All Chapters of ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา: Chapter 161 - Chapter 170

180 Chapters

บทที่ 161

เรื่องนี้สร้างความวุ่นวายมาจนถึงช่วงเย็น แม้ท้องฟ้าด้านนอกจะยังสว่าง แต่ก็เริ่มมืดครึ้มลงบ้างแล้วถ่านไฟถูกสุมไว้จนเต็ม ไออุ่นที่แผ่กระจายช่วยมอบความมีชีวิตชีวาให้แก่ภายในห้องได้เป็นอย่างดีจี้หานอีก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยอีกนิด แต่ก็ไม่ได้นั่งลงเคียงข้างหญิงชรานางมองไปทางฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ย และเป็นฝ่ายกล่าวขึ้นก่อนว่า "ท่านย่าเจ้าคะ เวลานี้ก็ถึงกำหนดหนึ่งเดือนแล้ว ในเมื่อคุณชายใหญ่เองก็ปรารถนา เช่นนั้นขอท่านย่าโปรดปลดปล่อยข้าน้อยด้วยเถิด"พูดพลางจี้หานอีก็นำหนังสือหย่าที่เตรียมไว้ออกมา หลุบตาลงพร้อมใช้สองมือประคองส่งให้ตรงหน้าฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ย "หนังสือหย่าเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้ข้าน้อยจะจากไปทันทีเจ้าค่ะ"ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยมองดูหนังสือหย่าที่จี้หานอีประคองส่งมาให้พลางชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นจึงทอดถอนใจ ยื่นมือไปรับหนังสือหย่ามาจากจี้หานอี ทว่าก็ไม่ได้เปิดอ่าน เพียงวางลงที่โต๊ะเตี้ยบนตั่งเตียงด้านข้างเท่านั้นนางจ้องมองจี้หานอีอย่างลึกซึ้ง "หานอี ไม่ใช่ว่าย่าเป็นคนตระบัดสัตย์อันใด แต่หากเจ้ากลับสกุลกู้ไป พวกเขายังจะยินดีรับตัวเจ้าอยู่อีกหรือ?""ต่อให้ตอนน
Read more

บทที่ 162

ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยรู้ดีว่า สุดท้ายแล้วตนเองก็มีความลำเอียงอยู่เช่นกันเพื่อหลานชายคนโปรด ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าจี้หานอีใช้ชีวิตในสกุลเซี่ยไม่มีความสุข แต่ก็ยังคิดเหนี่ยวรั้งนางให้อยู่ต่อไปฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยทอดถอนใจเฮือกใหญ่ ก่อนมองจี้หานอีพลางกล่าว "หานอี เจ้าไม่ได้ทำสิ่งใดผิด เป็นเหิงเกอเอ๋อร์ต่างหากผิดต่อเจ้า""แต่วันหน้าเขาจะปฏิบัติต่อเจ้าเป็นอย่างดี""ย่ารู้ดีว่าการใช้ชีวิตของเจ้าในสกุลเซี่ยนั้นไม่ง่าย ย่าจะยกร้านค้าในนามของย่าให้เจ้าสามแห่ง ส่วนเครื่องประดับในคลัง ย่าจะให้บ่าวพาเจ้าไปเลือก ของพวกนั้นล้วนเป็นของเจ้า เจ้าชอบชิ้นไหน ก็หยิบไปได้ตามสบาย""คนแก่ที่ขาข้างหนึ่งลงโลงไปแล้วอย่างย่า เก็บของพวกนั้นไว้ก็ไร้ประโยชน์ ภายภาคหน้าอย่างไรเสียก็ต้องทิ้งไว้ให้เจ้าอยู่ดี"จี้หานอีรู้สึกเพียงขอบตาร้อนผ่าวรื้นน้ำตา ภายในลำคอตีบตันพูดคำใดไม่ออกนางส่ายหน้าแผ่วเบา "ข้าน้อยไม่ได้ต้องการสิ่งของเหล่านั้น ข้าน้อยเพียงปรารถนาจะไปจากสกุลเซี่ยเจ้าค่ะ"ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยชะงักงัน จ้องมองจี้หานอี "หานอี เมื่อออกจากสกุลเซี่ยไปแล้ว ชีวิตเจ้าจะสุขสบายจริงหรือ?"จี้หานอีกำมือแน่น "ชีวิตข้าน้อ
Read more

