ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา의 모든 챕터: 챕터 151 - 챕터 160

180 챕터

บทที่ 151

จี้หานอีเบิกตาโตจ้องมองชายหนุ่มด้วยความตกตะลึง นางไม่อยากเชื่อเลยว่าคำพูดเหล่านี้จะหลุดออกมาจากปากเซี่ยอวี้เหิงคุณชายที่สูงส่งและอ่อนโยนผู้นั้น จะมีวันที่เขากล่าววาจาเช่นนี้ออกมาด้วยหรือนางพยายามผลักเขาออกไป แต่เซี่ยอวี้เหิงกลับบีบแขนนางแน่น ขณะดันตัวนางให้ถอยเข้าไปในห้องหนังสือทีละก้าว ทั้งยังประคองใบหน้านาง บังคับให้นางถอยหลัง ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันอันแปลกตา ปลายนิ้วบีบลงบนพวงแก้มเนียนนวลของนางอย่างแรง “หานอี รู้หรือไม่ว่าใบหน้าเจ้าสามารถยั่วยวนบุรุษได้มากเพียงใด ใบหน้าที่งดงามปานนี้ ผิวพรรณผุดผ่องดุจไข่มุกเช่นนี้ บุรุษคนใดบ้างไม่ชื่นชอบ?”เซี่ยอวี้เหิงกล่าวพลางโน้มกายลงต่ำ ไล่ต้อนจนจี้หานอีต้องถอยไปชนขอบโต๊ะยาว น้ำเสียงของเขาแฝงไว้ด้วยความเคียดแค้นประหนึ่งคนสิ้นไร้ไม้ตอก “เรือนร่างนี้ก็ช่างรู้จักเอาใจบุรุษนัก รู้หรือไม่ว่าข้าพึงใจเจ้าตรงไหนที่สุด? ข้าพึงใจก็ตอนเจ้าอยู่บนเตียง เรือนร่างทั้งอ่อนนุ่มและนวลเนียน ครั้นเกิดอารมณ์เสน่หาก็เร่าร้อนยิ่งกว่าสตรีในหอคณิกา...”หลังจากนั้น เซี่ยอวี้เหิงเอาแต่จ้องมองใบหน้าจี้หานอี เขาก้มหน้าลงกระซิบข้างหูนาง ก่อนใช้ถ้อยคำอันหยาบโลน
더 보기

บทที่ 152

"ถ้อยคำเมื่อครู่ข้าไม่ควรพูดออกไป แต่เจ้าเองก็ควรตั้งสติคิดดูให้ดี เรื่องระหว่างเราสองคนไม่ควรต้องมาถึงขั้นนี้""พรุ่งนี้เป็นวันเกิดท่านย่า เจ้าจงทบทวนดูเถิด""หานอี ข้ายินดีครองคู่กับเจ้าไปชั่วชีวิต และก็ยินดีรักษาสัจจะที่ให้ไว้ด้วยเช่นกัน"เมื่อเซี่ยอวี้เหิงกล่าวจบก็จ้องมองคนงามผู้ยืนก้มหน้าอีกครั้งเขารอคอยอยู่นาน แต่นางก็ยังคงไม่ตอบรับคำใด หมวกกันหิมะบนศีรษะร่วงหล่นลงพื้นจากการขัดขืนเมื่อครู่ ปอยผมหลายเส้นหลุดลุ่ยตกลงมาปรกพวงแก้มนวลเนียนเสี้ยวหน้าด้านข้างอันอ่อนล้ายังคงดูงดงามผุดผ่อง บนเสื้อคลุมของนางยังคงหลงเหลือรอยยับย่นจากการที่เขาใช้แรงบีบเค้นเมื่อครู่นี้เขาเงยหน้าขึ้นหมายยื่นมือไปช่วยลูบให้เรียบ แต่เพิ่งยื่นออกไปเท่านั้น ร่างของหญิงสาวก็พลันถอยร่นไปด้านหลัง พร้อมจ้องมองเขาด้วยแววตาหวาดผวาดวงตาของเซี่ยอวี้เหิงพลันฉายแววรวดร้าว หัวใจเจ็บปวดบีบรัดมือชะงักค้างกลางอากาศ ผ่านไปครู่ใหญ่จึงกล่าวว่า "หานอี ข้าขอโทษ..."จี้หานอีไม่ได้มองเขา และไม่ได้ตอบรับคำพูดใด นางเพียงก้มหน้ามองโต๊ะไม้ด้วยความเหม่อลอยเท่านั้นเนิ่นนานให้หลัง เขาจึงได้ยินสุ้มเสียงแหบพร่าของนางดังขึ้นแผ่ว
더 보기

