Share

บทที่ 11

last update Last Updated: 2026-02-25 23:31:47

ภายในห้องลับใต้ดินที่เงียบงัน รุ่ยหลินยังกลับไปนั่งคุกเข่าอยู่หน้าแท่นหิน แสงเลือนรางจากช่องดินด้านบนส่องลงมากระทบฝุ่นละอองในอากาศให้ลอยระยิบคล้ายหมอกบาง ในมือของนางคือคัมภีร์เก่าอีกเล่มหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้แท่น เมื่อครู่ขณะค้นสำรวจ นางเผลอกดแผ่นหินบางจุดจนเกิดเสียงกลไกเบา ๆ และช่องลับเล็ก ๆ ก็เปิดออก ภายในนั้นมีม้วนตำราห่อผ้าไหมสีซีด พร้อมตัวอักษรสี่คำบนปกว่า “คัมภีร์ปลุกลมปราณ”

หัวใจของรุ่ยหลินเต้นแรง ลมปราณคือพลังภายในที่ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนใฝ่หา แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะปลุกมันได้ นางเคยได้ยินศิษย์ในสำนักพูดกันว่า คนบางคนเกิดมามีเส้นลมปราณอุดตัน ต่อให้ฝึกหนักเพียงใดก็ไม่อาจก้าวสู่ขั้นสูงได้ ลึก ๆ แล้ว นางเคยสงสัยว่าตนเองอาจเป็นเช่นนั้น

รุ่ยหลินคลี่ผ้าไหมออกอย่างระมัดระวัง กลิ่นกระดาษเก่าโชยขึ้นแตะปลายจมูก ตัวอักษรในเล่มเขียนด้วยหมึกสีดำเข้ม แม้ผ่านกาลเวลามานานแต่ยังคมชัด

บทแรกกล่าวถึงการ “รับรู้ลมหายใจ” มิใช่เพียงหายใจเข้าออกธรรมดา แต่คือการฟังเสียงชีพจรของตนเอง การสัมผัสการไหลเวียนของเลือดและพลังในกาย

นางสูดลมหายใจลึกทำตามคำสั่งในคัมภีร์ หายใจเข้านับหนึ่งถึงเก้า กลั้นไว้นับหนึ่งถึงห้า ผ่อนออกช้า ๆ ครั้งแรกไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น มีเพียงเสียงหัวใจเต้นดังในหู แต่รุ่ยหลินมิได้ท้อนางหลับตาลงอีกครั้ง ปล่อยความคิดฟุ้งซ่านให้สงบ เหลือเพียงความรู้สึกภายใน ไม่นานนัก นางเริ่มรู้สึกถึงความอุ่นจาง ๆ บริเวณท้องน้อย จุดที่คัมภีร์เรียกว่า “ตันเถียน” ความอุ่นนั้นเบาเหมือนเปลวเทียนแรกเริ่ม รุ่ยหลินลืมตาขึ้นเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น หรือว่านี่จะเป็นลมปราณ

นางรีบหลับตาอีกครั้งคราวนี้ตั้งจิตแน่วแน่กว่าเดิม ทำตามบทถัดไปในคัมภีร์ ให้จินตนาการว่าความอุ่นนั้นค่อย ๆ ไหลเวียนไปตามเส้นสายทั่วร่าง ความรู้สึกอุ่นขยายตัวช้า ๆ จากท้องน้อยไปสู่หน้าอก แล้วไหลไปตามแขนทั้งสองข้าง ปลายนิ้วเริ่มชาราวถูกเข็มเล็ก ๆ สัมผัส

“เป็นไปได้อย่างไร…” 

ตั้งแต่เด็กนางไม่เคยได้รับการสอนวิชาลมปราณอย่างจริงจัง เพราะครอบครัวเน้นให้พี่ชายฝึกก่อน ส่วนสตรีมักถูกกันออกจากการฝึกขั้นลึก แต่บัดนี้ร่างกายของนางตอบสนองต่อคัมภีร์อย่างชัดเจน รุ่ยหลินยกมือขึ้นช้า ๆ แล้วผลักฝ่ามือออกไปเบื้องหน้า ลมบางอย่างพัดผ่านปลายนิ้ว ใบไม้แห้งบนพื้นห้องลับสั่นไหวเบา ๆ แม้มิได้รุนแรง แต่ก็ชัดเจนว่าไม่ใช่เพียงลมธรรมดา

