All Chapters of หย่ารักทวงใจ: Chapter 41 - Chapter 50

100 Chapters

บทที่ 41

เป็นเพราะว่าฉลาดหลักแหลมเกินไป ในตัวเขาจึงขาดความเห็นอกเห็นใจ และไม่ค่อยสนิทสนมกับคนเป็นแม่อย่างเธอเท่าไหร่นักเมื่อกลับมาถึงบ้านคุณนายใหญ่เซิ่งโทรศัพท์หาเซิ่งถิงเชิน และพูดถึงเรื่องนี้เช่นเดียวกัน“ย่าได้ยินหลิวลี่หัวบอกว่าหรงซูกลับไปอยู่บ้านเดิมแล้วเหรอ?”ความจริงวันนี้คุณนายใหญ่โทรหาพวกเธอเพื่อจะถามไถ่สุขภาพของหรงซู แต่หลิวลี่หัวกลับรีบฟ้องคุณนายใหญ่ทันที โดยพูดถึงข้อเสียสารพัดของหรงซูหลิวลี่หัวคิดว่าคุณนายใหญ่จะเข้าข้างพวกเธอเหมือนที่เซิ่งถิงเชินทำใครจะรู้ว่าคุณนายใหญ่กลับตำหนิเธอทันที หลิวลี่หัวหน้าซีดเผือด ไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไรอีกแม้แต่นิดเดียวเซิ่งถิงเชินนวดคลึงหัวคิ้ว “เธอเป็นผู้ใหญ่แล้ว เธอรู้ตัวดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ การที่เธอจะกลับไปอยู่บ้านเดิมก็เป็นสิทธิ์ของเธอครับ”ก่อนหน้านี้เขาเคยพูดเรื่องหย่า เธอรู้สถานะของตัวเอง และไม่ได้มาตามตอแยทำเรื่องไร้สาระอีก จะว่าไปแล้ว หรงซูก็นับว่าเป็นคนที่รู้จักเจียมตัวดีคนหนึ่งเมื่อก่อนตอนที่หรงซูเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งผู้ช่วยของเขา แม้ว่าเธอจะซ่อนความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ดีมาก แต่เขาก็ยังมองออกถ้าเธอสามารถปิดบังมันต่อไปได้ตลอด
Read more

บทที่ 42

หรงซูกดรับสาย แล้วเอ่ย “คุณย่าคะ”คุณนายใหญ่เซิ่งถาม “เสี่ยวซู ช่วงนี้ร่างกายเป็นยังไงบ้างล่ะ?”หรงซูตอบ “ก็ดีค่ะ”“งั้นก็ดี พรุ่งนี้ฉันไม่มีธุระอะไรพอดี เดี๋ยวจะแวะไปหาเธอ แล้วก็พาเธอไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลด้วยเลย”หรงซูชะงักไปเล็กน้อยตั้งแต่เธอตั้งครรภ์และย้ายมาอยู่ที่เฉียนสุ่ยวิลล์ คุณนายใหญ่เซิ่งก็ไม่เคยมาเยี่ยมเธอเลยสักครั้ง ตอนนี้ทำไมจู่ ๆ ถึงนึกอยากจะมาหา แถมยังจะพาไปตรวจร่างกายอีก ดูท่าทางคงจะให้ความสำคัญกับเด็กในท้องของเธอมากจริง ๆเธอไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ“ได้ค่ะคุณย่า แต่ว่าสองวันนี้หนูอยู่ที่บ้านเดิม คุณย่าสะดวกกี่โมงคะ เดี๋ยวหนูไปรอที่โรงพยาบาลค่ะ”คุณนายใหญ่เซิ่งถาม “ทำไมถึงกลับไปอยู่บ้านเดิมล่ะ?”ดูเหมือนว่าเซิ่งถิงเชินจะยังไม่ได้พูดเรื่องที่จะหย่ากับเธอจริง ๆ และแน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่สมควรให้เธอเป็นคนบอกกับคุณนายใหญ่เธออธิบาย “ก็แค่ไม่ได้กลับบ้านมานานแล้ว เลยอยากกลับมาพักสักหน่อยน่ะค่ะ”คุณนายใหญ่เซิ่งบอก “กลับไปอยู่บ้านเดิมสักวันสองวันก็ไม่เป็นไรหรอก แต่ยังไงก็รีบ ๆ กลับบ้านไปดูแลสามีของตัวเองให้ดีเถอะ คำพูดที่ฉันเคยบอกไปก่อนหน้านี้ เสี่ยวซู เธอไม่ได้เก็
Read more

