บททั้งหมดของ นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s: บทที่ 21 - บทที่ 30

40

ไม่ได้เอนเอียง แต่พร้อมที่จะช่วยเหลือ

ไม่ได้เอนเอียง แต่พร้อมที่จะช่วยเหลือลานกว้างของหมู่บ้าน มักจะเป็นแหล่งรวมตัวของชาวบ้านที่มาทำกิจกรรมต่าง ๆ และเมื่อเห็นว่าหานเจี้ยนกั๋วเดินมา ชาวบ้านคนหนึ่งก็รีบลุกขึ้นมาสอบถาม“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ ผู้กองถึงมาถึงที่นี่ หรือว่าวันนี้เข้ามาตรวจหมู่บ้าน”“พอดีมีคนไปร้องเรียนเรื่องข่าวลือน่ะครับ ได้ยินว่ามีคนพูดถึงลูกสาวบ้านซ่งในทางเสียหาย และมีข่าวลือกระจายไปทั่ว ผมเลยมาตรวจสอบเรื่องนี้น่ะครับ ใครพอจะให้ข้อมูลกับผมได้ไหมครับ”เขาตอบเสียงทุ้มต่ำและถามกลับด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน สายตาเย็นชากวาดมองไปรอบ ๆ ทุกคนเห็นอย่างนั้นก็รีบก้มหน้าลง นี่ก็ทำให้เขารู้ได้ทันทีว่า เรื่องที่ลูกชายบ้านซ่งไปร้องเรียนกับเขานั้นเป็นเรื่องจริง โดยแทบไม่ต้องสอบสวนอะไรเลย“ว่าอย่างไรครับ มีใครอยากจะพูดอะไรไหม เพราะถ้าไม่มีใครยอมรับผิด ผมก็จะสืบสวนอย่างเต็มรูปแบบ” หานเจี้ยนกั๋วถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งและริงจัง “ไม่มีใครพูดถึงผู้หญิงคนนั้นในทางเสียหายหรอก หากไม่มีมูลก็คงไม่มีใครเอามาพูด ไม่รู้หรือไง ว่าตอนนี้คนบ้านซ่งกินดีอยู่ดี” หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมาเสียงเบา ๆ ทั้ง ๆ ที่ก้มหน้าอยู่“นั่นสิ ฉั
อ่านเพิ่มเติม

ต้นตอของข่าวลือ

ต้นตอของข่าวลือในขณะที่คนบ้านซ่งกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น หานเจี้ยนกั๋วและหัวหน้าหมู่บ้าน รวมถึงหัวหน้าหลิว ก็เดินมาถึงหน้าบ้านซ่งพอดี อีกทั้งยังมีชาวบ้านจำนวนมากตามมาด้วย“ความจริงแล้วข่าวลือพวกนี้ก็มีมาหลายวัน ทำไมเธอเพิ่งมาร้องเรียนในวันนี้ล่ะ” หัวหน้าหลิวถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอบอุ่น แต่คล้ายกับไม่พอใจเรื่องนี้ไม่น้อยเลย“ที่ฉันไปร้องเรียนวันนี้ เพราะต้องการรอดูว่าชาวบ้านจะหยุดข่าวลือที่ไม่เป็นความจริงเมื่อไร แต่ในเมื่อรอมาสามวันแล้วทุกคนยังพูดกันสนุกอย่างปาก โดยไม่สนใจเลยว่าความเสียหายเกิดขึ้นกับฉันอย่างไร ฉันเลยต้องเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตนเอง หวังว่าหัวหน้าหลิวจะเข้าใจในเรื่องนี้นะคะ”หญิงสาวตอบกลับด้วยท่าทีเรียบเฉย เธอกวาดสายตามองทุกคน และรู้ดีว่าคนพวกนี้ไม่ได้มาเพื่อที่จะขอโทษ หรือไม่ยอมรับผิด เพียงแค่มาดูด้วยความสนุกก็เท่านั้นเองทันทีที่ได้ยินคำตอบกลับของหญิงสาว หลิวฉางเหอก็หน้าเปลี่ยนสีทันที เพราะเขารู้ดีว่าถูกหญิงสาวตรงหน้ายอกย้อนเข้าให้แล้ว แต่เขาก็ต้องทำตัวเป็นผู้ใหญ่ใจดีเหมือนเดิม ก่อนจะพูดขึ้นมาอีกครั้งว่า“ฉันเข้าใจเธอนะอวี้เหมย เรื่องข่าวลือในหมู่บ้านที่ชาวบ้านต่า
อ่านเพิ่มเติม

