แฟนจ้างก็มีหัวใจ의 모든 챕터: 챕터 131 - 챕터 140

141 챕터

ทิ้งตัว 2

กุนรุกหนักขึ้นเมื่อเห็นว่าฉันไม่ต่อต้าน เขาจูบเม้มริมฝีปากฉัน ดูดดึงทั้งกลีบปากบน กลีบปากล่าง ค่อยๆ แซะปลายลิ้นเข้ามาข้างใน ตวัดพัวพันกับโคนลิ้นของฉันด้วยชั้นเชิงที่น่าหลงใหล ไม่แพ้แฮค...แฮค นี่ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่คิดถึงเขาในเวลาแบบนี้ฉันรีบไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว ดึงอารมณ์กลับมาจดจ่ออยู่กับคนที่กำลังสวมกอดปลายนิ้วเกี่ยวคลำกางเกง ไล้วนอย่างอ้อยอิ่ง ริมฝีปากร้อนชื้นผละออกมาด้วยความอาลัยอาวรณ์เอ่ยกระซิบข้างใบหู“...ขอนะ”เสียงอ่อนนุ่มกดทับลงบนหัวใจ ต่อให้อยากปฏิเสธก็ทำไม่ไหว ยอมให้กุนขนาดนี้แล้วหากจะมากลับลำเอากลางคัน เขาจะรู้สึกยังไง...ฉันพยักหน้า แม้ข้างในจะรู้สึกฝืน... แต่คิดว่าคงไม่เป็นไร ทำๆ ไปเดี๋ยวก็มีอารมณ์ร่วมเองขนาดเวลาทำกับแฮค มีหลายครั้งที่ฉันไม่ต้องการแต่เขาก็ยังสามารถทำให้ฉันรู้สึกดีได้ในตอนท้าย กุนเองก็คงจะคล้ายๆ กันยังไงซะเซ็กส์มันก็เป็นเรื่องธรรมชาติ จะมีกับใครก็คงไม่ต่างอะไรกันมากพรึ่บ!กางเกงฉันลงไปกองอยู่ที่ข้อเท้า ฝ่ามือร้อนลากผ่านโคนขามาตรงกลาง ปลายนิ้วสอดเข้าใต้หว่างขา สัมผัสจุดอ่อนไหวกดลูบไปมาฉันสะดุ้ง ร่างกายผวาตามธรรมชาติ สะกดเสียงครางสะท้านในลำ
더 보기

ทำดีแค่ไหนก็ไม่ได้ใจเธอ

ทำยังไงดี ฉันเอามือกุมหัวรู้สึกจนปัญญา นึกอะไรไม่ออก กวาดตามองซ้ายมองขวา เหลือบไปเห็นเหยือกน้ำบนโต๊ะ รีบคว้าขึ้นมา สาดใส่ทั้งคู่ที่กัดกันเหมือนหมาทันทีซ่า…ได้ผลทั้งสองคนหยุดกึก แม้น้ำในเหยือกจะไม่มากพอให้เปียกโชก แต่ก็เพียงพอจะเรียกสติคนได้ ถ้ายังเป็นคนกันอยู่น่ะนะแฮคกับกุนรั้งคอเสื้ออีกฝ่ายค้างเอาไว้แล้วหันมามองฉันแทบจะพร้อมกัน“เลิกทะเลาะกันได้แล้ว พอสักที!”“จูน…” แฮคเป็นคนแรกที่ปล่อยมือ รีบกุลีกุจอเข้ามาปลอบฉัน แต่ฉันเหวี่ยงแขนเขาออกห่าง“อย่ามายุ่ง!”“อึก”ฉันถลึงตาใส่แฮค มองเขาด้วยสายตาผลักไส แต่พอเห็นแฮคทำหน้าสำนึกผิดกลับมา จิตใจฉันก็ดิ่งวูบลงไปอีก เป็นคนตวาดใส่เขาเอง แล้วก็เจ็บเองฉันกัดริมฝีปากแน่น กล้ำกลืนก้อนแข็งๆ ลงคอ ตวัดสายตาไปทางกุนเขาประคองตัวขึ้นยืน นิ้วโป้งเช็ดคราบเลือดบนปาก มองสบตาฉันโดยไม่พูดอะไรห้องตกอยู่ในความเงียบ ได้ยินแต่เสียงหายใจหอบรัวของผู้ชายสองคนที่ยังไม่คงที่“....”ฉันยืนอยู่ตรงกลางระหว่างแฮคกับกุน มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ มุมปากแตก สภาพยับเยินไม่ต่างกัน“เจ็บกันพอหรือยัง ถ้ายัง ก็เชิญต่อยกันต่อซะให้พอ แต่อย่ามาดึงฉันเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย”ฉั
더 보기

