ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา의 모든 챕터: 챕터 121 - 챕터 130

180 챕터

บทที่ 121

ตอนที่จี้หานอีเดินผ่านข้างกายเซี่ยอวี้เหิงไป เซี่ยอวี้เหิงก็ยังคงยืนเหม่อลอยอยู่ตรงนั้นกระทั่งกลิ่นหอมกรุ่นนั้นจางหาย เขาถึงเพิ่งได้สติและหันกลับไปมองนาง ภายในใจพลันบังเกิดความรู้สึกซับซ้อนยากทานทนเซี่ยอวี้เหิงหลงคิดว่าเพื่อจะได้หย่าขาดกับเขา จี้หานอีจึงจงใจมาเล่นงานหลี่หมิงชิงหญิงรับใช้ผู้สูงวัยที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเรือนได้ยินบทสนทนาดังกล่าว จึงอดเดินเข้ามากระซิบบอกเซี่ยอวี้เหิงไม่ได้ว่า "คุณชายใหญ่ปรักปรำฮูหยินน้อยแล้วเจ้าค่ะ คุณชายหมิงมาถึงก็คุกเข่าอยู่ตรงนี้ตั้งแต่ช่วงสายแล้ว ตอนนั้นฮูหยินน้อยยังสนทนาอยู่กับฮูหยินผู้เฒ่าอยู่เลย""ด้วยความที่ฮูหยินน้อยโดนพิษ ก็ต้องพักรักษาตัวถึงสามวันกว่าจะหายดี วันนี้พอหายดีแล้วก็มาเยี่ยมฮูหยินผู้เฒ่าทันที แล้วก็ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องของคุณชายหมิงแม้แต่ครึ่งคำด้วยเจ้าค่ะ"ใบหน้าของเซี่ยอวี้เหิงพลันแข็งค้างเขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าจี้หานอีเองก็โดนพิษมาเช่นกันพิษของแมลงพิษแดงนั้นร้ายกาจนัก ได้ยินมาว่าเมื่อสองวันก่อนนางถึงขั้นเจ็บปวดจนลุกจากเตียงไม่ไหวสามวันนี้เขาควรอยู่เคียงข้างนาง แต่หลังเขาจากมาในคืนนั้น เซี่ยอวี้เหิงก็ไม่เคยกลับไปหานางอีกเ
더 보기

บทที่ 122

บ่าวอาวุโสผู้อยู่ด้านข้างอดแค่นหัวเราะเย็นชาไม่ได้คุณชายผู้นี้ไม่ใช่ลูกหลานสกุลเซี่ยเสียหน่อย คิดจะใช้เรื่องไม่กลับไปสถานศึกษามาข่มขู่ผู้ใดเล่า? ช่างเป็นเด็กเมื่อวานซืนที่อารมณ์ร้ายโดยแท้เซี่ยอวี้เหิงสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความโมโห ก่อนกระชากตัวหลี่หมิงชิง พร้อมสั่งให้หญิงรับใช้เข้าไปรายงานว่าตนพาหลี่หมิงชิงมาขอขมา ทว่าผ่านไปครู่หนึ่ง คนที่เข้าไปรายงานก็กลับออกมาบอกว่าฮูหยินผู้เฒ่าพักผ่อนแล้ว ไม่สะดวกให้เข้าพบเซี่ยอวี้เหิงเข้าใจได้ในทันทีว่า หลี่หมิงชิงทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าขุ่นเคืองใจเข้าแล้ว นางจึงไม่อยากพบหน้า เขาเองก็คิดไม่ถึงเช่นกันว่าหลี่หมิงชิงจะทำตัววู่วามถึงเพียงนี้ จึงต้องลากตัวเด็กชายเดินกลับไปทางเดิม ฝ่ายหลี่หมิงโหรวที่ยังคงเฝ้ารอฟังข่าวคราวอย่างยากลำบากอยู่ในเรือน เมื่อได้ยินข่าวที่สาวใช้แอบนำมาบอกว่าฮูหยินผู้เฒ่าไม่ยอมพบหน้าน้องชายตน ร่างกายของนางก็พลันอ่อนระทวยทรุดฮวบลงตรงหน้าประตูเรือน แผ่นหลังของนางเต็มไปด้วยบาดแผลจากรอยแส้ อุตส่าห์กัดฟันทนมาเฝ้ารออยู่ที่หน้าประตูเรือน ทว่าสุดท้ายกลับต้องพบคำตอบเช่นนี้แม่นมจางรีบเข้ามาประคองหลี่หมิงโหรวพลางกระซิบ "คุณหนู บนร่
더 보기

