จอมนางข้ามภพ のすべてのチャプター: チャプター 71 - チャプター 80

210 チャプター

บทที่ 70

ผ่านไปสองชั่วยามร่างเล็กในชุดสีเขียวก็วิ่งออกมาจากห้องของ เยว่เอ๋อร์ตรงเข้าไปเกาะแขนต้าเจี้ยนเว่ย“พี่เจี้ยนเว่ย ข้า... ข้า... ข้ามีพลังปราณแล้ว”หม่าซูซินเอ่ยอย่างดีใจก่อนกระโดดไปรอบๆ ต้าเจี้ยนเว่ยหันไปสบตาเยว่เอ๋อร์ก่อนส่งยิ้มให้กัน สองเดือนก่อนที่เยว่เอ๋อร์มาแจ้งแก่เขาว่านางค้นพบวิธีการที่อาจทำให้เขาสามารถฝึกพลังปราณได้นั้นเขาเองก็ยังมิอยากเชื่อ แต่หลังจากทำตามที่นางบอก เขาก็สามารถฝึกได้จริงๆ นางช่างเป็นอัจฉริยะโดยแท้“แล้วเจ้าเล่าเยว่เอ๋อร์”เยว่เอ๋อร์ยกยิ้มกว้างสายตาหันไปมองหม่าซูซินที่กระโดดไปมาอย่างดีใจ สองเดือนก่อนนางค้นพบบันทึกของคนผู้หนึ่ง กล่าวว่าช่วงที่เขาหายจากอาการป่วยหนัก เขาสามารถเลื่อนขั้นพลังปราณได้อย่างน่าประหลาด เยว่เอ๋อร์จึงคิดว่าที่พวกนางมิสามารถฝึกพลังปราณอาจเป็นเพราะจุดชีพจรบางจุดมีปัญหา จึงได้ใช้วิธีการฝังเข็มเปิดชีพจร และให้แช่สมุนไพรเพื่อเร่งการเดินปราณมิให้ติดขัด ซึ่งวิธีการนี้ใช้ได้ผลทั้งกับหม่าซูซินและต้าเจี้ยนเว่ย แต่กลับมิได้ผลกับนาง หรือนางจะเป็นผู้ที่มิสามารถฝึกพลังปราณได้จริงๆ“ข้าเชื่อว่าเจ้าจะต้องทำได้เช่นกัน”เยว่เอ๋อร์หันไปพยักหน้าแล้วยิ้
続きを読む

บทที่ 71

เรือนรับรองสกุลหลิวเหลยหยวนเหยาวางจดหมายที่เยว่เอ๋อร์ส่งมาให้เขาลง สองปีกว่าแล้วที่นางเข้าไปที่สำนักศึกษาหลวง นางมักส่งจดหมายมาให้เขาเสมอ ความไว้ใจเชื่อใจที่นางมีให้ยังคงเสมอต้นเสมอปลาย ความพยายามของนางเพื่อให้คู่ควรกับหยวนหรงหย่งหมิงทำให้เขาจำต้องตัดใจจากนาง หรือบางทีเขาอาจมิได้มีใจให้นางดังเช่นที่เขาเข้าใจ เหลยหยวนเหยาถอนหายใจยาว เขาเขียนรายการสมุนไพรตามที่เยว่เอ๋อร์แจ้งส่งให้สาวใช้ไปจัดหา หากเป็นไปตามที่นางกล่าวในจดหมาย นางจะเป็นผู้มีพลังปราณสายเวทมนตร์คนแรกของ หนิงอันสามวันให้หลังเยว่เอ๋อร์พาหม่าซูซินและต้าเจี้ยนเว่ยมาที่เรือนรับรองสกุลหลิว การฝังเข็มนั้นนางต้องทำขณะแช่ในอ่างสมุนไพร แม้ตอนนี้นางจะอายุเพียงย่างสิบสามปี แต่ด้วยตำแหน่งพระคู่หมั้นของชินอ๋องนางมิสามารถจะอยู่ลำพังกับเหลยหยวนเหยาได้“ท่านอาเหลย นี่คือพี่หม่าซูซินและพี่ต้าเจี้ยนเว่ยเจ้าค่ะ”เหลยหยวนเหยาเพียงพยักหน้ารับ“เราเริ่มกันเลยดีหรือไม่”เยว่เอ๋อร์พยักหน้ารับ สายตามั่นคงแน่วแน่ ต้าเจี้ยนเว่ยนั่งรอที่ในส่วนของห้องโถง ขณะที่หม่าซูซินเข้าไปด้านในเป็นเพื่อนเยว่เออร์ ร่างบางนั่งแช่ในอ่างสมุนไพร กลิ่นสมุนไพรอบอวลไปทั่
続きを読む

