ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา의 모든 챕터: 챕터 141 - 챕터 150

180 챕터

บทที่ 141

แสดงให้เห็นว่าสมุดบัญชีของจี้หานอี แทบไม่มีข้อผิดพลาดแม้แต่น้อยนางหลินปิดสมุดบัญชีลงด้วยความเงียบงันเมื่อฮูหยินรองสกุลเซี่ยที่อยู่ด้านข้างลอบสังเกตสีหน้านางหลิน รอยยิ้มบนใบหน้าก็พลันแข็งค้าง ดูท่ารายการในสมุดบัญชีคงถูกต้องตรงกันกระมังยามนี้นางจึงรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย จึงผุดลุกขึ้นหมายเดินจากไป "พูดไปพูดมา นี่ก็เป็นเรื่องภายในเรือนของพี่สะใภ้ใหญ่ ข้าอยู่ตรงนี้รังแต่จะเป็นส่วนเกิน เช่นนั้นขอตัวกลับก่อนนะเจ้าคะ"จี้หานอีตวัดตามองฮูหยินรองสกุลเซี่ย "เมื่อครู่ท่านอาสะใภ้รองเพิ่งกล่าวหาว่าข้าลักลอบนำของสกุลเซี่ยไปจุนเจือสกุลกู้ บัดนี้เรื่องราวยังไม่กระจ่าง ทั้งยังไม่ได้นำสมุดบัญชีไปตรวจสอบเทียบเคียง รบกวนอาสะใภ้รองรอดูอีกสักประเดี๋ยวเถิด เผื่อวันหน้าเกิดเรื่องผิดใจกันขึ้นมา แล้วจะหาว่าข้าทำตัวมีลับลมคมในอีก ชื่อเสียงต้องมาเสื่อมเสียเช่นนี้ ข้าจะแบกรับไหวได้อย่างไร?""อีกอย่าง ตัวข้านั้นปรารถนาเพียงความปรองดองในจวน แต่เมื่อเกิดเรื่องราวขึ้นมา เราก็ควรทำให้กระจ่างชัดดีกว่าเจ้าค่ะ"ฮูหยินรองสกุลเซี่ยชะงักงัน ครั้นเห็นจี้หานอีถือความถูกต้องเป็นที่ตั้งไม่ยอมอ่อนข้อให้ จึงได้แต่หั
더 보기

บทที่ 142

ขณะบ่าวรับใช้ยื่นสมุดบัญชีคืนมาให้ มือของนางหลินที่กำลังเอื้อมไปรับก็พลันชะงักค้างเล็กน้อยสีหน้าของฮูหยินรองสกุลเซี่ยผู้อยู่ด้านข้างก็แข็งทื่อไปเช่นกันผู้ใดจะไปคิดว่าจี้หานอีไม่ได้หยิบฉวยสิ่งใดของสกุลเซี่ยไปเลยจริง ๆ และเงินที่นางใช้ซื้อผ้าในร้านวันนั้น ก็เป็นเงินของนางเองอย่างแท้จริงทว่าคำพูดต่อมาของบ่าวอาวุโส กลับยิ่งทำให้สีหน้าของนางหลินแข็งค้างหนักกว่าเดิมบ่าวอาวุโสผู้นั้นรายงานต่อด้วยเสียงกระซิบ "ข้าวของที่เก็บไว้ในคลัง ส่วนใหญ่ล้วนอยู่ในสภาพไม่เคยใช้งาน แม่นมในเรือนของฮูหยินน้อยบอกว่า ข้าวของเหล่านั้นพอเก็บเข้าคลังไปแล้ว ฮูหยินน้อยก็ไม่เคยแตะต้องอีก กระทั่งฝุ่นยังจับตัวเป็นชั้นแล้วเจ้าค่ะ""แม้แต่ของขวัญวันเกิดที่ส่งให้เรือนต่าง ๆ ในจวนสกุลเซี่ย หรืองานมงคลเช่นงานเลี้ยงทารกน้อยครบหนึ่งร้อยวัน ก็ไม่เคยหยิบของในคลังออกมาใช้เช่นกัน"สิ้นคำกล่าวนั้น ภายในห้องอุ่นก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด บรรดาบ่าวไพร่ผู้คอยปรนนิบัติต่างลอบสบตากัน ก่อนหันไปมองจี้หานอีที่นั่งนิ่งงันอยู่ทางด้านข้างเป็นตาเดียวเวลานี้ฮูหยินรองสกุลเซี่ยก็ไม่รู้จะเอ่ยคำใดออกมาเช่นกัน นางรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเสียจน
더 보기