แพ้ทาง

ฉันไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ความเงียบที่โรยตัวลงมาพร้อมกับสายฝนครอบงำไปทั่วทั้งคันรถ ฉันไม่ได้ละสายตาจากนอกกระจกเลย เอาแต่จ้องอยู่แบบนั้น... ภาวนาให้ฝนหยุดตกเร็วๆ จะได้มีข้ออ้างออกไปจากที่นี่สักทีพรึ่บผ้าขนหนูไม่รู้มาจากไหน แนบลงบนศีรษะอย่างเบามือ นัยน์ตาฉันกระตุกไหว สติที่หลุดลอยหายไปหวนกลับมาทันที“ทำอะไร!” ฉันหันขวับไปจ้องแฮคนัยน์ตาขวาง ดึงผ้าขนหนูออกจากหัวตัวเองทันควัน“ผมเปียก เดี๋ยวไม่สบาย เช็ดหน่อย”“ยุ่ง!” ฉันหัวฟัดหัวเหวี่ยงใส่แฮค ปาผ้าขนหนูใส่หน้าเขา ซึ่งโดนเต็มๆจิตใจฉันดิ่งวูบ ตกใจที่เขาไม่หลบ ...ปกติต้องหลบสิ จะมาทนรับแรงกระแทกจากฉันทำไมอยู่ดีๆ ก็เล่นบทเหยื่อเฉยแฮคไม่หือไม่อือ เขาแค่นั่งนิ่งๆ ให้ผ้าขนหนูเลื่อนตกลงไปเองตามแรงโน้มถ่วงโลก แล้วก็หยิบขึ้นมาพูดหน้าตาเฉย“โทษที มันคงสกปรกเกินไป แต่ในนี้ไม่มีผืนใหม่ ทนๆ ใช้ไปก่อนแล้วกันนะ ดีกว่าไม่มีอะไรเช็ด”คิ้วฉันกระตุก รู้สึกประโยคของแฮคมันแปลกๆ เหมือนเขาต้องการสื่ออะไรสักอย่าง ยิ่งทำฉันโมโหขึ้นไปอีก“อยากพูดอะไรก็พูดมาตรงๆ ไม่ต้องเล่นสำบัดสำนวน”“จูนหมายถึงอะไร”“ก็นาย! ...ช่างเถอะ” ฉันสูดหายใจลึก มองนัยน์ตาซื่อบื้อข
더 보기