บทที่ 72

ยามเมื่อเยว่เอ๋อร์รู้สึกตัวอีกครั้ง ดวงตาหวานค่อยๆ กะพริบ แล้วกวาดมองไปโดยรอบ นี่คือห้องพักของนางในเรือนรับรองสกุลหลิว นางค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้น“เยว่เอ๋อร์เจ้าฟื้นแล้ว”หม่าซูซินรีบเข้ามาประคองร่างเล็ก เยว่เอ๋อร์ยกยิ้มอ่อน หม่าซูซิน ยกมือลูบใบหน้าของเยว่เอ๋อร์“ไม่น่าเชื่อว่าพริบตาเจ้าจะงดงามขึ้นถึงเพียงนี้”เยว่เอ๋อร์ขมวดคิ้วเรียว หม่าซูซินรีบคว้ากระจกส่งให้นาง เยว่เอ๋อร์พลันชะงักค้างเมื่อได้สบตากับสตรีในกระจก ยามนี้สตรีในกระจกแม้ดูแล้วคล้ายคลึงนาง หากแต่กลับมีความงามที่ลงตัวจนน่าประหลาดใจ นางจำได้ว่าผู้มีพลังปราณด้านเวทมนตร์รูปลักษณ์จะเปลี่ยนไปตามระดับขั้น แต่มิคาดว่าจะเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้“ข้าจะต้องกลับตำหนักพยัคฆ์ขาว”หม่าซูซินพยักหน้ารับ รีบพยุงร่างเพรียวบางของเยว่เอ๋อร์ออกมาด้านนอก สายตาของต้าเจี้ยนเว่ยและเหลยหยวนเหยาล้วนจดจ้องมาที่ เยว่เอ๋อร์มิวางตา“นี่ๆ ให้มันน้อยๆ หน่อยได้หรือไม่ จ้องขนาดนี้เยว่เอ๋อร์จะวางตัวลำบากนะ”เยว่เอ๋อร์ยกยิ้มอ่อนโยน หม่าซูซินหน้ามุ่ยมองสองบุรุษเบื้องหน้าอย่างมิพอใจ นางช่างเหมือนพี่สาวที่หวงน้องสาวโดยแท้“ท่านอาเหลย ข้าจะขอกลับตำหนักพยัคฆ์ขาว
続きを読む

