All Chapters of จอมนางข้ามภพ: Chapter 61 - Chapter 70

210 Chapters

บทที่ 60

“พี่ใหญ่เราไม่ไปลอยโคมกันหรือเจ้าคะ”หยวนหรงหย่งหมิงส่ายหน้าก่อนดึงนางออกมาอีกทาง เยว่เอ๋อร์เดินตามหลัง ดวงตาหวานมองแผ่นหลังกว้างริมฝีปากบางยกยิ้ม ใบหน้าอิ่มสุขก่อนที่จะเลื่อนสายตามาที่ข้อมือของตน ตั้งแต่เข้างานจนบัดนี้หากไม่นับที่นางสลัดมือจากเขา มือใหญ่นี้ของเขายังคงจับข้อมือเล็กของนางไว้อย่างมั่นคงมิปล่อยแม้เพียงชั่วพริบตา หยวนหรงหย่งหมิงชะงักเมื่อร่างเล็กด้านหลังชะงักเท้า เมื่อหันกลับไปดูจึงพบว่าดวงตาหวานของนางกำลังจดจ้องที่ขอทานเด็กคนหนึ่งที่ข้างทาง เด็กน้อยวัยประมาณห้าขวบนั่งกอดเข่าร้องไห้สะอื้นที่มุมหนึ่งของงาน เยว่เอ๋อร์ทรุดตัวลงนั่งเบื้องหน้าเอ่ยถามเสียงหวาน“หนูน้อยเหตุใดจึงมานั่งร้องไห้เช่นนี้”“ข้า... ข้าอยากลอยโคมแต่ข้าไม่มีเงิน”เยว่เอ๋อร์มองเด็กน้อยตรงหน้าอย่างสงสัย ปกติแล้วขอทานมักมิสนใจสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากเรื่องปากท้อง เหตุใดเด็กน้อยผู้นี้กลับอยากลอยโคมกัน“เพราะเหตุใดเจ้าจึงอยากลอยโคม”ดวงหน้ามอมแมมก้มลงคางชิดอก เอ่ยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น“ข้า… ข้าได้ยินว่า... หากใครลอยโคมในคืนนี้จะขอพรจากเจ้าแม่ หนี่วาได้หนึ่งข้อ แม่ข้าไม่สบาย ข้าอยากขอให้นางหายป่วย”เยว่เอ๋อร์ถอนห
Read more

บทที่ 61

ตำหนักดอกท้อ“เจ้าว่าอะไรนะ”“ทูลองค์หญิงคนของเรารายงานว่า เมื่อวานชินอ๋องไปที่จวนเสนาบดีหลิวเพื่อแจ้งว่าจะนำตัวแม่นางเยว่เอ๋อร์ไปที่ตำหนักพยัคฆ์ขาวเพคะ”“นำตัวไปไว้ที่ตำหนักพยัคฆ์ขาวอย่างนั้นรึ”องค์หญิงเหมยปี้เหยาจิบชาชั้นเลิศอย่างช้าๆ ท่วงท่างดงาม ฟังนางกำนัลคนสนิทรายงานด้วยความแปลกใจ“เพคะ ตรัสว่านางคือว่าที่พระชายาเพคะ”เพล้ง!!! ถ้วยชาสีฟ้าครามลายใหม่ที่ได้มาถูกปาลงกลางห้อง ใบหน้างามที่อ่อนหวานบิดเบี้ยวในทันที ว่าที่พระชายาอย่างนั้นหรือ ตำแหน่งนี้เป็นของนาง เยว่เอ๋อร์นางหญิงชั้นต่ำผู้นั้นกล้าดีอย่างไรมาแย่งนางไป“รายงานมาให้หมด”น้ำเสียงเกรี้ยวกราดและท่าทางที่ดูดุร้ายขัดกับใบหน้างดงามอ่อนหวานทำให้นางกำนัลคนอื่นต่างย่อตัวหมอบกราบแม้แต่จะหายใจเสียงดังยังมิกล้า มีเพียงสองนางกำนัลคนสนิทจากแคว้นลี้เท่านั้นที่ยังคงสามารถต้านทานอารมณ์ขององค์หญิงผู้นี้ได้“เพคะ เมื่อคืนนี้ท่านอ๋องพาแม่นางเยว่เอ๋อร์ไปร่วมงานบูชาศาลเจ้าแม่หนี่วาเพคะ”หยวนหรงหย่งหมิงเป็นชินอ๋องแห่งหนิงอัน นิสัยเย็นชา เด็ดขาด และมิสนใจผู้ใด คนผู้นี้กลับยอมพาเด็กน้อยชั้นต่ำเยว่เอ๋อร์ไปเดินงานบูชาศาลเจ้าอย่างนั้นหรือ มือบางกำแ
Read more

