ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา의 모든 챕터: 챕터 131 - 챕터 140

180 챕터

บทที่ 131

หรือบางทีนางอาจกำลังพูดความจริง ด้วยรู้สึกว่าตนเองใช้ชีวิตอยู่ในสกุลเซี่ยราบรื่นดีก็เป็นได้แล้วเขาจะคาดหวังคำตอบใดจากสตรีที่ออกเรือนแล้วกันเล่าขณะยื่นมือไปรับถ้วยชาจากจี้หานอี ปลายนิ้วอันเย็นเฉียบของเขาก็เฉียดผ่านปลายแขนเสื้อนาง ส่งผลให้ร่างกายพลันแข็งเกร็งขึ้นมาอีกครั้ง แต่เสิ่นซื่อก็ไม่ได้มองหน้านางอีก เพียงกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำเท่านั้นว่า "ข้าได้ยินมาว่า เจ้ากับสามีคิดหย่าขาดจากกัน"สิ้นคำกล่าวของเสิ่นซื่อ ม้วนภาพวาดที่วางอยู่ขอบโต๊ะก็พลันร่วงหล่นลงพื้น จี้หานอีรีบก้มลงไปหยิบด้วยความลนลาน ก่อนม้วนเก็บภาพวาดที่คลี่ออกมาให้กลับคืนสู่ความเรียบร้อยเสิ่นซื่อเฝ้ามองการกระทำของจี้หานอีในความเงียบ ดวงตาหงส์อันสงบนิ่งกวาดมองอกอิ่มและทรวดทรงองเอวที่ดูอวบอัดชัดเจนยิ่งขึ้นยามนางโน้มตัวลง แล้วสายตาก็หยุดลงบนใบหน้าซึ่งกำลังตื่นตระหนกเล็กน้อยในขณะนี้บนใบหน้าขาวผ่องปรากฏสีแดงเรื่อ ทำเอาเขารู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาวูบหนึ่งจี้หานอีรอจนม้วนเก็บภาพวาดวางคืนที่เดิมแล้ว จึงค่อยหันไปมองเขา น้ำเสียงแฝงความระมัดระวังคล้ายหยั่งเชิงขณะถาม "ใต้เท้าเสิ่น... เหตุใดถึงกล่าวเช่นนั้นหรือเจ้าคะ..."สายตาที่ใช
더 보기

บทที่ 132

จี้หานอีถึงกับพูดไม่ออก นางคิดไม่ถึงเลยว่าเหตุผลที่เสิ่นซื่อรั้งนางไว้เพื่อไถ่ถาม จะกลายเป็นเรื่องนี้ไปเสียได้คนที่ดูเหมือนไร้ความสนใจต่อสรรพสิ่งในใต้หล้า เหตุใดถึงได้มาใส่ใจกับเรื่องนี้นัก...เสิ่นซื่อพินิจมองจี้หานอีอีกครั้ง "ช่วงนี้สำนวนคดีของเซี่ยอวี้เหิงเกิดข้อผิดพลาดบ่อยครั้ง ข้าจำเป็นต้องรู้ต้นตอของปัญหา เพื่อจะได้ประเมินการทำหน้าที่ตรวจสอบม้วนคดีโจรปล้นทรัพย์ของกรมอาญาในครั้งนี้ของเขาให้มันถูกต้อง"จี้หานอีไม่สันทัดเรื่องพรรค์นี้ ทว่าเมื่อเสิ่นซื่อกล่าวเช่นนี้ ย่อมต้องมีเหตุผลของเขา คนที่เคร่งครัดและมีงานรัดตัวเช่นเสิ่นซื่อ นางเองก็นึกหาเหตุผลอื่นมาอธิบายไม่ได้เช่นกันนางอ้าปาก แม้รู้สึกกระดากอายจนยากเอื้อนเอ่ย แต่เรื่องที่นางกับเซี่ยอวี้เหิงจะต้องหย่าขาดกันในอีกไม่ช้าล้วนเป็นความจริงปลายนิ้วน้อย ๆ กำเข้าหากันแน่นขึ้นอีกนิด ในที่สุด จี้หานอีก็ยอมพูดออกมา "เรื่องนั้นเป็นความจริงเจ้าค่ะ"เสิ่นซื่อทอดสายตามองริมฝีปากสีแดงเรื่อซึ่งถูกขบกัดจนเป็นรอยฟันของจี้หานอี ความอวบอิ่มนั้นเคลือบแฝงไปด้วยประกายฉ่ำวาวบางเบาก้อนเนื้อในอกเขาพลันเต้นแรงขึ้นมา พาลให้ร่างกายรุ่มร้อนขึ้นมาด้
더 보기

