Share

อดีตไม่อาจย้อนคืน
อดีตไม่อาจย้อนคืน
Penulis: ลูกปลา

บทที่ 1

Penulis: ลูกปลา
“ฉันให้สองร้อยห้าสิบล้านบาท ภายในหนึ่งสัปดาห์ต้องไปต่างประเทศ แล้วก็หายไปจากลูกชายฉันตลอดไป”

คุณนายเซี่ยนั่งอยู่ตรงข้ามถงเจา ใบหน้าที่ได้รับการดูแลอย่างดีเผยความดูแคลนโดยไม่คิดจะปิดบัง

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ถงเจาคงตาแดงแล้วโต้กลับไปว่า “ฉันไม่ได้คบกับเขาเพราะเงิน”

แต่ตอนนี้ เธอแค่พยักหน้าอย่างสงบ “ตกลงค่ะ”

คุณนายเซี่ยชะงักไปอย่างชัดเจน ก่อนจะแค่นหัวเราะ “ก็ยังพอมีสำนึกตัวอยู่บ้าง”

คำว่า “สำนึกตัว” นี้ เธอเน้นเสียงอย่างหนัก ราวกับจะตอกย้ำความแตกต่างราวฟ้ากับดินของสถานะระหว่างเธอกับเซี่ยเหวินโจว

ถงเจาก้มตาเงียบ ไม่พูดอะไร ก่อนจะยื่นมือมารับเช็คใบนั้นมา แล้วก็หันหลังเดินออกไป

พอกลับมาถึงวิลล่า ท้องฟ้าก็มืดแล้ว

ที่นี่กว้างใหญ่เกินไป กว้างจนเธอมักจะหลงทางอยู่บ่อยครั้ง

สิ่งเดียวที่คุ้นเคย มีเพียงรูปถ่ายใบนั้นบนโต๊ะชา ในรูป เซี่ยเหวินโจวโอบเอวเธอไว้ ก้มมองเธอด้วยสายตาอ่อนโยนราวกับละลายหิมะกลางฤดูหนาวได้

เธอเอื้อมมือไปลูบภาพนั้นเบา ๆ จู่ ๆ ก็หวนคิดถึงคืนฝนตกเมื่อสามปีก่อน

ปีนั้น เธอเก็บเซี่ยเหวินโจวได้ที่ปากซอย ร่างกายเขาเต็มไปด้วยเลือด แววตาเลื่อนลอย

“คุณเป็นใคร?” เธอถามเขา

“ผม…จำไม่ได้แล้ว” เขาส่ายหน้าอย่างงุนงง น้ำฝนปนเลือดหยดลงมาจากปลายผม

แล้วเธอก็พาผู้ชายความจำเสื่อมคนนี้กลับบ้าน

ห้องเช่าเก่าโทรมขนาดสามสิบตารางเมตร เบียดกันอยู่สองคน

ผนังลอก ท่อน้ำรั่ว หน้าหนาวต้องห่มผ้าสามผืนถึงจะพออุ่น

แต่กลับเป็นที่ที่ยากจนที่สุดแห่งนี้ ที่ก่อกำเนิดความรักบริสุทธิ์ที่สุด

พวกเขาพึ่งพากันและกัน ตั้งแต่นั้นก็กลายเป็นโลกทั้งใบของกันและกัน

เขาจะไปนั่งยองรอเธอใต้ตึกสามชั่วโมงในวันที่เธอทำโอที เพียงเพื่อไปส่งเธอกลับบ้าน

และจะนวดท้องให้เธอทั้งคืนโดยไม่หลับ ในวันที่เธอปวดประจำเดือนจนเหงื่อตก

จะปิดบังเธอไปทำงานวันละห้าอย่าง เพียงเพื่อซื้อสร้อยราคาแพงเส้นหนึ่งที่เธอเคยมองอยู่สามครั้งแต่ไม่กล้าซื้อ

สิ่งเดียวที่ทำให้เธอรับไม่ไหว คือทุกคืนเขาจะอ้อนเธอไม่ยอมปล่อย

เธอหน้าแดงขอร้อง เขาก็จะงับติ่งหูเธอแล้วหัวเราะเบา ๆ “ที่รัก ก็เพราะรักเธอมากไง”