บทที่ 43

หรงซูฟังเงียบ ๆ และตอบรับคำพูดของคุณนายใหญ่เซิ่งอย่างว่าง่ายหากเป็นเมื่อก่อน ตอนที่ยังไม่ได้เห็นความสนิทสนมระหว่างเขากับอันชิงเยว่ เธออาจจะยังมีความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่ายังไงเสียพวกเขาก็มีลูกด้วยกัน เธออยากจะพยายามอดทนประคับประคองและรักษาชีวิตคู่ครั้งนี้เอาไว้ ทว่าตอนนี้เธอมองเห็นความเป็นจริงอย่างทะลุปรุโปร่งแล้วชีวิตแต่งงานของเธอกับเซิ่งถิงเชินกำลังจะเดินมาถึงปลายทาง ระหว่างพวกเขาจะไม่มีอนาคตอีกต่อไปแล้วที่ตอนนี้คุณนายใหญ่เซิ่งเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเธอ ก็เป็นเพียงเพราะเห็นแก่หน้าเด็กในท้องเท่านั้น ความหมายแฝงในคำพูดก็ยังคงหวังให้เธอเป็นภรรยาที่คอยปรนนิบัติสามีเป็นอย่างดี และไม่ทำให้สามีต้องเสียหน้าเวลาอยู่ข้างนอกไม่รู้ว่าการที่คุณนายใหญ่เซิ่งจู่ ๆ ก็มาเป็นเพื่อนเธอตรวจร่างกายในวันนี้ เป็นเพราะรู้มาตั้งนานแล้วหรือเปล่าว่าเธอย้ายออกจากเฉียนสุ่ยวิลล์แล้ว?ข้างนอกมีข่าวลืออะไรที่ไม่ดีเกี่ยวกับเซิ่งถิงเชินงั้นเหรอ?แม้ว่าการแต่งงานของเธอกับเซิ่งถิงเชินจะไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชน แต่คนในแวดวงเดียวกันล้วนรู้เรื่องนี้ดีต่อให้เธอจะไม่คู่ควรกับเซิ่งถิงเชิน แต่การแต่งงานของทั้งสองคนก็เป็
Read more

บทที่44

คุณนายใหญ่เซิ่งอยู่ไม่นานนัก ก่อนกลับก็พูดกับหรงซูอีกสองสามประโยค ความหมายชัดเจนว่าให้เธอพักอยู่ที่นี่ดี ๆ ตอนนี้เธอแต่งงานแล้ว อย่าเอาแต่กลับไปบ้านเดิมเซิ่งถิงเชินขึ้นไปชั้นบนและกลับเข้าห้องหนังสือหรงซูกลับไปที่ห้องของตัวเอง นั่งลงบนโซฟา แล้วโทรศัพท์หาเผยหลานหัวพอเผยหลานหัวรับสาย เธอก็ถามขึ้นว่า “เสี่ยวซู วันนี้หนูจะกลับมาตอนไหนล่ะ”หรงซูตอบ “ป้าเผยคะ ช่วงนี้หนูคงต้องพักอยู่ที่นี่ไปก่อนค่ะ”เผยหลานหัวชะงักไปครู่หนึ่งแล้วถาม “ทำไมล่ะ”หรงซูบอกว่า “คุณนายใหญ่ให้หนูอยู่บำรุงครรภ์ที่บ้านดี ๆ น่ะค่ะ”เผยหลานหัวเข้าใจความหมายของเธอในทันที จึงไม่สะดวกที่จะพูดอะไรอีก“วันนี้ยังจะไปสตูดิโอโยคะอยู่ไหม?”“ไปค่ะ หนูจองเวลาไว้ตอนหกโมงเย็นถึงสองทุ่ม”“งั้นก็ได้ จะเข้าไปก่อนเวลาไหม ป้าจะเอาข้าวเย็นไปให้หนูด้วย”“ตกลงค่ะ”วางสายเสร็จหรงซูก็มองดูเวลา พอดีเลย นอนกลางวันตื่นมาก็ค่อยออกไปตอนที่ตื่นมาจัดการตัวเองเตรียมตัวจะออกไปก็บังเอิญเจอเซิ่งถิงเชินที่กำลังเดินลงมาจากชั้นบนพอดีเธอมองผู้ชายคนนั้นแล้วถามว่า “คุณจะออกไปข้างนอกเหรอคะ”เซิ่งถิงเชินทอดสายตาเย็นชาตามปกติมาที่หรงซู น้ำเ
Read more

