All Chapters of ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา: Chapter 31 - Chapter 40

188 Chapters

บทที่ 31

แม่นมจางชะงักงัน ไม่เข้าใจความคิดของฮูหยินน้อยเลยสักนิดแต่ถึงอย่างไรตนเองก็เป็นเพียงบ่าวไพร่ ให้พูดมากคงไม่ดีนัก จึงได้แต่รับคำไปตามเรื่องในช่วงสาย จี้หานอีกลับไปที่เรือนหลัก และสั่งให้หรงชุนเก็บข้าวของของนาง เพื่อย้ายไปอยู่ห้องหนังสือชั่วคราวข้าวของของนางมีไม่มาก ด้วยเดิมทีของที่นางนำติดตัวมานั้นก็น้อยนิดอยู่แล้วข้าวของในห้องนี้ ความจริงส่วนใหญ่ล้วนจัดซื้อใหม่ตอนแต่งเข้าจวนสกุลเซี่ยทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นเครื่องประทินโฉมบนโต๊ะเครื่องแป้ง หรือเครื่องประดับในกล่องใบนั้น รวมไปถึงอาภรณ์ในหีบผ้า ก็มีที่เป็นของนางเพียงไม่กี่ชิ้นจี้หานอีให้หรงชุนเก็บของเฉพาะที่เป็นของตนเอง ส่วนที่เหลือก็ให้ทิ้งไว้ทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้ยามจากไปต้องมามีเรื่องหมางใจกันอีกแต่ว่ากันตามตรง นางไม่คิดโทษเซี่ยอวี้เหิงเลย เขาเพียงไม่ชอบนาง นั่นหาใช่ความผิดไม่หากตอนนั้นนางไม่มาหาเขา บางทีเขาอาจได้ครองคู่กับหลี่หมิงโหรวอย่างมีความสุขไปแล้ว ดังนั้น นางจึงหวังเพียงให้การจากลาครั้งนี้ สามารถรักษาหน้าของทั้งสองฝ่ายไว้ได้มากที่สุดข้าวของที่เก็บออกมานั้นมีน้อยมากจริง ๆ เรียกได้ว่าน้อยจนน่าเวทนาลำพังหีบใบเ
Read more

บทที่ 32

จี้หานอีรู้สึกจุกแน่นในอก สีหน้าโศกเศร้า ขณะมองไปทางนางหลิวพลางพูดเสียงแผ่ว "ป้าสะใภ้เชื่อข้าเถิด รอถึงพรุ่งนี้เช้า ข้าจะให้คำตอบแก่ท่านแน่นอนเจ้าค่ะ"นางหลิวกลับส่ายหน้าด้วยความร้อนรน "เรื่องนี้ผ่านมาหลายวันแล้ว เจ้ายังจะยื้อไว้อีกหรือ? พี่ชายเจ้าจะทนรับทัณฑ์ทรมานเหล่านั้นได้อย่างไร?""หากเจ้าพูดแล้วไม่ได้ความ ก็พาข้าไปหาอวี้เหิง ข้าจะไปคุกเข่าต่อหน้าเขาเพื่อให้เขาช่วยร้องขอด้วยตนเอง"จี้หานอีหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนกล่าว "ป้าสะใภ้ เซี่ยอวี้เหิงไม่มีทางช่วยเราหรอกเจ้าค่ะ ขอร้องเขาไปก็ไร้ประโยชน์"นางหลิวเบิกตากว้างมองจี้หานอี "เจ้าพูดจาเหลวไหลอันใด เจ้าเป็นภรรยาของเซี่ยอวี้เหิง เขาจะไม่ช่วยเจ้าได้อย่างไร? หรือเป็นเจ้าเองที่ไม่คิดช่วยพี่ชาย?""นี่เป็นเรื่องที่แค่พูดไม่กี่คำก็เสร็จสิ้นแล้ว เขาจะไม่ช่วยได้ลงคอเชียวหรือ?"จี้หานอีมองนางหลิวด้วยความขมขื่น "เรื่องที่ท่านพี่ครอบครองตำราต้องห้าม ไม่ทราบป้าสะใภ้คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่หรือไม่?""ตอนนี้ท่านพี่ถูกคุมขังอยู่ที่กองปราบฝ่ายเหนือ ถ้าจะให้ลู่หยวนแห่งกองปราบฝ่ายเหนือปล่อยตัวออกมา เซี่ยอวี้เหิงก็แค่ต้องไปพูดกับพี่เขยของเขาเพีย
Read more