บทที่ 153

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น หรงชุนประคองอ่างน้ำร้อนผลักประตูเข้ามา จี้หานอียังคงนอนขดตัวอยู่บนเตียง เรือนผมดำขลับปกปิดใบหน้าจิ้มลิ้ม หรงชุนเห็นแล้วก็อดปวดใจไม่ได้ จึงกระซิบเรียกเบา ๆ "ฮูหยินน้อยเจ้าคะ ถึงเวลาตื่นแล้วเจ้าค่ะ"จี้หานอีรู้ดีว่าวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ย นางครางรับในลำคออย่างเกียจคร้าน ก่อนเผยใบหน้าออกจากใต้ผ้าห่ม พลางถามหรงชุน "ของขวัญวันเกิดของฮูหยินผู้เฒ่าเตรียมพร้อมแล้วใช่หรือไม่?"หรงชุนรีบตอบ "ฮูหยินน้อยวางใจเถิด เมื่อคืนบ่าวเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ"จี้หานอีผงกศีรษะ ก่อนหลับตาลงและยันกายลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าซีดเซียวยังคงงดงาม "ของบนโต๊ะที่เขาให้คนส่งมาเมื่อคืน เจ้าเอาไปเก็บไว้ในห้องคลังให้หมดเถิด ของเหล่านั้นล้วนมีค่า ทั้งยังมีเงินทองรวมอยู่ด้วย เจ้าจงเก็บรักษาไว้ให้ดี อย่าให้หล่นหายเป็นอันขาด"สิ่งของที่เซี่ยอวี้เหิงส่งมาเมื่อคืน จี้หานอีไม่ได้คิดนำไปคืนถึงมือเขา ด้วยนางไม่อยากมีสิ่งใดเกี่ยวพันกับเขาอีก ปรารถนาเพียงได้ไปจากที่นี่อย่างสงบสุข อย่างไรเสียหลังนางไปแล้ว นางก็จะไม่นำสิ่งของเหล่านั้นติดตัวไปอยู่ดีหรงชุนพยักหน้า ก่อนมองดูดวงตาที่บวมช
더 보기

บทที่ 154

จี้หานอีรู้เหตุผลดี เซี่ยอวี้เหิงย่อมเป็นคนจัดแจงให้ปิดบังนางไว้ ด้วยกลัวนางจะไปทำอะไรหลี่หมิงโหรวอีกนางจึงไม่ได้ซักไซ้ต่อ เพราะถึงถามต่อไปก็คงไร้ความหมายอยู่ดีกลับเป็นนางฉินที่ขยับเข้ามากระซิบข้างหูจี้หานอีว่า "หลี่หมิงโหรวผู้นั้นจิตใจโหดเหี้ยมดั่งงูพิษ ครั้งนี้เกือบทำให้พี่หญิงต้องตกอยู่ในอันตราย แล้วเหตุใดคุณชายใหญ่ถึงยังช่วยพูดขอความเมตตาให้นางอีก?""คุณชายใหญ่ทำเช่นนี้ ในใจพี่หญิงคิดเห็นเช่นไรเจ้าคะ?"เซี่ยอวี้เหิงเป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกหรือครั้งที่สองเสียหน่อยเขาไม่เคยใส่ใจอยู่แล้วว่านางจะคิดอย่างไร ในใจของเขา ตัวนางไม่เคยอยู่ในสายตาด้วยซ้ำแต่มันก็ไม่สำคัญมานานแล้ว หากยามนี้ยังมัวไปคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องเหล่านั้นอีก ก็คงไม่ต่างอะไรกับการหาเรื่องใส่ตัวระหว่างที่พูดคุยกัน จี้หานอีก็คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของหลี่หมิงโหรวตลอดเวลา จังหวะหนึ่งเมื่อสายตาของทั้งสองสาวประสานกัน หลี่หมิงโหรวก็รีบหันหน้าหนีไปอย่างรวดเร็วจี้หานอีถอนสายตากลับมา ก่อนเบี่ยงตัวไปกระซิบสั่งการแม่นมหลินผู้อยู่ข้างกาย กำชับให้คอยจับตาดูหลี่หมิงโหรวให้ดีเมื่อเคยถูกงูกัดมาแล้
더 보기

