บททั้งหมดของ คุณหนูสามเช่นข้าไม่ต้องการท่านแล้ว: บทที่ 91 - บทที่ 100

103

หาคนมาดูแลกิจการ

หยางเวยหมิงลุกไปสวมเสื้อคลุมก่อนจะไปในครัว ที่บ้านมักตั้งน้ำร้อนทิ้งไว้เสมอ ไม่นานเขาก็ยกกะละมังไม้พร้อมผ้าเช็ดตัวผืนเล็กเข้ามา แล้วค่อยๆเช็ดตัวให้นางก่อนจะแต่งตัวให้ เมื่อเขาเอาน้ำไปเททิ้งแล้วกลับเข้ามาเขาล้มตัวลงนอนข้างๆ เสิ่นซูฉีเอ่ยถามถึงพี่ชาย"ท่านพี่..พี่ชายข้ากับอาอี้กลับมาด้วยหรือไม่เจ้าคะ""กลับสิ พี่ชายเจ้ามาช้ากว่า มีพี่เมียร่ำรวยนี่ดีจริงๆ เขาแวะซื้อของไปทั่วยามที่กลับเมืองหลวงจะแวะไปรับสินค้าเหล่านั้นกลับไปด้วย ของเล่นอะไรก็ซื้อ หมดไปหลายพันตำลึง พี่เป็นบิดายังซื้อของเล่นให้คู่แฝดไม่เท่าท่านลุงพวกเขาเลย""พี่ใหญ่รักเจ้าแฝดมาก ตั้งแต่รู้ว่าข้าท้องเขาก็พยายามที่จะลุกเดินให้ได้อีกครั้ง เขาถูกวางยาสลายกระดูก ดีที่เจอเร็วพิษยังไม่ซึมเข้ากระดูกมากนัก พอเขารู้ว่าข้าท้อง เกรงว่าจะทำให้ข้าลำบาก ไม่อยากเป็นภาระจึงฮึดสู้ หมอบอกว่าต้องสามเดือนถึงจะเดินได้คล่อง แต่เขาใช้เวลาไม่ถึงเดือนเพราะในใจอยากเลี้ยงหลานเจ้าค่ะคิกๆๆ"เสิ่นซูฉีหัวเราะเมื่อนึกถึงตอนที่เขาเพิ่งจะหัดเดินได้สามสีวัน เขาไปนั่งมองเด็กๆในหมู่บ้านวิ่งเล่น แล้วบอกกับนางว่าหากวันใดมีเงิน หลานอยากได้อะไรเขาจะกว้านซื้อให้เท่า
อ่านเพิ่มเติม

ขอบใจนะที่มอบบุตรสาวกับมารดาให้ข้า

ลานหน้าหมู่บ้านเสิ่นซูฉีนั่งอยู่โดยมีน้องสาวและน้องชายนั่งอยู่ด้วย ถัดไปเป็นผู้นำหมู่บ้านเหยาชุนและหลานสาวเหยาเหยา แม่หม้ายหลี่และชาวบ้านมานั่งฟังรวมถึงคนงานที่ร้าน วันนี้เถ้าแก่มีเรื่องสำคัญจะประกาศ พวกเขาใจคอไม่ดี เถ้าแก่จะกลับเมืองหลวงหากกิจการไม่ไปต่อพวกเขาจะตกงานและขาดรายได้ ชาวบ้านที่เปิดบ้านให้คนเข้าพักก็กังวล อย่างที่รู้ๆว่าร้านบะหมี่ของเถ้าแก่เสิ่นคือจุดขายในหารดึงดูดลูกค้าของพวกเขาเสิ่นซูฉีรอจนคนมาครบจึงเริ่มประกาศ"ทุกท่าน ข้าจะแจ้งเรื่องร้านบะหมี่แล้วโรงเตี๊ยมไม้ไผ่ของข้า อย่างที่รู้ๆว่าข้าจะกลับเมืองหลวงใช่ไหม""ใช่ขอรับ เถ้าแก่เสิ่น ท่านจะปิดกิจการหรือไม่ หากท่านปิดร้านพวกเราก็จะไม่มีงานทำ เช่นนั้นต่อไปจะทำเช่นไร""นั่นน่ะสิ เถ้าแก่เสิ่น ที่ผ่านมาเพราะท่านพวกเราถึงลืมตาอ้าปากได้"ชาวบ้านและคนงานเริ่มจับกลุ่มคุยกัน เสิ่นซูฉียกมือห้ามพวกเขาก่อนจะประกาศเรื่องสำคัญ"เอาล่ะๆ ข้าไม่ปิดกิจการหรอก ข้ารู้ดีว่าพวกท่านต้องอาศัยทำงานเลี้ยงปากท้องคนในครอบครัว ที่เรียกประชุมวันนี้ข้าจะบอกว่าข้าจะให้ท่านปู่ชุนกับพี่เหยาเหยาจะมาดูแลกิจการแทนข้า ส่วนคนงานข้ารับเพิ่มอีกห้าคน แต่ยังมีคนพิ
อ่านเพิ่มเติม