บทที่ 133

หรงชุนผู้เดินติดตามอยู่ข้างกายจี้หานอีพลันรู้สึกปวดใจกับเงินทองที่ใช้จ่ายออกไปยิ่งนัก จึงกระซิบว่า "ฮูหยินน้อยประหยัดหน่อยเถิดเจ้าค่ะ"หรงชุนนั้นปวดใจจริง ๆ วันเวลาหลังหย่าร้างเกรงว่าชีวิตคงยากลำบากกว่านี้เป็นร้อยเท่า เก็บเงินไว้ให้มากหน่อยย่อมเป็นเรื่องดีแต่จี้หานอีกลับแย้มยิ้ม "เจ้าวางใจเถิด ข้ายังพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง"แต่ตอนที่อยู่ในร้านขายผ้า กลับบังเอิญพบฮูหยินรองแห่งจวนสกุลเซี่ยและลูกสะใภ้สามที่กำลังประคองนางอยู่พอดีและก็ให้บังเอิญเป็นจังหวะที่หลงจู๊ห่อผ้าพับนั้นเสร็จ และหรงชุนก็สั่งให้หลงจู๊นำผ้าไปส่งที่สกุลกู้โดยตรงผ้าของร้านนี้ราคาไม่ถูก เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในร้านที่ดีที่สุดประจำเมืองหลวงตอนแรก ฮูหยินรองสกุลเซี่ยจำจี้หานอีผู้สวมหมวกติดผ้าคลุมหน้าไม่ได้ แต่พอมองเห็นหรงชุนเท่านั้นก็จำจี้หานอีได้ทันทีนางชำเลืองมองจี้หานอีด้วยแววตากึ่งยิ้มกึ่งเย้ยหยัน พิจารณาจี้หานอีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนหัวเราะทักทาย "หลานสะใภ้ช่างระลึกถึงสกุลกู้อยู่เสมอเชียวนะ"จี้หานอีเลิกผ้าคลุมหน้าขึ้น ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาอย่างเป็นธรรมชาติ "คราวก่อนตอนไปบ้านท่านตา เห็นญาติผู้น้องสว
더 보기

บทที่ 134

ตอนที่แต่งเข้าสกุลเซี่ย ฮูหยินผู้เฒ่ากู้หวังให้ฮูหยินน้อยได้รับการปฏิบัติอย่างดีในสกุลเซี่ย ประกอบกับฮูหยินน้อยไม่มีสินเดิมอันใดนัก สินสอดที่สกุลเซี่ยมอบให้จึงถูกส่งคืนไปทั้งหมด ไม่ได้เก็บไว้แม้แต่น้อยแล้วฮูหยินน้อยเคยเรียกร้องเอาสิ่งใดจากสกุลเซี่ยบ้างเล่าเมื่อกลับถึงจวนสกุลเซี่ย ท้องฟ้ายังไม่ถือว่ามืดนัก เส้นขอบฟ้ายังคงหลงเหลือแสงสลัวสายสุดท้ายบรรดาเรือนต่าง ๆ ทางด้านหลังล้วนวุ่นวายกับการจัดเตรียมสถานที่ ปัดกวาดเช็ดถู ตระเตรียมของไหว้และข้าวของเครื่องใช้สำหรับเทศกาลปีใหม่ รวมถึงเตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่เพื่อต้อนรับวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่อีกด้วยจี้หานอีก้าวเท้าไปตามทางเดิน ความวุ่นวายเหล่านี้ล้วนสวนผ่านนางไป ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับนางแม้แต่น้อยนางใจลอยนึกย้อนไปว่า ในอดีตเมื่อใกล้ถึงช่วงสิ้นปี นางเองก็เคยวุ่นวายเช่นนี้เหมือนกันคอยสั่งให้สาวใช้ปัดกวาดเรือนจนสะอาด แขวนโคมไฟที่ทำขึ้นใหม่ไว้ตามระเบียงทางเดิน แปะภาพวาดทวารบาลกันภัยหน้าประตู ทั้งยังแจกเงินให้แก่บรรดาสาวใช้เพื่อความเป็นสิริมงคล ทั่วทั้งเรือนล้วนปกคลุมด้วยบรรยากาศคึกคักครึกครื้นนางยังเคยต้มชาขับไล่สิ่ง
더 보기