ดวงตาของนางเบิกกว้าง นางมีลมปราณเหมือนคนอื่น ความรู้สึกบางอย่างแล่นผ่านหัวใจ ทั้งโล่งใจ ทั้งตื้นตัน ทั้งโกรธเคืองในอดีตที่เคยดูแคลนตนเอง ภาพวันที่ถูกเยาะเย้ยว่าไร้พรสวรรค์ผุดขึ้นในความทรงจำ เสียงหัวเราะของศิษย์บางคนในสำนักสราญรมย์ยังดังก้อง แต่ตอนนี้นางรู้แล้วว่าตนมิได้ด้อยกว่าใคร

รุ่ยหลินกลับเข้าสู่ท่านั่งสมาธิอีกครั้ง คราวนี้นางตั้งใจควบคุมการไหลเวียนของลมปราณให้เป็นจังหวะ ไม่เร่งร้อนเกินไป ตามที่คัมภีร์เตือนไว้ว่า หากฝืนบังคับ พลังอาจตีกลับทำร้ายตนเอง ลมหายใจของนางช้าลง สม่ำเสมอขึ้น ความอุ่นในตันเถียนค่อย ๆ กลายเป็นกระแสพลังที่นิ่งมั่น เวลาผ่านไปนานเพียงใดไม่อาจรู้ได้ เมื่อรุ่ยหลินลืมตาขึ้นอีกครั้ง นางรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลง ร่างกายเบาสบาย กล้ามเนื้อที่เคยล้าเหมือนได้รับการชำระล้าง การมองเห็นคมชัดขึ้นเล็กน้อย แม้ในความมืดก็ยังพอแยกเงาได้

นางยืนขึ้นทดลองก้าวเท้าหนึ่งก้าว พื้นดินใต้เท้าเหมือนรับรู้ถึงจังหวะการเคลื่อนไหวของนาง การทรงตัวมั่นคงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา รุ่ยหลินกำหมัดแน่น ความมุ่งมั่นฉายชัดในแววตา นี่คือความลับที่ซ่อนอยู่ใต้ดงกล้วยและอาจเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตนาง

แต่ในขณะเดียวกัน นางก็รู้ดีว่าเรื่องนี้ต้องเป็นความลับ หากมีผู้ใดรู้ว่านางพบห้องลับและคัมภีร์ล้ำค่า อาจนำภัยมาสู่ตระกูล นางเก็บคัมภีร์กลับเข้าที่อย่างระมัดระวัง ปิดกลไกหินดังเดิมก่อนจะค่อย ๆ เดินกลับตามทางเดิม มุ่งหน้าสู่หลุมด้านบน

เมื่อปีนออกมาได้ ท้องฟ้ายามค่ำยังมืดสนิทราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น แต่รุ่ยหลินรู้ดีว่าตั้งแต่วินาทีที่นางสัมผัสลมปราณครั้งแรก ชีวิตของนางจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และบางที เวทีประลองที่กำลังจะมาถึง อาจไม่ใช่เพียงเวทีของพี่ชายเท่านั้น เพราะตอนนี้นางเองก็มีพลังที่พร้อมจะตื่นขึ้นแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 44