ฉันต้องการคำขอโทษเป็นเงินสดเท่านั้น

ฉันต้องการคำขอโทษเป็นเงินสดเท่านั้นสถานการณ์หน้าบ้านซ่งเริ่มตึงเครียดมากขึ้น เพราะว่าชาวบ้านที่อยู่ตรงนี้ต่างก็เป็นกังวล กับเรื่องที่อาจจะต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับลูกสาวบ้านซ่งเวลาผ่านไปพักใหญ่ นายทหารทั้งสองคนและสุ่ยฟางรวมถึงคนบ้านสุ่ยก็มาถึง“ในเมื่อตัวต้นเหตุมาถึงแล้ว อย่างนั้นก็ลองสอบถามสิว่า เธอทำไปเพราะอะไรกัน” หัวหน้าหลิวพูดขึ้นมาทันทีที่คนบ้านสุ่ยมาถึง “อะไรกัน หัวหน้าหลิว คนบ้านฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลย ทำไมต้องโยนปัญหาเข้ามาให้ แถมจะยังใส่ร้ายกันอีก หญิงชรา อย่างฉันไม่ยอมหรอกนะ” แม่เฒ่าสุ่ยได้ยินอย่างนั้น ก็รีบส่งเสียงโวยวายขึ้นมาทันที นางไม่สนใจแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ แต่ทว่าตอนนี้ยังไม่มีคำตัดสินเลยว่า คนบ้านสุ่ย ได้กระทำความผิดอะไร ทำไมหัวหน้าหลิวถึงพูดแบบนี้“แม่เฒ่าสุ่ย เรื่องที่หลานสาวบ้านสุ่ยสร้างเรื่องใส่ร้าย และปล่อยข่าวลือให้ซ่งอวี้เหมยเสียหาย ตอนนี้ก็มีพยานแล้วนะ แม่เฒ่าจะมาปฏิเสธอย่างนี้ได้อย่างไรกัน” หัวหน้าหมู่บ้านที่นิ่งเงียบมาอยู่นานพูดขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ของตัวเองบ้าง“อ้าว ลุงหัวหน้าหมู่บ้านพูดได้ด้วยเหรอคะ ฉันเห็นนิ่งเงียบมาตั้งนาน” ซ่งอวี้เหมยไม่ไ
อ่านเพิ่มเติม

เปิดร้านวันแรก

เปิดร้านวันแรก“เจ้าลูกคนนี้เห็นแก่กินเหลือเกิน แต่ถ้าจะให้ดี เอาน้ำชูกำลังของพ่อออกมาด้วยก็ดีนะ กับแกล้มอีกสักหน่อย อย่างไร วันนี้ก็คงไม่กลับไปทำงานแล้ว อ้อ..เดี๋ยวอาหมิงก็ไปตามคนบ้านซูมากินด้วยสิ วันนี้พวกเขาช่วยเรามากพอสมควร สมควรแสดงน้ำใจกับพวกเขาหน่อย” คนเป็นพ่อพูดทำเหมือนดุลูกชาย แต่ก็บอกความต้องการของตัวเองออกมาด้วยรอยยิ้มกว้าง“พ่อกับลูกคู่นี้เหมือนกันเลย ตะกละเหมือนกัน”หวังซิ่วจินบ่นสามีและลูกชายเล็กน้อย ก่อนจะสั่งการกับลูกทั้งสองคน “ถ้าอย่างนั้นอาหมิงก็ไปตามคนบ้านซูมา ส่วนอวี้เหมยก็รีบไปเอาของออกมาจากมิติให้ครบเสียก่อน เมื่อคนบ้านซูมาถึง จะได้ไม่ผิดสังเกต”“ครับแม่” ซ่งเจ๋อหมิงตอบรับแล้ววิ่งออกไปทันที“ค่ะ แม่” หญิงสาวเองก็ขานรับด้วยความยินดีจากนั้นก็เดินเข้าครัว เพื่อจัดเตรียมเอาวัตถุดิบในการทำอาหารออกมาจากมิติ ก่อนที่ครอบครัวบ้านซูจะพากันมาถึง ส่วนทางด้านบ้านหลิว ตอนนี้หลิวซูหรงเริ่มนั่งไม่ติด เมื่อรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ได้ง่ายอีกแล้ว เธอกลัวว่าสุ่ยฟางที่ถูกทหารพาตัวไปสอบสวน จะบอกว่าเธออยู่เบื้องหลัง ซึ่งการกระทำลุกลี้ลุกลนของเธอ ทำให้คนเป็นแม่สังเกตได้ เลยรีบเข้ามาถามอย่
อ่านเพิ่มเติม

