All Chapters of ลิขิตรักท่านโหวเย็นชา: Chapter 11 - Chapter 20

188 Chapters

บทที่ 11

เมื่อจี้หานอีพิจารณาดูสภาพของเซี่ยอวี้เหิง ก็รู้ได้ทันทีว่าเขาคงทราบข่าวอาการป่วยของมารดาแล้ว ถึงได้รีบไปเยี่ยมโดยไม่ทันได้เปลี่ยนเสื้อผ้าแต่การที่เขามาที่นี่ยามนี้ คงเป็นเพราะจำคำพูดของนางเมื่อเช้านี้ได้กระมังจี้หานอีครุ่นคิด กำลังจะสั่งให้บ่าวไพร่ถอยออกไปก่อนเพื่อพูดคุยเรื่องการหย่า แต่ยังไม่ทันได้ออกคำสั่ง เซี่ยอวี้เหิงก็ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเย็นชาพลางกล่าวว่า "มารดาข้าป่วยหนัก ข้ากลับมาเห็นมีเพียงหมิงโหรวคอยดูแลอยู่ข้างกายผู้เดียว เจ้าในฐานะสะใภ้ใหญ่ ละเลยแม่สามีเยี่ยงนี้มันใช้ได้หรือ?""หมิงโหรวร่างกายอ่อนแอมาตลอด แล้วเจ้าปล่อยให้นางปรนนิบัติอยู่ผู้เดียวได้อย่างไร?"จี้หานอีชะงักงัน ขมวดคิ้วมองเซี่ยอวี้เหิง "ข้ามิได้ละเลย เมื่อช่วงสายพอทราบว่าท่านแม่ป่วยหนัก ข้าก็..."คำพูดของจี้หานอีถูกสุ้มเสียงที่ดังขึ้นของเซี่ยอวี้เหิงขัดจังหวะ นางเงยหน้าขึ้น สิ่งที่พบคือแววตาซึ่งมีแต่ความผิดหวังของเขา "หานอี สกุลเซี่ยไม่เคยทำผิดต่อเจ้า""ตัวข้าเองยิ่งไม่เคยทำผิดต่อเจ้า""แต่เจ้ากลับบีบคั้นให้ทุกคนต้องรู้สึกผิดต่อเจ้า เจ้าถึงจะพอใจกระนั้นหรือ?"จี้หานอีตะลึงงัน ปลายนิ้วเรียวขาวที่วางบน
Read more

บทที่ 12

จี้หานอีคลี่ยิ้มขื่น นางย่อมเข้าใจ ดูท่าเขาคงรู้เรื่องญาติผู้พี่ของนางแล้ว และเขาก็คิดไปเองว่านางจะขอร้องให้เขาช่วยเหลือญาติผู้พี่คนนั้นแม้รู้อยู่แล้วว่าเขาคงไม่ช่วย แต่เมื่อได้ยินกับหูเช่นนี้ ก็ยังอดรู้สึกเจ็บแปลบในใจขึ้นมาไม่ได้เสื้อสีชมพูที่คลุมไหล่ชั้นนอกเลื่อนหลุดลง เส้นผมยาวสลวยซึ่งเกล้าไว้เรียบง่ายตกสยายลงมาปรกไหล่ข้างหนึ่ง ใบหน้าขาวกระจ่างบอกถึงความเหนื่อยล้าจากพิษไข้ ทว่าภายใต้แสงโคมไฟที่สลัวราง นางกลับดูอ่อนโยนงดงามนักหรงชุนรีบเข้ามาช่วยจัดเสื้อคลุมที่ร่วงหล่นให้แก่จี้หานอี พลางพูดด้วยความอึดอัดใจ "นายท่านเข้าใจผิด ถึงได้พูดจาด้วยอารมณ์เช่นนั้น ขอเพียงฮูหยินน้อยอธิบายให้กระจ่าง นายท่านต้องรับฟังแน่เจ้าค่ะ"จี้หานอียกมือกุมขมับ ยื่นส่งหนังสือหย่าในมือให้หรงชุนนำไปเก็บ ก่อนก้มหน้าลงมองหมึกหยดหนึ่งบนหน้ากระดาษขาวสะอาด ซึ่งดูคล้ายรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันลบเลือน และไม่มีวันหวนคืนสู่สภาพเดิมได้อีกไม่มีวันกลับมาเป็นปกติได้อีกแล้วกระทั่งเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น จี้หานอีตื่นนอนถึงได้รู้ว่าเช้านี้เซี่ยอวี้เหิงก็ไม่ได้แวะมา เพียงส่งบ่าวรับใช้มาเอาเสื้อผ้าของเขาไปให้ที่ห้องหนังสือเรือ
Read more