บทที่ 123

จี้หานอีไม่มีเวลาว่างไปสืบความเคลื่อนไหวของฝ่ายหลี่หมิงชิง แต่ด้วยความที่หลี่หมิงชิงไปคุกเข่าร้องไห้โวยวายอยู่หน้าประตูเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า เรื่องที่เดิมทีรู้กันแค่ในเรือนใหญ่ ตอนนี้ทั้งเรือนรองและเรือนสามต่างก็ล่วงรู้กันหมดแล้วพอหลุดไปถึงหูเรือนรองและเรือนสาม คนพูดถึงก็ยิ่งมาก บ่าวไพร่พากันซุบซิบนินทา กระทั่งเรื่องนี้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งจวนขณะจี้หานอีประคองฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยไปเดินเล่นที่สวนดอกเหมย ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยก็ได้แต่ทอดถอนใจ "เดิมทีย่าคิดปิดบังเรื่องงามหน้านี้ไว้ แม้พูดว่าจะไล่หลี่หมิงโหรวไป แต่ก็ตั้งใจจะบอกให้คนนอกรู้แค่ว่าสกุลเซี่ยเลี้ยงดูนางมาจนถึงวัยปักปิ่นแล้ว นางจึงต้องแยกออกไปแต่งงานมีครอบครัว วันหน้านางเป็นตายร้ายดีอย่างไร สกุลเซี่ยก็ไม่ขอเข้าไปก้าวก่าย ย่ายังไม่ใจจืดใจดำถึงขั้นคิดทำลายชื่อเสียงของนางหรอก""แต่น้องชายนางกลับดึงดันมาแหกปากโวยวายที่เรือนย่า จนเวลานี้ก็รู้กันไปทั่วแล้ว เขาคงคิดว่าพอทำให้เป็นเรื่องใหญ่ คนนอกก็จะลือกันว่าย่าเป็นนางเฒ่าใจร้ายกระมัง แต่เขากลับไม่รู้เลยว่า ในฐานะฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเซี่ย หลายปีมานี้มีคลื่นลมและเล่ห์เหลี่ยมผู้คนรูปแบบใดบ้างที่
더 보기

บทที่ 124

จี้หานอีเอียงศีรษะทอดสายตามองผืนน้ำในทะเลสาบ นางไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าภายในใจของเซี่ยอวี้เหิงกำลังคิดอะไรอยู่นางไม่อาจทำความเข้าใจเจตนาของเซี่ยอวี้เหิง แต่นางกลับฟังเจตนาของฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยออกอย่างชัดเจน หญิงชรายังคงคิดว่าระหว่างนางกับเซี่ยอวี้เหิงย่อมมีโอกาสกลับมาคืนดีกันจี้หานอีค่อย ๆ ระบายลมหายใจออกมาเป็นไอสีขาว ภายในใจนางมีถ้อยคำมากมายอัดอั้น นางคิดว่า ถึงอย่างไรถ้อยคำเหล่านี้ก็จำต้องเอื้อนเอ่ยออกมาอยู่ดีนางหันไปมองฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยอีกครั้ง "ข้าแต่งให้คุณชายใหญ่มาสามปีแล้ว ไม่เคยนึกโทษโกรธเคืองคุณชายใหญ่ในเรื่องใด ตอนนั้นเป็นข้าเองที่ถือสัญญาหมั้นหมายมาหาเขา ความจริงข้าควรคิดได้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ว่าคุณชายใหญ่ไม่ได้เต็มใจแต่งกับข้า""ตลอดสามปีมานี้ ความจริงข้าสัมผัสได้มาตลอดว่าคุณชายใหญ่ไม่ได้มีใจชื่นชอบในตัวข้าแม้แต่น้อย"พูดพลางจี้หานอีก็เม้มริมฝีปากหลุบตาลง "ข้าไม่ได้ต้องการมาพร่ำเพ้อระบายความน้อยเนื้อต่ำใจให้ท่านย่าฟังหรอกนะเจ้าคะ เพียงแต่ตอนนี้ข้ามีใจแน่วแน่ที่จะหย่าขาด หากข้ากับคุณชายใหญ่ยังคงฝืนทนอยู่ด้วยกันไป ทั้งที่สตรีในดวงใจของคุณชายใหญ่อยู่ห่างไกลนับพันลี้ นานวั
더 보기