บทที่ 143

คำตอบของจี้หานอีทำเอานางหลินจุกอกพูดไม่ออกนางสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนแค่นยิ้มเย็นชาจ้องมองจี้หานอี “ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะใจกว้างยอมใช้เงินตัวเอง รอให้อวี้เหิงกลับมาเมื่อใด ข้าจะซักถามเขาให้รู้เรื่อง ว่าเจ้าไปรีดไถเงินทองจากเขาใช่หรือไม่”จี้หานอีพยักหน้ารับอย่างให้ความร่วมมือเต็มที่ “ในเมื่อท่านแม่ไม่วางใจในเรื่องนี้ ลูกสะใภ้ก็ไม่มีอันใดจะกล่าว เชิญท่านแม่ซักถามคุณชายใหญ่ได้ตามสบายเลยเจ้าค่ะ”เมื่อนางหลินเห็นจี้หานอีตอบกลับอย่างเรียบเฉยไร้ความตื่นตระหนก ก็ให้รู้สึกคล้ายกำลังชกหมัดใส่ปุยนุ่น และไม่มีหนทางใดสามารถใช้จัดการลูกสะใภ้ผู้นี้ได้แม้แต่น้อยกระทั่งนางหลินเองก็ยังรู้สึกว่า บัดนี้ ตนกำลังจงใจหาเรื่องจับผิดโดยใช่เหตุนางหลินสูดลมหายใจเข้าลึก สุดท้ายก็ต้องเอ่ยปากไล่จี้หานอีกลับไปก่อนด้วยความรำคาญใจขณะจี้หานอีเดินกลับออกไป นางหลินก็มองตามแผ่นหลังของลูกสะใภ้ที่ลับหายไปหลังผ้าม่าน จากนั้นจึงค่อยยกมือขึ้นกุมหน้าผากพลางระบายลมหายใจยาวแรงบ่าวอาวุโสที่เพิ่งถือสมุดบัญชีไปตรวจนับสิ่งของเมื่อครู่ ค้อมกายลงมาข้างนางหลินพลางกระซิบ “เมื่อครู่ตอนบ่าวไปตรวจนับข้าวของตามบัญชี ก็ได้ลองเลี
더 보기

บทที่ 144

"ตอนแรกบ่าวนึกว่ามีสิ่งใดสูญหายไปเสียอีก แต่บัดนี้เห็นฮูหยินน้อยปลอดภัยดีก็เบาใจแล้วเจ้าค่ะ"เมื่อจี้หานอีเห็นว่าบรรดาบ่าวไพร่กังวลใจกันอย่างแท้จริง จึงปลอบประโลมไปอีกหลายคำ รอจนเห็นกลุ่มสาวใช้ในลานเรือนคลายความกังวลลงแล้ว ถึงค่อยสั่งให้คนไปต้มน้ำร้อนสำหรับอาบน้ำขณะปรนนิบัติอาบน้ำ หรงชุนก็กล่าวขึ้น "ยังคงเป็นฮูหยินน้อยที่มองการณ์ไกล หากไม่มีสมุดบัญชีเหล่านั้นเป็นหลักฐาน ต่อให้เราเป็นฝ่ายถูกก็คงไม่อาจอธิบายให้กระจ่างแล้วกระมัง?"จี้หานอีหลุบตาลงหาใช่ว่าเป็นฝ่ายถูกแล้วจะอธิบายให้กระจ่างไม่ได้ หากต้องการทำให้เรื่องราวกระจ่างย่อมมีหนทาง ฝั่งนางหลินเองก็มีการจดบันทึกรายรับรายจ่ายไว้เช่นกัน หากต้องการตรวจสอบจริง ๆ ก็ย่อมตรวจสอบได้ อยู่ที่ว่าอีกฝ่ายจะกลัวความยุ่งยากในการรื้อบัญชีขึ้นมาตรวจสอบใหม่หรือไม่เท่านั้นอีกประการหนึ่งก็คือนางได้รู้แล้วว่า สำหรับคนที่ไม่เชื่อใจเรา ต่อให้นำหลักฐานมากางตรงหน้าอย่างไร ก็คงไม่มีวันเชื่อใจกันอยู่ดีเช่นเซี่ยอวี้เหิงผู้ไม่เคยเชื่อใจนางสักครั้งเช่นในวันนี้ ต่อให้แม่สามีตรวจพบว่าข้าวของยังคงอยู่ครบ แต่ก็อดคิดระแวงว่านางไปรีดไถเงินทองจากเซี่ยอวี้เหิงไ
더 보기