พี่ใหญ่กลับมาแล้ว

ทางด้านชาวบ้านแยกย้ายไปแล้ว เสียงเกือกม้าวิ่งเข้ามา ร่างที่คุ้นเคยปรากฏแก่สายตาสี่พี่น้อง เสิ่นซูเหิงหยุดม้าก่อนจะควบเดินเหยาะๆเมื่อมาใกล้กลุ่มคนก็ลงจากหลังม้าเดินมาหาน้องสาว เสิ่นซูฉีสวมกอดพี่ชายก่อนจะร้องไห้"ฮือๆๆ พี่ใหญ่ท่านกลับมาแล้ว เหนื่อยไหมเจ้าคะ""ไม่เลย พี่สอบได้จอหงวนแล้วนะ อีกหน่อยพวกเจ้าจะมีบ้านเดิมที่แข็งแกร่งหนุนหลัง ออกเรือนไปบ้านสามีก็ไม่มีใครกล้ารังแก"เสิ่นซูเจินกับเสิ่นเพ่ยเพ่ยก็สวมกอดพี่ชาย เขาลูบศีรษะพวกนางอย่างแผ่วเบา เสิ่นซูเหิงหันไปหาน้องชายก่อนจะยิ้มให้ เสิ่นจวินไท่มาหากอดเขาแน่นร้องไห้ออกมา เด็กคนนี้อยู่กับเขามาตั้งแต่สี่ขวบ ถูกบ่าวด้วยกันรังแกก็ไม่เคยร้องไห้นี่เป็นครั้งแรก ในยามที่เขาหมดอาลัยในชีวิตอาละวาดทั้งตบทั้งตีเด็กคนนี้ก็ไม่หนีไปไหนกลับคอยดูแลเขาอย่างภักดี เสิ่นซูเหิงดันบ่าเล็กของน้องชายออกเบาๆก่อนจะส่งกล่องไม้ให้"นี่เป็นเข็มทองหนึ่งชุดกับเข็มเงินหนึ่งชุดพี่สั่งทำพิเศษให้เจ้า อาไท่ของพี่ใหญ่โตแล้ว ต่อไปต้องเป็นหมอที่ดี ได้ภรรยาที่งามและคู่ควรพี่รอไปสู่ขอภรรยาที่เหมาะสมให้เจ้าอยู่นะ""ข้ามีคนในใจแล้ว รอแค่นางปักปิ่นข้าจะหมั้นหมายนางขอรับ""อ้อ...สตร
อ่านเพิ่มเติม