บทที่ 33

นางก้มลงหมายช่วยปลอบโยน แต่ก็รู้สึกเศร้าใจจนพูดไม่ออกแล้วเช่นกันใบหน้าของจี้หานอีซีดขาว ขณะปลายนิ้วจิกมุมโต๊ะแน่น ชาสองถ้วยตรงหน้ายังไม่ถูกแตะต้อง ไอร้อนลอยกรุ่น คำว่าไร้ประโยชน์กำลังกรีดลึกลงกลางใจราวกับว่านางมีชีวิตอยู่เพื่อเอาใจสามี แม้สามีจะไม่รักนาง แต่หากเอาใจไม่ได้ ก็เท่ากับนางไร้ประโยชน์จี้หานอีเท้าแขนยันโต๊ะก่อนลุกขึ้น เงยหน้าสบสายตาอันโศกเศร้าของหรงชุน กระซิบว่า "ไม่เป็นไรหรอก""ประเดี๋ยวก็ผ่านไปแล้ว"พูดจบ นางก็ปรับสีหน้าและอารมณ์ เดินออกไปข้างนอกหรงชุนรีบวิ่งตามไปถาม "ฮูหยินน้อยจะไปไหนเจ้าคะ?"จี้หานอีเม้มริมฝีปาก เมื่อถึงประตูเรือน ก็มองเห็นทิศทางที่ป้าสะใภ้เดินจากไป ในใจพลันเข้าใจกระจ่างป้าสะใภ้ต้องไปหาแม่สามีของนางแน่หัวใจนางกระตุกวูบ รีบเร่งฝีเท้าตามไป น่าเสียดายที่คำพูดเมื่อครู่ไม่อาจทำให้ป้าสะใภ้เปลี่ยนใจ คนสกุลเซี่ยล้วนเย็นชา แม้แต่เซี่ยอวี้เหิงยังไม่สนใจ ฮูหยินใหญ่ยิ่งไม่ต้องพูดถึงแต่จี้หานอีก็ยังมาช้าไปก้าวหนึ่งเท้ายังไม่ทันก้าวพ้นธรณีประตูโถงกลาง ก็ได้ยินเสียงเข้มงวดอันเป็นเอกลักษณ์ของฮูหยินใหญ่สกุลเซี่ยดังขึ้น "นี่ฮูหยินรองสกุลกู้คิดใช้เงินทองพ
Read more

บทที่ 34

เมื่อก่อนที่จี้หานอีอดทนได้ ย่อมเป็นเพราะนางรู้ว่าตนต้องอยู่ในจวนสกุลเซี่ยไปชั่วชีวิต รู้ว่าสิ่งที่เซี่ยอวี้เหิงไม่พึงปรารถนาที่สุดคือเห็นเรือนหลังไม่สงบสุข วุ่นวายไม่จบสิ้นนางจึงอดทนอดกลั้นในทุกเรื่อง เพื่อรักษาภาพลักษณ์ความปรองดองในจวนต่อหน้าเขานางไม่เคยพูดจาว่าร้ายสกุลเซี่ยให้ผู้ใดฟังสักครึ่งคำ และยิ่งไม่เคยโต้เถียงแย่งชิงความเป็นใหญ่ภายในจวนแม้แต่น้อยฝ่ายแม่สามีจึงชินชากับการวางท่าใช้อำนาจต่อหน้านาง ด้วยรู้ดีว่าเบื้องหลังของนางไร้คนคอยสนับสนุนจี้หานอีเงยหน้าสบสายตาเซี่ยจิ่น นางกระชับแขนเสื้อ ยืนตัวตรง น้ำเสียงที่เดิมทีมักอ่อนหวานนุ่มนวล ไพเราะเสนาะหู แต่บัดนี้กลับไม่เหมือนกาลก่อน ฟังดูเย็นชามากกว่าเดิมเล็กน้อย "พี่หญิงใหญ่ไม่ต้องกล่าวเช่นนี้ก็ได้เจ้าค่ะ นับแต่ข้าแต่งเข้าสกุลเซี่ยมาสามปี ข้าเคยนำเรื่องยุ่งยากอันใดมาให้พวกท่านบ้างหรือไม่?""แต่ในเมื่อพูดถึงขั้นนี้แล้ว ก็รบกวนพี่หญิงใหญ่แจกแจงมาให้ชัดเจนเถิด""เรื่องราวทางบ้านท่านตาของข้า นอกจากเรื่องนี้แล้ว มีเรื่องใดเคยรบกวนสกุลเซี่ยบ้างหรือไม่?""กระทั่งยามมารดาข้าป่วยหนัก หรือช่วงเทศกาลปีใหม่ คุณชายใหญ่ไม่เคยกลับไปเยี่ย
Read more