บทที่ 145

นางทั้งอ่อนโยนทั้งบอบบาง มักพูดจาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเจือรอยยิ้ม และเขาก็ไม่เคยเห็นนางโกรธเคืองสักครั้งความจริง บัดนี้เซี่ยอวี้เหิงกลับเฝ้าหวังให้จี้หานอีร้องไห้ฟูมฟายใส่เขาเช่นที่หลี่หมิงโหรวกระทำบ้างหัวใจของเขาเต้นรัวแรง ขณะรอฟังคำตอบของจี้หานอีด้วยความเคร่งเครียดจี้หานอีย่อมไม่คิดพูดเรื่องที่ชวนให้อึดอัดใจในวันปีใหม่ จึงเพียงพยักหน้าแผ่วเบา "คุณชายใหญ่ดีต่อข้าน้อยมาตลอดเจ้าค่ะ"ปลายนิ้วของเซี่ยอวี้เหิงพลันสั่นระริกใช่สิ เวลาพบเจอผู้อื่น จี้หานอีมักบอกว่าเขาดีต่อนางเสมอแต่บัดนี้ เขาถึงเพิ่งเข้าใจ แท้จริงแล้วตนเองปฏิบัติต่อนางย่ำแย่นักแม่นมหลินแอบมารายงานเขาว่า จี้หานอีไม่เคยซื้อหาเครื่องประดับชิ้นใหม่ ซ้ำของที่ได้รับจากกองกลางก็มีแต่เครื่องประดับเรียบง่ายดูมีอายุ จึงแทบไม่เคยหยิบมาสวมใส่ แม่นมจึงเสนอให้เขาซื้อเครื่องประดับให้บ้าง ไม่แน่ว่าจี้หานอีอาจดีใจก็เป็นได้เมื่อได้ฟังคำพูดนั้น ชายหนุ่มก็พลันตระหนักว่า ที่ผ่านมาตนเองซื้อเครื่องประดับให้หมิงโหรวมากมาย แต่กลับไม่เคยซื้อให้จี้หานอีแม้แต่ชิ้นเดียวทว่านางก็ไม่เคยเรียกร้อง ไม่เคยเอ่ยสิ่งใด เพียงติดตามอยู่เคียงข้างเขาอย
더 보기

บทที่ 146

สุ้มเสียงของเซี่ยอวี้เหิงสั่นสะท้าน แฝงไว้ด้วยความโศกเศร้าเสียใจนี่เป็นครั้งแรกที่ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยได้เห็นเซี่ยอวี้เหิงดูทรมานใจถึงเพียงนี้ ทั่วทั้งร่างเขาค้อมต่ำลง อ่อนล้าแทบกองไปกับพื้นฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยก้มหน้าลงขณะดวงตาแฝงแววสลดใจ เมื่อเห็นประกายน้ำตาในดวงตาของเซี่ยอวี้เหิง ก็ได้แต่ทอดถอนใจ “นี่ก็สามปีแล้ว ผ่านมาสามปีถึงเพิ่งจะเห็นความดีของหานอี มันไม่สายไปหน่อยหรือ?”“หลี่หมิงโหรวมีเล่ห์เหลี่ยมร้ายกาจเกินไป ที่ผ่านมาเจ้าเอาแต่ลำเอียงเข้าข้างนาง กระทั่งเรื่องราวบานปลายถึงขั้นนี้ เจ้าจะให้ย่าช่วยอย่างไรอีก?”“ย่ารับปากหานอีไว้แล้ว หลังพ้นงานวันเกิดย่าไป หากนางยังยืนกรานไม่อยากอยู่ต่อก็ไปได้ แล้วย่าจะขัดขวางนางได้อย่างไร?”ร่างของเซี่ยอวี้เหิงผู้นั่งคุกเข่าพลันโงนเงน ปิ่นทองคำทิ่มแทงฝ่ามือจนโลหิตไหลซึม ทว่าเขากลับไม่รู้สึกเจ็บ ปล่อยให้โลหิตไหลหยดลงบนเสื้อคลุมอยู่เช่นนั้นเขาขอบตาแดงก่ำ ยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้น น้ำเสียงสะอื้นไห้ “ขอร้องท่านย่า...”ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยก้มมองเลือดในฝ่ามือของเซี่ยอวี้เหิงแล้วก็ถึงกับชะงักงัน ก่อนระบายลมหายใจยาวแรงทุกสรรพสิ่งล้วนต้องรอจนถึงก้าวสุดท
더 보기