พบเจอคนสกุลหาน

พบเจอคนสกุลหานหลังจากวันเปิดร้าน นี่ก็ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว วันนี้หลังจากขายของเสร็จแล้ว ซ่งอวี้เหมยตั้งใจจะไปซื้อบ้านสักหลังแม้ว่าเวลานี้คนในหมู่บ้านเริ่มรู้แล้วว่า บ้านซ่งของเธอมาเช่าร้านขายของในเมือง และไม่มีใครมาหาเรื่องให้ปวดหัวก็ตามแต่ทว่าเรื่องพาครอบครัวย้ายเข้ามาอยู่ในเมือง ก็ยังคงเป็นความตั้งใจแรกของเธออยู่“อ้าวผู้กองหาน วันนี้มาทานข้าวเหรอคะ” แม่ของซ่งอวี้เหมยเอ่ยทักขึ้น ตอนนี้ร้านของพวกเธอเพิ่มรายการอาหารเข้ามา ทำให้มีลูกค้าตลอดวัน“ครับ ผมมาทานมื้อเที่ยง” ชายหนุ่มตอบกลับ โดยสายตาเหลือบมองซ่งอวี้เหมยเล็กน้อย‘นี่ก็อีกคน ทำไมฉันรู้สึกว่าหนีพระเอกเรื่องนี่ไม่พ้นสักทีนะ เขาแทบจะมากินอาหารที่ร้านเกือบทุกวัน บางทีก็อยากถามเขาว่าในค่ายไม่มีอาหารให้กินเหรอ’ หญิงสาวคิดอยู่ในใจอย่างหงุดหงิด“วันนี้ผู้กองอยากกินอะไรคะ เดี๋ยวฉันจะเตรียมให้” ยังคงเป็นแม่ของหญิงสาวที่ถามผู้กองหนุ่มอย่างใส่ใจ“อะไรก็ได้ครับ เอามาสักสองสามอย่าง แล้วข้าวสวยถ้วยใหญ่หนึ่งถ้วย” ชายหนุ่มตอบอย่างไม่สนใจรายการอาหารสักเท่าไร การที่เขามากินที่ร้านอาหารบ้านซ่งแทบทุกวัน เพียงเพราะอยากเห็นหน้าของลูกสาวเจ้าของร้าน
อ่านเพิ่มเติม

เตรียมย้ายบ้าน

เตรียมย้ายบ้าน ทางด้านหมู่บ้าน พ่อของซ่งอวี้เหมยยังคงทำงานเหมือนเดิม เขาตั้งใจว่าวันนี้จะขอเลิกงานเร็วขึ้นหน่อย เพราะนัดกับลูก ๆ และภรรยาไว้ว่าจะไปดูบ้านในเมืองด้วยกัน“ช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง” ชายวัยกลางคนเอ่ยถามขึ้นมาซ่งไห่ถังยังคงเงียบ และไม่ได้สนใจอะไรมากนัก จนอีกฝ่ายเอ่ยถามย้ำอีกครั้ง “ฉันถามนายไม่ได้ยินเหรอไห่ถัง” น้ำเสียงดังขึ้นเหมือนเริ่มไม่พอใจ“ฉันไม่รู้หรอกว่าคำถามนายเจาะจงเรื่องใด แต่หากถามถึงความเป็นอยู่บ้านซ่ง ฉันตอบได้ว่าเหมือนเดิม” ซ่งไห่ถังตอบโดยที่ยังทำงานอยู่ เหมือนเขาไม่ใส่ใจคนถาม“นายอย่ามาโยกโย้เลย ฉันถามนายก็ตอบมาสิ ได้ข่าวว่าลูกสาวและเมียนาย ไปเปิดร้านขายอาหารในเมืองเหรอ ร้านนั้นเช่าหรือซื้อล่ะ” ขายคนนั้นยังคงถามเสียงดังเหมือนเดิมพอได้ยินเรื่องนี้ ชาวบ้านคนอื่นที่ทำงานอยู่บริเวณนั้นต่างก็หูผึ่ง แล้วพยายามเอียงหูฟังว่าซ่งไห่ถังจะตอบอย่างไร“ก็แค่เช่าร้านน่ะ พอดีว่าเจ้าของเดิมเขาย้ายไปอยู่เมืองอื่น เลยปล่อยให้เช่าในราคาไม่แพง แถมยังมีอุปกรณ์ในร้านให้ด้วย” เขาตอบกลับตามที่ได้พูดคุยกับครอบครัวไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมกับหน้าตาและท่าทางเหมือนไม่สนใจ แต่สายตาคอยเหลือบม
อ่านเพิ่มเติม

