ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา의 모든 챕터: 챕터 171 - 챕터 180

180 챕터

บทที่ 171

เดิมทีเสิ่นซื่อกำลังนวดคลึงหว่างคิ้วด้วยความรำคาญใจ ทว่าเมื่อได้ยินประโยคนี้ของเซี่ยจือกวน เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนลดมือลงเลิกม่านด้านข้างขึ้นเวลานี้ท้องฟ้ามืดมิดแล้ว ผู้ติดตามและองครักษ์ต่างถือโคมไฟ บริเวณหน้าที่ทำการกรมพิธีการมีหิมะขาวปกคลุมเล็กน้อย เซี่ยจือกวนยืนอยู่บนพื้นหิมะท่ามกลางลมหนาว แต่บนหน้าผากกลับปรากฏเหงื่อเย็นเฉียบผุดซึมขึ้นมาที่เขาทำไปก็เพื่ออนาคตของบุตรชาย ขอเพียงเสิ่นซื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ อนาคตของบุตรชายเขาก็คงต้องสะดุดลงเพียงเท่านี้เป็นแน่ความกตัญญูนั้นยิ่งใหญ่เทียมฟ้า หากถูกยื่นฎีกาถอดถอนตำแหน่งขึ้นมาจริง ๆ เกรงว่าแม้แต่ตัวเขาเองก็คงไม่อาจปกป้องอนาคตของบุตรชายได้บนใบหน้าอันหล่อเหลาสูงส่งของเสิ่นซื่อคล้ายถูกเคลือบทับด้วยเกล็ดน้ำค้างแห่งพายุหิมะและความเย็นชา เพียงดวงตาที่มักสงบนิ่งไม่เผยอารมณ์มาแต่ไหนแต่ไรหรี่ลงเล็กน้อย หัวใจของเซี่ยจือกวนก็กระตุกวูบแล้วเสิ่นซื่อทวนคำด้วยเสียงราบเรียบ "หืม? ส่งกลับบ้านเกิดหรือ?"เซี่ยจือกวนรีบพยักหน้า "พรุ่งนี้จะส่งตัวนางไปแล้วขอรับ บุตรชายข้าน้อยกับนางไม่ได้มีอันใดต่อกัน เป็นนางจงใจวางยาปลุกกำหนัดเขา
더 보기

บทที่ 172

ภายใต้ความมืดมิดอันเงียบสงบ รถม้าคันหนึ่งค่อย ๆ จอดลงในบริเวณที่ไม่ไกลจากด้านหลังสะพานอันผิงมากนัก เสิ่นซื่อใช้นิ้วเดียวเลิกมุมม่านรถม้าขึ้น นัยน์ตาอันเย็นชาทอดมองเงาร่างที่กำลังนั่งขดตัวเป็นก้อนกลมอยู่ท่ามกลางความมืดมิดอย่างเงียบงันเงาร่างนั้นสั่นสะท้านเล็กน้อย คล้ายกำลังหลั่งน้ำตาสะพานแห่งนี้หาใช่สถานที่ครึกครื้น เป็นเพียงย่านชานเมืองอันห่างไกล แต่กลับมีทิวทัศน์งดงามเป็นเอกลักษณ์เซี่ยอวี้เหิงเพียงรับอนุภรรยา ต้องมานั่งเศร้าเช่นนี้เพื่อคนพรรค์นั้น ช่างไม่คุ้มค่าแม้แต่น้อยยามนี้จี้หานอีกำลังเท้าแขนพิงอยู่บนโต๊ะหิน นางคล้ายตกลงไปในห้วงความฝันอันแสนยาวนาน ในความฝันนั้น ท่านพ่อกำลังอุ้มนางเดินเข้าไปในร้านค้าอันคึกคัก พลางถามว่านางอยากซื้อขนมชิ้นใดเมื่อดวงตาปรือขึ้นมาเล็กน้อย ท่ามกลางความเลือนลาง นางก็เห็นท่านแม่ยืนอยู่ไม่ไกล กำลังส่งยิ้มมองมาที่นางกับท่านพ่อ ขอบตาของนางพลันร้อนผ่าว ก่อนจะก้าวเดินไปหาท่านแม่พายุลมหนาวพัดผ่านศาลาแทรกตัวเข้าไปในคอเสื้อ ปอยผมพัดระพวงแก้มปลิวไสวในอากาศ แต่นางกลับไม่รู้สึกถึงความเหน็บหนาว ในใจเพียงคิดว่า ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเป็นเช่นในอดีต ทุกสิ่งทุก
더 보기