บทที่ 147

จี้หานอีรีบกลับไปที่ห้องหนังสือในช่วงหัวค่ำ ก่อนเซี่ยอวี้เหิงจะกลับมาถึงเรือน และด้วยความที่นางพยายามหลบหน้าเขาให้มากที่สุด ชีวิตจึงถือว่าผ่านไปได้อย่างผ่อนคลายสบายใจล่วงเข้าช่วงบ่ายของวันขึ้นสามค่ำ เซี่ยอวี้เหิงและบิดากลับมาจากเรือนหน้าพร้อมกัน นางหลินจึงเรียกให้เซี่ยอวี้เหิงรั้งอยู่ก่อนเพื่อปรึกษาเรื่องรายชื่อแขกเหรื่อที่จะมาร่วมงานวันเกิดของฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยในวันขึ้นห้าค่ำนางสอบถามเซี่ยอวี้เหิงว่าในกลุ่มขุนนางมีผู้ใดที่สนิทสนมกันบ้างหรือไม่ นางจะได้ส่งเทียบเชิญให้ในคราวเดียวเซี่ยอวี้เหิงตอบว่า "ยึดรายชื่อตามปีก่อน ๆ ก็พอขอรับ"นางหลินพยักหน้ารับ จากนั้นก็รั้งเซี่ยอวี้เหิงไว้พูดคุยต่ออีกครู่หนึ่ง โดยซักถามถึงเรื่องที่เขาไปร้องขอความเมตตาจากฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยเซี่ยอวี้เหิงชะงักเล็กน้อยก่อนตอบ "ท่านย่าใจอ่อนแล้วขอรับ บอกว่าในเมื่อหมิงโหรวมีใจอยากมาร่วมอวยพรวันเกิด ก็จะอนุญาตให้นางออกจากเรือนในวันนั้นได้เป็นกรณีพิเศษ"นางหลินพยักหน้า ก่อนถอนหายใจ "นับว่าครั้งนี้หมิงโหรวทำตัวเลอะเลือนจริง ๆ ถึงขั้นลงมือก่อเรื่องเช่นนี้ได้ลงคอ"นางพลันหันขวับมองเซี่ยอวี้เหิง "แต่เรื่องที่ฮูหยิน
더 보기

บทที่ 148

นางหลินชะงักไปครู่หนึ่ง “หากเจ้าใส่ใจเรื่องคำสัญญาในอดีต ความจริงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด สกุลจี้เวลานี้ล่มสลายไปนานแล้ว ต่อให้จี้หานอีคิดโวยวาย นางก็ไร้ซึ่งผู้คนคอยสนับสนุน ถึงเจ้ารับอนุภรรยาจริง ๆ แล้วนางจะทำอะไรได้?”“นางยังจะกล้าก้าวออกจากสกุลเซี่ยอีกหรือ? นางยังจะกล้าขัดใจเจ้าอีกหรือ?”ฝ่ามือของเซี่ยอวี้เหิงค่อย ๆ กำแน่น กระทั่งลมหายใจก็ยังติดขัด เขาเหม่อมองพื้นดินด้วยความเลื่อนลอย ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึกตอบว่า “ข้าไม่ได้ชอบหมิงโหรว วันหน้าท่านแม่ก็อย่าได้พูดเรื่องนี้อีก”นางหลินนิ่งอึ้งไปพักใหญ่ ด้วยยังตั้งสติไม่ทันว่าคำพูดของเซี่ยอวี้เหิงมีความหมายอย่างไรกันแน่ไม่ชอบแล้วจะคอยห่วงใยนางถึงเพียงนั้น คอยจดจำและส่งรังนกของบำรุงไปให้ทุกวันได้อย่างไร? วันนั้นที่จี้หานอีถูกเขาทอดทิ้งให้เดินทางฝ่าหิมะกลับมาจนต้องลมหนาวรุนแรง ก็ไม่เห็นเขาจะมีท่าทีเป็นห่วงเป็นใยอันใดสุดท้ายแล้วเขาชอบพอผู้ใด ก็เห็นกันอยู่ชัด ๆ ไม่ใช่หรือ?เรื่องนี้ต่อให้ผู้ใดมาตัดสิน ก็ต้องมองออกว่าคนที่เซี่ยอวี้เหิงชอบคือใครนางหลินพูดสิ่งที่คิดเมื่อครู่ออกมา ก่อนกล่าวต่อ “เมื่อก่อนยามหานอีล้มป่วย ไม่เคยเห็นเจ้าใส่ใจ
더 보기

