ท่านอ๋องอย่าคิดหนี 의 모든 챕터: 챕터 81 - 챕터 90

97 챕터

บทที่ 82 ให้นางข่มเหง

“อ๊ะ! โอ๊ย!” ทางเดินแห่งนี้องค์ชายเก้าจำได้ว่า กว้างพอที่คนสามคนสามารถเดินสวนกันไปมาได้ แต่ใครเอาก้อนผ้าห่มกองใหญ่มากองไว้ตรงนี้ อารามไม่ระวังองค์ชายเก้าก็ล้มทับก้อนผ้าห่มนั้นลงไป คุณหนูจางเดินออกมาจากพุ่มไม้ นางให้มู่หลี่เฉียงกลับเข้าไปในงานเลี้ยงก่อน ส่วนนางรอดูว่าจะมีคนมาช่วยองค์หญิงหรือไม่ “องค์ชายเก้าท่านรีบอุ้มนางเร็วเข้า สงสัยนางจะสิ้นสติไปแล้ว” จางเลี่ยงหรงที่ในมือถือโคมไฟเดินมาพบพอดีรีบร้องบอกองค์ชายเก้าที่นอนคร่อมร่างนางอยู่ก้มลงมอง แสงโคมสาดใบหน้าอวบอูมขาวพราวพร่าง“องค์หญิงหานซูลี่ ! นางมาอยู่นี่ได้อย่างไร ”“ท่านรีบพานางไปหาหมอหลวงเถอะ หากนางเป็นอะไรไป เกิดเรื่องใหญ่แน่ อาจจะกลายเป็นสงครามแตกหักระหว่างสองเมืองได้ ”ด้วยความตกใจองค์ชายเก้าผู้มีรูปร่างสูงพอกันกับจวิ้นอ๋อง มีกำลังภายในมากพอที่จะแบกนางขึ้นหลังก็รีบทำตามที่คุณหนูจางบอก เหล่านางกำนัลที่วิ่งมาด้านหลังร้อง วี้ดว้าย ในมือพวกนางถือโคมไฟทุกคน“องค์หญิงเพคะ องค์หญิง” องค์ชายเก้ารีบเร่งพานางไปยังตำหนักที่อยู่ใกล้ที่สุด ปากก็ร้องสั่ง“ไปตามหมอหลวงมาเร็วเข้า! องค์หญิงหานซูลี่ สิ้นสติ”ฮ่องเต้ทรงเ
더 보기

บทที่ 83 วังอินทรี

แม้การสอบสวนเรื่องที่มีผู้วางยาพิษองค์หญิงหานซูลี่ จะเป็นไปอย่างเข้มงวดและจริงจัง แต่ก็เป็นเช่นเรื่องราวในวังหลังเรื่องอื่นๆ คนที่พวกท่านก็รู้ว่าใคร ย่อมไม่อาจจะถูกเปิดเผยตัวโดยง่ายไม่นานนัก จึงมีผู้พบนางกำนัลที่เกี่ยวข้องดื่มยาพิษฆ่าตัวตายในห้องพักหลังตำหนักตามระเบียบ เรื่องนั้นจึงจบลงไปเหมือนเรื่องอื่นๆ ที่ไม่อาจมีคำตอบชัดเจน“ข้าคิดเอาไว้แล้วเชียวว่าต้องมีการฆ่าปิดปาก” ฟ่านซิ่วอิงเขม่นเข่นเขี้ยว“เรื่องภายในวังซับซ้อนนัก ซิ่วอิงเจ้าต้องระวังตัวให้มาก”“แน่นอนเจ้าค่ะ จนกว่าจะรู้ตัวผู้บงการ” องค์หญิงหานซูลี่ ฟื้นคืนสติขึ้นมาด้วยอาการคล้ายคนเพิ่งตื่นนอน ซูเฟยจึงรีบไปกราบทูลหมิงฮ่องเต้ให้ทรงทราบ ไม่นานนักร่างกายของหานซูลี่ ก็แข็งแรงดังเดิม นางรีบไปกราบทูลหมิงฮ่องเต้ “หม่อมฉันต้องการไปเยือนวังของบรรดาองค์ชายเพื่อเลือกพระสวามีเพคะ” “เอาสิ ข้าอนุญาต เจ้าให้เจ้าหน้าที่กรมวังพาไปได้เลย” “ขอบพระทัยเพคะ”เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ขบวนเสด็จขององค์หญิงหานซูลี่ จึงไปเยือนวังที่เข้าข่ายจะเป็นพระสวามี ได้แก่ วังขององค์ชายสิบสอง องค์ชายสิบ องค์ชายสิบเอ็ด แล
더 보기