บทที่ 62

“ฮ่องเต้เสด็จ”“ถวายพระพรฝ่าบาท ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี”เสียงเหล่าขุนนางต่างสรรเสริญแซ่ซ้องโดยพร้อมเพียง ฮ่องเต้หยวนหรงหย่งเจิ้นยกยิ้มอ่อนโยนอนุญาตให้ทั้งหมดลุกขึ้นได้ตามปกติ“หย่งหมิงวันนี้เจ้าก็มาด้วยหรือ มีเรื่องด่วนอะไรเหตุใดไม่แจ้งข้าก่อน”น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยนและใส่ใจเป็นพิเศษทำให้เหล่าขุนนางพากันสบตาเงียบๆ ด้วยความคิดที่หลากหลายประเด็น“หม่อมฉันจะมาขอพระราชทานสมรสพ่ะย่ะค่ะ”น้ำเสียงเย็นชาและมั่นคงที่เอ่ยออกมาทำเอาเหล่าขุนนางแตกตื่นกันอีกครั้ง เหอซั่วชินหวังหยวนหรงหย่งหมิงเป็นชินอ๋องแห่งหนิงอัน ศักดิ์และฐานะเทียบเท่าองค์รัชทายาท และด้วยคุณงามความดีที่กระทำมาแม้แต่องค์ฮ่องเต้ยังคงต้องเกรงใจเขาอยู่หลายส่วน บุตรสาวตระกูลใดกันที่โชคดีเพียงนี้“แต่งงานอย่างนั้นหรือ กับผู้ใดกัน”“นางชื่อเยว่เอ๋อร์พ่ะย่ะค่ะ”“เยว่เอ๋อร์... เด็กน้อยที่เป็นผู้ช่วยท่านหมอต้วนเมื่อคราวเสด็จพ่อของเราทรงประชวรใช่หรือไม่”สีพระพักตร์ขององค์ฮ่องเต้หยวนหรงหย่งเจิ้นนั้นแฝงความยินดียิ่งนัก รอยพระสรวลกว้างปรากฏบนพระพักตร์ชัดเจน“เจ้าช่างสายตาแหลมคมนัก”“ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ”เสนาบดีหลิวก้าวออกมาเบื้องหน้
Read more

บทที่ 63

“แล้วท่านเสนาบดีมู่ทราบได้อย่างไรว่านางมีพลังปราณซ่อนอยู่”“ที่สำนักศึกษาหลวงมิใช่มีแต่อาจารย์ที่มีพลังปราณกล้าแกร่งหรือไร ข้าเชื่อว่าภายในห้าปีพลังปราณที่ซ่อนอยู่ของนางจะต้องปรากฏแน่นอน”สายตาของสองเสนาบดีสบกันอย่างมิมีใครยอมใคร หยวนหรงหย่ง หมิงยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย จุดประสงค์ของเสนาบดีมู่เขาล้วนอ่านออกจนหมดสิ้น การเดินหมากครั้งนี้ช่างคุ้มยิ่งนัก นอกจากจะตัดเขาออกจากเส้นทางของรัชทายาทแล้ว ยังเป็นการสร้างบุญคุณกับเขาด้วย เรียกว่ายิงนัดเดียวได้นกสองตัวกันเลยทีเดียว“ตกลงตามนี้ เหอซั่วชินหวังหยวนหรงหย่งหมิง รับราชโองการ”สองเสนาบดีลุกขึ้นไปยืนประจำที่ หยวนหรงหย่งหมิงก้าวเดินมาเบื้องหน้าคุกเข่ารับพระบัญชา“เหอซั่วชินหวังหยวนหรงหย่งหมิง มีคุณงามความดีต่อแผ่นดินมากล้น พระราชทานแม่นางเฉินเยว่เอ๋อร์เป็นพระคู่หมั้น อีกห้าปีหากนางฝึกตนจนพบพลังปราณในตัว ให้จัดงานอภิเษกได้ในทันที”“น้อมรับราชโองการ”“ยินดีกับเหอซั่วชินหวังหยวนหรงหย่งหมิง!”เสียงขุนนางรอบตัวเอ่ยยินดีโดยพร้อมเพียงกัน หยวนหรงหย่ง หมิงถอยมายืนที่ของตน ทางซ้ายมือของเขาคือเสนาบดีหลิวหนิงเต๋อ หางตาคมเหลือบมองที่ชายสูงวัยกว่าอย่างดูแค
Read more

