Masukคำถามที่หลุดออกมานั้นไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเลยแม้แต่น้อยเพราะการที่ฮั่วจี้เซินอยู่ที่ตึกหลักนั้น ถือเป็นเรื่องที่มีความชอบธรรมและมั่นคงเสียยิ่งกว่าตัวฮั่วหงผู้เป็นบิดาเสียอีก เขาจึงไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องย้ายออกไปเลยเปลือกตาของโสงเจี๋ยกระตุกวูบไปชั่วขณะหนึ่ง ทว่าเธอก็ยังคงรักษาความสุขุมไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ใบหน้ายังคงนิ่งสนิทและแผ่รัศมีผู้สูงศักดิ์ออกมาอย่างแนบเนียน“อาเซินกับเพียวเพียวเขาเพิ่งจะแต่งงานกันได้ไม่นาน จะให้หนุ่มสาวมาอุดอู้อยู่กับคนแก่อย่างเราสองคนไปตลอดมันก็น่าเบื่อแย่ อีกอย่าง แม่กับคุณลุงใหญ่ของพวกเธอก็เริ่มอยากจะมีพื้นที่ส่วนตัวเพื่อพักผ่อนบ้างเหมือนกัน”“เดิมที ตึกเหล่านั้นก็ถือเป็นกรรมสิทธิ์ในส่วนที่พวกเธอควรจะได้รับอยู่แล้ว เรื่องราวความขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นกับพ่อแม่ของพวกเธอมันคือความผิดพลาดของคนรุ่นเรา มาถึงตอนนี้ ฉันจึงขอยกบ้านคืนให้พวกเธอไปจัดการแบ่งสรรและดูแลกันเอาเอง ต่อจากนี้จะใช้ชีวิตกันอย่างไรก็ให้เป็นเรื่องภายในของพวกเธอ ฉันจะไม่เข้าไปก้าวก่าย”โสงเจี๋ยครองตำแหน่งคุณนายใหญ่แห่งตระกูลฮั่วมานานนับปีท่วงท่าและท่วงทำนองที่เธอแสดงออกมาในยามนี
ตึกหลักหลังนี้ถูกกำหนดไว้เป็นที่อยู่ของผู้ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูลฮั่วคนต่อไปเท่านั้นนี่คือธรรมเนียมปฏิบัติที่ยึดถือกันมาอย่างเคร่งครัดและยาวนานในเมื่อฮั่วหงคือบุตรชายคนโต และฮั่วจี้เซินคือหลานชายคนโต ทั้งยังเป็นผู้กุมบังเหียนบริหารเครือบริษัทอย่างเต็มตัวในปัจจุบัน การที่ครอบครัวของพวกเขาครอบครองตึกหลักจึงเป็นสิทธิที่สมเหตุสมผลทว่าโสงเจี๋ยกลับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่“ตึกหลักของเรามีห้องตั้งมากมาย ต่อให้พักอาศัยอยู่ด้วยกันทั้งหมดก็ไม่ได้ลำบากลำบนอะไรหรอก เพียงแต่แม่เห็นว่าพวกเด็ก ๆ ก็เริ่มเติบโตเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว การแยกสัดส่วนที่พักให้เป็นส่วนตัวย่อมเป็นเรื่องที่ดีกว่า แต่ที่แม่หนักใจ ก็คือเรื่องของอารุ่ยนั่นแหละ แม่กลัวว่าเด็กคนนั้นจะเก็บเอาไปคิดมากน่ะสิ”สิ่งที่โสงเจี๋ยเป็นกังวลที่สุด คือนิสัยส่วนตัวของฮั่วจี้รุ่ยที่มักจะอ่อนไหวและคิดเยอะเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเธอเกรงว่าเขาจะเกิดคำถามขึ้นในใจว่า เหตุใดในช่วงเวลาที่ผ่านมาทุกคนถึงยังสามารถพำนักรวมกันอยู่ที่ตึกหลักได้อย่างสงบสุขแต่พอเขาก้าวเท้ากลับมาบ้านปุ๊บ กลับกลายเป็นว่าทุกคนต้องมาแยกย้ายบ้านกันอยู่ทันทีแม้ระยะห่างระหว
เครื่องยนต์คำรามกึกก้องขณะที่รถทะยานเร่งความเร็วขึ้นเซ่ามู่หักพวงมาลัยหลบหลีกอย่างคล่องแคล่วและแซงผ่านรถคันหน้าไปได้อย่างรวดเร็วในจังหวะที่รถกำลังเคลื่อนเข้าสู่ทางโค้ง ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในตำแหน่งคนขับของรถคันหลังค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นพลางทอดสายตาตรงไปข้างหน้าภายในรถคันที่เพิ่งแซงพ้นไปนั้น หญิงสาวคนหนึ่งกำลังก้มหน้าลงจดจ่ออยู่กับสิ่งที่อยู่ในมือ แสงสว่างจาง ๆ จากหน้าจอโทรศัพท์มือถือสะท้อนอาบใบหน้าของเธอให้โดดเด่นท่ามกลางความมืดมิดรูปหน้าด้านข้างของเธอนั้นดูวิจิตรบรรจง เส้นผมสีดำขลับที่รวบเป็นมวยเรียบร้อยไว้ที่ท้ายทอย มีปอยผมบางส่วนทิ้งตัวลงระต้นคอขาวเนียนละเอียดดุจหิมะแสงสลัวจากไฟข้างทางสาดส่องเข้ามา กระทบเข้ากับผิวหน้าด้านข้างของสวี่เพียวเพียวจนดูขาวกระจ่างตาราวกับมีเรื่องราวบางอย่างในหน้าจอโทรศัพท์ที่ดึงดูดความสนใจและทำให้เธออารมณ์ดีขึ้นมา จนเธอเผยรอยยิ้มละมุนออกมาบาง ๆ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ฮั่วจี้รุ่ยมองเห็นรอยบุ๋มเล็ก ๆ ของลักยิ้มที่ข้างแก้มของเธอได้อย่างชัดถนัดตาทว่าเพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้นรถหรูพุ่งทะยานผ่านหน้าเขาไปอย่างรวดเร็วสายตาของเธอไม่ได้หยุดพักหรือเหล
“จริง ๆ บนอินเทอร์เน็ตก็มีข่าวซุบซิบเรื่องตระกูลเราโผล่มาให้เห็นตลอดแหละค่ะ ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ภาพที่พี่แคปส่งมาเมื่อคืนน่ะมันเป็นเรื่องของบ้านอาสอง ซึ่งทั้งอาสองและอาสะใภ้สองต่างก็เคยเป็นคนในวงการบันเทิงทั้งคู่ ข่าวฉาวมันเลยพุ่งเป้าไปที่พวกเขาเยอะเป็นพิเศษ”“คนที่จับได้ว่าอาสะใภ้สองนอกใจน่ะไม่ใช่พี่เลี้ยงตามข่าวลือหรอกค่ะ แต่เป็นอาสองเองที่บังเอิญควงคู่ไปกับคุณป้าสะใภ้ใหญ่!”สวี่เพียวเพียวตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ“ตอนนั้นอาสะใภ้สองประกาศว่าตัวเองท้องค่ะ แล้วก็ขออนุญาตทางบ้านกลับมาพักฟื้นร่างกาย ป้าสะใภ้ใหญ่ที่หวังดีก็เลยหิ้วของบำรุงกะจะไปเยี่ยม อาสองเองก็ไม่ได้เฉลียวใจเลยพาป้าสะใภ้ใหญ่เดินขึ้นไปหาถึงบนห้องนอน แล้วก็เจอแจ็กพอตเข้า เพราะอาสะใภ้สองกับนักแสดงชายคนกำลัง...”“และพอเด็กแฝดคู่นั้นลืมตาดูโลก ผลตรวจ DNA ก็ออกมาเป็นเครื่องยืนยันค่ะว่า เด็กทั้งสองคนไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของอาสองจริง ๆ ”“หลังจากนั้น คุณปู่ก็ยื่นคำขาดบีบให้ทั้งคู่หย่าขาดจากกัน แต่อาสองกลับดื้อแพ่งไม่ยอมหย่าท่าเดียว เขาคร่ำครวญว่าต่อให้อาสะใภ้สองจะคบชู้ เธอก็ยังเป็นแรงบันดาลใจและเป็นนางเอกในดวงใจของเขาตลอดกาล ถึ
สวี่เพียวเพียวยอมรับความจริงข้อนี้อย่างเต็มอกลึก ๆ แล้วเหตุผลที่เธอเลือกเปิดใจให้ฮั่วจี้เซินในตอนแรก ก็เป็นเพราะความหล่อของเขาเป็นประเดิมนั่นแหละหากปราศจากใบหน้าฟ้าประทานที่ดูโดดเด่นเกินใครนั่น ฮั่วจี้เซินก็อาจจะไม่สามารถดึงดูดสายตาของเธอให้หยุดนิ่งได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เขาเดินเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำสวี่เจินหลี่จำต้องยอมอย่างจนปัญญา “ลูกคนนี้นี่จริง ๆ เลย”“แม่คะ อย่ากังวลไปเลยค่ะ หนูเข้าใจดีว่าแม่เป็นห่วงเรื่องอะไร ถึงแม้ว่าในเชิงธุรกิจบ้านเราจะเทียบกับตระกูลฮั่วไม่ได้ แต่แม่กับพ่อก็เลี้ยงหนูมาให้เติบโตมาอย่างมีความสุขและเพียบพร้อมมาโดยตลอด”“แม่ยังจำคุณป้าชุนเทียน เพื่อนบ้านข้าง ๆ เราตอนเด็ก ๆ ได้ไหมคะ ตอนนั้นฝ่ายชายระแวงสารพัดจนเธอต้องยอมเซ็นสัญญาก่อนสมรสไว้ตั้งมากมาย แต่พอถึงคราวจะหย่ากันจริง ๆ นอกจากเขาจะไม่เหลือเงินติดตัวให้เธอสักบาทแล้ว ยังทิ้งหนี้สินกองโตไว้ให้เธอรับผิดชอบอีก แม่จำไม่ได้เหรอคะ?”เมื่อได้ยินดังนั้น สวี่เจินหลี่ก็เริ่มมีสีหน้าหวั่นไหวคนที่สวี่เพียวเพียวหยิบยกมาอ้างถึงนั้นคือเพื่อนบ้านในอดีตซึ่งฐานะทางบ้านก็ดูจะทัดเทียมกับตระกูลสวี่ในเวลานั้น ก่อ