บทที่ 84 คู่หมายองค์หญิง

ตรงข้ามกับฟ่านซิ่วอิงที่ยินดีกับข่าวนี้อย่างยิ่ง ในที่สุดจวิ้นอ๋องก็รอดพ้นกรงเล็บหมีมาได้นับว่าสวรรค์เมตตา นางตั้งใจเอาไว้ว่าต่อไปจะทำดีกับองค์ชายเก้าให้มากเพราะคนผู้นี้ช่วยรับองค์หญิงหานซูลี่ เอาไว้แทนสามีของนาง “นับว่าดวงชะตาข้าดียิ่งที่มีเจ้าเก้ามารับไว้แทน” “ท่านแม่ทัพ คิดว่าองค์ชายเจ้าจะคิดว่าเป็นโชคดีหรือไม่ขอรับ ” “หลี่เฉียง เจ้าเก้ามีชายารองอยู่แล้วถึงสองคน จะรับไปอีกสักคนจะเป็นไรไป ” “ข้าได้ยินมาว่าองค์ชายเก้ามิได้ทรงโปรดชายารองมิใช่หรือขอรับ ” “อืม...ในเมื่อมิได้มีใจชอบสตรีนางใดอยู่แล้ว รับหานซูลี่ ไว้ก็คงมิได้เดือดร้อนนัก แต่หากเป็นข้า...เรื่องนี้ยากจะทนไหว ต่อไปข้าคงต้องทำดีกับน้องชายคนนี้ให้มาก ให้สมกับที่เขายอมมารับนางแทนข้า”จวิ้นอ๋องมาเยือนจวนใต้เท้าฟ่านด้วยความโล่งใจ บัดนี้เหลือแต่ต้องเดินหน้ามาเจรจากับฮูหยินผู้เฒ่าและใต้เท้าฟ่านอย่างจริงจัง ทว่าท่าทีของสองผู้อาวุโสกลับไม่ดูง่ายอย่างที่คาดใต้เท้าฟ่านเคยโดนยิ้มเยาะ ล้อเลียน เหยียดหยาม อยู่หลายเดือนนับตั้งแต่วันที่จวิ้นอ๋องเอ่ยปฏิเสธกับฮองไทเฮา จึงเก็บกลืนความแค้
더 보기

บทที่ 85 คู่หมายองค์หญิง

สายพระเนตรของหมิงฮ่องเต้ฉายความละอายขึ้นมาแว่บหนึ่ง ความสนิทสนมและเติบโตมาด้วยกันไม่อาจจะปกปิดนิสัยบางอย่างของตน หมิงจิ้นเหอสนิทสนมถึงเพียงนี้ย่อมดูออกหมิงฮ่องเต้ทรงตระหนักดีว่าน้องชายคนนี้อย่าให้โกรธเป็นใช้ได้ มิฉะนั้นบัลลังก์นี้อาจสั่นคลอน“อืม...เจิ้นยอมแล้ว เจ้าต้องการให้เจิ้นทำสิ่งใดชดเชย “ทรงเล่นงิ้วกับกระหม่อมสักฉาก ช่วยให้หม่อมฉันสมหวังเถิดพะยะค่ะ”“เล่นงิ้วอย่างนั้นหรือ ”“พะยะค่ะ ครั้งนี้กระหม่อมจะให้น้องสิบสองมาช่วยด้วย”องค์ชายสิบสองขอเข้าเฝ้าตามมาติดๆ จวิ้นอ๋องจึงให้พระอนุชาออกความคิดเห็น องค์ชายสิบสองจึงนำเสนอแผนการ ‘วีรบุรุษปกป้องท่านพ่อตา’หมิงฮ่องเต้มองใบหน้าคนทั้งสองสลับกันไปมา“ที่แท้พวกเจ้าก็วางแผนกันมาแล้วเพื่อที่จะบีบบังคับข้าให้เข้าร่วมแผนการ”“พะยะค่ะ ในเมื่อแผนของฝ่าบาททรงสัมฤทธิ์ผลแล้ว สมควรจะช่วยกระหม่อมบ้าง”ใบหน้าของหมิงฮ่องเต้อึมครึมลงไป “ได้ ข้าจะช่วยเจ้า” มู่ฟงบุตรชายใต้เท้ามู่เฉินเล่อ กรมโยธาธิการเดินทางมาเยือนจวนใต้เท้าฟ่านในบ่ายวันหนึ่ง “ข้าน้อยมู่ฟงขอรับ ท่านพ่อให้นำของขวัญมากราบเยี่ยมฮูหยินผู้เฒ่า” “เชิญคุณชายมู่ข้างใน
더 보기