บทที่ 155

ขณะกล่าว เสียงของเซี่ยจิ่นก็ขาดห้วงลงเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าอันสงบนิ่งของจี้หานอี ส่วนลึกในแววตาแฝงไว้ด้วยการจับผิดอย่างเหยียดหยาม "นี่สกุลกู้แอบไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลอื่นมาใช่หรือไม่?""หรือว่ามีคนรู้จักของสกุลกู้สนิทสนมกับท่านผู้บัญชาการ?"จี้หานอีชะงักงันเล็กน้อย ก่อนส่ายหน้า "ข้าแทบไม่ได้กลับสกุลกู้ จึงไม่รู้เรื่องนี้เลยเจ้าค่ะ"คำพูดนี้ฟังดูคลุมเครือ ทั้งไม่รู้ว่าเรื่องราวที่แท้จริงเป็นเช่นไร เซี่ยจิ่นจึงรู้สึกว่าเรื่องนี้แปลกประหลาดนักสกุลกู้มีสภาพเช่นไร หรือมีเส้นสายอันใด หากมีจริง นายใหญ่สกุลกู้จะยังต้องทนตกระกำลำบากอยู่ชายแดนอันห่างไกลจนถึงเวลานี้หรือ?นางจ้องมองใบหน้าของจี้หานอี พลางคิดว่าสามีของตนคงคิดมากเกินไปเองบางทีฮูหยินรองสกุลกู้อาจทุ่มเงิน ไปขอร้องท่านผู้บัญชาการกองปราบฝ่ายเหนือด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง จนอีกฝ่ายยอมตกลงก็เป็นได้ แปดส่วนคงต้องเป็นเช่นนี้แน่ส่วนทางด้านท่านเจ้ากรมตรวจการฝ่ายซ้าย ก็คงบังเอิญไปได้ยินเรื่องนี้มาจากที่ใดสักแห่ง จึงถามขึ้นมาโดยไม่ได้คิดอะไรกระมังเมื่อคิดได้เช่นนี้ ดวงตาของเซี่ยจิ่นก็ฉายแววเย้ยหยัน นางมองจี้หานอีอีกครั้งพลางก
더 보기

บทที่ 156

เซี่ยจิ่นชอบมาสืบเสาะเรื่องราวในเรือนนางอยู่เสมอ ต่อให้ระหว่างนางกับเซี่ยอวี้เหิงจะมีความเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย แต่พี่สะใภ้ผู้นี้ก็มักใส่ใจเป็นพิเศษจี้หานอีนั้นคร้านจะเสียเวลาโต้เถียงเรื่องเหล่านี้มาแต่ไหนแต่ไร เซี่ยอวี้เหิงกล่าวเสมอว่าเขาชอบให้เรือนหลังเงียบสงบ ไม่ให้เกิดการทุ่มเถียงกันระหว่างสตรี ซึ่งก็น่าจะเรียกเขามาฟังดูเสียหน่อย ว่าเป็นผู้ใดในจวนสกุลเซี่ยที่ชอบต่อล้อต่อเถียงกันแน่จี้หานอีวางถ้วยชาในมือลงบนโต๊ะหินเบื้องหน้า ลดท่อนแขนลงมาจากพนักพิง ขณะขยับนั่งตัวตรงเล็กน้อย ก่อนทอดสายตามองเซี่ยจิ่น "หากพี่หญิงใหญ่ยังคงคิดเองเออเอง แล้วกล่าววาจาเหลวไหลโดยไม่สืบสาวราวเรื่องให้กระจ่าง ข้าก็คงไม่อาจอยู่สนทนาเป็นเพื่อนพี่หญิงใหญ่ได้อีกแล้วเจ้าค่ะ""คุณชายใหญ่ทำงานสืบคดีอยู่ในศาลต้าหลี่ แต่กลับไม่รู้หลักการที่ว่าฟังความข้างเดียวหูตามืดบอด ฟังความรอบด้านเข้าใจกระจ่างแจ้ง พี่หญิงใหญ่เป็นพี่สาวคนโตของคุณชายใหญ่ ดูท่าก็คงไม่ทราบเช่นกันกระมัง"สีหน้าของเซี่ยจิ่นแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย นางชี้หน้าจี้หานอี "นี่เจ้า..."จี้หานอีหลุบตาลง นิ่งเงียบไม่พูดคำใด ปล่อยให้เซี่ยจิ่นชี้หน้าอยู่อย่างนั้
더 보기

บทที่ 157

ล่วงเข้าช่วงสาย จี้หานอียืนอยู่เป็นเพื่อนแม่สามีครู่หนึ่ง ก่อนถูกเรียกให้ไปดูแลบรรดาเครือญาติของสกุลเซี่ย เพื่อเตรียมเชิญพวกเขาไปยังโถงบุปผาสำหรับรับประทานอาหารในอีกไม่กี่อึดใจเวลานี้งานเลี้ยงใกล้เริ่มแล้ว จี้หานอีบังเอิญพบแม่นมหลินผู้กำลังรีบร้อนมาหานางระหว่างทาง จึงหยุดเท้ารอคอยทันทีที่แม่นมหลินมาถึงข้างกายจี้หานอี ก็รีบรายงานสิ่งที่ตนพบเห็นตอนสะกดรอยตามหลี่หมิงโหรวให้ฟังอย่างเร่งร้อนกล่าวจบ แม่นมหลินก็ลดเสียงต่ำลงพลางมองจี้หานอีด้วยความร้อนใจ "บ่าวเฝ้ารออยู่ด้านนอกนานกว่าค่อนชั่วยามก็ยังไม่เห็นคนเดินออกมา ฮูหยินน้อยลองไปดูสักหน่อยดีหรือไม่เจ้าคะ?""บ่าวเกรงว่านังปีศาจจิ้งจอกนั่นจะใช้มารยาล่อลวงคุณชายใหญ่เจ้าค่ะ"จี้หานอีครุ่นคิดเล็กน้อย สอบถามเวลาที่เซี่ยอวี้เหิงพาหลี่หมิงโหรวเข้าไปในห้องหนังสือเรือนหลังกับแม่นมหลินโดยละเอียด เมื่อคำนวณดูแล้วก็นับว่ารั้งอยู่นานมากจริง ๆวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของฮูหยินผู้เฒ่า เซี่ยอวี้เหิงในฐานะหลานชายคนโตของสกุลเซี่ย ย่อมต้องอยู่ต้อนรับแขกเหรื่อที่เรือนหน้า จะมารั้งอยู่ในเรือนหลังนานถึงเพียงนี้ได้อย่างไรพลันปรากฏบ่าวอาวุโสอีกคนหนึ่งเดิ
더 보기

บทที่ 158

จี้หานอีได้แต่ปวดหัว ทั้งที่พรุ่งนี้นางตั้งใจจะไปจากจวนสกุลเซี่ยแล้วแท้ ๆ เหตุใดจึงต้องเกิดเรื่องราววุ่นวายเช่นนี้ขึ้นมาอีกแต่ถึงแม้นางหลินจะพยายามปกปิดเรื่องราวในคราวนี้เพียงใด สุดท้ายก็ยังเล็ดลอดมาเข้าหูฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยอยู่ดีด้วยฮูหยินผู้เฒ่าหวังผู้เป็นดั่งแม่เสือเฒ่าแห่งตระกูลขุนศึก เมื่อบังเอิญพบเห็นเรื่องบัดสีครั้งนี้เข้ากับตา ซ้ำยังเป็นการสร้างความอัปยศในงานวันเกิดของพี่สาวร่วมสายโลหิตของนางอีก เช่นนี้แล้วนางจะไม่นำเรื่องไปบอกกล่าวต่อฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยได้อย่างไรตามปกติแล้ว งานเลี้ยงของฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยจะต้องจัดลากยาวไปจนถึงช่วงบ่าย ทว่าวันนี้พองานเลี้ยงผ่านพ้นไปได้เพียงสองรอบก็ต้องจบลงอย่างเร่งรีบ เห็นได้ชัดว่าฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยกำลังบันดาลโทสะยิ่งนักเมื่อจี้หานอีเดินไปถึงเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ย เซี่ยอวี้เหิงก็กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าผู้เป็นย่า นายท่านใหญ่ถือแส้ฟาดลงบนแผ่นหลังของเซี่ยอวี้เหิงอย่างรุนแรง ฟาดจนแผ่นหลังปริแตกเกิดบาดแผลเหวอะหวะ จากนั้นนายท่านใหญ่ก็คุกเข่าร้องไห้โขกศีรษะขอขมาฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ย พร่ำบอกว่าตนเลี้ยงดูบุตรชายได้อกตัญญูเหลือเกินนางหลินหลบมา
더 보기