บทที่ 73

เยว่เอ๋อร์เดินทางเข้าป่าซานซิ่งซานโดยมีวิหคเพลิงชิงชิงติดตามมาด้วยอย่างใกล้ชิด เวลานี้ฟ้าเริ่มมืดแล้วสมควรหาที่พัก เยว่เอ๋อร์หยุดที่หน้าถ้ำแห่งหนึ่ง“ถ้ำแห่งนี้ใกล้กับแหล่งน้ำ คืนนี้เราพักที่นี่กันเถิดชิงชิง”“ที่นี่คงไม่ปลอดภัยนัก”ดวงตาหวานหันมาสบตาวิหคเพลิงชิงชิง คิ้วเรียวสวยขมวดเป็นปมสงสัย“ที่นี่คือที่พักของค้างคาวทมิฬ”ดวงตาหวานเบิกกว้าง นางเคยอ่านจากตำราในหอตำราว่าค้างคาวทมิฬเป็นสัตว์เทพชนิดหนึ่ง มักอาศัยในถ้ำ นิสัยหงุดหงิดง่ายและขี้โมโห พลังโจมตีเป็นธาตุไฟ และมีพลังเสียงทำลายล้าง จุดอ่อนคือบริเวณระหว่างคิ้ว เยว่เอ๋อร์ยกยิ้มกว้าง นัยน์ตาเปล่งประกายพอใจ ในที่สุดหนูตัวแรกก็ปรากฏแล้ว แถมเป็นหนูมีปีกเสียด้วย“เช่นนั้นเรามาจับค้างคาวเล่นกันดีหรือไม่”วิหคเพลิงหันมาจองใบหน้างามก่อนถอนหายใจยาว“ค้างคาวทมิฬในถ้ำนี้มีพลังขั้นห้าเจ้าจะยังอยากเล่นกับมันอยู่หรือไม่”เยว่เอ๋อร์ยกยิ้มดวงตาวาววับ วิหคเพลิงชิงชิงได้แต่ถอนหายใจยาวอีกครั้ง เห็นทีงานนี้เขาคงจะมิสามารถห้ามปรามนางได้ แต่เอาเถิดนางอยากเล่นสนุกก็ปล่อยนางไป หากพลาดพลั้งขึ้นมาเขาจะช่วยนางเองเยว่เอ๋อร์เข้าไปภายในถ้ำ ด้านในมืดสลัวมองเห็
続きを読む

บทที่ 74

เยว่เอ๋อร์ยกยิ้มกว้างเมื่อเห็นค้างคาวทมิฬสองตัวโจมตีพร้อมกัน ดวงตาแดงฉานของมันปล่อยแสงธาตุไฟเข้าโจมตีวิหคเพลิง เพราะพลังโจมตีธาตุไฟสำหรับวิหคเพลิงนั้นถือเป็นการดี เพราะมันชื่นชอบไฟเป็นทุนเดิม แทนที่พลังของเจ้าค้างคาวทั้งสองจะทำร้ายวิหคเพลิงก็จะกลายเป็นส่งเสริม ชิงชิงโบกสะบัดปีกเพียงสองครั้งเข็มไฟมากมายก็พุ่งเข้าโจมตีค้างคาวทมิฬทันที ร่างกายของพวกมันมีเข็มไฟปักจนทั่วพวกมันกรีดร้องโหยหวน ส่งพลังคลื่นเสียงโจมตีอีกครั้ง ชิงชิงโบกปีกขึ้นปรากฏปราการสะท้อนกลับ ค้างคาวทมิฬสองตัวเมื่อโดนคลื่นเสียงของตนสะท้อนกลับมาก็มิอาจขยับตัวได้อีก ร่างกายลุกเป็นไฟและสลายในพริบตาคงเหลือเพียงผลึกธาตุสีส้มสองอันเท่านั้น“ข้าคืนผลึกธาตุให้เจ้า”น้ำเสียงที่เอ่ยแฝงความขบขันเล็กน้อย เยว่เอ๋อร์ยกยิ้มกว้าง แม้นางใช้ผลึกธาตุสองอันนี้มิได้แต่เก็บไว้ก็มิเสียหายอะไร“ชิงชิงของข้าช่างเก่งกาจและมีน้ำใจยิ่งนัก”ทั้งสองกล่าวหยอกล้อกันก่อนหัวเราะเสียงดัง เมื่อจัดการค้างคาวทมิฬเรียบร้อยแล้ว ร่างบอบบางก็จัดการเตรียมที่พักแรมง่ายๆ ของตน แสงสว่างจากมุกราตรีสีขาวช่างนวลตาดีมิน้อย เยว่เอ๋อร์หยิบผลึกธาตุสีน้ำเงินขึ้นมาดู ในตำรากล่า
続きを読む