รู้ตัวคนชั่ว 1.1

รู้ตัวคนชั่วเย็นวันเดียวกัน ซ่งไห่ถังเลิกงานก่อนเวลา จากนั้นก็รีบมาหาลูกและภรรยาที่ร้านในเมือง เมื่อมาถึงซ่งอวี้เหมยจึงให้พ่อกินอะไรก่อนสักหน่อย เพราะเธอดูแล้วมื้อเที่ยงพ่อน่าจะกินไม่ค่อยอิ่มสักเท่าไรหลังจากกินอิ่มแล้ว ซ่งไห่ถังจึงรีบบอกเรื่องสำคัญให้ลูกและภรรยาฟัง “พ่อบอกหัวหน้าหมู่บ้านแล้วนะว่า พวกเราจะย้ายเข้ามาอยู่ในเมือง”ซ่งอวี้เหมยได้ยินจึงพยักหน้ารับรู้แล้วถามกลับไป “แล้วทางหัวหน้าหมู่บ้านว่าอย่างไรบ้างคะ เขาแสดงท่าทางหงุดหงิดหรือไม่พอใจกับพ่อหรือเปล่า”“แม้จะไม่มีคำตำหนิ แต่สายตาของเขาดูเหมือนไม่ค่อยพอใจสักเท่าไร ที่พ่อไปแจ้งเรื่องขอย้ายออกจากหมู่บ้าน”ซ่งไห่ถังเข้าใจดีเรื่องนี้ เมื่อคนที่จนแทบจะไม่มีกินในหมู่บ้าน ทำเรื่องย้ายออกจากหมู่บ้านเข้ามาอยู่ในเมือง ใครก็ต้องแปลกใจและไม่พอใจอยู่แล้ว เลยไม่คิดอะไรมากในเรื่องนี้“ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ ในเมื่อเราแจ้งเรื่องนี้แล้วก็ไม่ต้องสนใจอะไรอีก จริงสิ พรุ่งนี้ผู้กองหานจะพาพวกเราไปจัดการเรื่องย้ายทะเบียนบ้าน จากนั้นสักสามสี่วันเราค่อยย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ อีกทั้งการเดินทางก็สะดวก ส่วนเรื่องในหมู่บ้านเราก็ไม่ต้องสนใจอีก ห
อ่านเพิ่มเติม

รู้ตัวคนชั่ว 1.2

ส่วนทางด้านซ่งอวี้เหมย หลังจากมาถึงที่สำนักงานขายที่ดินแล้ว ตอนนี้หญิงสาวได้ซื้อบ้านที่ถูกใจแล้ว เป็นบ้านสองชั้น มีทั้งหมดห้าห้องนอน หนึ่งห้องรับแขก หนึ่งห้องครัว แม้ว่าจะเกินจำนวนคนในบ้าน แต่ซ่งอวี้เหมยกลับพึงพอใจมาก เพราะจะได้เตรียมอีกห้องไว้เป็นห้องพักแขก แถมบ้านหลังนี้ก็อยู่ไม่ไกลจากร้านสักเท่าไร ทว่าราคาก็แพงหูฉี่เหมือนกันเมื่อจัดการเรื่องซื้อขายเรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดจึงกลับมาที่บ้านใหม่อีกครั้ง“ฉันจะจัดบ้านเลยนะคะ ในมิติมีเครื่องเรือนและของใช้ทุกอย่าง เดี๋ยวฉันจะเอาออกมาอย่างเหมาะสม ที่สำคัญบ้านหลังนี้มีไฟฟ้าใช้แล้วด้วย ฉันจะเอาเครื่องใช้ไฟฟ้าออกมาใช้เหมือนกัน” หญิงสาวบอกทุกคน ก่อนจะเดินไปที่ห้องต่าง ๆ แล้วเอาของในมิติมาจัดเรียงให้เข้ากับห้องนั้น ๆก่อนจะเดินลงมาชั้นล่าง แล้วจัดของเหมือนกัน ไม่นานก็เสร็จเรียบร้อย“นี่คือบ้านของพวกเราจริง ๆ เหรอพี่ใหญ่ เรามีบ้านสวยขนาดนี้เลยเหรอครับพี่ใหญ่” ซ่งเจ๋อหมิงพูดอย่างตื่นเต้น เมื่อเห็นทุกอย่างในบ้านจัดอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย“ใช่แล้ว นี่คือบ้านของพวกเราทุกคน”เธอบอกน้องชายอย่างสดใส ก่อนจะหันมาพูดกับพ่อแม่ด้วยน้ำเสียงจริงจังเล็กน้อย “ห
อ่านเพิ่มเติม