บทที่ 35

"เช่นนั้นมิวุ่นวายไปกันใหญ่หรือ?"นางหลิวผู้นั่งอยู่ด้านล่างได้ฟังดังนั้น สายตาก็อดมองไปทางจี้หานอีที่ยืนอยู่กลางโถงไม่ได้ชั่วขณะนั้นเอง นางถึงได้เข้าใจกระจ่างว่าจี้หานอีอยู่ในสกุลเซี่ยด้วยสถานะเช่นไรตนเองวู่วามบุกมาในครั้งนี้ กลับนำพาความยุ่งยากมาให้หานอีเสียแล้วไม่ว่าอย่างไร เรื่องราวเบื้องลึกในสกุลกู้ก็เป็นเรื่องภายใน ทว่ายามนี้แม้แต่ลูกสาวที่แต่งออกไปแล้วของสกุลเซี่ยก็ยังกล้าวางอำนาจรังแกจี้หานอี นางย่อมทนฟังต่อไปไม่ไหวอีกทั้ง คำพูดคำจาของฮูหยินใหญ่สกุลเซี่ยผู้นี้ ทุกถ้อยคำล้วนเสียดแทงใจนางนักนางเข้าใจแล้ว ต่อให้ร้องขอต่อไป คนสกุลเซี่ยก็ไม่มีทางยื่นมือเข้าช่วยนางพลันหวนนึกถึงคำพูดก่อนหน้านี้ของจี้หานอี หากสกุลเซี่ยยินดีช่วย ก็คงช่วยไปนานแล้ว ไยต้องยื้อเวลามานานหลายวันเล่านางลุกขึ้นยืน มองหน้าฮูหยินใหญ่สกุลเซี่ย "อาศัยบารมีสกุลเซี่ยหรือ?""หลานสาวข้าเคยอาศัยบารมีของสกุลเซี่ยอันใดกัน?""นางอยู่ในสกุลเซี่ยอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว แต่ยามนี้ พวกท่านกลับคิดใส่ร้ายหลานสาวข้าตามอำเภอใจงั้นหรือ?""วันนี้หลานสาวข้าพยายามขัดขวางไม่ให้ข้ามา เป็นข้าเองที่ดึงดันจะมาให้ได้""เดิ
Read more

บทที่ 36

ถ้อยคำที่ถูกฝังลึกอยู่ก้นบึ้งหัวใจมาเนิ่นนาน ในที่สุด ก็ได้เอื้อนเอ่ยออกมาเสียทีตลอดสามปีนี้ สมาชิกสกุลเซี่ยทุกคนต่างคิดว่าการที่นางได้แต่งกับเซี่ยอวี้เหิง คือความเมตตาที่สกุลเซี่ยหยิบยื่นให้แก่นางแม้กระทั่งตัวเซี่ยอวี้เหิงเองก็ยังคิดเช่นนั้นดังนั้น พวกเขาจึงถือสิทธิ์วางตัวอยู่เหนือกว่า คอยชี้นิ้วสั่งนาง และวิพากษ์วิจารณ์ราวตนเองเป็นผู้กุมชะตาชีวิตนางหลินเบิกตากว้างจ้องมองจี้หานอีผู้ยืนสงบนิ่งอยู่ด้านหน้านางสวมอาภรณ์สีเทาอ่อน นัยน์ตาไม่เย็นชาแต่ก็ไม่อบอุ่น ต่างหูสีเขียวหยกทิ้งตัวสงบนิ่ง แม้ท่าทีจะดูนอบน้อมดั่งเช่นทุกวันที่ยืนอยู่ตรงนั้น ทว่าวันนี้กลับทำให้นางหลินรู้สึกจุกแน่นในอกเป็นระลอกนางชี้หน้าจี้หานอี แต่ผ่านไปเนิ่นนานกลับไม่รู้จะพูดคำใดผู้อื่นอาจไม่รู้ที่มาที่ไปของการแต่งงานครั้งนี้ แต่นางรู้ สามีนางรู้ และฮูหยินผู้เฒ่าก็รู้เช่นกันในอดีต จี้จิ่งบิดาของจี้หานอีนั้นเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะผู้หนึ่ง ไม่เพียงรูปงามนามสง่า ทั้งยังสอบได้ตำแหน่งทั่นฮวา ได้รับความไว้วางใจจากอัครมหาเสนาบดีเสิ่นในขณะนั้น จากบัณฑิตยากจนไร้ภูมิหลัง เพียงเจ็ดปี ก็ได้เลื่อนขั้นเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจ
Read more