บทที่ 125

“ภายภาคหน้า ข้ากับคุณชายใหญ่ถือเสียว่าไม่เคยรู้จักกัน หากมีผู้ใดถามไถ่ ข้าก็จะกล่าวถึงแต่ข้อดีของสกุลเซี่ย ย่อมไม่เป็นอุปสรรคขัดขวางคุณชายใหญ่แน่นอนเจ้าค่ะ”ขณะกล่าว จี้หานอีก็หยัดกายลุกขึ้น ก่อนย่อเข่าคารวะเซี่ยอวี้เหิง “หานอีรู้ตัวดีว่าการไร้ทายาทสืบสกุลถึงสามปีนับเป็นความผิดใหญ่หลวง ไม่ควรรั้งอยู่ในสกุลเซี่ยต่อไป เรื่องนี้มิใช่ความผิดสกุลเซี่ย และมิใช่ความผิดของคุณชายใหญ่ด้วยเช่นกัน”“การหย่าร้างของเราในครั้งนี้ ถือเป็นจุดจบที่น่ายินดีแล้ว”เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยได้ฟังถ้อยคำเหล่านั้น ดวงตาก็รื้นไปด้วยหยดน้ำตา “หานอี เจ้าเด็กโง่เอ๋ย...”เซี่ยอวี้เหิงเหม่อมองเจ้าของร่างอันบอบบางผู้ยืนหลุบตาคารวะอยู่เบื้องหน้า นางยังคงสงบนิ่งและว่าง่ายเมื่ออยู่ต่อหน้าเขาเช่นที่เคยเป็นมา แม้แต่ถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ยออกจากปาก ก็ไม่มีร่องรอยของการตัดพ้อต่อว่าหรือความไม่ยินยอมพร้อมใจแม้แต่น้อยดูเหมือนนางจะเป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร เฉกเช่นเมื่อครู่ที่เขาเข้าใจนางผิด บนใบหน้าของนางก็หาได้มีความรู้สึกโศกเศร้าไม่ราวกับว่านางชาชินเสียแล้ว ราวกับว่านางไม่ได้ใส่ใจอีกต่อไปยามนี้นางยังคงมีจิตใจสงบเยือกเย็น ก
더 보기

บทที่ 126

เมื่อเสิ่นซื่อได้พบกับเซี่ยอวี้เหิงอีกครั้ง ก็ยังคงเป็นที่โถงรองในสำนักตรวจการเช่นเดิมการพบกันครั้งนี้ ทั่วร่างของเซี่ยอวี้เหิงกลับแตกต่างไปจากภาพลักษณ์อันสุภาพเรียบร้อยและสูงส่งเช่นในกาลก่อนโดยสิ้นเชิงสกุลเซี่ยเป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่สูงศักดิ์ บรรพบุรุษเคยดำรงตำแหน่งมหาบัณฑิต ผู้อาวุโสในตระกูลก็ล้วนสอบได้ตำแหน่งจิ้นซื่อ ส่วนในรุ่นของเซี่ยอวี้เหิงนั้น เหล่าลูกหลานก็นับว่ามีความพากเพียร ไม่ได้ทำตัวเหลวไหลเช่นคุณชายบางคนในเมืองหลวง ชื่อเสียงตระกูลเซี่ยจึงนับว่าดีงามไม่น้อยเพียงแต่พอมาถึงรุ่นของเซี่ยอวี้เหิง ธรรมเนียมอันดีงามของสกุลเซี่ยกลับต้องมาบิดเบี้ยวเสียแล้วการทำตัวคลุมเครือต่อญาติผู้น้องที่เป็นสตรีผู้หนึ่ง นับว่าทำให้เสิ่นซื่อได้เปิดหูเปิดตาอย่างแท้จริงเมื่อหวนนึกถึงยาปลุกกำหนัดที่ตนเองเคยพบเจอ เสิ่นซื่อก็เอนกายพิงพนักเก้าอี้ พร้อมทอดสายตามองเรือนร่างอันทรุดโทรมของเซี่ยอวี้เหิงด้วยแววตาเย้ยหยันเล็กน้อย ดูท่านี่ก็คงเป็นจุดจบที่บุรุษผู้นี้ควรได้รับแล้วเหตุผลที่เสิ่นซื่อไม่ได้นำเรื่องนี้ไปเปิดโปงในสกุลเซี่ย ก็เพราะอยากให้เซี่ยอวี้เหิงได้ลิ้มรสความทุกข์ทรมานให้มากกว่านี้อีกส
더 보기