บทที่ 163

เมื่อสาวใช้หน้าประตูเห็นจี้หานอียืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเนิ่นนาน จึงกระซิบว่า "ตรงนี้เป็นช่องลม อากาศหนาวนัก ฮูหยินน้อยเข้าไปด้านในเถิดเจ้าค่ะ"จี้หานอีไม่ได้รู้สึกหนาวสักเท่าใด บางทีนางอาจเพียงอยากทอดสายตามองเรือนหลังนี้เป็นครั้งสุดท้าย เรือนที่นางพำนักมานานถึงสามปีบนเนินไหล่มีเกล็ดหิมะปกคลุมเล็กน้อย หรงชุนรีบกางร่มให้จี้หานอีพร้อมยืนอยู่เคียงข้างอย่างเงียบงันเมื่อก้าวเข้าสู่ลานเรือน ภายในนั้นแทบไร้เงาบ่าวไพร่ ด้วยทุกคนล้วนไปรวมตัวกันอยู่ที่เรือนหลัก บรรดาสาวใช้ต่างยกอ่างน้ำร้อนเข้าไป แล้วยกอ่างน้ำสีเลือดกลับออกมา ซ้ำยังมีท่านหมอหิ้วหีบยาเดินหายเข้าไปด้วยความเร่งร้อน ขณะที่บริเวณหน้าประตูมีสาวใช้นั่งย่อกายต้มน้ำร้อนอยู่กลุ่มหนึ่งแม่นมหลินเดินเข้ามาหาจี้หานอีพลางกระซิบ "คุณชายใหญ่บาดเจ็บไม่น้อยเลยเจ้าค่ะ ตอนบ่าวเข้าไป คุณชายใหญ่เอาแต่พร่ำเพ้อชื่อฮูหยินน้อย บอกว่าอยากพบสักครั้ง ฮูหยินน้อยจะเข้าไปดูคุณชายใหญ่เลยไหมเจ้าคะ?"จี้หานอียืนอยู่ใต้ชายคา ยื่นมือออกไปรองเกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมา ก่อนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอันมืดมิด ไอเย็นรวมตัวเป็นหมอกขาว ท่ามกลางสรรพสำเนียงอันวุ่นวายทางด้า
Read more

บทที่ 164

นางบรรจงเขียนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในจวนสกุลเซี่ยวันนี้ลงจดหมายทั้งหมด จากนั้นจึงเรียกให้หรงชุนหาคนนำออกไปส่งทว่าจดหมายเพิ่งส่งออกไป ฮูหยินใหญ่สกุลเซี่ยก็บุกมายังเรือนของจี้หานอีด้วยท่าทีเกรี้ยวกราดนางก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา นัยน์ตาที่มักเคร่งขรึมและมีแต่ความคิดเล็กคิดน้อยกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนสายตาจะหยุดลงบนร่างของจี้หานอีนางยกมือชี้หน้าจี้หานอี ขณะขยับเข้าไปหาทีละก้าว ขอบตาแดงก่ำ "แม้อวี้เหิงมีสภาพเช่นนั้นแล้ว ปากเขาก็ยังพร่ำเพ้อหาเจ้า แต่เจ้ากลับหลบมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ไม่ยอมแม้แต่จะไปพบหน้าเขาสักครั้ง""เจ้านี่มันช่างใจดำเสียจริง!"จี้หานอีช้อนตาขึ้นมองนางหลินด้วยความสงบนิ่ง ก่อนตอบไปตามความจริง "แต่ข้าไม่ใช่คนที่ทำร้ายคุณชายใหญ่นะเจ้าคะ"นางหลินพลันชะงักกึก ปลายนิ้วสั่นระริกเล็กน้อยนางคร้านจะต่อล้อต่อเถียง จึงยื่นมือไปกระชากตัวจี้หานอีแล้วลากออกไปจากห้องทันที "ยามนี้อวี้เหิงเกิดเรื่อง ข้าไม่มีเวลามาลงโทษเจ้า รอให้อวี้เหิงหายดี รอให้หมิงโหรวตั้งครรภ์หลานชายให้ข้าเมื่อใด ถึงเวลานั้นเจ้าก็ไสหัวขึ้นเขาไปถือศีลเสียเถิด""เจ้าทนอยู่ในจวนสกุลเซี่ยต่อไปจะมีประโยชน์อันใด? ถึงขั้นแย
Read more