บทที่ 13

สิ้นคำกล่าวของเซี่ยอวี้เหิง นางหลินก็หันไปมองบุตรชายด้วยความประหลาดใจเรื่องที่เขาไม่ยอมรับอนุภรรยานั้น คาดว่าแปดส่วนคงเป็นเพราะบุตรชายยังมีใจให้แก่หลี่หมิงโหรว ทั้งสองเติบโตมาด้วยกัน บุตรชายนางเป็นคนเย็นชา จะมีก็เพียงกับหมิงโหรวเท่านั้นที่เขาปฏิบัติด้วยความอ่อนโยน ช่างน่าเสียดายโดยแท้นางถอนหายใจ "แม่ไม่สนหรอกว่าเจ้าคิดอ่านอย่างไร แม่เพียงอยากอุ้มหลานเร็ว ๆ เท่านั้น"เซี่ยอวี้เหิงเม้มริมฝีปาก ยามเดินออกไป ก็หันไปกำชับคนสนิทข้างกาย ให้ส่งยาบำรุงไปให้จี้หานอีชายหนุ่มรู้ดีว่าเมื่อคืนตนเองไม่ควรผลีผลามเข้าไปตำหนินางเช่นนั้น ถึงอย่างไรเขาก็เป็นฝ่ายเข้าใจนางผิดไป จึงคิดไว้ว่าเย็นนี้จะรีบกลับมาอยู่เป็นเพื่อนนางเซี่ยอวี้เหิงพลันนึกขึ้นได้ว่า ช่วงนี้เขางานยุ่ง ไม่ได้อยู่ทานมื้อค่ำกับจี้หานอีนานแล้วจี้หานอียังคงไปคารวะแม่สามีแต่เช้าตรู่เช่นเคยเมื่อนางหลินมองเห็นร่องรอยความป่วยไข้บนใบหน้าจี้หานอี ก็ถอนหายใจ ตบหลังมือลูกสะใภ้เบา ๆ "ครั้งนี้เจ้าป่วยหนักใช่เล่น ช่วงนี้ยังไม่ต้องมาปรนนิบัติข้าหรอก""ทางนี้มีสาวใช้และบ่าวไพร่คอยดูแล หมิงโหรวเองก็แวะเวียนมาคุยเล่นเป็นเพื่อนข้าบ่อย ๆ เจ้ากล
Read more

บทที่ 14

กู้เยี่ยนพลันเดินเข้ามาจากด้านนอกด้วยความรีบร้อน เมื่อพ้นประตูแล้วสายตาก็พบเข้ากับร่างบอบบางในชุดสีม่วงงามนั่งอยู่บนเก้าอี้ฝ่ามือเขาพลันชื้นไปด้วยเหงื่อ ฝีเท้าเร่งรีบเมื่อครู่พลันชะงักงัน เขาไม่กล้าแม้แต่จะสบตา ทำได้เพียงมองต่างหูหยกมรกตซึ่งกำลังแกว่งไกวอยู่ข้างแก้มนวล เขาอ้าปาก แผ่นหลังมีเหงื่อผุดซึม แทบลืมเลือนสุ้มเสียงของตนเองไปเสียสิ้น "น้องหานอี"จี้หานอีเงยหน้ามองกู้เยี่ยน ไม่ได้พบกันนานแล้ว คล้ายเขาจะสูงขึ้นไม่น้อย รูปร่างก็หล่อเหลาสูงโปร่ง ดูสุขุมกว่าแต่ก่อน ไม่ใช่กู้เยี่ยนคนเดิมที่เคยชอบแกล้งนางในความทรงจำอีกต่อไปนางคลี่ยิ้ม ทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "พี่เยี่ยน สบายดีหรือ?"กู้เยี่ยนกำมือแน่น หัวใจเต้นรัวดั่งกลองศึก ก่อนพยักหน้ารับคำรัวเร็ว "ย่อมสบายดี"แต่เมื่อพูดจบ ใบหน้าเขากลับร้อนผ่าวยามนั้นเอง ฮูหยินใหญ่และฮูหยินรองสกุลกู้ก็เดินเข้ามาจากด้านนอกฮูหยินรองมีใบหน้าซูบซีดอิดโรย ขอบตาแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่ายังคงกังวลเรื่องบุตรชายส่วนฮูหยินใหญ่ก็วางตัวภูมิฐานไม่แปรเปลี่ยน แม้เห็นจี้หานอีมาเยือน สีหน้าก็ไม่ได้แสดงความยินดีอันใด แววตาเรียบเฉยไร้อารมณ์ความรู้สึก ขณะถามว่า
Read more