บทที่ 45

เขาทนอยู่ใต้ชายคาเดียวกันกับเธอไม่ได้จริง ๆ สินะแต่เธอก็ไม่อยากจะใส่ใจอีกต่อไปแล้ววันนั้นเธอติดต่อไปหาซ่งเหยียนเพื่อถามไถ่อาการป่วย เมื่อวานเดิมทีตั้งใจจะไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไป“ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว ให้น้ำเกลือขวดสุดท้ายหมดก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วล่ะ”คืนนั้นโรคกระเพาะของเธอกำเริบหนักเอาเรื่อง ถึงขั้นต้องให้น้ำเกลือถึงสองวันหรงซูจึงตัดสินใจว่าจะไปเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาลพอดีกับที่เผยอวี้โทรศัพท์มาบอกว่าหาคนขับรถได้แล้ว อีกฝ่ายเพิ่งปลดประจำการจากกองทัพเมื่อปีที่แล้ว เรื่องขับรถยนต์ส่วนตัวรับรองว่าไม่มีปัญหาเผยอวี้ให้ช่องทางการติดต่อกับเธอไว้หรงซูรีบติดต่อไปหาอีกฝ่ายทันที ตอนนี้เขาอยู่ที่บริษัทของเผยอวี้ และยังต้องไปขับรถที่คฤหาสน์หม่านถัง คาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง“คุณติดต่อมาหาฉันล่วงหน้าสักครึ่งชั่วโมงนะคะ”เธอจะได้ค่อย ๆ เดินออกไป ถือเสียว่าเป็นการเดินเล่นพักผ่อนอีกฝ่ายตอบตกลงสิบโมงครึ่งหรงซูเดินมาถึงหน้าประตูวิลล่ารถก็ขับมาถึงพอดีรถจอดลงตรงหน้าเธอ คนขับผลักประตูลงจากรถแล้วเดินมาทางที่นั่งข้างคนขับ เขาสูงประมาณร้อยแปดสิบเซนติเมตร
Read more

บทที่ 46

หรงซูมาถึงห้องพักผู้ป่วยของซ่งเหยียน อารมณ์ของเธอสงบลงอย่างสมบูรณ์แล้ว“เสี่ยวซู เธอมาแล้ว ซื้อผลไม้มาทำไมอีกเนี่ย”เธอวางผลไม้ในมือลงบนโต๊ะน้ำชา มองดูถุงน้ำเกลือที่ยังแขวนเหลืออยู่อีกครึ่งถุง แล้วถามว่า “หมดขวดนี้แล้วยังมีอีกไหมคะพี่?”“เหลือแค่นี้แหละขวดสุดท้ายแล้ว”“วันหลังพี่จะดื่มเหล้าเหมือนคืนนั้นไม่ได้อีกแล้วนะคะ”ซ่งเหยียนหัวเราะแล้วบอกว่า “เวลาอารมณ์ไม่ดีก็เลี่ยงยากน่ะ คนเราก็ต้องหาทางระบายออกบ้าง เอาเป็นว่าวันหลังฉันจะระวังก็แล้วกัน”ซ่งเหยียนเพิ่งจะให้น้ำเกลือเสร็จ เจียงหวยซวี่ก็มาที่ห้องพักผู้ป่วยพอดีตอนเที่ยง ทั้งสามคนไปกินมื้อกลางวันด้วยกันที่ร้านอาหารใกล้ ๆ โรงพยาบาล โดยสั่งแต่เมนูอาหารรสจืดหรงซูพูดคุยถึงเรื่องที่บังเอิญเจออาจารย์ฟู่ที่มหาวิทยาลัยในวันนั้นเจียงหวยซวี่พูดขึ้น “อาจารย์ฟู่มักจะกลับไปที่มหาวิทยาลัยบ่อย ๆ ท่านบอกว่าพอมองดูเด็กวัยรุ่น ตัวท่านเองก็พลอยเด็กลงไปด้วย”ซ่งเหยียนประหลาดใจ “เสี่ยวซูรู้จักกับอธิการบดีฟู่ด้วยเหรอ?”คุณท่านฟู่สอนเจียงหวยซวี่จบได้ไม่ถึงสองปีก็เกษียณอายุแล้วเจียงหวยซวี่บอกว่า “ตอนที่ฉันสอนเสี่ยวซู อาจารย์ฟู่ยอมรับในตัวเธอม
Read more