บทที่ 165

จี้หานอีไม่เคยล่วงรู้มาก่อนเลยว่า วันหนึ่งตนเองจะกลายเป็นคนใจดำอำมหิตในสายตาผู้อื่นเช่นนี้บุรุษที่ในอดีตนางเคยทุ่มเทความอบอุ่นให้แต่กลับเย็นชาใส่ บัดนี้เขาผู้นั้นกำลังมองนางด้วยสายตาเว้าวอน ไม่ทราบเขาต้องการสิ่งใดกันแน่นางมองหน้าเซี่ยอวี้เหิงแล้วเอ่ยถาม "อยากให้ข้าสั่งคนไปตามหลี่หมิงโหรวมาคอยปรนนิบัติหรือไม่เจ้าคะ?"เซี่ยอวี้เหิงทอดสายตามองจี้หานอีด้วยความโศกเศร้า "เจ้ายังคงโกรธข้าอยู่สินะ..."เรื่องราวล่วงเลยมาถึงขั้นนี้ จะมาพูดเรื่องโกรธหรือไม่โกรธอันใดอีก จี้หานอีรู้สึกเพียงว่านี่เป็นความเสแสร้งจอมปลอมเท่านั้นนางขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะมองเซี่ยอวี้เหิง "ข้าไม่เคยโกรธ เพียงปรารถนาให้นายท่านสมหวังเท่านั้นเจ้าค่ะ"กล่าวจบ จี้หานอีก็ถอยหลังไปอีกหลายก้าว "ที่นี่ผู้คนพลุกพล่าน ให้ข้าคอยอยู่ปรนนิบัติคงไม่สะดวก หลี่หมิงโหรวดูแลนายท่านได้อย่างรอบคอบเสมอมา เช่นนั้นข้าจะรีบให้คนไปตามนางมาเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ"นางไม่มีเจตนาจะรั้งอยู่ที่นี่ เดิมทีเพียงตั้งใจมาบอกเซี่ยอวี้เหิงว่าพรุ่งนี้จะทำการหย่าร้างให้จบสิ้น แต่เมื่อเห็นสภาพของเซี่ยอวี้เหิงแล้ว ก็คงไม่ค่อยเหมาะนัก และนางก็ไม่อยากให้เกิดเรื่อง
Read more

บทที่ 166

เกล็ดหิมะขาวโพลนนอกระเบียงทางเดินโปรยปรายลงมาบนขนจิ้งจอกหิมะประดับหมวกของจี้หานอี ภายในดวงตาของนางแฝงไว้ด้วยความรู้สึกผิดขณะเอ่ยเสียงแผ่ว "คืนนี้ข้าไม่อยู่ คงต้องรบกวนแม่นมแล้ว"สภาพเรือนอันวุ่นวายนี้ ไม่สมควรให้นางต้องมาคอยตามล้างตามเช็ดอีกต่อไปแม่นมหลินขอบตาแดงก่ำ เอ่ยด้วยความอดกลั้น "สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหน้าที่ที่บ่าวควรทำอยู่แล้วเจ้าค่ะ"ก่อนกล่าวต่อ "เพียงแต่หากฮูหยินน้อยไม่อยู่ เรือนแห่งนี้ก็คงต้องเงียบเหงาลงเป็นแน่"แต่ต่อให้นางอยู่ ที่ผ่านมาเรือนแห่งนี้ก็เงียบเหงาอยู่ดีนางพยายามดูแลสุดความสามารถ เพื่อให้เรือนแห่งนี้ดูครึกครื้นมีชีวิตชีวา ทว่าหากหัวใจของคนผู้หนึ่งเหน็บหนาวไปแล้ว จะทำให้ครึกครื้นขึ้นมาอีกได้อย่างไรจี้หานอีกระชับมือแม่นมหลิน ก่อนก้าวเท้าฝ่าพายุหิมะออกไปอย่างเงียบงัน…อีกด้านหนึ่ง ภายในเรือนหนิงเซียง เมื่อได้ยินหญิงรับใช้วิ่งเข้ามารายงานผลลัพธ์ด้วยความยินดี เรี่ยวแรงในกายของหลี่หมิงโหรวก็ถึงคราวเหือดหายไปหมดสิ้น นางทรุดฮวบลงไปกองกับผืนพรมอย่างเชื่องช้าวันนี้นางยอมเสี่ยงอันตราย จงใจไปเอาหนังสือที่ห้องของพี่เซี่ย ก็เพื่อรวบรัดตัดความ หุงข้าวสารให้กลายเป
Read more

