืออาชีพคนหนึ่งนั่นเอง"รสชาติดีมาก ๆ เลยค่ะพี่ลู่เฉิน รสมือเยี่ยมจนบอกว่าพ่อครัวมืออาชีพทำฉันก็เชื่อนะคะเนี่ย"เรียวปากแกร่งของจ้าวลู่เฉินโค้งขึ้นสูงอย่างยากจะควบคุมเพราะคำชื่นชมที่ฟังแล้วจริงใจเหลือเกิน เนื่องจากภายในหัวใจของชายหนุ่มมันอิ่มเอมนุ่มฟูขึ้นมาจนเต็มหน้าอกแล้วนั่นเอง ใบหน้าหล่อเหลาก็ขึ้นสีแดงระเรื่อไปถึงใบหูยังดีว่าเหรินซินมัวและตักอาหารเข้าปากเลยไม่ทันได้สังเกตชายหนุ่มที่มาทรุดนังฝั่งตรงกันข้ามไม่อย่างนั้นหญิงสาวคงวางหน้าตนเองไม่ถูกเป็นแน่อาหารมื้อเช้าฝีมือเรียบง่ายแต่แสนอร่อยถูกปากจบลงแล้วทั้งสองจึงมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลตามที่คุณหมอได้นัดเอาไว้ใช้เวลาไม่นานก็ถึง โดยมีกงเหยียนคอยยื่นเอกสารต่าง ๆ ซึ่งมาโรงพยาบาลคราวนี้เหอหลิวมี่นั้นไม่ได้ติดตามมาด้วยเนื่องจากจ้าวลู่เฉินจะดูแลเหรินซินเองให้สาวใช้ของภรรยาอยู่บ้านคอยดูแลเจ้าแมวส้มไป"คุณเหรินซินเชิญพบคุณหมอค่ะ"หลังจากรอคิวอยู่ร่วมชั่วโมงพยาบาลหน้าห้องของคุณหมอก็เรียกชื่อของหญิงสาวขึ้
더 보기

บทที่9.1

บทที่ 9 หลังจากจ้าวลู่เฉินจากไปราว1ชั่วโมงเหรินซินก็ตื่นขึ้นมาคนแรกที่หญิงสาวพบหน้าเป็นหญิงสาวนามว่าเหอหลิวมี่ที่แนะนำตนเองว่าต่อจากนี้อีกฝ่ายจะเป็นสาวใช้คนสนิทคอยดูแลเธอที่เมืองหนานจิ้งแห่งนี้ตลอดไป สาวใช้คนนี้อายุมากกว่าหญิงสาวอยู่2ปีทำให้ไม่ลำบากใจเท่าใดนักที่อีกฝ่ายคอยดูแลใกล้ชิด"อาซ้อรองไม่ต้องกังวลไปนะคะ คุณชายรองมีงานด่วนต้องไปที่จิ้งไห่คงอีกราว5ถึง7วันก็คงจะกลับมาแล้วค่ะ รับรองกลับมาทันรับอาซ้อรองกลับคฤหาสน์ใหม่แน่นอน"แทนที่ทราบว่าสามีตีตราของตนไม่อยู่เหรินซินจะรู้สึกไม่ดีตรงกันข้ามหญิงสาวถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่หญิงสาวฟื้นคืนสติเต็ม100%หลังออกมาจากห้องผ่าตัดเลยทีเดียวนั่นก็เพราะเธอรู้สึกแปลกหน้าอีกอีกฝ่ายมากนั่นเอง"อาซ้อรองยิ้มอะไรหรือคะ?"พอคนเราสบายย่อมยิ้มออกมาเต็มหน้าเหรินซินเองก็ใช่จะยกเว้นทำให้เหอหลิวมี่อดจะสงสัยที่อยู่ดี ๆ อาซ้อรองที่บัดนี้ทุกคนที่เป็นคนสนิทของจ้าวลู่เฉินนั้นได้ถูกกำชับว่าให้เรียกเหรินซินว่า'อาซ้อรอง'แม้ว่าคนบนเตียงที่เผลอยิ้มหวานออกมานั้นจะมีอายุน้อยกว่าตนเองอยู่2ปีก็ตามถามขึ้นด้วยความกังขาทำเอาคนป่วยรู้สึกตัวเลยคิดคำตอ
더 보기