    เช้าวันหนึ่งในเมืองหังโจว เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่งดงามและคึกคักที่สุดใต้หล้า แสงแดดอ่อนของฤดูใบไม้ผลิสาดลงบนหลังคากระเบื้องสีเทาและป้ายร้านค้าหลากสี ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาตามถนนสายใหญ่ กลิ่นอาหารหอมลอยคลุ้งไปทั่วทั้งตลาด ทั้งกลิ่นหมั่นโถวร้อน ๆ เกี๊ยวน้ำ ซาลาเปา และเนื้อย่างที่กำลังส่งเสียงฉ่าอยู่บนเตา เสียงพ่อค้าแม่ค้าร้องเรียกลูกค้าแข่งกันดังสนั่น“หมั่นโถวร้อน ๆ เพิ่งออกจากเตา!”“ผลไม้หวานจากสวนทางใต้ เชิญชิมก่อนซื้อ!”“ผ้าไหมอย่างดีจากซูโจว ราคาย่อมเยา!”ท่ามกลางฝูงชนที่เดินกันแน่นขนัด ชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่งเดินเคียงกันอย่างสบายใจ หญิงสาวสวมชุดสีฟ้าอ่อน ใบหน้าสวยงาม ดวงตาใสเป็นประกาย ริมฝีปากยิ้มบาง ๆ ราวกับกำลังสนุกกับทุกสิ่งรอบตัวนางคือรุ่ยหลินข้างกายนางคือชายหนุ่มในชุดสีขาวสะอาด ท่าทางสงบนิ่ง ใบหน้าคมคาย ดวงตาลึกซึ้งราวกับซ่อนเรื่องราวมากมายเอาไว้ เขาคือสวีอี้เฉินหลังจากเดินทางหนีจากเรื่องวุ่นวายมากมาย ในที่สุดทั้งสองก็มาถึงเมืองหังโจว และตัดสินใจพักอยู่ที่นี่ชั่วคราว วันนี้เป็นวันที่ทั้งสองออกมาเดินเที่ยวตลาดเป็นครั้งแรก รุ่ยหลินมองซ้ายมองขวาด้วยความตื่นเต้น“

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 43

    หลังจากหลุดพ้นจากการไล่ล่าของคนพรรคมารหมื่นพิษได้อย่างหวุดหวิด รุ่ยหลินกับสวีอี้เฉินก็เร่งฝีเท้าเดินทางต่อโดยไม่หยุดพัก เส้นทางภูเขาคดเคี้ยวทอดยาวผ่านป่าสนและหน้าผาสูงชัน แสงอาทิตย์ยามบ่ายค่อย ๆ เอียงลงต่ำ ลมเย็นพัดผ่านยอดไม้เกิดเสียงซู่ซ่าราวกับกระซิบเตือนสวีอี้เฉินขี่ม้านำหน้าสีหน้าของเขายังคงสงบ แต่ในดวงตายังมีความระมัดระวังรุ่ยหลินขี่ม้าตามอยู่ด้านหลังเล็กน้อย“เจ้าคิดว่าพวกมันจะตามมาอีกหรือไม่” รุ่ยหลินถามขึ้นสวีอี้เฉินเหลือบมองด้านหลังเส้นทาง“พรรคหมื่นพิษไม่ใช่พวกยอมแพ้ง่าย ๆ”เขาหยุดครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ“แต่ตอนนี้พวกมันคงต้องถอยไปรวบรวมกำลังใหม่”รุ่ยหลินพยักหน้า“อย่างน้อยคืนนี้เราคงได้พักบ้าง”ทั้งสองเดินทางต่อไปอีกหลายชั่วยามภูเขาค่อย ๆ ลดระดับลง ป่าทึบเริ่มกลายเป็นทุ่งนาและหมู่บ้านเล็ก ๆ เสียงไก่ขันและเสียงชาวบ้านพูดคุยเริ่มดังขึ้นไม่นานนักกำแพงเมืองขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ประตูเมืองสูงใหญ่ผู้คนมากมายเดินเข้าออกไม่ขาดสาย เหนือประตูมีป้ายไม้ขนาดใหญ่เขียนว่า“หังโจว”เมืองหังโจวเป็นเมืองใหญ่และรุ่งเรืองแห่งหนึ่งของแผ่นดิน ตลาดคึกคักคลองน้ำตัดผ่านตัวเมืองเรือสินค้าลอยไปมา