บทที่ 167

ภายในรถม้า หรงชุนกอดหีบไม้ใบเล็กที่เก็บรวบรวมทรัพย์สินไว้อย่างดี พลางกระซิบถามจี้หานอีว่า "พวกเราจะกลับสกุลกู้กันเลยหรือเจ้าคะ?"จี้หานอีเลิกม่านหน้าต่างขึ้นเล็กน้อยเพื่อมองออกไปด้านนอก รถม้าแล่นออกจากตรอก ทิวทัศน์อันคุ้นตาเคลื่อนผ่านไปพร้อมพายุหิมะโฉบผ่าน เวลานี้เส้นขอบฟ้ายังคงหลงเหลือแสงสีขาวเลือนลาง นางรู้สึกว่าทุกสรรพสิ่งล้วนเงียบสงัด และทุกอย่างก็ดูเบาสบายขึ้นมาอย่างน่าประหลาดนางพลันเอ่ยขึ้น "หรงชุน ข้าอยากไปสะพานอันผิง""ข้าอยากดื่มสุราดอกเหมย""แล้วข้าก็อยากกินบัวลอยดอกกุ้ยฮวาด้วย"ขณะกล่าวถ้อยคำเหล่านั้น รถม้าก็มุ่งหน้าไปทางสะพานอันผิงซึ่งตั้งอยู่ย่านชานเมืองแล้วฟ้าใกล้มืดลงทุกที นี่คงเป็นหิมะระลอกสุดท้ายของฤดูหนาวปีนี้กระมัง เมื่อช่วงบ่ายยังเป็นเพียงเกล็ดหิมะโปรยปรายบางเบา ทว่ายามนี้กลับตกหนักขึ้นมาเสียดื้อ ๆเวลานี้จี้หานอีกำลังนั่งอยู่ริมสะพานอันผิง สถานที่ซึ่งบิดาเคยพานางมาเยือนบ่อยครั้งด้านหลังคือถนนสายยาวที่เริ่มจุดโคมไฟสว่างไสว แสงสลัวรางทอดตัวทาบทับลงบนสะพาน สะท้อนเงาอันหม่นหมองลงบนผิวน้ำในทะเลสาบเป็นประกายระยิบระยับบนหมวกกันหิมะมีเกล็ดหิมะปกคลุมบาง ๆ แล้วช
Read more

บทที่ 168

มันเทศร้อน ๆ ส่งไอสีขาวลอยกรุ่น มอบความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งฝ่ามือ เมื่อจี้หานอีก้มหน้ากัดลงไปคำหนึ่ง ร่างกายก็พลอยอบอุ่นขึ้นมาด้วยเช่นกันบางทีอาจเป็นเพราะสุราสองจอกที่ดื่มลงคอ ภายในอกจึงมีมวลอารมณ์มากมายตีรวนขึ้นมา ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลนั้น ล้วนทำเอานางขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวยามนี้ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว แสงโคมเพิ่งถูกจุดสว่างไสว หรงชุนเห็นจี้หานอีมีเกล็ดหิมะเกาะอยู่เต็มตัว จึงช่วยปัดออกให้ พลางกระซิบด้วยความกังวล "ตรงนี้ลมแรง ทั้งหิมะกำลังตก พวกเราเข้าไปนั่งพักกันที่ระเบียงก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ?"ขอบตาของจี้หานอีเอ่อรื้นด้วยหยดน้ำตาจากมวลอารมณ์อันหนักอึ้งซึ่งปรารถนาจะระบายออก บางทีอาจเป็นเพราะสุราดอกเหมยสามจอกนั้น ยามนี้ความรู้สึกทั้งหมดจึงพรั่งพรูออกมานางก้มหน้าลง กัดมันเทศอีกคำพลางส่ายศีรษะ หมวกคลุมกันหิมะช่วยบดบังทุกอารมณ์บนใบหน้า ทว่าภายในดวงตาที่แดงก่ำกลับปรากฏหยดน้ำตาเอ่อล้นพ้นจากค่ำคืนนี้ไป นางอาจต้องเผชิญเรื่องราวที่ยากลำบากยิ่งกว่าเดิม และในช่วงเวลาที่แสนร้าวรานใจที่สุดเช่นนี้ นางก็คิดถึงท่านพ่อขึ้นมาอีกแล้วจี้หานอีประคอง
Read more