บทที่ 135

คำพูดของแม่นมหลินค่อย ๆ แผ่วเบาลง เมื่อกล่าวถึงประโยคสุดท้าย น้ำเสียงก็ถึงกับสั่นสะอื้นขึ้นมาเล็กน้อยฮูหยินน้อยในเรือนอื่น ผู้ใดบ้างไม่มีเงินทองส่วนตัวและสินเดิมอันสมบูรณ์พร้อม ยามปกติล้วนแต่งกายหรูหราเลิศล้ำ มีเพียงฮูหยินน้อยของพวกนางเท่านั้นที่ไม่มีสิ่งใดเลย ทำได้เพียงพึ่งพาเบี้ยหวัดจากกองกลาง ยามปกติหรือก็แต่งกายเรียบง่าย สวมใส่เพียงเครื่องประดับเก่าครึ ซ้ำยังต้องถูกสะใภ้เรือนอื่นหัวเราะเยาะลับหลังอีกเวลาเดียวที่ฮูหยินน้อยจะได้แต่งกายหรูหราสมฐานะ ก็มีเพียงยามต้องออกไปข้างนอกหรือไม่ก็กลับไปเยี่ยมบ้านเดิมเท่านั้นเครื่องประดับในหีบก็มีรวมกันอยู่เพียงไม่กี่ชิ้น ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ฮูหยินใหญ่ให้คนมาส่งมอบในแต่ละเรือนทุกช่วงฤดูอยู่แล้ว ส่วนฮูหยินน้อยนั้นไม่เคยซื้อหาสิ่งที่ตนเองโปรดปรานเพิ่มเติมสักครั้งทั้งยามปกติคุณชายใหญ่ก็ไม่ได้ใส่ใจฮูหยินน้อยสักนิด นายท่านเรือนอื่นมีแต่ซื้อหาเครื่องประดับมาฝากภรรยา ทว่าคุณชายใหญ่แค่จะรั้งอยู่ในเรือนยังแทบไม่มีเวลา จึงยิ่งไม่ต้องพูดถึงการซื้อหาข้าวของใด ๆ มาให้ฮูหยินน้อยกลับเป็นคุณหนูญาติผู้น้องผู้นั้น ที่มักแวะเวียนมาหาฮูหยินน้อยอยู่บ่อยครั้ง คอ
더 보기

บทที่ 136

แต่จี้หานอีกลับรู้สึกเพียงอึดอัดจากก้นบึ้งของหัวใจนางไม่อาจทนรับความใกล้ชิดเช่นนี้ หรือยอมรับการกระทำที่แลดูสนิทสนมจากเซี่ยอวี้เหิงได้อีกต่อไปนางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเซี่ยอวี้เหิง ก่อนเอนศีรษะไปด้านหลังเล็กน้อย น้ำเสียงแผ่วเบา "นายท่าน ข้าไม่เคยชอบวันเวลาที่ผ่านมาเลยเจ้าค่ะ""และข้าก็ไม่อยากกลับไปเป็นเช่นก่อนหน้านี้อีกแล้ว""ระหว่างเราสองคนไม่มีทางเริ่มต้นใหม่ได้อีก นายท่านจงคิดเสียว่าข้าหมดใจแล้วเถิดนะ"หมดใจแล้วคำพูดประโยคนี้ไม่ต่างจากมีดอันแหลมคมที่กรีดแทงลงกลางใจเซี่ยอวี้เหิง ดวงตาของเขาแดงก่ำขึ้นมาในฉับพลันเขาจ้องมองจี้หานอีเขม็ง พลางกระซิบเสียงแหบพร่า "หานอี เจ้าอย่าได้พูดประชดประชันหน่อยเลย""พวกเราอยู่กันด้วยดีมาตลอด เจ้าอย่าได้พูดจาเช่นนี้อีก"เมื่อจี้หานอีเห็นสีหน้าของเซี่ยอวี้เหิง สีหน้าที่คล้ายว่าเขามีความรักต่อนางลึกซึ้งนักหนานางก็พลันขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจที่ผุดขึ้นในใจ "เราสองคนไม่เคยมีช่วงเวลาที่ดีต่อกัน ที่นายท่านคิดว่าดี ล้วนเป็นเพียงนายท่านคิดไปเองฝ่ายเดียวเท่านั้น""สามปีที่ผ่านมาสำหรับข้า มันคือช่วงเวลาที่ไม่ต่างจากฝันร้าย"มือของเซี่ยอวี้เหิงส
더 보기