บทที่ 37

เซี่ยจิ่นกล่าวว่า "สามีข้าบอกว่ามิใช่โทษร้ายแรงอันใด แต่เขาถามอวี้เหิงดูแล้ว อวี้เหิงบอกให้จัดการไปตามกฎหมาย ข้าจึงไม่ได้ซักไซ้ต่อเจ้าค่ะ"นางหลินถอนหายใจ "สมกับเป็นอวี้เหิงจริง ๆ "เซี่ยจิ่นจึงกล่าวต่อ "หากให้ข้าพูด เดิมทีก็ไม่ควรช่วยอยู่แล้ว เกรงแต่ว่าหากเริ่มช่วยหนหนึ่ง ภายหน้าจะไม่จบไม่สิ้นเอาหรือเจ้าคะ?""สกุลกู้ก็ตกต่ำถึงเพียงนั้นแล้ว ไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะมีเรื่องราวใดอีกบ้าง?"นางหลินพยักหน้าเห็นพ้อง "ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล"เมื่อจี้หานอีกลับถึงห้องหนังสือ เอนกายพิงตั่งกุ้ยเฟยได้ครู่เดียวก็ไอโขลกในมือบีบเตาพกแน่น ไออุ่นจากถ่านไฟปลายเท้าแผ่ขึ้นสู่ร่างกาย นางทอดสายตามองนอกหน้าต่าง ถามเวลาจากหรงชุน ก่อนก้มหน้าเหม่อมองถ่านไฟด้วยความใจลอยในเวลาเดียวกันนี้ ลู่หยวนกำลังสาวเท้าก้าวผ่านประตูอี้เหมินของสำนักตรวจการอย่างรีบร้อน ก่อนเดินตามเสมียนผู้น้อยไปยังโถงรองขณะยืนอยู่หน้าประตูโถงรอง หัวใจของลู่หยวนก็เต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น ไม่รู้ว่าท่านเจ้ากรมเรียกเขามาด้วยเหตุอันใดได้ยินว่าวันนี้ทางสำนักตรวจการยังเชิญนายกองใต้บังคับบัญชาของเขามาสองคน ในใจเขายิ่งไม่สงบสุขต้องรู้ว่าน
Read more

บทที่ 38

ยามนี้ ลู่หยวนไม่ได้โต้แย้งเลยว่าสองคนนั้นรับเงินไปจริงหรือไม่เพราะในเมื่อเสิ่นซื่อเรียกตัวคนมาถึงที่นี่ ย่อมต้องมีหลักฐานแน่นหนา หากยังฝืนโต้แย้ง ก็ไม่ต่างจากราดน้ำมันลงบนกองไฟและเขาย่อมรู้นิสัยผู้ใต้บังคับบัญชาของตนเองดี การขูดรีดผู้ที่ถูกจับกุมนั้นถือเป็นเรื่องปกติ และลูกน้องเขาก็ยังอุตส่าห์มีน้ำใจมอบส่วนแบ่งให้ เขาจึงทำเป็นลืมตาข้างหนึ่งหลับตาข้างหนึ่งมาโดยตลอดหากว่ากันตามจริง หรือหากสืบสาวราวเรื่องให้มันลึกซึ้ง ตัวเขาเองก็คงต้องพลอยติดร่างแหไปด้วยเพียงแต่ลู่หยวนคิดไม่ถึงเลยว่า เสิ่นซื่อจะลดตัวลงมาจับตามองขุนนางชั้นผู้น้อยเหล่านี้แม้แต่ความผิดของนายกองเล็ก ๆ สองคนก็ยังล่วงรู้ นี่ยิ่งทำให้ลู่หยวนรู้สึกหวาดกลัวเสิ่นซื่อมากขึ้นกว่าเดิม ปกติเขาเป็นคนระมัดระวังตัว แต่หากพลาดท่าถูกจับได้คาหนังคาเขาเล่า?เช่นครั้งนี้ หากจะเอาผิดจริง ๆ เพียงเสิ่นซื่อยื่นฎีกากราบทูลเบื้องบนว่าเขาละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยปละผู้ใต้บังคับบัญชา ตำแหน่งขุนนางของเขาก็คงรักษาไว้ไม่ได้แล้วเสิ่นซื่อไพล่มือไว้ด้านหลัง ร่างสูงโปร่งเดินมาหยุดเท้าลงตรงหน้าลู่หยวนผู้กำลังคุกเข่าอยู่กับพื้น "ว่าอย่างไร? ข่
Read more