บทที่ 75

“ไปช่วยเยว่เอ๋อร์ ทางนี้ข้าจัดการเอง”วิหคเพลิงหันไปตามเสียงนั้น เขามิมีเวลามาพิจารณาอะไรมาก เมื่อมีคนยื่นมือมาช่วยวิหคเพลิงหันไปทางเยว่เอ๋อร์ในทันที หมาป่าพวกนั้นกำลังพุ่งเข้าโจมตีเยว่เอ๋อร์ วิหคเพลิงโบกปีกสะบัดเข็มไฟพุ่งตรงไปปักที่พวกมันสกัดไว้ได้ทันการณ์ หากแต่ยังมีพวกมันที่พุ่งเข้ามาอีกมิขาดสาย“ข้าจะส่งสุนัขจรจัดอย่างพวกเจ้าไปลงนรกให้หมด”ขณะที่วิหคเพลิงกำลังต่อสู้ภายในถ้ำ ด้านนอกปรากฏชายในชุดสีแดงเลือดนกปักลายพยัคฆ์ยืนประจันหน้ากับเจ้าตัวจ่าฝูง หยวนหรงหย่ง หมิงกลับมาจากการปราบชนกลุ่มน้อยที่ทางใต้ เมื่อกลับถึงตำหนักพยัคฆ์ขาวพ่อบ้านก็ส่งจดหมายให้เขา ทันทีที่อ่านจบเขาก็ทะยานมาที่ป่าซานซิ่งซานในทันที แม้จะเสียพลังปราณในการเดินทางเช่นนี้ แต่เขาก็มิลังเลเลยสักนิด เบื้องหน้าตอนนี้เป็นสัตว์เทพจากขนาดตัวและแรงที่ใช้โจมตีวิหคเพลิงเมื่อครู่คาดว่าเจ้าหมาป่าตัวนี้คงมีระดับขั้นห้าขึ้นไปเป็นแน่หยวนหรงหย่งหมิงเดินพลังปราณแสงสีชมพูอาบไล้ไปทั่วตัวเขา บ่งบอกระดับพลังขั้นเจ็ด กระบี่อ่อนในมือถูกดึงออกมาใช้โจมตีศัตรู เขาสูญเสียปราณในการเดินทางมิน้อย เช่นนั้นการต่อสู้ครั้งนี้จึงยืดเยื้อมิได้ เจ้าหม
続きを読む

บทที่ 76

“ทรงบาดเจ็บ”“เพียงเล็กน้อยเท่านั้น”ร่างเล็กดันตัวออกจากเขา หยวนหรงหย่งหมิงยกยิ้มกว้างใบหน้าไร้กังวล เป็นนางที่ขมวดคิ้วเรียวแล้วดึงเขาไปด้านใน ขณะเดียวกันนางก็สังเกตเห็นว่าวิหคเพลิงชิงชิงก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน เป็นเพราะนางพวกเขาทั้งสองจึงต้องบาดเจ็บ ใบหน้างามฉายแวววิตกและรู้สึกผิด“ข้ามิเป็นไรมาก พักสักคืนพรุ่งนี้แผลก็หาย”วิหคเพลิงชิงชิงเอ่ยบอกนาง เยว่เอ๋อร์เพียงพยักหน้ารับ นางรู้ว่าโอสถที่ตนมีรักษาสัตว์เทพอย่างวิหคเพลิงไม่ได้แน่นอน แต่ก็ยังอดเป็นห่วงมิได้ ก่อนดึงสติกลับมาแล้วดึงหยวนหรงหย่งหมิงไปนั่งบริเวณที่พักที่นางเตรียมไว้ หยวนหรงหย่งหมิงมองที่นอนง่ายๆ ที่นางจัดไว้แล้วได้แต่ยกยิ้ม เรื่องมิติเวลาของนางเขารู้ดี แค่มิคิดว่านางจะเอาไว้ใส่ของพวกนี้ คนส่วนใหญ่ล้วนใช้เก็บของมีค่าแต่นางกลับใช้เก็บของจำเป็น ช่างเป็นสตรีที่ไม่เหมือนผู้ใด เยว่เอ๋อร์ทำแผลใส่ยาให้หยวนหรงหย่งหมิงด้วยความชำนาญและรวดเร็ว เขายกยิ้มกว้างผ่านมาแปดปีนางก็ยังคงทำแผลได้ดีเช่นเดิมเมื่อจัดการบาดแผลให้หยวนหรงหย่งหมิงเสร็จเยว่เอ๋อร์ก็ลุกขึ้นเพื่อไปดูวิหคเพลิงชิงชิง หากแต่มิทันจะขยับกายร่างบอบบางก็เซถลา ใบหน้างามกระทบกับ
続きを読む