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 42

    สายลมยามบ่ายพัดผ่านเส้นทางภูเขาอย่างเชื่องช้า ท้องฟ้าสีครามกว้างไกลเมฆบางลอยผ่านยอดไม้สูง เส้นทางดินแดงคดเคี้ยวผ่านป่าทึบที่เงียบสงบหลังจากผ่านเหตุการณ์หลายอย่างมาหลายวัน รุ่ยหลินกับสวีอี้เฉินก็ยังคงเดินทางต่อไปตามเส้นทางยุทธภพ ม้าสองตัวเดินไปอย่างไม่รีบร้อน เสียงเกือกม้ากระทบพื้นดินดังเป็นจังหวะ สวีอี้เฉินนั่งอยู่บนหลังม้ามองเส้นทางข้างหน้าอย่างสงบรุ่ยหลินเดินอยู่ด้านข้างเขามองไปรอบ ๆ อย่างระวังตามนิสัยของคนที่ผ่านการต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วน ผ่านไปครู่หนึ่งสวีอี้เฉินพูดขึ้น“ดูเหมือนช่วงนี้เราจะเจอเรื่องไม่หยุดเลย”รุ่ยหลินยิ้มบาง ๆ“ในยุทธภพ ความสงบมักไม่นาน”สวีอี้เฉินหัวเราะเบา ๆ“จริง”แต่ทันใดนั้นเสียงหัวเราะอีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหน้า“ฮ่า ๆ ๆ!”เสียงนั้นเย็นและเต็มไปด้วยความดูถูก รุ่ยหลินกับสวีอี้เฉินหยุดทันทีจากเงาของต้นไม้ใหญ่ข้างทาง ชายหลายคนเดินออกมา ทั้งหมดเจ็ดคนพวกเขาสวมชุดสีดำปนม่วง บนแขนเสื้อปักลายงูพิษพันกันรุ่ยหลินหรี่ตา“พรรคมารหมื่นพิษ”สวีอี้เฉินมองชายที่เดินนำหน้าแล้วดวงตาของเขาก็เย็นลงทันที“เจ้า…”ชายคนนั้นยิ้มเหยียดใบหน้าของเขาผอมยาวดวงตาเล็กเหมือนงู“จ

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 41

    เสียงฝีเท้าของโจรทั้งห้าคนค่อย ๆ เลือนหายไปในความมืดของป่าลึก วัดร้างกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง เปลวไฟในกองฟืนยังคงลุกเบา ๆ ส่งแสงสีส้มสั่นไหวไปทั่ววิหารเก่า เงาของเสาไม้ที่ผุพังทอดยาวบนพื้นหินเหมือนเงาของภูตผีในตำนานลมกลางคืนพัดผ่านช่องหน้าต่างไม้ที่แตกหัก เสียงไม้เก่าส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเป็นระยะ สวีอี้เฉินนั่งลงข้างกองไฟอีกครั้ง เขาหยิบกิ่งไม้ขึ้นมาเขี่ยถ่านแดงในกองฟืน ประกายไฟกระเด็นขึ้นเล็กน้อย รุ่ยหลินยังคงยืนอยู่ใกล้ประตูวิหาร สายตาของเขามองออกไปยังความมืดของป่าด้านนอก ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่สวีอี้เฉินจะพูดขึ้น“เจ้าคิดเหมือนข้าหรือไม่”รุ่ยหลินหันกลับมา“เรื่องอะไร”สวีอี้เฉินตอบทันที“ชายชุดดำ”รุ่ยหลินพยักหน้า“ใช่”เขาเดินกลับมานั่งลงใกล้กองไฟสวีอี้เฉินพูดช้า ๆ“บางทีเราอาจไม่ได้บังเอิญมาที่วัดนี้”รุ่ยหลินใช้ไม้เขี่ยไฟในกองฟืนประกายไฟกระเด็นขึ้น“มีคนกำลังตามดูเรา”สวีอี้เฉินพยักหน้า“หรือไม่ก็…”รุ่ยหลินเลิกคิ้ว“หรืออะไร”สวีอี้เฉินยิ้มบาง ๆ“หรือมีคนกำลังล่อเรา”ลมกลางคืนพัดแรงขึ้นทันทีประตูวิหารเก่าส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด เปลวไฟสั่นไหวอีกครั้ง ความมืดในป่าลึกดูเหมือน

