Share

บทที่ 1.5

last update publish date: 2026-03-20 15:53:50

เสียงถอนหายใจดังขึ้น “มารดาของเจ้าดูแลจวนนี้ไม่ได้แล้ว หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้แล้วเรื่องแพร่ออกไป เกรงว่า...”

“ท่านพ่อจะปลดท่านแม่หรือเจ้าคะ” นางถามทันที

จะปลดฮูหยิน? เขาเป็นถึงราชครูย่อมไม่กล้าแน่นอน ทางหนึ่งสูญเสียสายสัมพันธ์จากแม่ทัพลั่ว ทางหนึ่งเกิดข้อครหา อีกทางการยกอนุขึ้นมาดูแลจวนทั้งหมด หลังจากนั้นยกขึ้นมาเป็นฮูหยินเอก? นางรู้สึกขบขันขึ้นมาทันที

เกรงว่ารอยยิ้มของซินอี๋เหนียงเมื่อครู่คือรอยยิ้มแห่งชัยชนะ ทว่าอีกฝ่ายไร้เดียงสาจนเกินไปจนไม่เข้าใจสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น

เพียงได้รับความโปรดปราน เพียงคิดว่าจะดูแลจวนได้ เพียงเพราะเป็นอันดับที่สอง ทว่าทั้งหมดนั้นไม่ได้แปลว่าเยี่ยนเจาจะเห็นความสำคัญ ทุกๆ อย่างเหล่านั้นล้วนอยู่ภายใต้อำนาจ อิทธิพล และผลประโยชน์ทั้งสิ้น ยิ่งอยู่บนที่สูง ยิ่งมีฐานะเป็นถึงราชครู สายสัมพันธ์ผ่านการแต่งงานก็ยิ่งต้องระมัดระวัง มากไปก็ไม่ได้ น้อยไปก็อันตราย

ตระกูลลั่วเป็นถึงตระกูลผู้บัญชาการ มารดานางเป็นน้องสาวคนเดียวของแม่ทัพลั่ว แม้ถูกปลดก็ไม่มีทางที่เยี่ยนเจาจะกล้ายกอนุที่ฐานะต่ำต้อยขึ้นมาเป็นฮูหยินเอก หรืออย่างมากเขาก็คงขอความเห็นคนตระกูลลั่ว ให้ทางนั้นเป็นคนตัดสินใจ...

ยิ่งไปกว่านั้น... ซินอี๋เหนียงมีบุตรชาย คุณชายหกเยี่ยนเป่าอวี้ หากยกอีกฝ่ายขึ้นมาเป็นฮูหยินเอก หลังจากนี้เยี่ยนหย่งหนานที่เขาเป็นคนสนับสนุนขึ้นมาแทนเยี่ยนหย่งจื้อเล่า สถานการณ์จะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกทันที

เยี่ยนเสวี่ยหรูมองบิดา “ลูกมีวิธีหนึ่ง”

เยี่ยนเจามองบุตรสาวด้วยสายตารอคอย

“แต่หากลูกช่วยท่านพ่อแก้ไขสถานการณ์นี้ได้ ลูกขอคำมั่นกับท่านพ่อเรื่องเดียว”

“ลองพูดมาสิ”

“หากลูกช่วยไกล่เกลี่ยไม่ให้ท่านลุงโกรธ ท่านพ่อจะต้องรับปากว่าการแต่งงานของลูก จะให้ลูกเป็นคนตัดสินใจเองห้ามก้าวก่าย”

เยี่ยนเจาเบิกตามองบุตรสาว “เห็นชัดว่ามารดาของเจ้าทำเจ้าเจ็บปวดกับเรื่องนี้” เขาถอนหายใจ “พ่อรับปากเจ้า”

เยี่ยนเสวี่ยหรูลุกขึ้นจากนั้นยอบกายให้เยี่ยนเจา “พรุ่งนี้ลูกจะไปเยี่ยมท่านลุงที่ค่ายทหารสักครั้ง”

“พ่อจะให้พ่อบ้านเตรียมการ” แล้วนางก็เดินจากไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย เยี่ยนเจาเรียกพ่อบ้านเข้าไปสอบถาม “ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่หรูเอ๋อร์กลายเป็นคน...”