บทที่ 77

“ท่านอ๋อง พระองค์ต้องตั้งสติเพคะ ทรง…”ยังมิทันเอ่ยจบริมฝีปากแดงฉ่ำน้ำของนางก็ถูกเขาเข้าครอบครอง ลิ้นหนาสอดเข้ามารุกล้ำหาความหอมหวานจากนางอย่างมิอาจห้ามปรามได้อีก เยว่เอ๋อร์หัวใจเต้นระรัว เมื่อลิ้นเล็กสอดประสานกับลิ้นหนา แรงต่อต้านในทีแรกเริ่มอ่อนลง หยวนหรงหย่งหมิงปล่อยแขนเล็กเป็นอิสระ มือหนาเคล้นคลึงสะโพกมน เยว่เอ๋อร์พยายามตั้งสติ นางรู้ว่าหยวนหรงหย่งหมิงมิได้ตั้งใจ มือเรียวเริ่มร่ายคาถาเวทย์ผสานพลังปราณไม่นานร่างสูงใหญ่ก็สลบไป เยว่เอ๋อร์ค่อยๆ ขยับตัวดันคนตัวโตลงนอนด้านข้าง โชคดีที่เขามิได้ระวังตัว มิเช่นนั้นด้วยพลังขั้นห้าอย่างนางคงมิสามารถร่ายคาถาเวทย์ใส่เขาได้เช่นนี้หยวนหรงหย่งหมิงลืมตาขึ้นเมื่อแสงวันใหม่มาเยือน ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนฉายเข้ามาในความคิด เขามองหาร่างบางพบเพียงความว่างเปล่า หัวใจแกร่งเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวขึ้นมา ร่างสูงหยิบเสื้อชุดนอกสวมใส่รวดเร็วแล้วตรงไปนอกถ้ำ ภาพสตรีร่างบอบบางในชุดสีม่วงเข้มยืนรับลมที่ริมน้ำทำให้เขาผ่อนลมหายใจยาว พลางเดินไปหานาง เยว่เอ๋อร์ทอดสายตามองสายน้ำเบื้องหน้า ดวงตาหวานหลับลง ชีวิตของนางเมื่อไหร่จะสุขสงบกัน สายลมพัดผ่านผิวกายเยว่เอ๋อร์
続きを読む