บทที่ 47

สองวันต่อมาตอนกลางคืน เซิ่งถิงเชินอยู่บ้านตลอดเพียงแต่หรงซูแทบจะไม่ได้เจอหน้าเขาเลยแบบนี้ก็ดีเหมือนกันยังไงซะ ตอนนี้เธอก็แค่รอคลอดลูกออกมาอย่างปลอดภัยก็พอหลังจากโดนคุณนายใหญ่ตำหนิไป หลิวลี่หัวกับอู๋ฟางก็ทำตัวอยู่ในกฎระเบียบมากขึ้น พวกเธอจะเตรียมมื้อเช้าไว้ให้ หลังเลิกงานจากมหาวิทยาลัย เธอจะไปที่สตูดิโอโยคะเลย เผยหลานหัวก็ไปรอเธอล่วงหน้าและเอาข้าวเย็นไปให้ภายในมหาวิทยาลัยจิงมีถนนใบแปะก๊วยที่มีชื่อเสียงมากสายหนึ่ง ตอนนี้ใบไม้กลายเป็นสีเหลืองทองอร่ามไปหมดแล้ว ราวกับดวงดาวที่เปล่งประกายภายใต้แสงแดดอันอบอุ่นในฤดูหนาวเหล่านักศึกษาพากันมาเช็กอินถ่ายรูปจากออฟฟิศในอาคารบริหารที่หรงซูอยู่ สามารถมองเห็นถนนสีเหลืองทองสายนั้นที่อยู่ชั้นล่างได้พอดีเธอไม่คิดเลยว่าวันนี้คุณท่านฟู่จะมาที่อาคารบริหารฝั่งนี้ พอเจอหรงซูก็ให้เธออ่านหนังสือพิมพ์ให้ฟังอีกเมื่อนั่งอยู่ในออฟฟิศหรงซูก็ถือหนังสือพิมพ์อ่านให้คุณท่านฟู่ฟังเวลาผ่านไปราว ๆ สี่สิบนาที“เอาล่ะ พอแค่นี้แหละ”หรงซูวางหนังสือพิมพ์ลง พอเห็นว่าน้ำในแก้วเก็บความเย็นของคุณท่านฟู่หมดแล้ว เธอก็เอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมา “เดี๋ยวฉันรินน้ำ
Read more

บทที่ 48

สีหน้าของคุณท่านฟู่ย่ำแย่งลง กล่าวว่า “ไปเถอะ!”พูดจบก็เดินไปทางที่จอดรถ รถจอดอยู่ไม่ไกลนัก จางเจิ้งเดินเข้าไปเปิดประตูรถให้ แล้วคุณท่านฟู่ก็ขึ้นรถเซิ่งถิงเชินส่งอันชิงเยว่ขึ้นรถ ก็มองดูรถขับผ่านหน้าไป จากนั้นก็ดึงสายตากลับมาแล้วขึ้นรถพริบตาเดียวใบแปะก๊วยสีเหลืองทองก็ร่วงหล่นตามสายลม อากาศเริ่มหนาวเย็นขึ้นเรื่อย ๆท้องของหรงซูโตขึ้นทุกวัน เดินได้ไม่นานก็ต้องนั่งพัก ใส่เสื้อผ้าก็ไม่ค่อยสะดวกเหมือนเมื่อก่อน โดยเฉพาะตอนใส่กางเกงที่ต้องใช้เวลาสวมอยู่นานสองนาน ลุกเข้าห้องน้ำกลางดึกบ่อยขึ้น ปวดเมื่อยเอวอย่างหนัก ตอนกลางคืนมักจะสะดุ้งตื่นเพราะตะคริวกินขา บางครั้งก็หายใจลำบากแต่เธอกับเซิ่งถิงเชินก็ยังคงรักษาระยะห่างกันอย่างชัดเจน แม้จะอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน เธอก็พยายามหลีกเลี่ยงที่จะกินข้าวร่วมกับเขา ต่อให้เจอหน้ากัน เซิ่งถิงเจ๋อก็ทำเหมือนมองไม่เห็นตัวตนของเธอ ซึ่งหรงซูก็ชินชาเสียแล้วช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนเซิ่งถิงเชินไปทำงานต่างเมืองหนึ่งสัปดาห์ หลิวลี่หัวเตือนให้เธอเตรียมกระเป๋าเดินทางและของใช้ให้เขา แต่หรงซูปฏิเสธ ตอนนี้เธอไม่อยากทำเรื่องไร้สาระอะไรอีกแล้ว ทำไปก็รังแต่จะทำให้เขาร
Read more