มองเขารักกัน

จู่ๆ ฝนก็ตกกุนเงยหน้าขึ้นมองออกไปนอกหน้าต่าง แม้จิตใจจะย่ำแย่หลังจากโดนปฏิเสธแล้วปฏิเสธอีก ทว่าในใจยังนึกเป็นห่วงเนปจูน พะวงหาไม่เลิกไม่แล้วการตัดเยื่อใยกับใครสักคนที่เรารู้สึกไปแล้ว ไม่มีทางทำได้ในสิบยี่สิบนาทีกุนลุกขึ้น เดินดุ่มๆ ไปเปิดลิ้นชักแล้วหยิบร่มออกมา แต่ครู่ต่อมาก็เก็บร่มใส่กลับคืนลิ้นชักแล้วปิดทันที ความคิดในหัวยื้อยุดฉุดรั้งกันจนแทบบ้าใจหนึ่งก็เป็นห่วง แต่อีกใจก็บอกให้ตัวเองหยุดได้แล้ว เลิกคิดถึงเขาได้แล้ว...แต่ถ้าจูนติดฝนล่ะอยู่ข้างล่างไปไหนไม่ได้ล่ะ แม่งเอ๊ย!กุนกระชากลิ้นชักที่ปิดไปแล้วออก คว้าร่มหนึ่งคัน จ้ำอ้าวออกจากห้องโดยไม่สนใจอะไรอีกกุนเดินออกมาจากลิฟต์ มองหาเนปจูนอย่างกระวนกระวาย แต่ไม่เจอ จึงตัดสินใจเดินตรงออกประตูคอนโด กางร่มพรึ่บ เพ่งสายตากวาดมองท่ามกลางสายฝน เหลือบเห็นร่างบางที่แสนคุ้นเคยอยู่ห่างออกไปไม่ไกลกุนยิ้มกว้างทันที รู้สึกโชคดีที่ตัดสินใจตามลงมาเท้าที่กำลังจะก้าวออกไปกลับต้องชะงักค้างอยู่กับที่ เมื่อเห็นแฮควิ่งไล่ตามหลังเนปจูนมาไวๆกุนขมวดคิ้ว มือกำร่มแน่น... รู้สึกชาไปทั้งตัว“....” มองเขากอดกันกลางสายฝนเหมือนคนโง่ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหน กุนค
더 보기

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ NC++

สมาร์ตโฟนส่งเสียงดังตอนสาย ทีแรกนึกว่าของตัวเอง แต่คลำดูไม่ใช่ น่าจะเป็นของแฮค...ฉันปรือตาขึ้นมอง แต่แฮคไม่ได้นอนอยู่ข้างๆ แล้ว ตอนนั้นประตูห้องน้ำก็เปิดออกมา พร้อมกับร่างเปลือยล่อนจ้อน ผ้าขนหนูพาดบ่า จับชายผ้าด้านหนึ่งเช็ดผมตัวเองอยู่“เฮ้ย!”“ตื่นแล้วเหรอ” แฮคถามหน้าตาเฉย ไม่สะทกสะท้านอะไรกับเสียงร้องของฉันสักนิด“ทำไมไม่เอาอะไรปิดหน่อย!”“หือ” แฮคก้มลงมองตัวเองก่อนจะเงยหน้าขึ้น เอ่ยหน้าไม่อาย “อย่างกับไม่เคยเห็น”พลั่ก!ฉันเขวี้ยงหมอนใส่เขาทันที“มันน่าเกลียด รีบไปหาอะไรใส่ได้แล้ว”แฮคยิ้มมุมปาก แทนที่จะไปหาอะไรมาใส่ เขากลับก้าวขายาวๆ มาที่เตียง ตรงนั้นโค้งงอขึ้นแล้วชี้ชันขนานพื้นพิภพต่อหน้าต่อตาฉันเลยนี่มันปรากฏการณ์ธรรมชาติ... ฉันต้องไม่คิดอะไรมาก“สายโทรมา เมื่อกี้มีคนโทรมา” ฉันเบือนความสนใจแฮคไปทางอื่น แต่นัยน์ตาแฮคกลับแน่วแน่จ้องฉันไม่ไหวติง“นี่ก็ผ่านมาหนึ่งคืนแล้ว ปรับตัวได้แล้วใช่มั้ย”“หา... ดะเดี๋ยวสิ” ฉันกระอึกกระอัก พรวดพราดลุกขึ้นแต่ยังไม่ทันกระโดดหนีก็โดนตะครุบตัวก่อน “กรี๊ดแฮค”พริบตาเดียวก็โดนเขากดเอาไว้ใต้ร่าง ที่น่าหวาดเสียวคือเขาตัวเปลือยเปล่าไม่ใส่อะไรเลย แล้ว
더 보기