บทที่9.2

'ธุระสำคัญ'ของจ้าวลู่เฉินในคราวนี้ทำเขาบาดเจ็บแต่ไม่ถึงกับสาหัสหากแต่ก็หนักเอาเรื่อง หัวไหล่ด้านซ้ายถูกกระสุนเจาะจนเป็นรูทะลุเนื้อหลังจนได้เสียเลือดไปพอสมควรเป็นที่มาว่าเหตุใดชายหนุ่มจึงซีดเซียวไปมากจนกงเหยียนเป็นห่วงจนถึงขนาดออกมาทัดทานเมื่อครั้งยังอยู่สถานีรถไฟหากแต่เขารอเวลาไม่ได้นี่ก็ผ่านมา4วันแล้วหากไม่ลงมือกับจ้าวป๋อจิ้งให้จบ ๆ ไปเรื่องราวจะบานปลายไปถึงมารดาเลี้ยงและพี่ชายคนโตเป็นแน่"โผล่หัวมาได้สักทีนะลู่เฉิน ฉันคิดว่าแกตายไปแล้วเสียอีก"เพียงแค่เห็นชายขากางเกงจ้าวป๋อจิ้งย่อมจำได้แล้วว่าเนื้อผ้าเช่นนี้นอกจากพี่ชายใหญ่จ้าวลู่คังแล้วก็คงมีเพียงแค่จ้าวลู่เฉินเท่านั้นที่ชอบสวมและสถานที่แห่งนี้ก็ไม่ใช่ของจ้าวลู่คังดังนั้นจะเป็นใครไปได้อีกหากไม่ใช่จ้าวลู่เฉิน"ขอบใจที่เป็นห่วง นรกไม่เอาคนอย่างฉันไปง่าย ๆ หรอกอย่างไรก็ต้องกลับมาจัดการแกก่อน"ผลัวะ! โครม!"โอ๊ย!"ไม่พูดจากันมากความแค่ทักทายกันตามประสาพี่น้องที่รักใคร่ลึกซึ้งเสร็จแล้วจ้าวลู่เฉินก็เตะเข้ากลางลำตัวของจ้าวป๋อจิ้งจนอีกฝ่ายผู้อ่อนวัยกว่าตกลงจากเก้าอี้ที่นั่งไขว้ขาด้วยท่าทางของคุณชายผู้เอาแต่ใจลงไปนอนจุมพิตพื้นห้องทันที"แก…
더 보기

บทที่9.3

"ไร้สาระน่ากงเหยียน"คราวนี้กงเหยียนคิดว่าตนเองนั้นต้องเสียสติไปแล้วแน่นอนเพราะเขาดันเห็นว่าเจ้าแมวอ้วนสีส้มมันกำลังอมยิ้มเย้ยหยันส่งมาให้เขาอยู่นะสิ!"แกระวังเอาไว้เลยนะเจ้าอ้วน!""นายว่างหรือกงเหยียน มัวมาทะเลาะกับแมวอยู่ได้ หากว่างมากนายช่วยงานฉันหน่อย"จ้าวลู่เฉินพูดออกมาราวกับว่าเขานั้นมีตาหลังมองเห็นภาพหนึ่งแมวกับหนึ่งคนสติไม่เต็มกำลังทะเลาะกันอยู่ กงเหยียนแอบมองค้อนแผ่นหลังของคุณชายรองแต่พออีกฝ่ายหันขวัญกลับมาคุณเลขาก็หัวเราะแห้ง ๆ ส่งไปให้"ฉันอยากรู้ว่าในวงการของเรายังมีใครที่ยังค้าขายมนุษย์กับยาเสพติดเป็นหลักอยู่อีกบ้าง ขอแบบละเอียดนะ""ได้ครับคุณชายรอง""แล้วช่วงที่ฉันไม่อยู่ทางพ่อของฉันมาวุ่นวายที่โรงพยาบาลหรือเปล่า"ระหว่างที่กำลังสอบถามเรื่องต่าง ๆ จากเลขาคนสนิทอยู่นั้นคุณหมอหนุ่มจากหงส์เพลิงก็มาถึง‘เฉาเซิน' นับว่าเป็นคุณหมอรุ่นใหม่ที่มีฝีมือเยี่ยมแต่ค่อนข้างรักอิสระจึงไม่ยอมกลับไปทำงานในโรงพยาบาลที่สกุลเฉามีหุ้นอยู่แต่เลือกจะมาทำงานให้กับเพื่อนสนิทสมัยเด็กเช่นจ้าวลู่เฉินมากกว่า"ไม่มีครับ อ๋อมีแต่อาซ้อใหญ่ซูครับที่เฉียงเว่ยบอกว่าเธอมาวนเวียนอยู่แทบทุกวันแต่คนของเราสกัดเ
더 보기