พ่อบ้านถอนหายใจออกมาเสียงหนึ่ง “เดิมทีคุณหนูสิบเอ็ดก็เป็นคนเก็บตัวอยู่แล้ว ในจวนถูกฮูหยินเพิกเฉยไม่สนใจยังไม่เท่าไหร่ ทว่าตอนที่ฮูหยินคิดจะยกคุณหนูสิบเอ็ดให้แต่งกับบุตรชายแม่ทัพจ้าว” พ่อบ้านถอนหายใจ “ตอนนั้นคุณหนูสิบเอ็ดถูกขังเอาไว้ในเรือน อดข้าวไม่กิน ไม่นอน กระทั่งอาการทรุดลงไม่มีใครรู้เห็น หลังฟื้นขึ้นมาก็กลายเป็นคนละคน เห็นชัดว่าเรื่องครั้งนั้นสะเทือนใจคุณหนูสิบเอ็ดมาก”

“หรูเอ๋อร์กับเจ้าสี่สนิทกันมากหรือ”

“เรื่องนี้ข้าน้อยไม่เคยได้ยินขอรับ ในจวนนอกจากคุณชายใหญ่คุณหนูก็ไม่เคยใส่ใจพี่น้องคนใดเป็นพิเศษ กระทั่งวันนี้ที่คุณหนูเข้าไปช่วยคุณชายสี่ เกรงว่าแม้แต่ฮูหยินเองก็คงไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร”

เยี่ยนเจาได้แต่ถอนหายใจออกมา เขาเอาแต่กังวลเกี่ยวกับความมั่นคงของรัชทายาทในราชสำนักที่วุ่นวาย กระทั่งหลายครั้งเพิกเฉยและละเลยจวนของตัวเอง ความวุ่นวายนี้เขาเองก็มีส่วนทำให้มันบานปลาย แม้รู้อยู่แล้วกลับไม่พยายามหาทางหยุดไม่ให้มันเกิดขึ้น หลังบุตรชายคนโตจากไป เขาเองก็ตระหนักว่าตัวเองก็มีส่วนผิด ทว่าเขาเองที่ไม่อยากจะยอมรับ ไม่อยากนึกถึง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณหนูสิบเอ็ดจวนราชครู   บทที่ 5.6 จบ

    “เมื่อก่อนไม่เห็นท่านถาม” นางเลิกคิ้ว“เมื่อก่อนไม่อยากรู้ ตอนนี้อยากรู้เพราะซื่อจื่อบอกว่าซุนเก่อให้เจ้าดูภาพวาด”นางหวนนึกไปถึงวันนั้นก็ยิ้มออกมา “เป็นภาพเหมือนของปรมาจารย์กระบี่ของสำนักกระบี่ นางแซ่ไป๋ นามเสวี่ยหรู”“ไป๋เสวี่ยหรู??”“ใช่แล้ว ซุนเก่อบอกว่านางเป็นคนคิดค้นเคล็ดวิชากระบี่คู่ที่เหมือนของข้า แต่ว่าอาจารย์ของข้าไม่ใช่นาง อีกทั้งข้าก็ไม่เคยไปแดนเหนือ เช่นนั้นข้าจะเกี่ยวข้องกับสำนักกระบี่ได้อย่างไร ตามที่เขาเล่าเขาเองก็ไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าไป๋เสวี่ยหรูผู้นี้มีอายุอยู่ในช่วงเวลาใด เพลงกระบี่ที่เขาใช้ก็ขาดๆ หายๆ ไม่ครบถ้วน อยากให้ข้าประลองกับเขาสักครั้ง บางทีเขาอาจบรรลุว่าเพลงกระบี่เหล่านี้เกี่ยวกันจริงๆ หรือเพียงบังเอิญ”“แล้วเจ้าทำเช่นไร”“ข้าบอกเขาว่าอดีตผ่านไปแล้ว เกี่ยวข้องหรือไม่ไม่สำคัญแล้ว” นางเอนศีรษะพิงไหล่ของเฟิงเสียนกวง “ข้าปฏิเสธที่จะประลองกับเขาหรือผู้ใดก็ตาม เพราะการประลองครั้งนั้นข้าได้รับชัยชนะและได้รางวัลที่พึงพอใจแล้ว”เฟิงเสียนกวงกอดนางพร้อมจุมพิตหน้าผากนวล ทั้งสองเงยหน้าขึ้นมองต้นสนในสวน เยี่ยนเสวี่ยหรูเพียงปล่อยอดีตให้เป็นเรื่องของอดีต ไม่เสาะแสวงหาสิ่งใด