บทที่ 86 แผนลับที่รั่วไหล

ระหว่างที่เดินอยู่พระราชวังเพื่อหวังจะไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ พลันนึกถึงการเล่นซ่อนแอบในวัยเยาว์ทำให้องค์ชายเก้าอดจะแอบไปในทางเล็กแคบที่พวกเขาเคยหลบหลีกเหล่าขันทีและองครักษ์บ่อยๆ ไม่ได้‘ไม่ได้ไปทางนั้นนานแล้ว ไม่รู้จะรกร้างจนมุดเข้าไม่ได้หรือยัง’ แต่พอไปใกล้จะถึงเส้นทางลับของตน กลับได้ยินเสียงพูดคุยดังขึ้น“เจ้าแน่ใจนะว่า ครั้งนี้จะไม่พลาด” “เราให้คนแฝงเข้ามานานแล้ว ยิ่งฮ่องเต้กับจวิ้นอ๋องคิดว่าจะทำแผนลอบสังหารเพื่อทำให้ใต้เท้าฟ่านประทับใจ ยิ่งเป็นจังหวะเหมาะสม” เสียงของสองคนคล้ายแมลงหึ่งๆ สลับกัน แต่หูของผู้ฝึกยุทธ์อย่างองค์ชายเก้ากลับได้ยินชัดเจน “เจ้าจะใช้อาวุธลับเช่นใด รีบแจ้งให้ทุกคนทราบ เราต้องมีแผนสองไว้กันพลาด ครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งเดียวที่เราจะได้เข้าใกล้หมิงฮ่องเต้” เท้าขององค์ชายเก้าชะงัก ทรุดกายลงให้ต่ำที่สุด พุ่มไม้บริเวณนี้หนาแน่นจนมองไม่เห็นด้านใน คนทั้งสามยืนหันหน้าเข้าหากันสังเกตได้ยากนักว่าเป็นผู้ใด “งานครั้งนี้หากไม่สำเร็จ ทุกคนต้องพร้อมพลีชีพ อย่าให้สืบสาวไปจนถึงท่านเป็นอันขาด” คนตัวหนาสำทับ ทั้งสามล้วนอยู
더 보기

บทที่ 87 ยอมเสียชื่อเสียง

เมื่อเห็นจางเลี่ยงหวงทำหน้าเจื่อน คุณหนูฟ่านจึงปล่อยมือ“นี่เจ้ายอมรับใช่ไหมว่าอยากกินเจ้าหมีป่าแล้ว ” จางเลี่ยงหวงหน้าแดงก่ำ นึกถึงยามที่มู่หลี่เฉียงกอดจูบลูบคลำนาง ยิ่งตอนที่อยู่หลังวัด กับในพุ่มไม้ท้ายวัง ชวนให้ใจวาบหวิว ล่าสุดตอนที่แอบพานางไปศาลาที่อยู่ลึกเข้าไป ยิ่งรุกเร้าจนนางแทบจะบอกให้เขาทำต่อเจ้าหมีป่าทำตัวเป็นสุภาพบุรุษที่ดันหยุดตอนที่นางอารมณ์เริ่มเตลิด ถ้าหากมีคราวหน้า ไม่แน่ว่า นางอาจจะเป็นฝ่ายกดเขาลงกับพื้นก็ได้ คุณหนูจางพยักหน้า ชะโงกไปกระซิบข้างหูฟ่านซิ่วอิง ฝ่ายนั้นฟังแล้วหัวเราะงอหาย“โอ๊ย! เขาทำขนาดนี้แล้ว เป็นข้าไม่ละเว้นแน่นอน” คุณหนูฟ่านทำเสียงแหบพร่าล้อเลียน “เจ้าคิดเร็วเข้าเถอะ มีแต่เจ้ากับพี่วั่งซูเท่านั้นแหละที่จะช่วยข้าได้”ยามนี้จินวั่งซูได้กลายเป็นบุคคลสำคัญที่ทุกคนคิดถึงในยามที่ต้องการทำเรื่องผิดทำนองคลองธรรมไปเสียแล้วจางเลี่ยงหวงยอมเรียกเขาว่า พี่วั่งซู ยิ่งทำให้จอมยุแยงได้หน้าเพิ่มอีกหลายส่วน ยินดีคิดแผนชั่วร้ายช่วยนางอย่างเต็มใจ“เชิญคุณชายจินเจ้าค่ะ คุณหนูทั้งสองกำลังรอท่านอยู่”“ได้สิ ข้าอยากเจอพวกนางเต็มทีแล้ว”
더 보기