บทที่ 173

สายตาของเสิ่นซื่อหยุดลงบนใบหน้าของจี้หานอีผู้อยู่ในอ้อมอกอีกครั้งนางดื่มสุราเพราะเซี่ยอวี้เหิงใช่หรือไม่เมื่อครู่ เขาเห็นนางลุกเดินไปทางริมระเบียงแต่ไกล ในใจนึกว่านางจะคิดสั้นเพราะหมดหวังเรื่องที่เซี่ยอวี้เหิงรับอนุภรรยาจังหวะนั้น หัวใจเขาแทบหยุดเต้น ขณะรั้งตัวนางกลับมาจากริมสะพานก็ยังโกรธอยู่หลายส่วน ต่อให้ชีวิตไม่เป็นดั่งฝันในสกุลเซี่ย แต่ถึงอย่างไรก็ไม่คุ้มค่าให้นางทำเช่นนี้สักนิดแต่เมื่อได้เห็นดวงตาอันเลื่อนลอยและแดงก่ำของจี้หานอี ในใจก็ทนตำหนินางไม่ลง อย่างมากต่อให้นางตัดใจจากเซี่ยอวี้เหิงไม่ได้ ตัดใจไปจากสกุลเซี่ยไม่ได้ เขาก็จะช่วยเหลือนางเองถึงจะต้องจับหลี่หมิงโหรวผู้นั้นโยนออกไปให้ไกลแสนไกล เขาก็จะช่วยเหลือนางเองด้วยภายในใจยังคงหลงเหลือความหวาดหวั่น นิ้วมือของเสิ่นซื่อซึ่งเกาะอยู่บนเอวของจี้หานอีจึงสั่นเทาเล็กน้อยความรู้สึกคุ้นเคยนี้ เป็นเช่นเดียวกับตอนเขาเห็นนางตกน้ำในปีนั้นไม่มีผิดคิดแล้วก็อดกระชับแขนแน่นขึ้นไม่ได้ เพื่อรั้งจี้หานอีให้แนบชิดติดกับแผงอกของตนเสียงหัวใจที่เต้นรัวแรงและดุดันอยู่ภายในอก เมื่อเรือนร่างหอมกรุ่นนุ่มนิ่มของนางทาบทับลงมา ชั่วขณะที่ไออ
더 보기

บทที่ 174

รูปร่างของจี้หานอีแม้อรชรอ้อนแอ้น แต่กลับไม่ได้ผอมแห้งจนเกินไป มองดูแล้วช่างมีน้ำมีนวลเปล่งปลั่งนักนางกำลังสะลึมสะลือขณะถูกดันชิดมุมรถม้า เงาร่างเบื้องหน้ามืดทะมึน แสงสลัวที่เดิมทีก็ไม่ได้สว่างมากนัก จึงยิ่งถูกเรือนร่างสูงใหญ่ของเสิ่นซื่อบดบังไปเสียกว่าครึ่ง ชายหนุ่มกักร่างนางไว้ภายใต้เงาทะมึนของตนเองจี้หานอีเวลานี้ยังคงงุนงงคล้ายจมอยู่ในห้วงฝัน ดวงตาหรี่เปิดเพียงครึ่ง มองดูอย่างเลื่อนลอย เห็นเพียงคนตรงหน้าสวมชุดขุนนางสีแดง ครั้นหลุบตาลงก็เห็นเข็มขัดลายแรดบนชุดขุนนาง พอช้อนตาขึ้นอีกครั้งก็เห็นลวดลายสัตว์ร้ายบนหน้าอกเสื้อนางแยกไม่ออกว่าสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าคืออะไร จึงยื่นมือออกไปหมายสัมผัสลายปักสัตว์วิเศษเซี่ยจื้อ ก่อนรู้สึกว่าเขี้ยวแหลมคมนั้นช่างน่ากลัว และด้วยความมึนงงจึงทำให้นางเผลอรวบกำคอเสื้อของเสิ่นซื่อไว้แน่นโดยไม่รู้ตัวเสิ่นซื่อปรายตามองท่าทีของจี้หานอีเวลานี้ ก่อนก้มลงมองนิ้วมือของนางที่กำแน่นอยู่บนคอเสื้อตนเองเขาเป็นคนเจ้าระเบียบและรักษาภาพลักษณ์ จึงไม่อาจทนเห็นรอยยับย่นปรากฏบนอาภรณ์ที่สวมใส่ แต่ยามนี้เมื่อถูกจี้หานอีกำจนเกิดรอยยับ เขากลับจับจ้องมองมือขาวผ่องนุ่มนิ่
더 보기