  • คุณหนูสิบเอ็ดจวนราชครู   บทที่ 5.5

    “รู้สึกเหมือนเป็นบ้านแล้วสิ” เขายิ้มจากนั้นเดินออกไปยังโถงด้านหน้า ตอนนั่งรถม้าออกจากจวนรอยยิ้มของเขาก็ยังไม่จางหายความสุขนี้มันชัดเจนจนเขาไม่อาจไม่ยอมรับ แท้ที่จริงการมีใครสักคนเคียงข้าง อีกทั้งนางก็มีใจให้เช่นกันกับเขาที่มีใจให้นาง “ความสุขที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” เขาพึมพำกับตัวเองเสียงเบาเย็นย่ำเขานั่งรถม้ากลับมาก็พบว่าเยี่ยนเสวี่ยหรูรออยู่ก่อนแล้ว “ไปกันเถิด”“ไปเลย? ไม่ต้องเปลี่ยนชุด”“ไม่เปลี่ยนแล้ว อย่างน้อยหากท่านราชครูอยากชักสีหน้าจะได้มองชุดขุนนางของข้าก่อนสักนิด”นางหัวเราะ “แล้วหากเขาเองก็ยังไม่เปลี่ยนชุดเล่า”“นั่นสิ” เฟิงเสียนกวงชะงัก “เช่นนั้นให้คนไปบอกท่านแม่ บอกให้นางเร่งให้ท่านราชครูเปลี่ยนชุดก่อนที่เราจะไปถึง?”เยี่ยนเสวี่ยหรูหัวเราะ “ท่านบอกว่าข้าเจ้าเล่ห์มากแผนการ แล้วดูท่านตอนนี้สิ”“ข้าก็เรียนรู้มาจากเจ้าไม่ใช่หรือ”“ไม่ใช่เสียหน่อย!”เขาหัวเราะคว้ามือนาง “ไปกันเถิด”ความจริงคือเยี่ยนเจาเปลี่ยนไปแล้ว ปล่อยวางขึ้น ไม่ได้มีท่าทางเช่นเมื่อก่อนอีก รัชทายาทเติบโตแล้วและราชสำนักก็ไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนที่ยังไม่ได้มั่นคง อำนาจของฝ่ายรัชทายาทบัดนี้นับว่ามั่นคงหยั่งรากลึก แ