บทที่ 64

หนึ่งเดือนต่อมา เยว่เอ๋อร์ได้รับแต่งตั้งเป็นพระคู่หมั้นของชินอ๋องแห่งตำหนักพยัคฆ์ขาว แม้เรื่องนี้จะสร้างความยินดีให้หยวนหรงหย่งหมิงมิน้อยแต่เรื่องที่ต้องส่งนางเข้าไปยังสำนักศึกษาหลวงกลับทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดใจมากกว่า เขาพึ่งได้เจอกับนางไม่นานก็ต้องมาแยกจากนางอีกแล้ว คิดแล้วก็ให้นึกโมโหเสนาบดีหลิวหนิงเต๋อนัก ต่างจากเยว่เอ๋อร์เมื่อได้ทราบว่าตนจะได้เข้าไปศึกษาในสำนักศึกษาหลวง ความรู้สึกยินดีก็เต็มตื้น ในอกขึ้นมาทันที ภายในห้าปีนี้นางจะต้องฝึกพลังปราณให้ได้ นางไม่เชื่อ หรอกว่าร่างกายนี้จะไม่สามารถฝึกพลังปราณได้หลังพิธีการหมั้นหมายไม่นาน เยว่เอ๋อร์ก็ถูกส่งตัวเข้าสำนักศึกษาหลวง ที่นี่เป็นเขตศึกษาอันทรงเกียรติของหนิงอัน ผู้ที่สามารถเข้ามายังสถานศึกษาแห่งนี้ได้ หากไม่ใช่ผู้ที่มีพลังปราณเดิมอยู่แล้ว ก็ต้องเป็นบุตรของขุนนางใหญ่หรือเชื้อพระวงศ์เท่านั้น หยวนหรงหย่งหมิงมาส่งนางที่หน้าประตูสำนักศึกษาหลวง ดวงตาคมฉายแววขัดใจมิน้อยที่ต้องจากนางแค่ตรงนี้ เขามิใช่คนในสำนักศึกษาหลวงจึงมิอาจเข้าไปได้ เยว่เอ๋อร์กุมมือหนายกยิ้มให้อย่างเอาใจ“อีกสามเดือนข้างหน้าหม่อมฉันก็ได้รับอนุญาตให้กลับไปเยี่ยมบ้าน
Read more

บทที่ 65

“เฉินเยว่เอ๋อร์เจ้าค่ะ”เยว่เอ๋อร์ตอบเสียงเรียบใบหน้ายังคงจดจ้องหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจ ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้นางต้องระวังตัวมากขึ้น“แม่นางหม่าอยู่ที่นี่หรือเจ้าคะ”“แม่นง แม่นางอะไร เรียกข้าว่าพี่ซูซินดีกว่า”เยว่เอ๋อร์ยกยิ้มกว้าง หม่าซูซินลุกขึ้นยืนเดินวนในสวนด้วยท่าทางสบายใจ หากแต่แววตาแฝงความเศร้าอย่างประหลาด“รู้หรือไม่เจ้าเป็นศิษย์ใหม่ในรอบสี่ปีของที่นี่เลย”ดวงตาหวานเบิกกว้างคิ้วเรียวเล็กขมวดเข้าหากัน“ท่านอยู่ที่นี่มานานแล้วหรือเจ้าคะ”“ก็ประมาณสี่ปีเห็นจะได้”น้ำเสียงสดใสหากแต่แฝงความเศร้าในที นี่หมายความว่าหม่าซูซินใช้เวลาฝึกฝนถึงสี่ปี แต่ก็ยังไม่สำเร็จอย่างนั้นหรือ อ่า... ดูท่างานนี้คงไม่ง่ายเสียแล้วหม่าซูซินเป็นหญิงสาวที่งดงามสดใส และพูดคุยเก่ง เยว่เอ๋อร์ทำได้เพียงนั่งฟังนางอย่างเงียบๆ พร้อมด้วยรอยยิ้ม อย่างน้อยก็ดีกว่านางอยู่คนเดียว“อะ… ใกล้ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว ข้าไปก่อนนะเยว่เอ๋อร์ ขืนช้าพวกนางมาไม่เห็นข้าจะยกอาหารกลับไปหมด”พูดจบหม่าซูซินก็วิ่งจากไปในทันที เยว่เอ๋อร์เพียงยกยิ้มส่ายหน้าไปมาเท่านั้นผ่านมาเจ็ดวันแล้วที่เยว่เอ๋อร์เข้ามาอยู่ที่นี่ แน่นอนว่านอกจากพู
Read more