บทที่ 149

เมื่อเซี่ยอวี้เหิงรับฟังถ้อยคำของมารดาจบ หัวคิ้วก็อดขมวดมุ่นยิ่งกว่าเดิมไม่ได้เขาสูดลมหายใจเข้าลึกยาวนาน คาดไม่ถึงเลยว่าตนเองจะไม่เคยล่วงรู้ ถึงเรื่องที่จี้หานอีต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายภายในเรือนไปมากมายถึงเพียงนี้แต่นางกลับไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้กับเขาสักครั้ง และยิ่งไม่เคยขอเงินจากเขาแม้แต่อีแปะเดียวเช่นนั้นนางเอาเงินทองมาจากที่ใดกันเซี่ยอวี้เหิงนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนกล่าวตอบนางหลินด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ข้าไม่เคยให้เงินนาง และนางก็ไม่เคยบากหน้ามาขอข้าเลยขอรับ”ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เบี้ยหวัดของเซี่ยอวี้เหิงล้วนถูกเก็บเข้าบัญชีส่วนตัวของเขาเองทั้งสิ้นและทรัพย์สินส่วนตัวในชื่อเขาก็มีอยู่ไม่น้อย ด้วยความที่เขาเป็นทายาทสายตรงเพียงคนเดียวของบ้านใหญ่สกุลเซี่ย มารดาจึงคอยดูแลร้านค้าและเรือกสวนไร่นาให้เขามาตั้งแต่เด็ก เซี่ยอวี้เหิงจึงไม่เคยขัดสนเรื่องเงินทองซ้ำตัวเขาเองก็ไม่เคยต้องมานั่งกลัดกลุ้มเรื่องการจับจ่าย ยามนี้เมื่อลองใคร่ครวญดูให้ดี ในมือจี้หานอีจึงไม่ควรมีเงินทองอยู่มากมายจริง ๆสินเดิมสองหาบที่นางนำติดตัวมาด้วยครั้งแต่งเข้าจวน ภายในนั้นล้วนมีแต่เครื่องนอนและข้าวของเครื่อง
더 보기

บทที่ 150

“บัดนี้เมื่อนางคิดหย่าขาดกับข้าแล้ว ยังจะโลภหวังสิ่งใดจากสกุลเซี่ยอีกหรือ?”คำพูดของเซี่ยอวี้เหิงทำเอานางหลินตกตะลึงไปอีกครั้ง แทบคิดว่าตนเองหูฝาด นางมองเซี่ยอวี้เหิงด้วยความตื่นตกใจ “เจ้าว่าอย่างไรนะ?”เซี่ยอวี้เหิงกลับสูดลมหายใจเข้าลึก หมุนตัวเดินออกไปโดยไม่ตอบคำใดทั้งสิ้นนางหลินมองตามแผ่นหลังของเซี่ยอวี้เหิง ก่อนถามบ่าวอาวุโสข้างกายด้วยความไม่อยากเชื่อ “เมื่อครู่เขาว่าอย่างไรนะ? จี้หานอีจะขอหย่าหรือ?”“นางมีขวัญกล้าถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”บ่าวอาวุโสชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่กล้ายืนยันว่าคุณชายใหญ่พูดเช่นนั้นจริง ๆ หรือไม่…วันนี้มีเครือญาติมาเยือน สตรีในจวนล้วนต้องออกไปต้อนรับที่โถงรับรอง ร่วมรับประทานอาหาร และอยู่เป็นเพื่อนฮูหยินผู้เฒ่าด้วยกันทั้งหมดจี้หานอีวุ่นวายตลอดช่วงเช้า ครั้นตกค่ำเมื่อทุกคนมาล้อมวงสนทนากัน นางจึงขอตัวกลับก่อนตามธรรมเนียม เดิมทีนางเป็นคนไม่ค่อยพูดจา ต่อให้ปลีกตัวกลับไปก่อนก็ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นแต่ค่ำนี้เมื่อกลับมาถึงเรือน ก็พบเซี่ยอวี้เหิงยืนขวางอยู่หน้าประตูห้องหนังสือของนางเสียแล้วประตูห้องหนังสือเปิดอ้า เห็นได้ชัดว่าเซี่ยอวี้เหิงเข้าไปด้านในมาแล้ว
더 보기
이전
1
...
131415161718
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status