  • คุณหนูสิบเอ็ดจวนราชครู   บทที่ 5.4

    ไม่จำเป็นต้องเป็นสมรสพระราชทาน ไม่จำเป็นต้องมีงานแต่งงานหรูหรายิ่งใหญ่ ไม่จำเป็นต้องมีสามีเป็นเชื้อพระวงศ์หรือแม่ทัพเก่งกาจ ขอเพียงเขาเป็นคนดีนิสัยเข้ากันได้ ที่สำคัญคือมีใจให้กัน เพียงเท่านั้นงานแต่งงานนี้ก็นับได้ว่าเป็นงานแต่งงานที่ผูกสามีภรรยาเคียงคู่ตราบนิรันดร์เยี่ยนเสวี่ยหรูจับริ้วแพรมงคล อีกด้านของริ้วแพรมีสามีของนางจับจูงก้าวเดิน โถงกว้างเพื่อทำพิธีไหว้ฟ้าดินมีเพียงป้ายวิญญาณของบิดามารดาสามี ทว่าการไหว้ฟ้าดินก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มของความสุขคำอวยพรใดล้วนไม่สำคัญเท่าความรักของบ่าวสาวที่มีให้กัน ด้วยนี่เป็นการแต่งงานหลังจากเกิดความรัก มิใช่การจับคู่ของบุพการี ไม่ใช่การบีบบังคับ แต่เป็นความยินยอมพร้อมใจของทั้งสองคนอย่างแท้จริงในห้องหอ...เยี่ยนเสวี่ยหรูเท้าคางมองสามีของตนด้วยรอยยิ้ม นางปล่อยผมยาวสยายเช่นกันกับเขาที่มองมาด้วยรอยยิ้ม “ยิ้มอะไร”“ยิ้มที่สามีข้าหล่อเหลาน่ามองยิ่ง”เขานั่งลงบนเตียงจากนั้นอุ้มนางวางบนตัก “ขอเพียงเจ้ามองไม่เบื่อเป็นใช้ได้”“เหลวไหลข้าจะเบื่อได้อย่างไร” นางลูบใบหน้าของเขาจากนั้นประคองด้วยสองมือ จุมพิตเบาๆ ที่ริมฝีปาก “เอาละ...ได้เวลาล่วงเกินเอาเปรียบท่านจร

  • คุณหนูสิบเอ็ดจวนราชครู   บทที่ 5.3

    นอกจวนมีรถม้าจอดอยู่จริงๆ เยี่ยนเสวี่ยหรูมองเห็นซูม่อแล้ว หญิงสาววิ่งออกไปจากจวนพุ่งขึ้นไปบนรถม้า นางนั่งลงหายใจหอบเล็กน้อย “ท่านรู้เรื่องแล้ว?”“เพียงเสียดายที่ไม่ได้ไปดูการประลอง”“ข้าชนะ” นางยิ้มกว้าง“เหตุใดไม่บอก ไม่ปรึกษา”“ฉุกละหุกเกินไป ข้าเพิ่งเดาได้หลังสนทนากับท่านแม่เรื่องแม่ทัพอวิ๋น อีกอย่างเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น ยังไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำเช่นนี้จริงๆ” นางมองเขาคล้ายเด็กที่เพิ่งทำผิด “แต่ว่า...การประลองกับท่านหญิง”เฟิงเสียนกวงมองนางจากนั้นยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว เยี่ยนเสวี่ยหรูลังเลที่จะพูด “เฟิงเส้าฝู่”“อะไรหรือ” เขาเงยหน้าขึ้นมองนางที่ขยับเข้ามานั่งข้างๆ“ข้าไม่มีเวลาแล้ว” นางบอกจากนั้นคว้าสาบเสื้อของเขาเอาไว้ทั้งสองมือ“เวลาอะไร เจ้าคิดจะทำอะไร”“ล่วงเกินเอาเปรียบท่าน” แล้วนางก็ชิดใบหน้าเข้าไป จุมพิตริมฝีปากเขา กดทาบนิ่ง... ตอนที่นางดึงใบหน้าถอยออกห่างจากนั้นเงยหน้าขึ้นมองเขา สายตาลังเลกัดปากเล็กน้อย “ตอนนี้ใจเต้นบ้างหรือยัง”เขาเหม่อลอยไปชั่วครู่ ดวงตาคมก้มลงมองนาง ในแววตาคล้ายมีพายุกำลังพัดโหม อยู่ๆ เขาก็คว้ามือของนางเอาไว้ข้างหนึ่ง มืออีกข้างสอดเข้าไปคว้าเอวด้านหลัง