บทที่ 49

เธอไม่รู้ว่าเซิ่งถิงเชินจะยุ่งจนถึงเมื่อไหร่ถึงจะออกไปเธอจึงตัดสินใจออกไปก่อน โดยให้ตู้เจิ้งขับรถไปส่งที่บ้านใหญ่เซิ่งถิงเชินจัดการตัวเองเสร็จแล้วเดินลงมาจากชั้นบน เขามองหลิวลี่หัวแต่ไม่เห็นหรงซู จึงเอ่ยสั่ง “ไปเรียกเธอออกมา”หลิวลี่หัวตอบ “เธอออกไปล่วงหน้าแล้วค่ะ ไม่รู้จะเล่นตัวอะไรนักหนา ก็ไม่ได้มีใครทำอะไรเธอเสียหน่อย” อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมาประโยคหนึ่งเซิ่งถิงเชินขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่ได้ตอบรับคำพูดของหลิวลี่หัว ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกไปข้างนอกหรงซูมาถึงบ้านใหญ่ก่อนหน้าเซิ่งถิงเชินวันนี้คนตระกูลเซิ่งอยู่กันพร้อมหน้า ในลานจอดรถจึงมีรถหรูจอดอยู่ไม่น้อยหรงซูเพิ่งมาถึงก็บังเอิญเจอกับเซิ่งถิงเจ๋อพอดีเซิ่งถิงเจ๋อทักทายเธอทั้งสองคนไม่ได้เจอกันมาสักพักแล้วเซิ่งถิงเจ๋อมองสำรวจท้องของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าแวบหนึ่ง แล้วพูดว่า “ท้องดูเหมือนจะโตขึ้นอีกแล้วนะ เนื้อบนหน้าดูเหมือนจะลดลง สวยขึ้นนี่”หรงซูฟังแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยกมุมปากขึ้น มีแค่เซิ่งถิงเจ๋อเท่านั้นแหละที่สามารถพูดคำว่าเธอสวยขึ้นออกมาได้“นายเองก็หล่อขึ้นเหมือนกันนะ”“ใช่ไหมล่ะ! ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”ทั้งสองคนมองหน
Read more

บทที่ 50

“ฉันมีเอกสารที่ส่งมาจากทางเยอรมันฉบับหนึ่ง อยากให้เธอช่วยดูให้หน่อยน่ะ” เซิ่งถิงเจ๋อพูดหรงซูตอบ “อืม ไว้ค่อยส่งมาให้ฉันแล้วกัน!”เซิ่งถิงเจ๋อคีบกุ้งที่แกะเปลือกแล้วให้หรงซู วางลงในชามของเธอ พลางยิ้มแล้วพูดว่า “งั้นก็ขอบคุณพี่สะใภ้มากนะ”ฟู่อิงได้ยินคำพูดของลูกชาย ก็หันไปมองเขาแล้วถามว่า “ขอบคุณพี่สะใภ้เรื่องอะไรล่ะ?”เซิ่งถิงเจ๋อตอบ “ขอให้พี่สะใภ้ช่วยงานนิดหน่อยครับ”“แกไม่เห็นหรือไงว่าพี่สะใภ้ท้องโตขนาดนี้แล้ว แกยังจะไปทำให้เธอเหนื่อยอีก”หรงซูยิ้มอ่อนโยนแล้วตอบ “ไม่เป็นไรค่ะ แค่เรื่องเล็กน้อยเอง”ที่ผ่านมาท่าทีของฟู่อิงที่มีต่อเธอนับว่าอ่อนโยนใช้ได้ เพราะถึงอย่างไรหรงซูก็ไม่ได้มีผลประโยชน์หรือชื่อเสียงอะไรขัดแย้งกับอีกฝ่าย บางครั้งยังเออออไปตามคำพูดของคุณนายใหญ่เซิ่งและเห็นด้วยกับเธอสักสองสามประโยค“ถิงเจ๋อกับเสี่ยวซูสนิทกันดีจังเลยนะ” เฉิงซินพูดขึ้น เฉิงซินคือภรรยาของเซิ่งถิงอวี้ หรือก็คือพี่สะใภ้แท้ ๆ ของเซิ่งถิงเจ๋อฟู่อิงบอกว่า “เมื่อก่อนสองคนนี้อยู่โรงเรียนเดียวกันน่ะ ปีที่สอบเข้ามหาวิทยาลัย เสี่ยวซูได้ที่หนึ่งสายวิทย์ของเมือง ส่วนถิงเจ๋อคะแนนตามหลังเธอแค่คะแนนเดียวเอง
Read more
PREV
1
...
34567
...
10
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status