บทที่ 15

อารมณ์ความรู้สึกเหล่านี้ นางมักเก็บซ่อนไว้ได้เป็นอย่างดี เมื่อสบกับดวงตาแดงก่ำของป้าสะใภ้รอง ด้วยความที่เข้าใจถึงความโศกเศร้าของอีกฝ่าย นางจึงกล่าวว่า "พี่สวินเกิดเรื่อง ข้าเองก็ร้อนใจเช่นกันเจ้าค่ะ ข้าย่อมต้องช่วยอย่างสุดความสามารถ แต่ความร้อนรนไม่อาจแก้ไขเรื่องราว รอให้ข้าไปพบท่านยายก่อนเถิดนะเจ้าคะ"คนรอบข้างต่างพากันเข้ามาเกลี้ยกล่อมให้ฮูหยินรองใจเย็นลง ผ่านไปครู่ใหญ่ นางฟางจึงยอมคลายมือที่จิกแน่นออกจากข้อมือของจี้หานอีเมื่อก้าวพ้นห้องโถงหลัก จี้หานอีก็ก้มหน้าลงมองข้อมือ รอยนิ้วมือสีแดงสดที่ปรากฏอยู่บนนั้น ทำให้นางรู้สึกไร้เรี่ยวแรงไปทั้งร่างความจริงในอดีต ป้าสะใภ้ทั้งสองดีต่อนางยิ่งนักแต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปในปีที่ท่านพ่อของนางประสบเคราะห์กรรมขณะนั้นท่านพ่อดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมกลาโหม และเป็นช่วงสองปีที่ชนเผ่าหูรุกรานเหลียวซีอยู่บ่อยครั้ง แม่ทัพนายกองที่ถูกส่งไปเฝ้ารักษาชายแดนล้วนแตกพ่าย ไม่ถึงหนึ่งปี ค่ายทหารกว่าสองร้อยแห่งก็ถูกปล้นชิงกวาดล้างท่านพ่อได้เสนอชื่อรองเสนาบดีกรมกลาโหมฝ่ายซ้ายในขณะนั้นให้ดำรงตำแหน่งข้าหลวงตรวจการกองทัพ ทั้งยังเสนอชื่อแม่ทัพอีกหลายนาย ซึ่งล้วนเ
Read more

บทที่ 16

ขณะพูด ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ก็ทอดสายตามองหว่างคิ้วของจี้หานอีด้วยความเวทนา จึงเอื้อมมือไปลูบผมหลานสาว นิ้วมือที่เหี่ยวย่นตามกาลเวลานั้นสัมผัสลงบนใบหน้านวลเนียน ขอบตาเริ่มแดงเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย "อีเอ๋อร์ ยายรู้ว่าความจริงแล้วเจ้าคงลำบากใจนัก เมื่อเบื้องหลังไร้บ้านเดิมคอยสนับสนุน เจ้าแต่งเข้าสกุลเซี่ย คนสกุลเซี่ยเองก็ใช่ว่าจะดีต่อเจ้าสักเท่าใด""ป้าสะใภ้ทั้งสองของเจ้าก็เอาแต่ผูกใจเจ็บ โทษว่าบิดาเจ้าก่อเรื่องพลอยทำลุงทั้งสองของเจ้าเดือดร้อน จึงพาลมาโทษเจ้าอีกคน""แต่เจ้าอย่าได้เก็บมาใส่ใจ เรื่องของพี่สวินในครั้งนี้ หากช่วยได้ก็ช่วย แต่อย่าให้ถึงขั้นต้องผิดใจกับอวี้เหิง เจ้าไม่ควรต้องอยู่สกุลเซี่ยด้วยความลำบากใจไปมากกว่านี้""ยายเข้าใจเจ้าดี เจ้าไม่เคยพูดจาว่าร้ายผู้ใด เอาเป็นว่าทางป้าสะใภ้ของเจ้า เดี๋ยวยายจะออกหน้าแทนเจ้าเอง เจ้าไม่ต้องกดดันตนเองให้มากเกินไปนัก""ไม่ว่าพี่สวินจะออกมาได้หรือไม่ นั่นล้วนเป็นชะตาฟ้าลิขิต ยายหวังเพียงให้เจ้าใช้ชีวิตในสกุลเซี่ยอย่างมีความสุขก็พอ""สกุลกู้อย่างไรก็ต้องมีสักคนที่ได้อยู่เย็นเป็นสุข..."คำพูดนี้ทำเอาขอบตาของจี้หานอีแดงก่ำต้องก้มหน้าลง ด้วยไม่อาจฝ
Read more