  • คุณหนูสิบเอ็ดจวนราชครู   บทที่ 5.2

    นางชนะอย่างใสสะอาด ชนะแบบหมดจดไร้ข้อกังขา สายตาแน่วแน่หนักแน่นมองไปยังเยี่ยนเจา สีหน้าของนางเรียบเฉยเย็นชา ถึงตอนนี้นางเกรงว่าบิดาคงเพิ่งตระหนักว่านางได้ล่วงรู้แผนการของเขาทั้งหมดแล้ว!!!เพิ่งผ่านเข้าไปในประตูจวน เยี่ยนเจาก็หันกลับมาด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด เขาพุ่งปราดเข้าไปเงื้อมือตรงหน้าเยี่ยนเสวี่ยหรูสวีซื่อดึงหญิงสาวให้ถอยหลัง นางขยับเอาตัวเองบดบัง “ท่านราชครู!!”“เจ้าถอยไป!”“ท่านกล้าตีนาง? เช่นนั้นก็ตีข้า เอาสิ ตบเลย! วันนี้ข้าจะดูว่าใครจะกล้าลงมือกับบุตรสาวข้า!” สวีซื่อมีท่าทีดุดันไม่สมกับเป็นนางเลย พ่อบ้านตกตะลึง บ่าวไพร่ก้มหน้า“สวีซื่อ! เจ้าอย่าคิดว่าข้าไม่กล้าลงมือกับเจ้า!”“กล้าสิ ท่านย่อมกล้า เช่นนั้นเอาเลย ข้าเองก็มีมือมีเท้า มาดูกันว่าข้าที่เคยฝึกยุทธ์ยังแดนเหนือ จะเอาชนะราชครูที่เป็นบัณฑิตมาทั้งชีวิตไม่ได้!” สวีซื่อเลิกแขนเสื้อสองข้างขึ้นเยี่ยนเจาชะงัก “ไร้มารยาท”“ท่านสิไร้ยางอาย!”“เจ้า!”“ใช่ข้าเอง ท่านจะทำไม วางแผนโยนบุตรสาวตัวเองเข้าไปแลกกับความยิ่งใหญ่ ตอนนี้ถูกตอบโต้กลับทำเป็นรับไม่ได้ ตัวเองเป็นถึงราชครู แต่คำพูดกลับเหมือนผายลม! รับปากนางแล้วแท้ๆ กลับกล้าตลบหลัง

  • คุณหนูสิบเอ็ดจวนราชครู   บทที่ 5.1

    “หมายรวมถึงหากเขาไม่ยอมแต่งกับเจ้า?”“เพคะฝ่าบาท!”ท่านหญิงเจาจวินเลิกคิ้วมองนางด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ “เจ้าเสียสติไปแล้ว? หรือมั่นใจว่าเอาชนะข้า? ได้ยินมาว่าเจ้าเพิ่งเรียนรู้จากอาจารย์ที่ตระกูลลั่วส่งไป แม้ซุนเก่อจะเข้าใจผิดว่าเจ้าเป็นคนของหุบเขากระบี่ แต่ข้าไม่เชื่อว่าข้าฝึกมาตั้งแต่จำความได้ ข้าจะพ่ายแพ้ให้เจ้าที่เพิ่งเรียนรู้”“ท่านหญิงหม่อมฉันไม่มีวรยุทธ์”“เช่นนั้นประลองเพลงกระบี่โดยไม่ใช้วรยุทธ์เพื่อความยุติธรรม!!!”“เช่นนั้นตกลงเพคะ”“กราบทูลฝ่าบาทโปรดทรงพระราชอนุญาต!!”สวีซื่อ...นึกไม่ถึงว่าเยี่ยนเสวี่ยหรูจะเฉลียวฉลาดถึงขั้นนี้!!!หลอกใช้ท่านหญิงเจาจวิน ทำให้แผนการของเยี่ยนเจาล่มไม่เป็นท่า เรื่องที่เยี่ยนเจารับปากบุตรสาวมีน้อยคนนักที่ล่วงรู้ ดังนั้นเขาจึงแอบไปร่วมมือกับคนอื่นเพื่อกราบทูลขอสมรสพระราชทานทว่ายังไม่ทันเริ่มแผนการ เยี่ยนเสวี่ยหรูกลับลงมือก่อน หลอกยืมมือท่านหญิงเจาจวิน ยั่วโมโหจนอีกฝ่ายสร้างฉากอื่นขึ้นในงานเลี้ยง ขณะเดียวกันก็เปิดโปงคำมั่นของเยี่ยนเจาต่อหน้าฮ่องเต้ ต่อหน้าขุนนางมากมาย ทำให้เขาไม่อาจดำเนินแผนตามที่วางเอาไว้ ไม่ว่าจะตอนนี้หรือครั้งหน้า!!มองเยี่ยนเสว