บทที่ 39

แต่เวลานี้ ลู่หยวนไม่สนใจสิ่งใดอีกแล้ว เขารู้เพียงว่าหากพูดผิดอีกแม้แต่ครึ่งคำ นั่นก็หมายถึงจุดจบที่ไม่อาจแก้ไข จึงรีบอธิบายให้เสิ่นซื่อฟังด้วยความตื่นตระหนก "ใต้เท้าโปรดฟังผู้น้อยแก้ต่างก่อนขอรับ กู้สวินผู้นั้นแม้เป็นญาติผู้พี่ของน้องสะใภ้ภรรยาผู้น้อย แต่เซี่ยอวี้เหิงผู้เป็นน้องชายภรรยาผู้น้อยก็ทำงานอยู่ที่ศาลต้าหลี่ ประพฤติตนยึดมั่นในความยุติธรรมมาโดยตลอด""อีกอย่าง ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับภรรยาก็ไม่สู้ดีนัก เห็นว่าไม่ได้ชอบหน้านางสักเท่าใด ดังนั้น เขาจึงไม่มีทางมาขอร้องผู้น้อยเพราะเห็นแก่ภรรยาแน่นอน"ยามนี้ ลู่หยวนไม่สนแล้วว่าจะนำเรื่องในบ้านของเซี่ยอวี้เหิงออกมาพูดหรือไม่ ในใจคิดเพียงต้องการให้ตนเองพ้นผิดเท่านั้นพูดจบ เขาก็กล่าวเสียงสั่นเครือ "ขอท่านเจ้ากรมโปรดตรวจสอบให้ชัดเจนด้วยเถิด"เสิ่นซื่อชำเลืองมองเล็กน้อย ก่อนสบเข้ากับแววตาตื่นตระหนกของลู่หยวนใบหน้าของเขาไร้อารมณ์ สายตาเข้มขรึม ขณะถาม "จริงหรือ? แต่ข้าได้ยินมาว่าพวกเขาหมั้นหมายกันมาแต่เล็ก แล้วเซี่ยอวี้เหิงจะไม่ชอบภรรยาเอกของตนเองได้อย่างไร?"ลู่หยวนตะลึงงัน ด้วยนึกไม่ถึงว่าเสิ่นซื่อจะรู้เรื่องนี้หรือว่าเพราะต้อง
Read more

บทที่ 40

เมื่อลู่หยวนเดินออกไปแล้ว เสิ่นซื่อก็หันกลับมา ก่อนเงยหน้ามองตัวอักษรบนป้ายสูงตระหง่านซึ่งเขียนคำขวัญรักษาวินัยผดุงคุณธรรม ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายลอยล่องต้องแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง เสิ่นซื่อยืนนิ่งงันอยู่เนิ่นนาน ยากจะดูออกว่าเขากำลังครุ่นคิดสิ่งใดแต่เหวินอันผู้ยืนอยู่นอกฉากกั้นมาโดยตลอด กลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางประการประโยคสุดท้ายที่เจ้านายของเขาพูดกับใต้เท้าลู่เมื่อครู่ เขาติดตามรับใช้เจ้านายมาหลายปี เจ้านายเคยเอ่ยปากชมเชยผู้ใดเสียที่ไหน และเคยใส่ใจบัณฑิตในสำนักศึกษากั๋วจื่อเจี้ยนตั้งแต่เมื่อใดกันถ้อยคำนั้นชัดเจนว่ากำลังชี้แนะใต้เท้าลู่หลายปีมานี้ ไม่ว่าเป็นคนใหญ่คนโตจากที่ใดคิดเข้าหาขอความเมตตาจากเจ้านายของเขา ก็ต้องพบแต่ความผิดหวังทั้งสิ้นโดยปกติแล้ว เจ้านายมีงานรัดตัว แต่เวลานี้กลับเรียกใต้เท้าลู่มาสอบสวนความผิดเพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยเท่านี้ แม้แต่เหวินอันเองก็คาดไม่ถึงเช่นกันแล้วเขาก็พลันหวนนึกถึงสตรีที่บังเอิญพบกันเมื่อวันก่อน คล้ายเจ้านายจะหยุดเท้ามองดูนางอยู่ชั่วครู่...เหวินอันคิดฟุ้งซ่านไปไกล รู้สึกเพียงว่ายิ่งคิดก็ยิ่งพิกลนัก จึงรีบสลัดความคิดนั้นทิ
Read more
PREV
123456
...
19
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status