บทที่ 169

ขณะนี้เสิ่นซื่อกำลังอยู่ในงานเลี้ยงพระราชทาน ณ โถงหลักของที่ทำการกรมพิธีการปีนี้เป็นปีแห่งการประเมินผลงานขุนนางที่ต้องเข้าเฝ้าในเมืองหลวงซึ่งจัดขึ้นทุก ๆ สามปี โดยมีกรมขุนนางและสำนักตรวจการเป็นผู้ประเมินผลงาน หลังการประเมินเสร็จสิ้น กรมพิธีการและสำนักจัดเลี้ยงจะเป็นผู้จัดเตรียมงาน เมื่อขุนนางที่เข้ารับการประเมินทานอาหารในงานเลี้ยงเสร็จสิ้น ก็จะเดินทางออกจากเมืองหลวงเพื่อไปรับตำแหน่งทันทีเวลานี้งานเลี้ยงดำเนินมาถึงช่วงท้าย แม้กล่าวว่าเป็นงานเลี้ยงพระราชทาน แต่ขุนนางในงานกลับไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยสิ่งใดมากความ เนื่องจากด้านนอกโถงหลักของกรมพิธีการนั้นยังมีขุนนางที่ไม่ผ่านการประเมินอีกนับสิบนาย พวกเขาทำได้เพียงยืนตัวแข็งทื่ออยู่ด้านนอก สวมใส่อาภรณ์บางเบา จ้องมองผู้คนที่กำลังเพลิดเพลินกับงานเลี้ยงด้านในตาละห้อยมีเพียงใบหน้าของขุนนางผู้ผ่านการประเมินเท่านั้นถึงดูจะผ่อนคลายบ้างงานเลี้ยงนี้จัดขึ้นไม่นานนัก เดิมทีก็เป็นเพียงการใช้ทั้งพระเดชและพระคุณของฝ่าบาทเพื่อตักเตือนและให้กำลังใจ เมื่อเสิ่นซื่อวางตะเกียบในมือลง ขุนนางทั้งหมดไม่ว่ากินอิ่มแล้วหรือไม่ ก็ต้องรีบวางตะเกียบตามทันทีเสิ่นซื่อ
Read more

บทที่ 170

การที่เขาหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมากล่าวต่อหน้าผู้คน ก็เพื่อสรรเสริญความเมตตาของฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น และใช้ประเด็นนี้ประจบเอาใจเสิ่นซื่อ แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าเสิ่นซื่อจะยังคงซักไซ้ไล่เลียงต่อไปเซี่ยจือกวนจึงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวละล่ำละลักว่า "ข้าน้อยให้ผู้กระทำผิดไปคุกเข่าสำนึกผิดที่ศาลบรรพชน เฆี่ยนตีร่างกาย ทั้งยังให้ไปคุกเข่าขอโทษต่อหน้าลูกสะใภ้แล้ว ภายหน้าย่อมไม่กล้าทำอีกแน่นอนขอรับ"เสิ่นซื่อแค่นยิ้มบางเบา "ดูท่ากฎระเบียบตระกูลเซี่ยจะเข้มงวดจริงดังว่า ทว่าเหตุใดข้ากลับได้ยินมาว่า ญาติผู้น้องที่ถูกลงทัณฑ์ผู้นั้น ไม่ทราบลงทัณฑ์กันอย่างไรจึงกลายเป็นอนุภรรยาของบุตรชายท่านแล้วเล่า?"ขณะกล่าว ภายในดวงตาของเสิ่นซื่อก็แฝงไว้ด้วยประกายเย้ยหยัน "การให้ญาติผู้น้องที่คิดปองร้ายภรรยาเอกของจวนกลายมาเป็นอนุภรรยา ซ้ำยังอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกับภรรยาเอก หากผู้ใดไม่รู้คงนึกว่าสกุลเซี่ยกำลังเชิดชูนางอยู่เป็นแน่ ดูท่าวิธีลงทัณฑ์คนของสกุลเซี่ยคงไม่เหมือนผู้ใดจริง ๆ"คำพูดเหล่านี้ทำเอาใบหน้าของเซี่ยจือกวนพลันซีดเซียวภายในใจยิ่งบังเกิดความหวาดผวา เรื่องนี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา แล้วใต้
Read more
PREV
1
...
131415161718
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status