บทที่ 78

“ท่านอ๋อง!”เยว่เอ๋อร์ดวงตาเบิกกว้างมองร่างสูงที่กระอักเลือดออกมาด้วยความห่วงใย“หมีดำมีพลังระดับแปด เขาสู้ไม่ไหวหรอก”เสียงหนึ่งสะท้อนในดวงจิต เป็นวิหคเพลิงชิงชิงซึ่งถูกนำเข้าไปไว้ในมิติเวลานั่นเอง เยว่เอ๋อร์ขมวดคิ้วเรียวจดจ้องไปที่การต่อสู้เบื้องหน้าด้วยความกังวล นางจำได้ว่าผู้มีพลังปราณสายเวทมนตร์สามารถร่ายคาถาเวทย์ในระยะไกลเพื่อสนับสนุนผู้มีพลังปราณสายอื่นได้ มือเรียวขยับร่ายคาถาเวทย์​ผสมพลังปราณในกายก่อนส่งพลังนั้นไปที่หยวนหรงหย่งหมิงแสงสีน้ำเงินบังเกิดเป็นปราการป้องกันให้เขา หยวนหรงหย่งหมิงมองภาพตรงหน้าอย่างแปลกใจ“หม่อมฉันจะร่ายคาถาป้องกันให้พระองค์ พระองค์ต้องโจมตีจุดตายของมันเพคะ”เมื่อเยว่เอ๋อร์ร่ายคาถาเวทย์ป้องกันให้หยวนหรงหย่งหมิง การโจมตีของหมีดำก็มิได้รุนแรงเช่นครั้งแรกอีก หากแต่ทุกครั้งที่ถูกโจมตีนางจะต้องร่ายคาถาเวทย์ป้องกันใหม่ทุกครั้ง ทำให้ดวงตาหวานมิอาจละสายตาจากการต่อสู้ตรงหน้าได้เลย นางร่ายคาถาเวทย์อย่างต่อเนื่อง เพราะด้วยระดับขั้นของหมีดำนั้นอยู่สูงกว่านางถึงสามขั้น การโจมตีของมันครั้งเดียวก็ทำลายปราการป้องกันของนางสลายไป หยวนหรงหย่งหมิงเข้าประชิดเจ้าหมีดำ กระบี่
続きを読む

บทที่ 79

ในที่สุดหยวนหรงหย่งหมิงและเยว่เอ๋อร์ก็เดินทางมาถึงอาณาเขตของวิหคเพลิง เบื้องหน้าเป็นหุบเขาลูกใหญ่ ลักษณะของป่าซานซิ่งซานปกติจะเย็นและชื้น แต่หุบเขาลูกนี้กลับแห้งแล้งไร้ต้นไม้ใบหญ้าและแผ่ไอร้อนออกมาตลอด ลักษณะเช่นมิต้องบอกก็เดาได้ว่าจะต้องเป็นที่อยู่ของวิหคเพลิงสัตว์เทพขั้นสูงธาตุไฟแน่นอน“เจ้าไหวหรือไม่เยว่เอ๋อร์”หยวนหรงหย่งหมิงหันมาเอ่ยถามเมื่อเห็นใบหน้างามมีเหงื่อผุดขึ้นเต็มดวงหน้า มือหนาเช็ดคราบเหงื่อนั้นอย่างอ่อนโยน ตอนนี้เขามีพลังปราณขั้นแปด เรียกว่าเกือบจะสูงสุด ย่อมสามารถเดินพลังต้านไอร้อนนี้ได้ แต่นางยังอยู่ในขั้นห้าแม้ในหนิงอัน การมีพลังปราณขั้นห้านั้นนับว่าเป็นผู้มีฝีมือ แต่สำหรับที่นี่ป่าซานซิ่งซานนางยังนับว่าอยู่ในระดับกลางเท่านั้น“หม่อมฉันไหวเพคะ”เยว่เอ๋อร์ร่ายคาถาเวทย์เหมันต์คลุมกาย แม้จะมิสามารถกันความร้อนของวิหคเพลิงได้ทั้งหมด แต่ก็สามารถบรรเทาได้ระดับหนึ่งหยวนหรงหย่งหมิงพยักหน้ายกยิ้ม กำมือบางเรียวเดินตรงเข้าไปด้านในอาณาเขตของวิหคเพลิง เมื่อเดินมาได้ระยะหนึ่งพลันปรากฏลูกไฟขนาดใหญ่พุ่งตรงมาที่ทั้งคู่ หยวนหรงหย่งหมิงรวบร่างบางแนบอกทะยานหลบการโจมตี มือหนากำกระบี่อ่อน
続きを読む
前へ
1
...
678910
...
21
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status