ในปีที่รักกันที่สุด เขาถึงกับพาเธอไปที่ร้านสัก และสักชื่อเธอไว้ตรงไหปลาร้า

ช่างสักถามว่าเขากลัวเจ็บไหม แต่เขากลับมองเธอแล้วยิ้ม “เจ็บก็ดี จะได้ไม่ลืมคนที่รักที่สุด”

เธอเคยคิดว่าพวกเขาจะมีความสุขแบบนี้ไปตลอด

จนกระทั่ง เขาได้ความทรงจำกลับคืน

ตอนนั้นเธอถึงได้รู้ว่า แท้จริงแล้ว เขาไม่ใช่หนุ่มยากจนที่เร่ร่อนอยู่ข้างถนน แต่เป็นทายาทตระกูลเซี่ยแห่งจิงเป่ย ผู้กุมครึ่งหนึ่งของวงการการเงิน ปีนั้นเพียงแค่ถูกศัตรูเล่นงานจนประสบอุบัติเหตุและสูญเสียความทรงจำ จึงต้องไปใช้ชีวิตอยู่ข้างถนน

หลังจากที่เขาได้รับตัวตนกลับคืนมาแล้ว เซี่ยเหวินโจวพาถงเจาเข้าไปอยู่ในวิลล่าขนาดสองพันตารางเมตร แค่ห้องน้ำก็ใหญ่กว่าบ้านเก่าของเธอสิบเท่า

แต่เขา ก็เหมือนกลายเป็นคนละคนตั้งแต่นั้น

เขาสวมสูทสั่งตัดที่เธอไม่รู้แม้แต่ยี่ห้อ ใส่นาฬิการาคามหาศาล เจรจาดีลมูลค่าหลายร้อยล้าน และไม่กลับบ้านทั้งคืนครั้งแล้วครั้งเล่า

เธอหลอกตัวเองว่าเขาแค่ยุ่งเกินไป

จนกระทั่งวันนั้น ข่าวบันเทิงเต็มไปหมดด้วยข่าวลือของเขากับหลินหว่านถัง ลูกสาวตระกูลหลิน

ในรูป เขาใส่สูทหรูเปิดประตูรถให้เธอ ทั้งสองสบตากันแล้วแย้มยิ้ม ภาพนั้นบาดตาเธอจนเจ็บ

ในคอมเมนต์ต่างพูดว่า “เหมาะสมกันทุกอย่าง” “สวรรค์สร้างมาให้คู่กัน”

คืนนั้น เธอนั่งอยู่ริมหน้าต่างคนเดียว มองดวงจันทร์ทั้งคืน และในที่สุดก็เข้าใจความจริงอย่างหนึ่ง

เซี่ยเหวินโจวคนที่ฝ่าลมหนาวมารับเธอเลิกงาน คนที่ไปแบกอิฐหาเงินซื้อสร้อยให้เธอ คนที่สักชื่อเธอไว้บนไหปลาร้า คนนั้น ได้ตายไปตั้งแต่วันที่ความทรงจำเขากลับมา

ตอนนี้ ทายาทตระกูลเซี่ยกับเธอ ไม่ใช่แค่ห่างกันราวฟ้ากับดิน

เขายืนอยู่บนก้อนเมฆ ส่วนเธอติดอยู่ในโคลน

เหมือนดวงจันทร์ที่ไม่มีวันเอื้อมถึงฝุ่นดิน คนอย่างเขา ย่อมต้องคู่กับคนที่เปล่งประกายไม่แพ้กัน

ในเมื่อเป็นแบบนี้ เธอจะทนให้ตัวเองถูกเหยียดหยามไปทำไม

ปล่อยมือดีกว่า

ปล่อยเขา และปล่อยตัวเอง

คืนนั้น วิลล่ายังคงว่างเปล่า เซี่ยเหวินโจวก็ยังไม่กลับมา

ถงเจาไม่ได้รอเขาจนถึงตีเหมือนที่ผ่านมา แต่เข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ พอฟ้าสว่างก็ไปศูนย์ทำวีซ่า

เธอใช้ช่องทางเร่งด่วน วีซ่ากับพาสปอร์ตจะออกภายในหนึ่งสัปดาห์

ออกจากศูนย์วีซ่าก็เป็นเวลาเที่ยงแล้ว ถงเจาแวะหาร้านอาหารสักแห่ง

ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป ฝีเท้าของเธอก็ชะงักเล็กน้อย