บทที่ 137

หลังเซี่ยอวี้เหิงเดินจากไป จี้หานอีซึ่งอยู่ภายในห้องก็ก้มหน้ามองเศษกระเบื้องและน้ำชาที่เจิ่งนองอยู่แทบเท้าตลอดช่วงเวลาสามปีระหว่างนางกับเซี่ยอวี้เหิง ก็เปรียบประหนึ่งความยุ่งเหยิงเละเทะบนพื้นห้องขณะนี้ยามอยู่ภายนอก เซี่ยอวี้เหิงคือวิญญูชนผู้สง่างามและซื่อสัตย์สุจริตแห่งศาลต้าหลี่ เป็นขุนนางหนุ่มอนาคตไกล ชาติตระกูลสูงส่ง ทว่ายามอยู่ภายในเรือน เขากลับไม่เคยแยแสเรื่องราวใด เขาเคยชินกับการทิ้งความวุ่นวายยุ่งเหยิงเช่นแอ่งน้ำชาแทบเท้านี้ ให้นางเป็นคนคอยตามเก็บกวาดและรับหน้าเขาสามารถเดินจากไปโดยไม่สนใจไยดี และไม่เคยเหลียวแลความรู้สึกของนางสักครั้งหรงชุนเดินเข้ามาจากด้านนอก เมื่อเห็นเศษซากความวุ่นวายแทบเท้าจี้หานอี ก็รีบสาวเท้าเข้ามาหาทันทีจี้หานอีบอกหรงชุนว่าไม่ต้องกังวล ก่อนถาม “ตรวจนับข้าวของเรียบร้อยดีหรือไม่?”หรงชุนรีบพยักหน้า “ตรวจนับเรียบร้อยหมดแล้วเจ้าค่ะ”จี้หานอีผงกศีรษะ สั่งให้หรงชุนไปนำสมุดบันทึกของตนออกมาจี้หานอียังคงนั่งอยู่บนตั่งหลัวฮั่น ขณะพลิกเปิดสมุดบันทึก ก่อนให้หรงชุนขานรายชื่อสิ่งของที่เพิ่งตรวจนับ เมื่อหรงชุนอ่านออกเสียง นางก็จดบันทึกตามไปด้วยสมุดเล่มนี้จ
더 보기

บทที่ 138

แต่เช่นนี้ก็ดีเหมือนกันนางก้มหน้าก้าวลงบันไดทีละขั้น ลมหนาวยังคงแทรกตัวผ่านเข้ามาในหมวก ต่างหูที่แกว่งไกวระทบพวงแก้มให้ความรู้สึกเย็นเยียบ จี้หานอีจึงอดกระชับหมวกกันหิมะบนศีรษะให้แน่นขึ้นอีกเล็กน้อยไม่ได้ครั้นถึงลานเรือนของแม่สามี สาวใช้ผู้เฝ้าอยู่หน้าประตูก็รีบเข้าไปรายงาน จี้หานอีเดินเข้าไปในเรือน เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ห้องโถงชั้นนอก ก็ได้ยินเสียงสนทนาแว่วมาจากด้านใน โดยจำแนกได้เลือนรางว่าเป็นเสียงของฮูหยินรองสกุลเซี่ย"พี่สะใภ้ใหญ่ก็อย่าได้คิดมากไปเลยเจ้าค่ะ หาใช่ว่าข้าอยากสอดปากยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยว แม้สกุลเซี่ยเองไม่ได้คิดเสียดายเงินทองเพียงหยิบมือ แต่ถ้าเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นกับผู้อื่น ยังจะมีผู้ใดทนรับได้อีกหรือ?""นี่ก็ไม่ต่างจากมีพืชกาฝากมาเกาะติดอยู่บนกล้วยไม้งามนะเจ้าคะ ต่อให้ดูดน้ำไปไม่มาก ทั้งยังสามารถกำจัดทิ้งได้ง่ายดาย แต่มองดูแล้วก็ชวนให้รู้สึกขัดหูขัดตาพิลึกจริงไหม?"แล้วสุ้มเสียงก็พลันเงียบหายไปจี้หานอีหลุบตาลง ริมฝีปากปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันบางเบา นางเลิกม่านก้าวเท้าเข้าสู่ห้องอุ่น มือหนึ่งปลดเสื้อคลุมกันลมส่งให้หรงชุน พร้อมกันนั้นก็ก้าวเดินไปหยุดยืนตรงกลางห้องเ
더 보기