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 40

    เปลวไฟจากกองฟืนเล็ก ๆ กลางวิหารเก่าลุกไหวอย่างช้า ๆ แสงสีส้มสะท้อนผนังไม้ผุพังจนเงาของเสาแต่ละต้นทอดยาวคล้ายสิ่งมีชีวิตที่กำลังขยับตัวอยู่ในความมืด ลมกลางคืนพัดผ่านช่องหน้าต่างที่แตกหักทำให้ผืนธงเก่าบนคานหลังคาแกว่งไปมา ส่งเสียงเสียดสีกันเบา ๆ สวีอี้เฉินเพิ่งพูดจบทันใดนั้น เสียงกรอบเสียงกิ่งไม้ถูกเหยียบดังมาจากด้านหลังวิหาร ทั้งสองคนเงยหน้าขึ้นทันที เปลวไฟสั่นไหวแรงขึ้นเมื่อสายลมพัดเข้ามา เงามืดบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่หลังเสาไม้เก่าสวีอี้เฉินค่อย ๆ วางมือบนด้ามดาบรุ่ยหลินจับกระบี่แน่น ทั้งสองสบตากันเพียงชั่วพริบตา ไม่ต้องพูดอะไรพวกเขาก็รู้ทันที คืนนี้คงไม่สงบอย่างที่คิด เงาดำด้านหลังเสาไม้ขยับอีกครั้ง คราวนี้มีเสียงฝีเท้าชัดเจนเสียงดัง กรอบ กรอบ แล้วตามมาด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ ก็ดังขึ้น“ดูเหมือนจะมีคนมาพักอยู่จริง ๆ”ชายคนหนึ่งเดินออกมาจากความมืด เขาสวมเสื้อผ้าหยาบแบบชาวบ้านแต่ท่าทางกลับไม่เหมือนคนธรรมดา มือถือดาบสั้นที่สะท้อนแสงไฟวาววับจากนั้นอีกคนอีกคนและอีกคนเงาห้าร่างค่อย ๆ เดินออกมาจากด้านหลังเสา โจรห้าคนพวกเขามองรุ่ยหลินกับสวีอี้เฉินเหมือนหมาป่าที่เจอเหยื่อ ชายร่างใหญ่ที่ดูเหมือ

  • หมัดสตรีหาญเหนือยุทธภพ   บทที่ 39

    หลังจากเรื่องราวที่หุบเขาผีจบลง บรรยากาศในหุบเขานั้นยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียด รองประมุขหยินถูกเรียกตัวมาสอบสวนต่อหน้าประมุขพรรคหุบเขาผี ศิษย์หลายคนของพรรคถูกควบคุมตัวไว้ ขณะที่บางคนยังคงสับสนว่าความจริงเป็นเช่นไรรุ่ยหลินกับสวีอี้เฉินไม่ได้อยู่รอจนทุกอย่างสิ้นสุด ทั้งสองเพียงส่งตัวผู้กระทำผิดให้กับประมุขพรรคหุบเขาผี แล้วกล่าวคำลาอย่างสุภาพ เพราะเรื่องภายในพรรคมารไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวมากนักเช้าวันหนึ่งหมอกในหุบเขาค่อย ๆ ลอยจางลง รุ่ยหลินกับสวีอี้เฉินออกเดินทางจากหุบเขาผี ม้าสองตัวค่อย ๆ เดินออกจากทางแคบระหว่างหน้าผา เมื่อพ้นจากเขตหุบเขาอากาศก็เปลี่ยนไปทันที ลมภูเขาพัดผ่านทุ่งหญ้า เสียงใบไม้ไหวเบา ๆ ให้ความรู้สึกโล่งโปร่งต่างจากบรรยากาศหนักอึ้งในหุบเขาผีอย่างสิ้นเชิง สวีอี้เฉินหันกลับไปมองหุบเขาที่อยู่ไกลออกไป“คิดไม่ถึงว่าพรรคมารจะมีเรื่องภายในแบบนี้”รุ่ยหลินยิ้มบาง ๆ“ไม่ว่าพรรคธรรมะหรือพรรคมาร หากมีคนมากก็ย่อมมีความขัดแย้ง”สวีอี้เฉินหัวเราะเบา ๆ“พูดเหมือนคนผ่านโลกมามาก”รุ่ยหลินไม่ได้ตอบสายตาของนางมองไปยังเส้นทางข้างหน้า ถนนดินทอดยาวผ่านทุ่งหญ้าและเนินเขาเล็

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status