บทที่10.1

บทที่ 10 และอีก2วันต่อมา หมอทั้งปอดและหมอกระดูกที่ดูแลเป็นเจ้าของไข้ก็อนุญาตให้ เหรินซินนั้นกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้เพราะปอดนั้นเลือดหยุดสนิทสามารถเอาสายระบายเลือดออกได้แล้วรอก็เพียงกระดูกติดดีจึงค่อยกลับมาตัดเฝือกออกซึ่งน่าจะไม่ต่ำกว่าอีก2ถึง3เดือนเป็นแน่ ทำให้อย่างไรเหรินซินก็ต้องไปพักกับสามีตามกฎหมายอยู่ดีเนื่องจากสภาพร่างกายที่ต้องมีคนคอยดูแลไปอีกยาวนาน"นี่คือบ้านของพวกเรา"เพียงแค่รถคันหรูหราเลี้ยวตีวงเข้าไปจอดยังด้านหน้าคฤหาสน์หรูหราแล้วจ้าวลู่เฉินบอกแก่เธอว่าคือ'บ้านของพวกเรา'ทำเอาเหรินซินถึงกับยิ้มแห้ง ส่งไปให้สามีตีตราทันทีถึงในอดีตภพชาติเก่าบ้านของเธอก็นับว่าฐานะไม่ธรรมดานักแต่บ้านช่องนั้นกลับไม่ใหญ่โตโอ่อ่าเช่นนี้ ยิ่งมีคนมายืนเรียงแถวรอต้อนรับตั้งแต่หน้าประตูรั้วนับได้คงเกินร้อยเหรินซินถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เพราะคิดไม่ถึงไม่สิ เธอไม่เคยคิดว่าตนเองจะต้องมาเจออะไรแบบนี้จริง ๆ เจอบ้านหลังโตที่สมควรเรียกได้ว่าคฤหาสน์มากกว่าจะเป็นแค่‘บ้าน’กับคนรับใช้ที่ดูอย่างไรก็ไม่ใช่เพียงแค่คนรับใช้ธรรมดาอีกร่วมร้อยชีวิตเช่นนี้อีกด้วยเธอไม่รู้ว่าตนเองจะพูดอะไรออกมาแล้วขณะนี้"พี่ลู่เฉิ
더 보기