บทที่ 17

เมื่อก้าวออกจากเรือนของท่านยาย จี้หานอีก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับดวงตาเบา ๆ จากนั้นจึงเรียกหรงชุนที่อยู่ข้างกายมาช่วยดูให้ละเอียด หลังมั่นใจว่าไม่เหลือร่องรอยการร้องไห้แล้ว นางถึงค่อยวางใจนางหมุนตัวมุ่งหน้าไปทางเรือนของมารดา เกล็ดหิมะเริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง เพียงแต่เป็นละอองหิมะบางเบา ยามตกกระทบพวงแก้มจึงไม่ได้รู้สึกหนาวเย็นเท่าใดขณะสาวใช้ผู้เฝ้าหน้าประตูเรือนนามฮุ่ยหลานเห็นจี้หานอีเดินมาแต่ไกล สีหน้าก็พลันฉายแววดีใจไม่ปิดบัง รีบตะโกนบอกคนข้างในด้วยความลนลานระคนตื่นเต้น ก่อนจะวิ่งออกมาต้อนรับจี้หานอี น้ำเสียงบอกถึงความปลาบปลื้ม "เมื่อครู่ประตูหน้าแจ้งว่าคุณหนูมาถึงแล้ว ฮูหยินดีใจมากเลยเจ้าค่ะ""บัดนี้ชงชาซานจวินที่คุณหนูชอบ ซ้ำยังต้มน้ำขิงพุทราเพื่อขับไล่ความหนาวเย็นเตรียมไว้แล้ว รอก็แต่คุณหนูมาถึงเท่านั้นเจ้าค่ะ"จี้หานอีอมยิ้ม นัยน์ตากระจ่างใสภายใต้คิ้วเรียวสวยทอประกายระยิบระยับ นางเดินไปข้างหน้าพลางถามเสียงนุ่ม "ช่วงนี้ท่านแม่สุขภาพดีขึ้นบ้างหรือไม่?"ชุนจวี๋รีบตอบว่า "คุณหนูไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าค่ะ ช่วงนี้ฮูหยินดูสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมากทีเดียว"จี้หานอีพยักหน้ารับก่อนเดินเข้า
Read more

บทที่ 18

เมื่อเดินผ่านฉากกั้นบังลมสองชั้นเข้าไป จึงได้พบมารดานอนสงบนิ่งอยู่บนเตียงนางกู้สวมเพียงชุดตัวในบางเบา ไหล่คลุมทับด้วยผ้าห่มขนแกะ แม้ใบหน้าสตรีผู้นี้จะดูป่วยไข้แต่เค้าความงามยังคงแจ่มชัด ถึงจะต้องนอนซมเพราะโรคภัยรุมเร้า แต่ทุกกิริยาก็ยังคงไว้ซึ่งความสง่างามจี้หานอีเดินตรงไปที่ข้างเตียงหลังเห็นจี้หานอีเดินเข้ามา ใบหน้าซีดเซียวซูบตอบของนางกู้ก็ปรากฏรอยยิ้ม นางขยับตัวนั่งหลังตรงขึ้นเล็กน้อย ยิ้มพลางพินิจใบหน้าจี้หานอี สายตาอันอ่อนโยนไล่มองตั้งแต่เครื่องประดับบนเรือนผมลงไปจรดชายกระโปรงปิ่นปักผมทำจากหยกเนื้อดี อาภรณ์บนร่างตัดเย็บจากผ้าไหมสู่จิ่นอันล้ำค่า สร้อยไข่มุกบนลำคอก็เปล่งประกายงดงามไร้ที่ตินางกู้จึงวางใจแล้ว ไม่ว่าคนนอกจะเล่าลือกันอย่างไร ไม่ว่าพี่สะใภ้ทั้งสองจะพูดจาถากถางเหน็บแนมต่อหน้าว่าบุตรสาวของนางอาจมีความเป็นอยู่ไม่สู้ดีในสกุลเซี่ยเพียงใด นางก็ไม่เชื่อทั้งสิ้นนางเชื่อเพียงคำพูดของบุตรสาวเท่านั้นสุดท้าย นางกู้ก็กุมมือจี้หานอีแน่น ไอโขลกเล็กน้อย แล้วไต่ถาม "ไปคารวะท่านยายกับป้าสะใภ้ทั้งสองมาแล้วหรือ?"จี้หานอีพยักหน้านุ่มนวล "เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ"สีหน้าของนางกู้ฉ
Read more