บทที่ 127

แต่เขาจะพูดอะไรได้อีกเล่า สุดท้ายก็ทำได้เพียงขบกรามอดกลั้น สองมือขยำม้วนสำนวนคดี ก่อนเดินจากไปอย่างไม่เต็มใจนักเสิ่นซื่อเอนกายพิงพนักเก้าอี้ พลางทอดสายตามองแผ่นหลังของเซี่ยอวี้เหิง จากนั้นจึงปรายตามองผู้ติดตามที่ยืนอยู่ตรงมุมห้องผู้ติดตามรับรู้ความนัยได้ทันที จึงก้าวตามหลังเซี่ยอวี้เหิงออกไปครั้นตกเที่ยง ข่าวคราวที่ผู้ติดตามไปสืบเสาะมาก็ถูกส่งถึงหูของเสิ่นซื่ออย่างรวดเร็วที่แท้หลายวันมานี้เซี่ยอวี้เหิงไม่ได้กลับจวนสกุลเซี่ย เอาแต่ขลุกตัวอยู่แต่ในห้องทำงานทุกวันผู้ติดตามค้อมกายลงเล็กน้อย ก่อนกระซิบแผ่วเบา "ได้ยินมาว่าเมื่อคืนวานใต้เท้าเซี่ยยังดื่มสุราจนเมามายไม่ได้สติ คล้ายกลัดกลุ้มใจด้วยเรื่องราวในเรือนหลังขอรับ"เสิ่นซื่อคลึงลูกประคำในมือเล่นอย่างไม่ช้าไม่เร็ว สายตาทอดมองแสงสลัวที่สาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา จากนั้นจึงหรี่ตาลง และถามด้วยน้ำเสียงเกียจคร้านอย่างหาได้ยากยิ่ง "หืม? เรือนหลังงั้นหรือ?"สายข่าวของสำนักตรวจการในเมืองหลวงนั้นมีอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นสำนักบูรพา กองทหารม้า กรมโยธาธิการ หรือแม้แต่ในหน่วยองครักษ์เสื้อแพรก็ล้วนแต่มีผู้คนแฝงตัวอยู่ทั้งสิ้น หากคิดสืบเรื่อ
더 보기

บทที่ 128

พูดแล้ว เขาก็วางถุงเงินลงข้างมือจี้หานอี "ภาพวาดคราวก่อนประมูลได้เก้าร้อยตำลึง นี่คือส่วนของฮูหยินห้าร้อยหกสิบตำลึง ลองนับดูเถิด"ด้วยบนศีรษะของจี้หานอีสวมหมวกติดผ้าคลุมปิดบังโฉมหน้า อาจารย์จางจึงไม่ได้เปิดเผยฐานะของนางออกมาโดยตรงถึงอย่างไรนางก็เป็นสตรีผู้ออกเรือนแล้ว ทั้งยังแต่งเข้าตระกูลใหญ่อย่างสกุลเซี่ย การออกมาเร่ขายภาพวาดด้วยตนเองเช่นนี้ ไม่ว่ากล่าวอย่างไรก็ฟังดูไม่งามนักจี้หานอีรับเงินมาโดยไม่ได้คิดจะนับ สองปีนี้นางเชื่อใจอาจารย์จางมาตลอด จึงเพียงตอบรับเขาด้วยเสียงแผ่วเบาว่า "รบกวนอาจารย์แล้วเจ้าค่ะ"อาจารย์จางส่ายหน้า "รบกวนอันใดกัน ข้ายังนึกกลัวว่าฮูหยินจะไม่ส่งภาพมาเสียด้วยซ้ำ"ก่อนถามอีกประโยค "ว่าแต่เหตุใดคราวนี้ยังไม่ถึงเดือนก็ส่งภาพมาแล้วเล่า? หรือว่าฮูหยินกำลังขัดสนเงินทอง?"ที่อาจารย์จางถามเช่นนี้ ย่อมมีสาเหตุเพราะตอนที่เขาไปหาจี้หานอีครั้งแรก ก็เป็นช่วงเวลาที่นางกำลังขัดสนเงินทองอยู่พอดี เนื่องจากยารักษาโรคของมารดานางล้วนต้องใช้สมุนไพรล้ำค่าราคาแพงเพื่อประคองอาการ คราวนั้นจี้หานอีถึงกับขอเบิกเงินล่วงหน้าจากเขาส่วนหนึ่งก่อนด้วยซ้ำที่ผ่านมา จี้หานอีมักมาเยือน
더 보기