บทที่ 175

ก็เล่นดื่มสุราฤทธิ์แรงถึงเพียงนั้น แล้วจะไม่ให้ทรมานได้อย่างไรเสิ่นซื่อยืดกายขึ้นเล็กน้อย สุดท้ายก็สะกดกลั้นอารมณ์ แล้วเคาะผนังรถม้าเบา ๆเหวินอันคอยท่าอยู่ด้านนอกนานแล้ว เมื่อเห็นว่าผู้เป็นนายมีคำสั่ง จึงรีบก้าวเท้าเข้าไปหาทันทีเสิ่นซื่อสั่งให้ไปเตรียมน้ำแกงสร่างเมา เหวินอันรับคำ แต่ภายในใจกลับนึกเสียดายแทนผู้เป็นนายนายท่านของเขานั้นดีพร้อมไปเสียทุกอย่าง ติดก็แต่เคร่งครัดอยู่ในกรอบมากเกินไปในเมื่อฮูหยินน้อยสกุลเซี่ยเมามายไร้สติ ซ้ำที่นี่ยังไร้ผู้คน หากฉวยโอกาสรวบรัดตัดความเปลี่ยนข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก ฮูหยินน้อยเซี่ยยังจะขัดขืนได้อีกหรือ?หาไม่แล้วด้วยใบหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็งหมื่นปีของนายท่าน เกรงว่าชั่วชีวิตนี้ฮูหยินน้อยเซี่ยคงไม่มีวันล่วงรู้ว่านายท่านมีใจให้นางแน่แต่เหวินอันก็เพียงคิดในใจเท่านั้น เรื่องการทำงานเขายังคงว่องไว เพียงไม่นานน้ำแกงสร่างเมาก็ถูกนำมาส่ง ทั้งยังเตรียมมาเผื่อหรงชุนอีกหนึ่งถ้วยเสิ่นซื่อผู้อยู่ภายในรถม้ารับถ้วยน้ำแกง ก่อนค้อมตัวลงตักน้ำแกงไปจ่อริมฝีปากจี้หานอีเพียงแต่เห็นได้ชัดว่าคนที่หลับใหลเพราะฤทธิ์สุราไม่ให้ความร่วมมือ นางเบือนหน้าหนีไม่ยอมดื่
더 보기

บทที่ 176

ริมฝีปากของจี้หานอีช่างอ่อนนุ่มมีความละมุนดุจผืนน้ำนุ่มนวลราวเพียงขบเม้มแผ่วเบาก็จะละลายหายไปแม้ตระหนักดีว่าจี้หานอีกระทำไปโดยไม่รู้ตัว แต่เสิ่นซื่อกลับไม่อาจข่มกลั้นอีกต่อไป จึงบดจูบนั้นให้ลึกล้ำยิ่งขึ้นร่างกายแข็งเกร็งประดุจสายธนูที่ถูกรั้งจนตึง ฝ่ามือซึ่งทาบทับอยู่บนแผ่นหลังของจี้หานอีอดรั้งร่างอ่อนนุ่มในอ้อมอกให้แนบชิดมากขึ้นไม่ได้แม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาจูบนางก็ตามครั้งแรกคือตอนที่นางพลัดตกน้ำ เวลานั้นเขายังไม่ประสีประสาเรื่องการจูบ เพียงสัมผัสริมฝีปากนางแผ่วเบาเท่านั้นบัดนี้ เมื่อได้ลิ้มรสความหอมหวานภายในปากนาง เสิ่นซื่อก็รู้สึกเพียงว่าทั่วร่างมีหยาดเหงื่อร้อนผ่าวผุดซึม ความรู้สึกซาบซ่านถึงกระดูกทำเอาเขาแทบสิ้นสติ สุดท้ายความอดกลั้นทั้งมวลที่เคยคิดว่าตนมี ก็ต้องมาพังทลายลงเมื่อพบเจอช่วงเวลานี้หมดสิ้นชายหนุ่มละทิ้งสติสัมปชัญญะ ทุกสิ่งที่เขาปรารถนาจะกระทำต่อนาง ล้วนพลุ่งพล่านอยู่ในห้วงความคิดอย่างบ้าคลั่ง หลังมือที่บีบเค้นอยู่บนเอวคอดปรากฏเส้นเลือดปูดโปน เขารู้สึกเพียงอยากจุมพิตให้ลึกล้ำขึ้น ปรารถนาเพียงให้เรือนร่างนางแนบชิดติดกับเขาให้แนบสนิทยิ่งกว่าเดิมปรา
더 보기