ในเวลานั้น สื่อมวลชนและคนภายนอกรับรู้เพียงแค่ว่าจวีเยี่ยฝานนอกใจสามีทว่าเรื่องที่เธอแอบให้กำเนิดลูกแฝดชายหญิงนั้นกลับมีคนรู้เพียงน้อยนิด เพราะตระกูลฮั่วได้สั่งปิดข่าวเงียบและวางกำลังป้องกันข้อมูลรั่วไหลอย่างแน่นหนาในทุกระดับชั้นยามนั้นจวีเยี่ยฝานกับฮั่วหมิ่นยังไม่มีสถานะหย่าขาดจากกันอย่างเป็นทางการ ชาวเน็ตในยุคนั้นจึงทำได้เพียงคาดเดากันไปสนุกปากทว่าทันทีที่มีใครทิ้งความเห็นในคอมเมนต์ เหล่าแฟนคลับรุ่นเก่าของจวีเยี่ยฝานก็จะรีบออกโรงโต้แย้งและแก้ข่าวให้เธอทันทีแม้ว่าเธอจะลาออกจากวงการไปนานหลายปีจนแฟนคลับเหล่านั้นล่วงเข้าสู่วัยอาวุโสกันหมดแล้วแต่ด้วยผลงานการแสดงระดับขึ้นหิ้งที่ยังคงถูกนำมาตัดต่อวนเวียนให้เห็นอยู่ในโลกโซเชียล ทำให้ชื่อเสียงของเธอยังคงขลังและไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลาทันทีที่จวีหย่าเชี่ยนก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง เธอจึงได้รับฉายาว่าจวีเยี่ยฝานย่อส่วนเพราะเมื่อลองนำรูปถ่ายของทั้งคู่มาวางเปรียบเทียบกันแบบช็อตต่อช็อต จะพบว่าแม้กระทั่งตำแหน่งไฝเสน่ห์ที่หางตาของพวกเธอก็ยังอยู่ในตำแหน่งเดียวกันราวกับพิมพ์เดียวกันและหลังจากที่เหล่าแฟนคลับช่วยกันออกโรงแก้ข่าว จวีเยี่ยฝ
เพราะไม่ว่าเขาจะเรียกเงินเท่าไหร่ เธอก็ตั้งใจจะเก็บออมมาคืนเขาให้ได้ อย่างมากที่สุดก็แค่ขอผ่อนชำระเอา“งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ คุณฮั่วพักผ่อนให้เต็มที่ค่ะ”ประตูห้องปิดลง สวี่เพียวเพียวจากไปแล้วเสียงรองเท้าส้นสูงดังกระทบพื้นจากใกล้จนค่อย ๆ ห่างออกไป ราวกับการเคาะจังหวะบทเพลงที่ค่อย ๆ เลือนหายไปจากโ
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ผมมองดูแล้วทั้งสองท่านช่างดูเหมาะสมกันมากจริง ๆ ครับ”ฮั่วจี้เซินเพียงแต่ยิ้มรับสั้น ๆ ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปทางด้านสวี่เพียวเพียวที่เพิ่งจะหยิบเหล้ามาได้ ก็ถูกบริกรคนหนึ่งเดินเข้ามาชนจนเหล้าราดใส่ตัวเธอเข้าอย่างจังไวน์แดงที่หกรดลงบนชุดเดรสผ้าซาตินสีขาวนั้นดูเด่นชัดและเลอ
สวี่เพียวเพียวไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็สัมผัสได้ถึงหยาดฝนที่สาดซัดลงบนใบหน้า เสื้อผ้าเปียกโชกแนบไปกับลำตัว เธอตัวสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บอย่างน่าเวทนารถจี๊ป แรงเลอร์จอดสนิทอยู่ที่หน้าทางออกสถานีรถไฟใต้ดิน ทันทีที่สายตาของเขาสบเข้ากับสายตาของสวี่เพียวเพียว เจ้าของรถก็บีบแตรเร่งซ้ำ ๆ สองสามครั้งส
“อืม เอาตามนั้น”เซ่ามู่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะได้ยินเสียงฮั่วจี้เซินที่กำลังจะเดินจากไปพูดขึ้นว่า “ค่าผ้าเช็ดหน้า ให้ไปเบิกกับบริษัท”ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้เป็นของแถมจากการซื้อสินค้าแบรนด์เนมแบรนด์หนึ่ง แต่ถ้าจะซื้อแยกราคาก็หลายพันบาท ฮั่วจี้เซินตาถึงและเขาไม่ต้องการเอาเปรียบใครเซ่ามู่ที่ยืน