บทที่ 66

ต้นยามโฉ่ว (เท่ากับเวลา 01.00 น. จนถึง 02.59 น.) ร่างเด็กสาววัยสิบปีก้าวออกจากสำนักศึกษาขั้นฝึกหัด นางสวมใส่ชุดสีดำใช้ความมืด อำพรางตนเอง การออกจากสำนักศึกษาฝึกหัดมิใช่เรื่องยากอะไรเพราะที่นี่มิค่อยได้รับการใส่ใจจากผู้คนอยู่แล้ว แม้แต่ยามหน้าประตูยังมิมีด้วยซ้ำไป เยว่เอ๋อร์ในคราบนางโจรน้อยเดินลัดเลาะไปตามทางเดินระหว่างสำนักศึกษาฝึกหัดกับสำนักศึกษาขั้นกลาง แม้สำนักศึกษาฝึกหัดจะมิค่อยมีเวรยามหากแต่ที่สำนักศึกษาขั้นกลางกลับพบเวรยามแน่นหนา ร่างเล็กคลานไปตามพุ่มไม้ประดับที่ตกแต่งตามทางเดิน เมื่อเห็นแสงไฟของเวรยามก็หมอบลงกับพื้นอาศัยที่ตัวนางยังเล็กและเวรยามที่นี่มิค่อยจะใส่ใจในการตรวจตรานัก ตอนนี้นางก็มายืนที่ด้านหน้าสำนักศึกษาขั้นสูง ตัวอาคารสี่ชั้นสีดำให้ความรู้สึกน่าเกรงขามและโดดเดี่ยวจนเย็นเยือก เยว่เอ๋อร์นั่งนิ่งที่พุ่มไม้ด้านหน้าสายตามองไปโดยรอบตัวอาคาร น่าแปลก ที่นี่เหตุใดไม่มีคนคุ้มกันทั้งที่เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของสำนักศึกษาหลวง ดวงตาหวานจดจ้องที่ประตูทางเข้าเหตุใดจึงลงกุญแจเอาไว้ หรือว่าที่อาคารแห่งนี้ไร้ผู้คนพลันมุมปากหวานก็ยกยิ้มกว้าง นางลืมไปได้อย่างไรว่าสำนักศึกษาขั
Read more

บทที่ 67

“ข้าเห็นเจ้าจดรายชื่อตำราเสียมากมายเหตุใดจึงมีเพียงสองเล่ม” “ข้าตัวแค่นี้จะหอบตำราเหล่านั้นมาหมดได้อย่างไร”ดวงตาหวานจดจ้องดวงตาคมอย่างมิหวาดหวั่นไร้ซึ่งพิรุธใดๆ การแสดงของนางยอดเยี่ยมจนเขาทำเพียงพยักหน้า“นี่ก็ใกล้ครบสองชั่วยามแล้ว อีกสักพักจะมีเวรยามขึ้นมาบนนี้เรากลับกันเถอะ”เยว่เอ๋อร์พยักหน้ารับ หันไปมองโดยรอบ ตรวจสอบว่านางมิได้ทิ้งหลักฐานใดไว้ บุรุษเบื้องหน้าเพียงยกยิ้มเล็กน้อยก่อนดึงร่างเล็กแนบอกทะยานจากทางหน้าต่างอาคารอีกครั้ง เยว่เอ๋อร์เบิกตากว้างมองสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่เคลื่อนผ่านอย่างรวดเร็วด้วยความตื่นตา หากนางมีวรยุทธ์เช่นนี้จะต้องวิเศษแน่นอน พริบตานางก็มายืนที่สวนในสำนักศึกษาฝึกหัด“ขอบคุณคุณชายอีกครั้ง”“ไม่เป็นไร”น้ำเสียงราบเรียบไม่ใส่ใจของเขาทำเอาเยว่เอ๋อร์ยิ้มมิออก หากแต่ก็ยังคงฝืนเอ่ยเสียงนุ่ม นางยังต้องพึ่งพาเขาอยู่“มิทราบคุณชายจะไปที่หอตำราอีกหรือไม่เจ้าคะ”นางแอบเอาตำรามาเสียหลายเล่มหากมิเอาไปคืนคงโดนจับได้เป็นแน่ แต่ด้วยความสามารถเพียงหางเต่าเช่นนางจะเอาปัญญาที่ไหนบุกขึ้นไปบนหอตำรากัน“เจ้ามีอะไร”“หากข้าจะขอรบกวนติดตามคุณชายไปด้วยจะได้ไหมเจ้าคะ”เขายก
Read more