ก่อนหน้าเขาทนนางได้อย่างไร

ทุกคนลงมือกินอาหาร โต๊ะสตรีเซียวเซียวกำลังดึงก้างปลาออกให้มารดาพร้อมกับเอ่ย"ท่านแม่ ปลานึ่งบ๊วยเจ้าค่ะ ข้าขอให้พี่ซูเจินสอนให้ทำเพราะท่านแม่แพ้ท้องกินอะไรไม่ค่อยได้ พี่จวินไท่บอกว่าบ๊วยแก้เลี่ยนได้ท่านแม่ลองชิมนะเจ้าคะ""ได้ๆๆ..เซียวเซียวของแม่กตัญญูยิ่งนัก"มือเรียวยกขึ้นลูบหัวบุตรสาว เซียวอี้เอ่ยอย่างน้อยใจกับน้องสาว"มีแต่ของท่านแม่ ของพี่ชายไม่มีเลยเซียวเซียวไม่รักพี่แล้วหรือ"เซียวเซียวคีบเนื้อปลาวางบนจานมารดาก่อนจะหันไปหาเซียวอี้แล้วเอ่ยอย่างไร้เดียงสา"พี่ชายชอบกินผัดหน่อไม้เส้นใส่หมูสามชั้นมิใช่หรือเจ้าคะ พี่เพ่ยเพ่ยทำให้ท่านแล้วไง อีกอย่างท่านแม่แพ้ท้องน้องชายน้องสาวเราอยู่ พี่ชายไม่ได้แพ้ท้องสักหน่อยเอาใจท่านไปมีประโยชน์ตรงไหน"ฮ่าๆๆๆๆ เสียงหัวเราะดังมาจากทุกคน บนโต๊ะมีแต่เสียงพูดเคุยเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข จนกระทั่งเสียงรถม้าวิ่งเข้ามาเมื่อทุกคนหันไปดูก็เจอกับคนที่ไม่อยากเจอลงมาจากรถม้า เซียวหลินหานหันหน้าหนีแต่หยางเวยหมิงเตือนเขา"ซื่อจื่อ อาอี้เพิ่งได้ตำแหน่ง อย่าให้อนาคตขุนนางเขาด่างพร้อยเพราะเรื่องอกตัญญูเลย ทักทายตามประสาเถอะหากเรียกร้องเกินไปค่อยว่ากัน""ขอรับท่าน
อ่านเพิ่มเติม

เตรียมงานเลี้ยงฉลอง

หยางเวยหมิงยกชาขึ้นจิบก่อนจะเอ่ย"ท่านเจ้ากรม เรื่องของบ้านท่านข้าจะไม่ยุ่ง แต่อาอี้ยังเด็กและไม่รู้เรื่องราวบาดหมาง การที่ท่านใช้เขามากดดันบิดาเป็นสิ่งที่ควรทำหรือ"ร่างสูงลุกขึ้นนก่อนจะเอ่ยกับเสิ่นซูฉี"น้องหญิงพี่จะเข้าบ้านไปอยู่กับลูกแล้ว จือจือกับหลิงหลิงจะได้มากินข้าวบ้าง""เจ้าค่ะ ข้าเองก็อิ่มแล้วเช่นกัน"ทุกคนลุกขึ้นเตรียมเก็บสำรับ สายตาคู่หนึ่งมองมายังทั้งสองคน จากนั้นก็เดินจากไปพร้อมคนอื่นๆ เซียวหลินหานเอ่ยแก่เซีวจ้านไห่"ท่านกลับไปเถอะ เรื่องกลับเมืองหลวงอย่างไรข้าก็ต้องกลับเพราะท่านปู่ทิ้งตำแหน่งกั๋วกงไว้ให้ข้า ต่อให้ท่านอยากได้ก็ไม่อาจคว้า อีกอย่างข้าจะกลับพร้อมขวบนเสด็จไทเฮา"เซียวหลินหานลุกไปอุ้มเซียวเซียวที่ไม่ทักทายท่านปู่สักคำ เด็กคนนี้รักแรงเกลียดแรงแม้จะอายุยังน้อย นางกอดคอบิดาเอ่ยกับมารดาเบาๆ"พี่ชายท่านประคองท่านแม่ด้วยนะอย่าให้ใครมาทำให้น้องชายน้องสาวของเราตกใจ""ได้ๆๆ...เซียวเซียวว่าอย่างไรพี่ก็ทำตามเช่นนั้น"ทุกคนตรงลานบ้านไม่เหลือแล้ว เซียวจ้านไห่ถอนหายใจ อย่างน้อยต่อให้บุตรชายไม่ใส่ใจเขาแต่อย่างไรเขาก็ขึ้นชื่อว่าบิดากั๋วกง ขุนนางอื่นๆย่อมต้องไว้หน้า แต่เขากล
อ่านเพิ่มเติม