บทที่ 88 เรื่องใหญ่

“รองแม่ทัพของจวิ้นอ๋องน่ะหรือ ได้ยินว่าเขาเป็นคนหนุ่มที่เก่งกาจและกล้าหาญ ดีจริงที่เขาช่วยเหลือเจ้าได้ทัน”จางเลี่ยงหวงกลืนน้ำลายลงอึกหนึ่งแล้วแข็งใจพูดต่อ “รองแม่ทัพมู่ได้ช่วยชีวิตข้าถึงสองคราด้วยกันเจ้าค่ะ เพียงแต่ว่า....”“แต่ว่าอันใดหรือ ”“ในตอนที่เขาเข้าไปช่วยข้าในจวนแม่ทัพครั้งนั้น ข้าถูกพวกนักฆ่ากระชากเสื้อผ้าจนขาดหวิ่น เรือนกายข้างบนเปลือยเปล่า ดังนั้น...”เล่ามาถึงตรงนี้ จางเลี่ยงหวงก็สะอื้นฮักๆ น้ำตาอาบแก้มทั้งสองข้า เสนาบดีจางตกใจแทบสิ้นสติ “เจ้าว่ากระไรนะ ” “รองแม่ทัพมู่ ได้เห็นเรือนร่างของลูกหมดแล้วท่านพ่อ เช่นนี้แล้ว ลูกก็คงไม่อาจจะตบแต่งให้จวิ้นอ๋องได้อีก ท่านพ่อก็รู้ว่า ทั้งสองสนิทสนมกันเพียงใด แล้วเรื่องนี้จวิ้นอ๋องก็รู้แล้ว ลูกจึงได้ยินยอมเลิกราจากจวิ้นอ๋องเจ้าค่ะ” เท่านั้นเอง ใต้เท้าจางถึงกับเข่าอ่อน ทรุดนั่งบนเก้าอี้อย่างสิ้นเรี่ยวแรง บุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนที่น้องสาวฮองเฮาของเขาหมายมั่นจะให้เป็นพระชายาเอกของจวิ้นอ๋อง แม่ทัพผู้เกรียงไกรแห่งภาคเหนือ “เพียงเจ้าไม่เอ่ยเรื่องนี้ให้ใครฟัง เรายังพอส่งเจ้าให้ตบแต่งองค์ชายพระองค์อื่นไ
더 보기

บทที่ 89 สมรสพระราชทาน

ครั้นมู่หลี่เฉียงกลับมาถึงจวนได้ฟังข่าวดีที่บิดากับมารดาบอก ก็ยืนอึ้งอยู่ นี่เป็นเรื่องเหนือความคาดคิด‘สมรสพระราชทาน’ เขาไม่ได้อยู่ในขอบข่ายจะมีโอกาสเช่นนี้แต่ก็ช่างเถิด...ไม่ว่าจะได้มาด้วยเหตุผลกลใด แต่ในที่สุด เขาก็จะได้เชยชมแมวน้อยอย่างถูกต้องเสียทีท่านพ่อกับท่านแม่ดูจะรีบเร่งกว่าเขาเสียอีก กำหนดการแต่งงานที่ควรจะเกิดขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้า เหลือเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้นมู่หลี่เฉียงเดินก็ยิ้ม นั่งก็ยิ้ม นอนก็ยังยิ้ม‘ข้าก้าวหน้ากว่าจวิ้นอ๋องเสียอีก เช่นนี้ก็กินเต้าหูได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องแอบไปหลังวัดแล้ว’รองแม่ทัพหนุ่มดีใจยิ่งนัก รีบรุดไปยังเข้าเฝ้าจวิ้นอ๋องเพื่อแจ้งข่าวดีนี้ให้หมิงจิ้นเหอได้ทรงทราบ ครั้นได้ฟังจนจบหมิงจิ้นเหอถึงกับคุมแค้น‘ข้ามีลูกเป็นตัวเป็นตนอยู่ในท้องของนาง ยังไม่ได้ตบแต่งรวดเร็วปานนี้ เจ้าหมีกินเต้าหู้กลับทำสำเร็จเสียก่อน’ จากวันนั้น มู่หลี่เฉียงไม่เข้าใจว่า เหตุใดจวิ้นอ๋องจึงไม่ยอมพูดจากับเขาดีๆ นอกจากจะทำหน้าบึ้งตึงคล้ายคนลมเข้าท้อง นั่งเงียบขรึม นั่งซดสุรา ฟังเขาบรรยายความคืบหน้าการจัดงานสมรสแล้ว บางคราวยังอารมณ์เสียบีบจอกเหล้าแตกเสียหลายใบ โ
더 보기