บทที่ 139

กล่าวพลางนางหลินก็แค่นหัวเราะเย็นชา "หรือเจ้านำข้าวของจากสกุลเซี่ยแอบไปขายแลกเงินจุนเจือสกุลกู้หมดแล้ว?"จี้หานอีสวมใส่อาภรณ์ชุดนี้มาสองปีแล้วจริง ๆ ทว่าเสื้อผ้านางก็หาได้ขาดแคลนอันใด ซ้ำชุดนี้ยังเป็นชุดประจำช่วงฤดูหนาว ความจริงนับรวมกันแล้วนางก็สวมใส่ได้เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นนางหันมองนางหลินเพื่ออธิบายไปรอบหนึ่ง ก่อนกล่าวต่อ "สกุลกู้นั้นเทียบสกุลเซี่ยไม่ได้จริง ๆ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นตกต่ำจนต้องให้ลูกสะใภ้นำข้าวของจากสกุลเซี่ยไปจุนเจือหรอกเจ้าค่ะ"นางหลินตวัดสายตาเย็นชามองจี้หานอี "แค่เจ้าบอกว่าไม่ได้จุนเจือก็หมายความเช่นนั้นงั้นรึ?""ผ้าแพรพับละแปดสิบตำลึง เจ้ากลับซื้อหาให้สกุลกู้โดยไม่คิดลังเล เจ้านี่ก็ช่างใจกว้างเหลือเกิน เบี้ยหวัดรายเดือนเจ้ามีเพียงห้าตำลึง ไม่ทราบเอาเงินทองมากมายมาจากที่ใด?""ข้ารู้ดีว่าเจ้ามีร้านค้าอยู่หนึ่งแห่ง ทว่าผลกำไรก็หาได้ดีเลิศอันใด ลำพังแค่ซื้อผ้าให้คุณหนูสกุลกู้ทั้งสองยังกล้าทุ่มถึงเพียงนี้ แล้วกับผู้อื่นเจ้ามิยิ่งใช้จ่ายไปมากมายหรอกหรือ? เงินทองเหล่านั้นมิใช่สกุลเซี่ยเป็นคนจ่ายหรือไร?"ฮูหยินรองสกุลเซี่ยผู้อยู่ด้านข้างมองจี้หานอีก่อนสำทับว่า "หล
더 보기

บทที่ 140

การที่อยู่ดี ๆ จี้หานอีก็ส่งสมุดบัญชีเล่มหนึ่งมาให้ นางหลินจึงชะงักไปเล็กน้อย แต่พอเห็นสมุดเล่มหนาในมือลูกสะใภ้ ผู้เป็นแม่สามีก็รับมาด้วยความพิศวงทันทีนางไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า จี้หานอีจะจดบันทึกสิ่งเหล่านี้เอาไว้ด้วยนางรับมาพลิกดูสองสามหน้า เนื้อหาด้านในบันทึกไว้โดยละเอียด ทั้งวันเดือนปีและเวลา กระทั่งระบุชัดเจนว่าเป็นบ่าวอาวุโสคนใดนำมาส่ง ล้วนจดบันทึกไว้อย่างชัดเจนนับแต่วันแรกที่นางแต่งเข้าจวนมาเลยทีเดียวกระทั่งผลไม้จานหนึ่งที่นางมอบให้จี้หานอีไปอย่างไม่ใส่ใจนัก จี้หานอีก็ยังจดบันทึกไว้ ทั้งเงินของขวัญที่ได้รับมาในเรือน จี้หานอีก็จดบันทึกไว้เช่นกันในสมุดไม่เพียงแต่บันทึกสิ่งของที่เบิกจากกองกลาง แต่ยังแยกรายการของคนสกุลเซี่ยแต่ละคนไว้อีกด้วย ผู้ใดส่งสิ่งใดมาเมื่อใด ล้วนถูกบันทึกไว้หมดสิ้น แม้กระทั่งผ้าเช็ดหน้าเพียงผืนเดียว ก็ยังจดลงไปไม่มีตกหล่นนอกจากนี้ สิ่งของที่ส่งมอบออกไป ก็บันทึกไว้อย่างครบถ้วนในหน้าสุดท้ายเช่นกันขณะนางหลินกำลังตกตะลึงอยู่นั้น จี้หานอีก็ส่งสมุดบัญชีมาให้อีกเล่ม สมุดเล่มนั้นบันทึกรายจ่ายทั้งหมดภายในเรือนของนางไว้ครบถ้วน ทั้งจำนวนเงินที่ตบรางวัลให้บ่าวไพ
더 보기
이전
1
...
1213141516
...
18
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status