บทที่10.2

"ฟาโรห์..."กำลังเขินสามีตัวเองอยู่ ก็พอดีคุณพ่อบ้านอุ้มเจ้าฟาโรห์ตามขึ้นมาหญิงสาวจึงหันไปแก้เขินด้วยการร้องเรียกเจ้าแมวส้มตัวอ้วนด้วยเสียงแปด ทว่า..."ฟาโรห์!"แทนที่เจ้าแมวส้มนั้นจะพุ่งเข้ามาหาเธอด้วยความคิดถึงเช่นที่เธอวาดฝันเอาไว้ เจ้าแมวทรยศไม่เจอนางทาสแค่ไม่กี่วันมันกลับเปลี่ยนใจไปตกทาสคนใหม่เช่นจ้าวลู่เฉินเสียได้ น่าเจ็บใจจริง ๆ ก็ขณะนี้แมวส้มของเธอมันพุ่งตรงไปคลอเคลียสามีรูปหล่อของเธอราวกับไม่พบกันมานานเป็น10ปีนะสิ!ปัง!ในขณะที่จ้าวลู่เฉินนั้นพาภรรยากลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กันที่บ้านพักส่วนตัวอีกฝั่งของเมือง ทางด้านท่านนายพลจ้าวเมื่อทราบข่าวนี้จากภรรยาคนที่3ของตนเองเข้าก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาทันควัน"ไอ้เด็กอกตัญญู…"จ้าวป๋อเหวินสบถด่าบุตรชายคนรองที่ไม่เคยได้ดังใจเช่นบุตรชายคนโตและบุตรชายคนเล็กของตนเองเลยสักครั้งมันชอบนอกคอกยั่วโทสะของเขามาตั้งแต่เด็กจนโตไม่เปลี่ยนช่างสมควรตายเสียจริง!"เอะอะตึงตังอะไรกันไปถึงหน้าบ้านเชียวคะท่านนายพล"หม่าเจินจูกลับมาจากประชุมผู้บริหารของกลุ่มบริษัทหม่าฉางกรุ๊ปมายังไม่ทันได้หย่อนก้นนั่งกลับต้องได้ยินเสียงเอะอะเอ็ดอึงของสามีทำให้เธอยิ่งเหนื่อ
더 보기

บทที่11.1

บทที่ 11ฝ่ายของหม่าเจินจูมีแต่คิดอยากให้ครอบครัวสงบสุข ช่างแตกต่างจากหลินม่านเถียนที่ในใจยิ่งนับวันยิ่งมีแต่อิจฉาริษยาเพิ่มขึ้นตามอายุ ยิ่งถูกหม่าเจินจูพูดจาตอกย้ำเธอเรื่องวัยของตนเองที่จะพรากความงามของเธอให้ยิ่งเสื่อมถอยผิดกับอีกฝ่ายที่ฐานะและอำนาจมีแต่จะมั่นคงหลินม่านเถียนก็ยิ่งรู้สึกร้อนรนและยากจะยอมรับได้ เธอก็ยิ่งอยากจะทำลายความสุขของทุกคนในสกุลจ้าวให้สิ้น!"พี่ต้องการให้ผมช่วยอะไรบอกผมได้นะ"ที่จุดนัดพบของสองพี่น้องแซ่หลินในอีก2วันถัดมา หลินม่านเถียนจึงนำเรื่องไม่สบายใจของตนเองมาพูดคุยกับน้องชายของตนเอง เพราะสำหรับเธอหลายปีที่ผ่านมาคงมีแค่หลินตงเหิงที่รับฟังและเข้าใจมากที่สุด ต่างจากพี่น้องและบิดาที่ไม่เคยใส่ใจเธอเลยนอกจากเงินทองและสิ่งของ"คนแบบหม่าเจินจูนายก็รู้ว่าพวกเราแตะต้องไม่ได้" หลินม่านเถียนพูดออกมาอย่างคนที่รู้จักอีกฝ่ายดี แต่ยิ่งรู้จักกำลังของตนเองดียิ่งกว่า"แตะต้องมันไม่ได้ เราก็แตะต้องคนที่มันรักสิครับ" ฝ่ายของหลินตงเหิงเองก็ใช่จะฉลาดเฉลียวน้อยกว่าคนเป็นพี่สาวเมื่อไหร่เพราะสำหรับเขาแล้วรู้เอาตัวรอดเป็นยอดคนมานานนม"คนแบบจ้าวลู่คังเราก็ใช่จะแตะต้องมันได้ง่าย ยิ่งจ้
더 보기
이전
1234567
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status