ช่วงเวลาปรับตัว

หลายวันต่อมาความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับแฮคเริ่มเข้าร่องเข้ารอยมากขึ้น ถึงจะมีบางเรื่องที่ยังคลางแคลงใจและรู้สึกคาราคาซังไม่หาย แต่ฉันไม่รีบร้อน ค่อยๆ แก้และปรับตัวกันไป น่าจะเป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับเราเรื่องที่พวกเรากลับมาคบกันไม่ได้ปิดบังหรือเก็บเป็นความลับแต่อย่างใด คนใกล้ตัวฉันรู้เรื่อง โดยเฉพาะยะหยาที่บึนปาก แล้วก็แกล้งเห่าบ๊อกๆ ใส่ฉันอีก ฉันก็ได้แต่ยิ้มแห้ง และบอกไปตรงๆ ว่าอยากลองเชื่อสัญชาตญาณตัวเองดูสักครั้ง“อืม ฉันไม่ว่าอะไรหรอก เห็นแกมีความสุขก็ยินดีด้วย แต่ว่ากุนนี่ยังไง วันก่อนบังเอิญเจอที่ร้านขายยา เห็นฉันเป็นเพื่อนแกมั้งโวยวายใส่ฉันใหญ่เลย คือนิสัยพาลมาก น่าจะโมโหที่โดนแกทิ้งนั่นแหละ”“หา? แกเจอกุนเหรอ” คำพูดของยะหยาทำฉันตกตะลึง ปกติมีอะไรเราจะแชตคุยกันตลอดแต่ว่าเรื่องนี้ยะหยากลับเพิ่งมาพูดก็เลยแปลกใจนิดหน่อย“อืม เมามาเลย มาซื้อยาแก้แฮงก์ที่ร้านยา”“เอ่อ วันไหน”“น่าจะวันนั้นแหละ วันที่หลังฝนตกน่ะ”ฉันเงียบไปสักพัก ก่อนถามต่อ “แล้วเกิดอะไรขึ้น”“ก็ไม่อะไรหรอก แค่โวยวายหาว่าฉันไม่ใช่เภสัชจะขายยาได้ยังไง วุ่นวายมาก ดีนะที่เพื่อนเขารีบลากตัวออกไปก่อน ไม่งั้นได้ต่อยกันไปแล้
더 보기

ความชัดเจน

“ด... ดูว์”“หือ”ฉันกำลังนั่งเล่นสมาร์ตโฟนอยู่บนเก้าอี้ รอแฮคช่วยฮานปรับแต่งรถที่จะใช้แข่งในอีกไม่กี่วัน เด็กน้อยคนเดิมเดินเตาะแตะเข้ามากอดขาฉันแล้วเงยหน้ากลมๆ แก้มย้วยๆ ขึ้นเหมือนร้องขออะไรสักอย่าง“ดู?”ฉันมองสมาร์ตโฟนกับดวงตากลมแป๋วสลับกันไปมา เข้าใจว่าอยากได้...“เอ่อ...”ฉันลังเล จะให้ดูดีหรือเปล่า ลองลดแขนที่ถือสมาร์ตโฟนลงแล้วยื่นไปข้างหน้า เจ้าตัวเล็กเขย่งเท้าตอบสนองทันที“อยากดูเหรอ”“คับ...” เสียงเล็กๆ ขานตอบน่ารักมากจนฟังแล้วใจอ่อนย้วยไปหมด“ไปกวนพี่ทำไม” เพนนีวิ่งหน้าตื่นมาจากทางห้องน้ำ เธอกวาดตามองไปรอบๆ สีหน้าตึงเล็กน้อย “ริกกี้ไปไหนแล้ว บอกให้ช่วยดูภามไม่ใช่เหรอ”“เห็นเดินไปทางออฟฟิศน่ะ” ฉันชี้มือไปทางที่ริกกี้เดินหายไป จำได้ว่าหมอนั่นอุ้มน้องไปด้วย แต่ไหงเจ้าตัวเล็กถึงมาโผล่ที่ลานซ่อมได้อีกก็ไม่รู้“แล้วไม่เอาภามไปด้วย” เพนนีบ่นงึมงำฉันยิ้มแหย ฉันว่าฉันไม่พูดมากจะดีกว่า...“ภาม! เอ้ามาอยู่นี่เอง” ริกกี้เดินหน้าตื่นออกมาจากทางออฟฟิศนั่นไง... แสดงว่าเจ้าตัวเล็กแอบออกมาดีนะเดินมาทางนี้ ไม่เดินออกไปข้างนอก ไม่งั้นยุ่งแน่“หมายความว่ายังไง นี่นายใส่ใจหน่อยสิ ถ้าภามหายขึ้
더 보기