บทที่ 19

จี้หานอีสวมหมวกติดผ้าคลุมปิดบังโฉมหน้า ในมือประคองม้วนภาพวาด เดินตามขึ้นไปบนชั้นสามบริเวณทางเข้าชั้นสามมีเด็กหนุ่มหน้าตาดีสวมชุดผ้าไหมสีน้ำเงินยืนรออยู่ เมื่อเห็นผู้มาเยือนก็รีบกุลีกุจอเข้ามานำทาง เดินผ่านฉากกั้นสองชั้นไปจนถึงห้องหนังสือแห่งหนึ่ง จึงค่อยถอยออกไปอย่างเงียบงันสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือโต๊ะตัวใหญ่ทำจากไม้ฮวงหัวลี่ หลังโต๊ะมีบุรุษวัยสี่สิบปีกำลังยืนเลือกเฟ้นม้วนภาพวาดที่วางเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะด้วยความใส่ใจภาพวาดที่ถูกคัดเลือก ล้วนเป็นภาพที่จะนำออกประมูลในบ่ายวันนี้เมื่อบุรุษผู้นั้นเห็นจี้หานอีมาถึง ก็รีบเดินออกมาจากหลังโต๊ะตัวใหญ่ เชิญให้นางไปนั่งลงที่เก้าอี้ด้านข้างบนโต๊ะเตี้ยระหว่างเก้าอี้จัดวางชุดน้ำชา ชั้นวางดอกไม้อีกด้านประดับด้วยกล้วยไม้ ส่งกลิ่นหอมรวยริน ในอากาศอบอวลด้วยกลิ่นชาหอมกรุ่นจี้หานอีส่งม้วนภาพในมือออกไป น้ำเสียงนอบน้อม "รบกวนอาจารย์จางช่วยตรวจสอบด้วยเจ้าค่ะ"จางไห่รีบยื่นสองมือรับม้วนภาพวาด พลางทอดถอนใจด้วยความชื่นชม "ภาพวาดของฮูหยิน ย่อมต้องเป็นสินค้าล้ำค่าปิดท้ายรายการ ลำพังแค่ชื่อของสือหลานจวีซื่อ ก็มีผู้คนมากมายแย่งกันครอบครองแล้ว"อันที่จริ
Read more

บทที่ 20

ยามสบประสานกับดวงตาคู่นั้น หัวใจของจี้หานอีพลันสั่นไหว เท้าที่ก้าวออกไปด้านหน้า กลับต้องถอยร่นโดยไม่รู้ตัวจี้หานอีคาดไม่ถึงเลยว่า นางจะมาพบกับเสิ่นซื่อในที่แห่งนี้เสิ่นซื่อไม่ได้พูดคำใด ไม่ว่าหลงจู๊ข้างกายจะพยายามประจบเพียงใด เขาก็ไม่แม้แต่จะปรายตามองสักนิดชายหนุ่มไพล่มือไว้ด้านหลัง ใบหน้าที่เย็นชาดุจน้ำแข็งตลอดกาลนั้นยากคาดเดาความรู้สึก มีเพียงรูปโฉมอันสง่างามดุจสนหยก ที่ขับเน้นให้ผู้คนรอบกายดูต่ำต้อยราวเศษซากโคลนตมจี้หานอีรู้ดีว่า ความเย็นชาของเสิ่นซื่อนั้นติดตัวมาแต่กำเนิด เย็นชาประหนึ่งไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก แม้กระทั่งความชื่นชอบหรือชิงชังก็ไม่มี ผู้คนมากมายอยากเอาอกเอาใจเขา แต่กลับไม่เคยมีผู้ใดทำสำเร็จ ด้วยเขามักผลักไสผู้คนออกห่างพันลี้เสมอมาเพียงไม่กี่ก้าว ทั้งสองก็เดินมาเผชิญหน้ากันบนขั้นบันไดที่ไม่ได้กว้างขวางนักดวงตาอันเย็นชาของเสิ่นซื่อไม่ได้หยุดมองที่ร่างนาง นอกจากการสบตาเมื่อครู่ เขาก็ไม่ได้ปรายตามองนางอีกเลยนางถอยหลบไปชิดริมบันได กลิ่นหอมเย็นสูงศักดิ์จากกายเขาโชยมาปะทะจมูก ทว่าฝีเท้าของคนตรงหน้ากลับไม่ได้หยุดลงชั่วขณะนี้ จี้หานอีคิดฟุ้งซ่านไปไกล ได้แต่นึกส
Read more
PREV
123456
...
19
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status