ขอความช่วยเหลือ 1.1

ขอความช่วยเหลือเช้าวันต่อมา...ซ่งอวี้เหมยทำอาหารเช้าไว้ให้พ่อ และรีบออกจากบ้านไปที่ร้านพร้อมกับแม่และน้องชาย เมื่อมาถึงก็พบว่ามีลูกค้าเริ่มมาต่อแถวรอแล้ว“รอสักครู่นะคะ” เธอรีบบอกลูกค้าแล้วเข้าไปในร้านเพื่อจัดร้านให้พร้อมดีที่อาหารเช้าเธอทำไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วเก็บเข้ามิติ ทำให้อาหารที่ทำไว้ยังคงสดใหม่ ไม่นานเธอก็จัดร้านเสร็จเรียบร้อย จึงเปิดประตูร้านให้ลูกค้าเข้ามา“นึกว่าวันนี้จะไม่เปิดร้านเสียแล้ว” ลูกค้าที่ยืนเลือกซื้อสินค้าพูดขึ้นมา เนื่องจากวันนี้ร้านเปิดสายกว่าทุกวัน“มาสิคะ จะไม่มาได้อย่างไร ไม่อย่างนั้นลูกค้าทุกคนต่างก็รอแย่น่ะสิคะ” หญิงสาวตอบกลับอย่างยิ้มแย้ม ขณะที่มือทั้งสองข้างต่างก็หยิบอาหารตามที่ลูกค้าสั่งใส่กล่องกระดาษให้ ซึ่งกล่องกระดาษนี้เธอก็ออกมาจากมิติเหมือนกันร้านอาหารบ้านซ่งเวลานี้เต็มไปด้วยลูกค้า ทั้งนั่งกินที่ร้านและห่อกลับไปกินที่ทำงานหรือที่บ้าน ซ่งอวี้เหมยรวมถึงแม่และน้องชายของเธอ ต่างก็ทำงานด้วยรอยยิ้ม แม้จะเหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อนึกถึงเงินที่ได้รับมา“พอจะมีโต๊ะให้ฉันนั่งหรือเปล่าคะ พี่สาวคนสวย” เสียงหวานดังขึ้น ซึ่งไม่ใช่เสียงของใครที่ไหน แต่เป็น
อ่านเพิ่มเติม

ขอความช่วยเหลือ 1.2

ซ่งอวี้เหมยฟังจบก็ตอบกลับไปทันที เธอไม่ได้คิดอะไรมากกับการที่ต้องรู้เรื่องราวบางอย่างของราชการ แต่เมื่อรู้แล้วเธอก็พร้อมยินดีที่จะช่วยเหลือ เพราะคิดว่าอย่างน้อยจะได้ช่วยกันกำจัดคนชั่วให้หมดไป เธอไม่คิดเลยว่าหัวหน้าหลิวจะทำชั่วได้ถึงขนาดนั้น“รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวฉันจะเข้าไปเอากุญแจให้ เวลาพวกคุณมาถึงจะได้ไขเข้ามาได้เลย” พูดจบเธอก็เดินเข้าไปในห้องเล็ก ๆ แล้วหยิบกุญแจส่วนหลังร้านออกมาส่งให้เขา“คุณไม่กลัวว่าผมจะโกหกเหรอ” เขารับกุญแจไปแล้วขมวดคิ้วถามอย่างแปลกใจ“ไม่กลัวค่ะ คุณเป็นถึงนายทหารยศผู้กอง จะมาโกหกอะไรกับแม่ค้าอย่างฉัน อีกอย่างร้านนี้ก็ไม่ได้มีอะไรมาก”หญิงสาวตอบกลับด้วยท่าทีสบาย ไม่ได้คิดอะไรมากกับเรื่องนี้ นั่นเพราะของสำคัญ ๆ เธอเอาไปเก็บไว้ในมิติหมดแล้วน่ะสิหาญเจี้ยนกั๋วมองเธอไม่ละสายตา แล้วภาพในอดีตก็ซ้อนทับขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เขาไม่คิดว่าหญิงสาวที่คอยตามตื๊อเขาอยู่ตลอด และเธอยังเป็นสตรีร้ายกาจที่สุดของคนในหมู่บ้าน ไม่คิดว่าเวลานี้ เธอได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง‘เธอเข้ามาอยู่ในใจของฉันตั้งแต่เมื่อไรกัน ซ่งอวี่เหมย’ แม้ไม่อยากจะยอมรับ แต่เขาก็ไม่อาจหลบหลีกหัวใจตัวเองได้
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1234
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status