ความชัดเจน 2

“อื้อ~ แฮคเดินดีๆ สิ จะจับทำไม”ฉันตีมือแฮคหลังเดินออกจากลิฟต์ อยู่ดีๆ เขาก็เลื้อยมือที่โอบอยู่ข้างเอวขึ้นมาบีบหน้าอก ซุกปากกับจมูกคมๆ ลงมาข้างลำคอ พ่นลมหายใจร้อนกรุ่นใส่ ทำให้ฉันใจคอไม่ดี“ตรงนี้ไม่มีกล้อง ไม่ต้องห่วง” เขากระซิบบอกเสียงแหบพร่า แล้วลวนลามฉันหนักข้อกว่าเดิม“หยุดก่อน รอให้ถึงห้องก่อน อ๊ะ แฮค อื้อ อย่าล้วงแบบนี้คอเสื้อมันจะยืด”“นิดเดียวเอง ไม่เป็นไรน่า”“พี่แฮค...”ฉันกับแฮคนัวเนียกันมาถึงหน้าประตูคอนโด ไม่ทันสังเกตว่ามีคนอยู่ จนกระทั่งเสียงเศร้าสร้อยดังขึ้น“กรีนมาทำอะไรที่นี่”แฮคไม่ได้ปล่อยมือจากเรือนร่างฉัน เงยหน้ามองกรีน กลิ่นอายเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากแฮค ฉันยังรู้สึกได้ แล้วกรีนจะขนาดไหนแค่คำถามเฉยเมยประโยคเดียวกรีนก็ตัวสั่น น้ำตาคลอแล้ว ฉันนึกว่าเธอจะเข้มแข็งกว่านี้ซะอีก หรือว่ามันสุดแล้วจริงๆ ถึงได้แสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าคนที่ตัวเองชอบ“พี่แฮค กรีนเอามาคืน”เช็คสิบล้านยื่นออกมาพร้อมกับมือที่กำลังสั่น แฮคยังไม่พูดอะไรแต่ฉันสัมผัสได้ว่าเขากำลังอึดอัดลำบากใจ จะด้วยกลัวว่าฉันไม่สบายใจ หรือเขาใจอ่อนเพราะรู้สึกผูกพันกับกรีนก็ตาม แต่ฉันไม่คิดจะยืนให้สองคนนี้รำลึกควา
더 보기