หากลูกออกบวชจะทำเช่นไร

เสิ่นซูเหิงเดินออกไปขึ้นรถม้าของท่านลุงเผยเพื่อไปรับต้วนซิ่วไฉ หยางเวยหมิงเดินมาหาสามสาวที่กำลังทำงาน เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อให้เสิ่นซูฉีก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อนโยน"มิใช่ซื้อบ่าวไพร่มาให้มากมายหรอกหรือ เหตุใดยังทำเองอีกเล่า บ่าวเหล่านั้นให้พวกเขาทำก็ได้เจ้าเหนื่อยทุกวันแบบนี้พี่ปวดใจนะ"ร่างบางหันมายิ้มให้พี่เขยที่กำลังบ่นพี่สาวก่อนจะหันไปสบตายิ้มให้กันแล้วเลี่ยงไปทำงานตรงอื่น เสิ่นซูฉีมองสามีก่อนจะจะจับมือที่ซับเหงื่อนางไว้ตอบกลับเขา"พวกบ่าวมีงานล้นมือเจ้าคะ จัดเลี้ยงครั้งนี้มิได้เลี้ยงคนมางาน แต่ต้องเลี้ยงดูคนที่มาจากเมืองหลวงด้วย ขบวนรับเสด็จคนเกือบสามร้อยย่อมต้องการคนทำงาน อีกอย่างมีแต่บุรุษจะให้มาหั่นผักหั่นปลาคงไม่ได้ งานไหนข้าทำได้ก็ทำเองเจ้าค่ะ""เมียพี่ช่างเห็นใจแต่คนอื่น พี่นอนเปล่าเปลี่ยวมาสามคืนแล้วจะชดเชยเยี่ยงไรดี หื้ม"เขาลุกมารั้งนางไปนั่งบนตัก เสิ่นซูฉีหน้าแดงคนเยอะแยะช่างหน้าไม่อายก่อนจะดุเขาเบาๆท่านพี่ ไม่เอาทำตัวดีๆ หากเกเรคืนนี้ข้าจะนอนที่ร้านอีกนะเจ้าคะ"มือหนาปล่อยเอวเมียทันที มีโอกาสรักนางแค่คืนที่กลับมาเอง นางทำตัวยุ่งตลอดแล้วคนที่สามจะมาตอนไหนกันเล่า แต่ต
อ่านเพิ่มเติม

ท่านแม่คลอดแล้วได้คู่แฝดเหมือนกัน

เสิ่นซูฉีถูกน้องสาวมาเรียกให้ไปรู้จักกับบรรดานายอำเภอและผู้นำหมู่บ้านต่างๆ รวมถึงภรรยาของพวกเขาด้วย หญิงสาวเหล่านั้นถูกสามีบังคับให้มาทำความสนิทสนมกับฮูหยินราชครู หากได้เรียนรู้จากนางเส้นทางขุนนางของพวกเขาและบุตรชายในอนาคตย่อมราบรื่น เสิ่นซูฉีได้เจอกับต้วนซิ่วไฉและหลานชายนางจึงถูกชะตาก่อนจะทักทายเด็กน้อย"เจ้าคงเป็นหลานชายผู้อาวุโสต้วนสินะ ชื่ออะไรหรือ""ข้าน้อยชื่อต้วนเป่าเจินขอรับท่านปู่ตั้งให้ เป่าเจินที่แปลว่าสมบัติที่หายากยิ่งขอรับฮูหยิน"เสิ่นซูฉียิ้มให้เด็กชายก่อนจะเอ่ย"สมกับเป็นลูกหลานบัณฑิต ชื่อนี้เหมาะกับเจ้าจริงๆ ผู้อาวุโสต้วนตั้งชื่อได้มีความหมายดีนักเจ้าค่ะ"ข้าเหลือเพียงเขาคนเดียว สะใภ้จากไป บุตรชายก็ตามไปติดๆ เหลือเขาที่เป็นสมบัติสกุลต้วนของข้าเท่านั้นขอรับหยางฮูหยิน""ข้าจะรอเจ้าที่เมืองหลวงนะเป่าเจิน สักวันในทำเนียบขุนนางอาจจะมีชื่อเจ้าอยู่ด้วย""ข้าน้อยอยากเป็นเหมือนท่านปู่ สอนหนังสือให้กับคนที่ไม่รู้หนังสือได้ไม่ถูกคนเอาเปรียบขอรับ"" ช่างสมกับเป็นสมบัติล้ำค่า อายุเพียงเจ็ดขวบแต่ความคิดก็ยังคำนึงถึงผู้อื่น ผู้อาวุโสต้วนท่านช่างมีวาสนายิ่งนัก"ซิ่วไฉชรายิ้มให้กับนาง
อ่านเพิ่มเติม