บทที่ 177

เห็นได้ชัดว่าคนที่อยู่ใต้ร่างไม่รับรู้เลยสักนิดว่าเขาปรารถนาจะทำสิ่งใดกับนางมากที่สุด และยิ่งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อครู่เขาเพิ่งกระทำสิ่งใดลงไป นางถึงขั้นไว้เนื้อเชื่อใจเขาอย่างหมดหัวใจ กระทั่งหลบเลี่ยงก็ยังไม่คิดทำดวงตาอันใสกระจ่างอย่างไร้เดียงสาที่เอ่อคลอด้วยน้ำตาคู่นั้น ทำให้เสิ่นซื่อรู้สึกคล้ายตนเองกำลังยืนอยู่เบื้องหน้าเหวลึกนับหมื่นจั้ง ความรักและความปรารถนาที่เขามีต่อนาง หากก้าวล้ำไปเพียงนิดก็ต้องหล่นสู่หุบเหวแห่งความมืดมิด ชั่วชีวิตนี้คงทำได้เพียงกักขังนางไว้ข้างกาย เพื่อให้นางจมดิ่งลงไปพร้อมกับเขาเท่านั้น แต่สุดท้าย สติสัมปชัญญะก็ยังเป็นฝ่ายมีชัย ตัวเขาอาจไม่สนสิ่งใดได้ก็จริง แต่สำหรับนางแล้ว ย่อมไม่สามารถทำเช่นนั้นเสิ่นซื่อไม่อยากบีบบังคับนาง ต่อให้นางกับเขาจะครองคู่กัน ก็ควรต้องเป็นการยืนหยัดเคียงข้างกันอย่างสง่างามต่อหน้าผู้คน และยิ่งควรต้องเกิดจากความเต็มใจของนางเองด้วยชายหนุ่มรู้ดีว่านางเชื่อใจเขาเสมอ จึงยิ่งไม่อยากทำให้นางต้องเกิดความรู้สึกหวาดกลัวหรือหวาดระแวงในตัวเขาปลายนิ้วเรียวยาวยกขึ้นเล็กน้อย เสิ่นซื่อนำผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งวางลงบนฝ่ามือของจี้หานอี ก่อนเอ่ยด้
더 보기

บทที่ 178

ครั้นเห็นเสิ่นซื่อเอาแต่จ้องมองมานิ่งเงียบ แววตาอันเข้มงวดนั้นคล้ายกำลังพิจารณาจับผิด ดูเคร่งขรึมราวไม่เชื่อคำพูดนางนัก หญิงสาวจึงเริ่มรู้สึกประหม่าขึ้นมาอีกครั้งเสิ่นซื่อนั่งเอนกาย ท่วงท่ายังคงดูสูงศักดิ์ กอปรกับรูปร่างที่สูงโปร่ง เมื่อสวมใส่ชุดขุนนางก็ยิ่งขับเน้นให้ใบหน้าดูหล่อเหลาดุจหยกงามผุดผ่อง เพียงทอดสายตาจ้องมอง ก็แผ่กลิ่นอายกดดันคล้ายเป็นผู้กุมชะตาชีวิตผู้อื่นแล้วเขาจ้องมองจี้หานอีพลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "นึกอย่างไรถึงดื่มสุราร้อนแรงเช่นสุราเหมยซานเล่า?"จี้หานอีถึงกับพูดไม่ออก นางให้หรงชุนไปซื้อสุราเหมยจื่อไม่ใช่หรือ...พลันนึกขึ้นได้ว่าหรงชุนอ่านหนังสือไม่ออก ร้อยทั้งร้อยคงหยิบมาผิดเป็นแน่สมองอันสับสนวุ่นวายของจี้หานอีจึงเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้บางส่วน นางลอบมองเสิ่นซื่ออย่างระแวดระวังขณะถาม "ข้าน้อยคงเมามายเสียแล้วกระมัง…?"เสิ่นซื่อพยักหน้า ก่อนชี้ถ้วยน้ำแกงบนโต๊ะเล็กทางด้านข้าง และหันมามองนาง "ข้าเป็นคนป้อนน้ำแกงสร่างเมาให้เจ้าเอง"ใบหน้าของจี้หานอีพลันร้อนผ่าว มิน่าเล่านางถึงมาอยู่บนรถม้าของเสิ่นซื่อ คงเป็นเพราะนางเมามาย แล้วเสิ่นซื่อมาพบเข้าพอดีสินะน่าเส
더 보기