เค้กชิ้นโปรด

วันต่อมาฉันคิดว่าตัวเองตื่นไวแล้ว แต่แฮคตื่นไวยิ่งกว่า ลืมตาขึ้นมาก็ไม่เห็นแฮคบนเตียงแต่ประตูที่เชื่อมกับห้องทำงานเปิดอยู่ พอเดินมาส่องดูก็เห็นแฮคนั่งหลังแข็งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เมื่อคืนกว่าเราจะได้นอนก็เกือบตีสอง... แฮคนั่นแหละ คึกได้ทุกคืน ไม่รู้จักเบื่อเลย นี่ถ้าวันนี้ไม่มีเรียนนะ เขาต้องจัดฉันยันเช้าอีกแน่ๆฉันได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าคงเป็นแค่ช่วงแรกๆ เขาอาจจะกำลังเห่ออยู่ อีกสักพักเดี๋ยวก็เพลาๆ ลงเอง แต่สักพักนี่ไม่รู้ว่านานแค่ไหนเหมือนกัน“ตื่นแล้วเหรอคะ” แฮคหันมามอง เอื้อมมือมาดึงฉันลงไปนั่งทับบนตัก“แฮค!~” ฉันผวาเรียกชื่อเขาทันทีที่รู้สึกถึงความตื่นตัวใต้กางเกงนอนหมับ...ริมฝีปากก้มลงขบยอดอกผ่านชุดนอน ฉันไม่มีเวลาตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ ครางเสียงเล็กบางออกมา ผวาเกาะบ่าเขาแน่น “อย่าสิ เมื่อคืนทำไปเยอะแล้ว ไม่เหนื่อยหรือไง”“ไม่เลย กับจูนได้ตลอด”“บ้าแล้ว เกินไป”“เรื่องจริง จูนก็รู้นี่” แฮคไม่พูดเปล่า แต่ขยับของแข็งตรงตักถูไถไปมา เตือนให้ฉันรู้ว่าเขากำลังฮึกเหิมขนาดไหน“ใช้มือแทนได้มั้ย จูนจะรีบไปอาบน้ำ มีเรียนเช้า”“นิดเดียวไม่ได้เหรอคะ”แหนะ มีอ้อน“ไม่ได้ค่ะ” ฉันยิ้มเย็น ส่ายหน้าเบ
더 보기

หน้ามืดตามัว NC++

ภายในออฟฟิศ“อื้อ เดี๋ยวแฮค นี่จะทำอะไรน่ะ อย่าสิ อ๊า...”ฉันโวยวาย ทันทีที่เข้ามาในออฟฟิศยังไม่ทันจะแตะต้องกล่องเค้กด้วยซ้ำ แฮคก็รั้งฉันเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงบนโซฟามือเขาเลื้อยคลำตามเนื้อตัว ดึงทึ้งชายเสื้อนักศึกษาฉันหลุดลุ่ยไปหมด มือหนาสอดเข้ามาล้วงในกระโปรง ขาอ่อนฉันร้อนวูบวาบ หนีบเข้าหากันอัตโนมัติ หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ สมองเริ่มไตร่ตรองสิ่งที่เขาพูดก่อนหน้านี้อย่างจริงจัง“นี่ อย่าบอกนะว่าตั้งใจทำแบบนี้แต่แรก”“หอมจัง” เขาไม่ตอบ แต่ซุกจมูกเข้าที่ต้นคอ สูดกลิ่นกายเข้าไปเต็มแรง ฉันสะท้านไปทั้งตัว มือที่ดันแผ่นอกแกร่งออกอ่อนยวบลงทันควัน“แฮค... เดี๋ยวมีคนเห็น” ฉันปรามเสียงสั่นไหว เริ่มจะมีอารมณ์ขึ้นมาเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่สะดวกใจเท่าไหร่“ปริ๊นซ์มันดูต้นทางอยู่ไม่ต้องห่วง”“อื้อ~ แต่น่าอายออก ที่นี่มันห้องทำงานของทุกคนไม่ใช่เหรอ” ฉันเอ่ยอย่างรู้สึกผิดแฮคขยุ้มนิ้วกับเป้ากางเกงซับใน ฉันผวาเฮือก ร้องเสียงหวามออกมาคำหนึ่ง รีบรั้งข้อมือหนาเอาไว้ไม่ให้ขยับมากไปกว่านี้ แต่แฮคไม่ฟังเลย เขาไม่เพียงไม่หยุด มืออีกข้างขยำหน้าอกฉันไปด้วยพอฉันส่งเสียงห้ามมากๆ เข้าเขาก็กดฉันลงนอนราบกับโซฟาแล้วประก
더 보기
이전
1
...
101112131415
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status