บทที่ 159

เมื่อเซี่ยอวี้เหิงพูดออกมาเช่นนั้น ภายในห้องก็พลันเงียบลงในบัดดล สายตาหลายคู่พากันเหลือบมองมาทางจี้หานอีอย่างมีเลศนัยกระทั่งฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยก็ยังอดปรายตามองจี้หานอีปราดหนึ่งไม่ได้แต่สีหน้าของจี้หานอีสงบนิ่งยิ่งนัก สงบนิ่งเสียจนคล้ายว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตน สงบนิ่งประหนึ่งนางคาดเดาเหตุการณ์ได้อยู่แล้วสำหรับจี้หานอี การที่เซี่ยอวี้เหิงยังคงออกหน้าขอความเมตตาแทนหลี่หมิงโหรว ย่อมไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอันใดอดีตเคยเป็นเช่นไร บัดนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้นนางเข้าใจดี หากวันนี้ฐานะของนางกับหลี่หมิงโหรวสลับกัน สิ่งที่ได้รับกลับมาย่อมต้องเป็นสีหน้ารังเกียจชิงชังของเซี่ยอวี้เหิงแน่นอนความผ่อนปรนและความลำเอียงที่เขามีต่อหลี่หมิงโหรว ล้วนกลายเป็นการกดขี่ข่มเหงต่อนางทั้งสิ้นจี้หานอียังคงนิ่งเงียบ ในเมื่อไร้ผู้ใดไต่ถาม นางก็คร้านจะพูดผู้ที่เอ่ยปากขึ้นมาเป็นคนแรกย่อมหนีไม่พ้นฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ย และท่านก็เป็นเพียงผู้เดียวที่สามารถออกคำสั่งได้ในยามนี้หญิงชราพลันตบโต๊ะอย่างบันดาลโทสะ “ข้าว่าเจ้าคงหน้ามืดตามัวไปแล้วจริง ๆ สตรีผู้หนึ่งวางแผนจงใจปองร้ายเจ้าถึงเพียงนี้ เจ้ายังจะร้องขอความ
더 보기

บทที่ 160

เซี่ยอวี้เหิงฝืนกายลุกขึ้นโขกศีรษะให้แก่ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ย ก่อนกล่าวด้วยเสียงขาดห้วง "ขอบพระคุณท่านย่าที่เมตตาขอรับ..."นายท่านใหญ่ผู้ยืนอยู่ด้านข้างแม้นึกชังที่บุตรชายก่อเรื่องพรรค์นี้ แต่ก็ไม่ได้คิดจะตีให้ตายจริง ๆ เมื่อเห็นฮูหยินผู้เฒ่ายอมผ่อนปรนไม่เอาความ ก็ต้องลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกเหตุผลที่เขาจงใจลงมือหนักหน่วงเมื่อครู่ ความจริงก็เพื่อช่วยชีวิตบุตรชายนั่นเองนายท่านใหญ่เซี่ยหันมองจี้หานอีพลางทอดถอนใจ “หานอี เมื่อก่อนข้าเคยรับปากบิดาเจ้าว่าจะไม่ให้อวี้เหิงรับอนุภรรยา แต่เวลานี้เหตุการณ์บานปลายไปแล้ว เจ้าอย่าได้โกรธเคืองสกุลเซี่ยเลยนะ วันหน้าหากอวี้เหิงกล้าทำตัวเหลวไหลอีก ข้าจะเป็นคนคอยหนุนหลังเจ้าเอง”จี้หานอีหลุบตาลงต่ำ ไม่ได้ตอบรับคำใดซึ่งนับเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่งเมื่อนายท่านใหญ่เซี่ยเห็นจี้หานอีนิ่งเงียบก็ไม่ได้ตำหนินาง ด้วยตนเองก็รู้สึกละอายใจเช่นกัน ปีนั้นหากไม่ได้บิดาของจี้หานอีช่วยเหลือ เขาจะมีวันนี้ได้อย่างไร เขาหาใช่คนไม่จดจำบุญคุณ เพียงแต่บุตรชายเอาชีวิตมาข่มขู่ แล้วคนเป็นบิดาเช่นเขาจะทำสิ่งใดได้เล่าเขาทอดถอนใจอีกหน ก่อนสั่งให้คนรอบกายรีบประคองร่างเซี่ยอวี
더 보기
이전
1
...
131415161718
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status