กลับถึงเมืองหลวงสักที

ออกเดินทางกลับเมืองหลวงยามซื่อทุกขบวนเตรียมออกเดินทาง ร้านบะหมี่เปิดตามปกติ ทุกคนกินมื้อเช้าเรียบร้อยก็เตรียมตัวออกเดินทาง รถม้าเตรียมพร้อมแล้ว หยางเวยหมิงประคองไทเฮามาจากเรือนพักเพื่อส่งพระนางขึ้นรถ ไทเฮายิ้มให้กับชาวบ้าน วันนี้พวกเขาเพิ่งรู้ว่าท่านยายจ้าวที่พวกเขาเห็นนางชอบทำบุญแจกทานก็คือไทเฮาองค์ปัจจุบัน"หมิงเอ๋อร์..ยายทวดขึ้นรถม้าเองได้ มีผิงผิงอยู่เจ้าไปดูเมียกับลูกเถอะ""เช่นนั้นเหลนขอตัวก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ ผิงผิงฝากไทเฮาด้วยนะ""เจ้าค่ะท่านชาย"หญิงชราขึ้นรถม้าไปพร้อมกับองครักษ์หญิงของนาง เสิ่นซูฉีอำลาคนงานและชาวบ้าน เสิ่นเพ่ยเพ่ยตาแดงเพราะคนที่มาส่งคือบรรดาเด้กที่นางมักจะไปขึ้นเขาลงห้อยจับปลาล่ากระต่ายอยู่เสมอ"พี่เพ่ยเพ่ย....พวกท่านอย่าลืมมาเที่ยวหาพวกเราบ้างนะ""ใช่ๆ พี่ต้องคิดถึงพวกข้าด้วยนะ พี่เจินเจินด้วยห้ามลืมพวกเรานะ""ฮึกๆๆ...ไม่ลืมๆหากว่าข้าตั้งหลักได้แล้วจะมาหานะ ถ้าพวกเจ้าไปเมืองหลวงอย่าลืมไปหาพวกเราด้วย"เสิ่นเพ่ยเพ่ยสะอื้นเพราะต้องจากเพื่อเล่นไปไกล เสิ่นซูเจินสงบนิ่งแม่ในใจจะอาวรณ์ นางเอ่ยกับเด็กๆที่มาส่ง"อย่าลืมตั้งใจเรียน หากพวกเจ้ามีความรู้อนาคตก็จะเลี้ยงดูพ่อ
อ่านเพิ่มเติม