  • คุณหนูสิบเอ็ดจวนราชครู   บทที่ 4.3

    เยี่ยนเสวี่ยรุ่ยคุกเข่าขอร้องเมื่อเยี่ยนเจากลับมาถึงจวน อ้อนวอนอย่างสิ้นหวัง ขอให้เขาช่วยมารดาของตน ดึงดันอย่างถึงที่สุด เพราะหวังว่าบิดาจะใจอ่อนเยี่ยนเจาอธิบายว่านั่นคือราชโองการ แม้แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้“ไม่จริง! ท่านพ่อเพียงไม่อยากช่วย! ทั้งที่ทั้งหมดนี้ก็เพราะท่านพ่อทั้งนั้น! หากมิใช่ว่าท่านพ่อ

  • คุณหนูสิบเอ็ดจวนราชครู   บทที่ 1.11

    นางไร้ทายาท ไม่มีที่พึ่งพิง อยู่ๆ แม่ทัพลั่วที่เคยช่วยชีวิตก็ให้คนตามหา กระทั่งยื่นข้อเสนอ นางไม่รับก็เท่ากับไสส่งตัวเองให้กลับไปแดนเหนือซึ่งที่นั่นนางก็เหมือนตัวคนเดียว นางกล้ามาที่นี่เพราะเดิมทีเคยเป็นสหายของมารดาเฟิงเสียนกวง ความสัมพันธ์เก่าก่อนยังพอมี ปรึกษาเขานางเชื่อมั่นว่าเรื่องนี้จะไม่ถูกแพ

  • คุณหนูสิบเอ็ดจวนราชครู   บทที่ 1.9

    “ยังไม่รีบพาคุณชายของพวกเจ้ากลับจวนอีก?”“ขอรับ!!”เยี่ยนเสวี่ยหรูยังคงจ้องมองอีกฝ่าย เขารีบแนะนำตัว “เยี่ยนซื่อจื่อ คุณหนูสิบเอ็ด ข้าเฟิงเสียนกวง”“เฟิงเส้าฝู่” สองพี่น้องกล่าวพร้อมคารวะอีกฝ่าย“เยี่ยนซื่อจื่อ ให้ข้าแนะนำท่านสักหน่อยได้หรือไม่”“เฟิงเส้าฝู่เชิญกล่าว”“บอกเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ใ

  • คุณหนูสิบเอ็ดจวนราชครู   บทที่ 1.8

    “น้องสิบเอ็ด?! เจ้ารีบไปเสีย ไปจากที่นี่!”“สิบเอ็ด?? นางน่ะหรือคุณหนูสิบเอ็ดจวนราชครู? รูปโฉมก็นับว่าดูได้นี่ ฟังว่าปักปิ่นแล้วเหตุใดมาเดินในตรอกเงียบๆ นี่เล่า หรือว่าเอาอย่างสตรีชั้นต่ำลอบนัดพบคนรักที่ไม่อาจพาไปพบบิดามารดา? ฮ่าๆๆ”รองเท้าอีกข้างของนางลอยหวือ...มันกระแทกเข้าที่กลางหน้าผากของเขาอีก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status