บทที่ 90 สังหารฮ่องเต้

จวนตระกูลมู่ซึ่งสืบสายบรรพชนข้าราชสำนักสำคัญสายหนึ่ง จึงเป็นคฤหาสน์ที่กว้างขวางโอ่อ่าสง่างามสมกับเป็นสถานที่จัดสมรสพระราชทานเสนาบดีจางเพิ่งได้เคยเข้ามาเยือนจวนสกุลมู่เป็นครั้งแรก ความรู้สึกที่หนักใจกลายเป็นชื่นชมเมื่อได้เห็นอาคารขนาดใหญ่ และอาณาบริเวณอันยิ่งใหญ่รอบจวน ในส่วนของเรือนที่ถูกจัดไว้สำหรับเจ้าสาวก็สวยงามประดับด้วยสิ่งของล้ำค่า“ข้าไม่คิดเลยว่าในจวนสกุลมู่จะกว้างขวางโอ่อ่าถึงเพียงนี้ ”“นั่นเป็นเพราะเจ้ามัวแต่คิดว่าตนเองยิ่งใหญ่น่ะสิ สกุลมู่เคยยิ่งใหญ่ในราชสำนักมาก่อน เจ้าคงจะลืมไปแล้ว” เสนาบดีฟ่านอดจะเหน็บแนมมิได้ความคิดที่เคยนึกดูถูกมู่หลี่เฉียงว่าเป็นคางคกคิดจะกินเนื้อห่านฟ้า กลับกลายเป็นความนับถือสกุลมู่ เขาเคยได้ยินถึงความยิ่งใหญ่ของสกุลนี้ หากแต่วันเวลาเปลี่ยนขั้วอำนาจเปลี่ยนจึงไม่เคยสนใจว่า ตระกูลมู่แท้จริงมั่งคั่งเพียงใด ความเป็นห่วงบุตรีสุดที่รักที่มีนับครึ่งเดือนจึงเหือดหายไปสิ้น รอบรั้วคฤหาสน์จนถึงด้านในประดับประดาด้วยผ้าสีแดงผูกระย้อยระย้า บางช่วงถูกพับห่อคล้ายดอกไม้ขนาดใหญ่ประดับไว้ตามต้นเสา เสริมด้วยโคมกระดาษสีแดงผูกโยงทั่วลานกว้างทั้งด้านห
더 보기

บทที่ 91 เหตุวันมงคล

“คะ คะ แค่ ตกใจกลัว” พูดได้เท่านั้น เสนาบดีฟ่านลิ้นก็พลันแข็งค้างมือสังหารที่แฝงตัวอยู่ในหมู่เสนาอำมาตย์ตกใจจนตัวแข็ง‘พวกเรายังไม่ลงมือ ยังมีฝ่ายใดอีกเล่าที่แฝงตัวเข้ามาฆ่าฮ่องเต้ ’คนคิ้วตกที่องค์ชายเก้าหมายตาไว้ขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง‘หากไม่ลงมือตอนนี้ คงยากจะหาวันท้องฟ้าเปิดได้อีก’ เสียงตะโกนของเขาจึงดังก้องขึ้น“ฆ่าฮ่องเต้!”มือสังหารนับสิบในชุดดำปิดหน้าสะบัดชุดขุนนางออก ทั้งหมดล้วนแฝงกายเป็นผู้ติดตามเหล่าขุนนางมานานพอสมควรจึงได้รับความไว้วางใจให้ติดตามเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้“คุ้มครองฮ่องเต้!” จวิ้นอ๋องเปล่งกลิ่นอายสังหารในฉับพลัน องค์ชายเก้าและองค์ชายสิบสองกระโจนเข้าบังหน้าพระพักตร์ ฮ่องเต้จับตาดูเหล่ามือสังหารฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว! อาวุธลับสี่แฉกแหวกอากาศมาอย่างรวดเร็ว องค์ชายสิบสองกระโดดพลิกร่างหมุนลังกาเกลียวสองรอบ ใช้ผ้าบางเหนียวผืนใหญ่ที่เตรียมไว้พันเอาอาวุธลับทั้งหมดที่พุ่งเข้าหาฮ่องเต้เอาไว้ได้องค์ชายเก้าดึงดาบคู่ออกมาฟันสลับไม่ให้อาวุธลับเข้ามาใกล้“พี่เก้า อย่าทำให้เสียของ เก็บไว้ให้กระหม่อมด้วย” องค์ชายเก้าทั้งสู้ทั้งระอาน้องชายที่ยังห่วงอยากได้อาวุธลับที่สมบูรณ์แบบเอาไว้
더 보기
이전
1
...
5678910
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status