คืนสินเดิมให้สกุลเสิ่น

องค์หญิงใหญ่ทรงมีประสูติกาลคู่แฝดฮ่องเต้ทรงพระสรวลทุกวัน เลิกจากราชกิจจะไปเยี่ยมบุตรสาวไม่เคยหยุด เหล่าองค์ชายและพระนัดดาในวังยังมิได้รับความโปรดปรานเช่นนี้ รัชทายาทเองก็ทรงรักใคร่พี่สาวยิ่งนัก ของดีอะไรก็ส่งไปจวนหยาง แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากที่ราชครูไปรับคุณหนูสามคนนั้นกลับเมืองหลวงพร้อมบุตรชายและบุตรสาวฝาแฝดเขาก็พาบุตรชายและบุตรสาวโอ้อวดทุกวันจนขุนนางต่างๆ ท้อใจ ท่านราชครูเอาบุตรคู่แฝดมาทำงานด้วย แต่ใครจะกล้าออกปากกันเล่านั่นเหลนคนโปรดของฝ่าบาทเชียวนะ วันๆเอาเหลนมานั่งประชุมราชกิจด้วย ขุนนางไม่มีใครคัดค้าน พอมีคนเอ่ยปากอยู่ๆก็ป่วยพูดไม่ได้เสียเช่นนั้น อย่างเช่นวันนี้ที่กำลังประชุม เฉากงกงกับนางกำนัลที่ดูแลท่านหญิงและซื่อจื่อน้อยยิ้มละไม ช่างเป็นเด็กรู้ความยิ่งนัก ฮ่องเต้เอ่ยด้วยพระสุรเสียงกังวาน"พวกท่านในที่นี้คงจะจำได้เรื่องเมื่อปีก่อนของสกุลเวินและสกุลฟางรวมถึงขุนนางทุจริตอีกหลายคนสินะ""พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท"ทุกคนรับคำพร้อมกัน ฮ่องเต้เขย่าป๋องแป๋งให้หยางหลิงเฟยดูแต่ยังคงเอ่ยพระโอษฐ์"คุณหนูสามคนนั้นหรือก็คือว่าที่ฮูหยินราชครูก่อนนางจะจากไปได้มอบหลักฐานความผิดของพวกเขา ที่สำคัญนางยังมอบ
อ่านเพิ่มเติม

ถูกยึดคู่แฝดไม่ยอมคืน

จากนั้นเฉากงกงก็สั่งเลิกประชุม ฮ่องเต้อุ้มหยางหมิงฮ่าวส่วนหยางเวยหมิงอุ้มหยางหลิงเฟย ทั้งสองไปนั่งที่อุทยานเพื่อรับลม เสิ่นซูฉีเข้าวังไปหาไทเฮา จางกุ้ยเฟยท่านน้าของหนานกงซวีที่กำลังจะมาเข้าเฝ้าไทเฮาเช่นกันก็เห็นเสิ่นซูเจินที่กำลังนั่งรอพี่สาว เสิ่นซูเจินไม่รู้ว่านางคือใครได้แต่ทำความเคารพ จางกุ้ยเฟยเอ่ยถามนาง"เจ้าคือคุณหนูสามสกุลเสิ่น""เพคะเป็นหม่อมฉันเอง""เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคือใคร""ขอทรงประทานอภัย หม่อมฉันเข้าวังครั้งแรกตามพี่สาว มิอาจทราบว่าพระสนมคือผู้ใด แต่หากล่วงเกินหวังว่าพระนางจะทรงเมตตาเพคะ"กิริยามารยาทถือว่าดีงาม จางกุ้ยเฟยยิ้มก่อนจะเดินมาหา พระนางดึงปิ่นปักผมที่แกะสลักดอกท้อสวยงามออกมาแล้วเสียบที่มวยผมของเสิ่นซูเจิน ก่อนจะทรงตรัส"ความหมายของดอกท้อเจ้ารู้ใช่หรือไม่""ทูลพระสนมบางคนอาจคิดว่าดอกท้อสื่อถึงความรักอย่างเดียว แต่อีกนัยหนึ่งดอกท้อยังสื่อถึงความอดทนและความยั่งยืนเพคะ”"ความอดทนและความยั่งยืนงั้นหรือ..."พระนางเอื้อมหัตถ์ไปแตะที่ปลายปิ่นดอกท้อบนศีรษะของซูเจินเบาๆ"เจ้าฉลาดนักที่มองเห็นเช่นนั้น เพราะก่อนที่ดอกท้อจะเบ่งบานอวดโฉมในฤดูใบไม้ผลิ มันต้องผ่านลมหนาวที่ก
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
67891011
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status