บทที่ 129

คำถามจากผู้เป็นเจ้าของห้องทำเอาจี้หานอีถึงกับพูดไม่ออกหากถามว่าขัดสนหรือไม่ ย่อมต้องขัดสนอยู่แล้วเมื่อก่อนนางไม่เคยต้องกลัดกลุ้มเรื่องเงินทอง แต่บัดนี้นางเพิ่งกระจ่างแจ้งว่า หากมีเงินย่อมสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากมาย หากมีเงินย่อมสามารถใช้ชีวิตอย่างสง่าผ่าเผย ทั้งยังสามารถรักษาอาการป่วยของมารดาให้ดีขึ้นได้อีกด้วยสุดท้ายไม่ว่าเรื่องราวใด หากไร้ซึ่งเงินทองก็ล้วนไม่อาจขับเคลื่อนทั้งสิ้นแต่นางกลับส่ายหน้า ด้วยไม่อยากเผยความขัดสนให้เขาเห็นมากไปกว่านี้ "พอดีว่าไม่ได้ขัดสนอันใดนักเจ้าค่ะ"อันที่จริงก็ไม่ได้ขัดสนมากนักหรอก เวลานี้เงินทองในมือนางมีพอใช้จ่ายแล้ว ทางจินหลิงเองก็ส่งจดหมายมาบอกว่ากำลังจัดการดูแลจวนที่นั่น นางจึงไม่ต้องหาซื้อเรือนหลังใหม่ ขอเพียงประหยัดมัธยัสถ์ ไปเปิดร้านขายภาพเขียนอักษรศิลป์ให้ดี และขายภาพวาดอีกสักหน่อย ก็น่าจะเพียงพอแล้วเมื่อเสิ่นซื่อปรายตามองใบหน้าจี้หานอี ก็เห็นนางหลุบตาลงต่ำไม่กล้าสบตาเขา ซ้ำยังยืนสงบเสงี่ยมเรียบร้อย ไม่ต่างจากตอนเยาว์วัยที่นางมักมายืนอย่างมีมารยาทอยู่ตรงหน้าเขา สองมือประสานไว้ด้านหน้า ดูบอบบางอ่อนหัดทว่ากลับแสร้งทำตัวเป็นผู้ใหญ่ชาย
더 보기

บทที่ 130

และในห้วงเวลานี้ นางพลันเกิดความคิดอยากหลบหนีไปให้พ้นบางทีอาจเรียกได้ว่าหลบหนีอย่างลุกลี้ลุกลนด้วยซ้ำปลายนิ้วที่ชักกลับมานั้นสั่นเทา นางพยายามสะกดกลั้นอารมณ์สุดความสามารถ เพื่อทำให้ตนเองดูคล้ายไม่ได้รู้สึกอับอายอันใดนางก้มหน้าลงพลางสารภาพด้วยความรู้สึกผิด "ข้าไม่มีสิ่งใดจะมอบให้ใต้เท้าเสิ่นอีกแล้วเจ้าค่ะ"เสิ่นซื่อเลื่อนสายตากลับไปประสานกับจี้หานอีอย่างเชื่องช้า คิ้วเรียวคมคายดุจจันทร์เสี้ยว ภาพยามที่นางหลุบตาลงนั้น ช่างงดงามราวแสงจันทร์สาดส่องในช่วงสารทฤดูเหลือเกินแสงสลัวอันหม่นหมองทอดทะลุผ่านหน้าต่างเข้ามา สาดส่องลงบนเรือนร่างอรชรขาวผ่องของนาง ฝุ่นละอองที่ลอยล่องกลางอากาศช่วยขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าให้เด่นชัด และอ้อยอิ่งพัวพันอยู่ตรงเอวคอดกิ่วนั้นโต๊ะยาวที่ขวางกั้นอยู่ระหว่างคนทั้งสองเปรียบเสมือนกำแพงที่ไม่อาจข้ามผ่าน แต่ฉับพลันนั้น เขาก็ไม่อยากอยู่ห่างเหินกับนางเช่นนี้อีกต่อไปเขาไม่อยากวาดฝันถึงทุกเรื่องราวที่เกี่ยวกับนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระทั่งตัวเขาก็ยังนึกรังเกียจที่ตนเองเป็นเช่นนี้เดิมที เสิ่นซื่อสามารถกีดกันให้นางอยู่นอกโลกของเขาไปได้ตลอดกาล ไม่ยอมให้นางได้สัมผัสถึงอ
더 보기
이전
1
...
1112131415
...
18
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status