บทที่ 179

เมื่อจี้หานอีนั่งรถม้าไปถึงจุดหมาย ก็ล่วงเข้าสู่ช่วงกึ่งกลางของยามซวีแล้วนับว่าเป็นเวลาค่อนข้างดึกความชื้นแฉะบริเวณคอเสื้อที่ซึมซาบเข้าสู่ผิวพรรณชวนให้รู้สึกเหนอะหนะไม่สบายตัว จี้หานอีจึงใช้ผ้าเช็ดหน้าช่วยซับ แต่กลิ่นหอมเย็นของไม้กฤษณาอันไม่คุ้นเคยกลับทำให้นางพลันตระหนักว่า ตนเองเผลอนำผ้าเช็ดหน้าของเสิ่นซื่อติดมือมาด้วย นางเหม่อมองผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรีบเก็บไว้ในแขนเสื้อด้วยความร้อนรนด้านหรงชุนก็เอาแต่จ้องมองร่องรอยเลือนลางบนริมฝีปากของจี้หานอี จะว่าเป็นรอยถลอกก็คล้ายไม่ใช่ รู้สึกเพียงว่าริมฝีปากของฮูหยินน้อยดูแดงช้ำกว่าปกติ จึงมีท่าทีอึกอักคล้ายอยากเอ่ยถามแต่ก็เงียบงัน สุดท้ายก็ตัดสินใจไม่พูดคำใด ด้วยคิดว่าตนคงตาฝาดไปเองกระทั่งสังเกตเห็นว่าต่างหูของฮูหยินน้อยคล้ายหายไปข้างหนึ่ง ถึงได้เอ่ยทักออกไปเมื่อจี้หานอียกมือขึ้นคลำดู ก็พบว่าเหลือต่างหูเพียงข้างเดียวจริง ๆ เดาว่าคงหล่นหายไปก่อนหน้านี้ แต่จะให้กลับไปตามหาก็คงไม่มีทางพบแล้วนางจึงไม่ได้ใส่ใจ แม้นึกเสียดายอยู่บ้างก็ตามขณะจี้หานอีเตรียมจะก้าวลงจากรถม้า ก็พบว่ากู้เยี่ยนกำลังยืนรออยู่หน้าประตูจวน เมื่อเขา
더 보기

บทที่ 180

นางหลิวเป็นคนแรกที่เอ่ยปากถามขึ้น “หานอีหย่าขาดจากสกุลเซี่ยกลับมาก็ดีแล้ว สกุลเซี่ยนั่นมีอะไรวิเศษหนักหนา? ผิดคำมั่นสัญญาแต่หนหลังที่บอกว่าจะไม่รับอนุไม่พอ ซ้ำยังรับคนที่ทำร้ายหานอีเข้ามาอีก”“ผู้ใดบ้างจะทนเรื่องพรรค์นี้ไหว? คนเรามีเลือดเนื้อจิตใจหาใช่ตุ๊กตาดินปั้น ไยต้องทนรั้งอยู่รับความน้อยเนื้อต่ำใจด้วยเล่า?”นางจางปรายตามองนางหลิวปราดหนึ่ง ก่อนแค่นยิ้มบางเบาด้วยสีหน้าเย็นชา “น้อยเนื้อต่ำใจรึ? ชาติตระกูลสูงส่งอย่างสกุลเซี่ย ต่อให้ต้องทนน้อยเนื้อต่ำใจ ก็ยังได้ใช้ชีวิตสุขสบายบนกองเงินกองทอง”“อีกอย่าง นี่ก็ยังไม่ได้หย่าขาดกันเสียหน่อย จู่ ๆ หนีกลับมาเช่นนี้ จะให้เรียกว่ากระไร?”“แม้หานอีไม่ได้ใช้แซ่กู้ แต่การซมซานกลับมาพึ่งพิงสกุลกู้ ไม่ทราบในเมืองหลวงมีสตรีที่หย่าร้างสักกี่คน? นี่ไม่กลัวว่าจะทำให้คุณหนูในจวนที่ยังไม่ออกเรือนต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงตามไปด้วยหรือไร”จี้หานอีหลุบตาลงต่ำ ใจนึกอยากตอบกลับไปว่าตนเองก็ไม่ได้คิดอยู่รบกวนสกุลกู้นานนัก แต่ก็ถูกท่านยายเรียกให้เข้าไปหาเสียก่อนทันทีที่จี้หานอีเดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างกายท่านยาย ฝ่ามือของนางก็ถูกผู้เป็นยายกอบกุมไว้แน่นฮูหยินผ
더 보기
이전
1
...
131415161718
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status