บทที่ 68

ยามเหม่า (เท่ากับเวลา 05.00 น. จนถึง 06.59 น.) ต้าเจี้ยนเว่ยพาหม่าซูซินและเยว่เอ๋อร์มาซ่อนตัวที่ยอดไม้ใหญ่ริมลานประลองของศิษย์ในสำนักศึกษาขั้นต้น ที่นี่มีศิษย์ประมาณห้าสิบคน ระดับพลังปราณอยู่ในระดับขั้นหนึ่งถึงสามเท่านั้น ผ่านไปหนึ่งชั่วยามเหล่านักศึกษาในสำนักศึกษาขั้นต้นเริ่มมาชุมนุมกัน หม่าซูซินมองภาพเบื้องหน้าด้วยความตื่นตาตื่นใจ ด้านบนเหนือลานกว้างปรากฏชายวัยสี่สิบกว่าๆ เก้าคนนั่งเรียงหน้ากระดาน หากมองด้วยตำแหน่งการนั่งคาดว่าชายผมขาวตรงกลางนั่นคงเป็นอาจารย์จาง ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักศึกษาหลวงแห่งนี้แน่นอน เมื่อบุรุษทั้งเก้านั่งลงเหล่าศิษย์ขั้นต้นก็ยืนสงบนิ่งป็นระเบียบ อาจารย์ท่านหนึ่งลุกขึ้นมาแล้วกล่าวเปิดพิธีการประลองครั้งนี้ ในการประลองครั้งนี้แบ่งเป็นห้าสาย สายละสิบคน จับคู่ประลองกันจนได้อันดับหนึ่งของสาย ผู้ที่เป็นที่หนึ่งของสายจะเข้ารอบสองเพื่อชิงอันดับหนึ่ง รางวัลสำหรับผู้เป็นอันดับหนึ่งของปีนี้คือ ถังไท่จู (ชื่อสมมุติ) ถังไท่จูเป็นยาวิเศษที่ปรุงโดยปรมาจารย์ด้านการฟื้นฟู ฉายาเทพโอสถ ว่ากันว่าเพียงกินถังไท่จูหนึ่งเม็ด จะสามารถเลื่อนขั้นพลังปราณได้หนึ่งขั้นเลยทีเดียว“อ่า…
Read more

บทที่ 69

“คุณชายต้ามีพลังปราณ”“เป็นไปได้อย่างไร เขามิใช่ผู้ไร้พลังปราณแต่กำเนิดหรือไร”เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นโดยรอบ ต้าเจี้ยนเว่ยยกยิ้มมุมปากมือหนาวาดมือปล่อยพลังโจมตีลู่เสี้ยนคังในทันที ลู่เสี้ยนคังนั้นมีเพียงพลังปราณแต่ไร้วรยุทธ์เมื่อโดนโจมตีจากต้าเจี้ยนเว่ยอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายก็ทรุดลงพร้อมกระอักเลือดคำโต“ไอ้สวะ! เจี้ยนเว่ย”ลู่เสี้ยนคังทั้งอับอายและแค้นใจ เขารวบพลังสุดท้ายทั้งหมดซัดเข้าใส่ ต้าเจี้ยนเว่ยเพียงเบี่ยงตัวหลบแล้วหันมายกยิ้มเยือกเย็น ก่อนซัดพลังปราณคืนกลับใส่ลู่เสี้ยนคัง เดิมร่างกายของลู่เสี้ยนคังก็บอบช้ำมากอยู่แล้วเมื่อโดนโจมตีอีกครั้งจึงสลบไปทันที เสียงโห่ร้องดีใจดังขึ้นโดยรอบ ลู่เสี้ยนคังเป็นจอมเกเรชอบรังแกผู้คนในรุ่นมาโดยตลอดด้วยถือว่าตนเองมีพลังปราณขั้นสูงสุดและเป็นบุตรของขุนนางใหญ่ของราชสำนัก เมื่อมีคนที่สามารถจัดการเขาได้เช่นนี้ย่อมเป็นเรื่องที่น่ายินดี ต้าเจี้ยนเว่ยหันไปที่ต้นไม้ใหญ่ยกยิ้มมุมปากก่อนเดินไปหาต้าเว่ยซินเยว่เอ๋อร์มองเหตุการณ์ตรงหน้าแล้วยกยิ้มกว้าง ต้าเจี้ยนเว่ยท่านช่างเปิดตัวอลังการมิน้อย“เฮ้อ… โล่งอกไปที แต่เอ๊ะ! พี่เจี้ยนเว่ยฝึกพลังปราณสำเร็จเมื่อไหร่
Read more
PREV
1
...
56789
...
21
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status