ตรงที่นั่งริมหน้าต่าง เซี่ยเหวินโจวกำลังใช้กระดาษทิชชูเช็ดมุมปากให้หลินหว่านถังอย่างอ่อนโยน

สายตานั้น อ่อนโยนจนละลายน้ำแข็งกลางฤดูหนาวได้ เหมือนตอนที่เขาเคยยิ้มจูบเธอในห้องเช่าไม่มีผิด

ถงเจายืนอยู่ตรงนั้น รู้สึกเหมือนหัวใจถูกมือที่มองไม่เห็นบีบแน่น

เธอหันตัวจะเดินออกไป แต่เผลอไปชนกระถางต้นไม้หน้าประตูจนล้ม

เซี่ยเหวินโจวได้ยินเสียงจึงเงยหน้าขึ้น พอเห็นถงเจา แววตาก็เย็นลงในทันที

เขาเดินเข้ามาหาเธอช้า ๆ ริมฝีปากบางขยับ เสียงทุ้มเย็นชา “เธอตามฉันมาเหรอ”

ยังไม่ทันได้อ้าปาก เขาก็พูดต่อ “รูปข่าวพวกนั้น ฉันก็อธิบายกับเธอไปแล้วว่าเป็นแค่การคุยงาน เธอจะงอแงไปถึงเมื่อไหร่”

ถงเจาอ้าปากจะอธิบาย แต่ลำคอเหมือนถูกอะไรอุดไว้

คำพูดของคุณนายเซี่ยเมื่อวานยังดังก้องอยู่ข้างหู “เรื่องหมั้นของเหวินโจวกับหว่านถังเป็นสิ่งที่สองครอบครัวตกลงกันไว้นานแล้ว เขาเองก็ชอบหว่านถัง…”

คุยงานงั้นเหรอ ? คุยงานแบบหมั้นหมายหรือเปล่า

“เหวินโจว อย่าดุแบบนี้สิ” หลินหว่านถังเดินเข้ามา ยิ้มไกล่เกลี่ย “ได้เจอกันก็ถือว่ามีวาสนา มานั่งด้วยกันเถอะ”

ยังไม่ทันที่ถงเจาจะปฏิเสธ หลินหว่านถังก็ดึงเธอไปที่โต๊ะแล้ว

ถงเจาถูกกดให้นั่งลงเหมือนตุ๊กตา ตรงข้ามกับใบหน้าที่เย็นชาเหมือนน้ำแข็งของเซี่ยเหวินโจว

“คุณถงอยากทานอะไรคะ” หลินหว่านถังเลื่อนเมนูมาให้ “อาหารฝรั่งเศสร้านนี้แท้มากนะคะ”

ถงเจามองตัวหนังสือภาษาฝรั่งเศสที่อ่านไม่ออก ความอึดอัดค่อย ๆ แผ่ซ่านในใจ

“ฉันไม่หิว” เธอเลื่อนเมนูกลับไป

“งั้นทานซุปหน่อยนะคะ” หลินหว่านถังตักซุปซีฟู้ดวางตรงหน้า “สดชื่นมากเลย”

ถงเจามองกุ้งในชาม ท้องก็บิดเกร็งขึ้นมา

เธอแพ้อาหารทะเลอย่างรุนแรง

กำลังจะปฏิเสธ โทรศัพท์ของเซี่ยเหวินโจวก็ดังขึ้น

เขาลุกไปคุยโทรศัพท์ แผ่นหลังตรงสง่า

สูทตัวนั้นเธอเคยเห็นในนิตยสาร ราคาพอซื้อทั้งชุมชนเก่าที่เธอเคยอยู่ได้

“ลองชิมสิ” หลินหว่านถังกดเสียงต่ำลง “ฐานะอย่างเธอ ปกติคงไม่มีโอกาสกินของแพงแบบนี้หรอก”

ถงเจาเงยหน้าขึ้นทันที สบตากับสายตาที่มีรอยยิ้มของอีกฝ่าย

“อย่าบอกนะว่าเธอคิดจริง ๆ ว่าเคยมีความสัมพันธ์กับเหวินโจวแล้วจะได้แต่งเข้าตระกูลใหญ่” ปลายนิ้วเธอเคาะขอบแก้วเบา ๆ “ถ้าไม่ใช่เพราะเขาความจำเสื่อม ผู้หญิงชั้นต่ำแบบเธอ ต่อให้เช็ดรองเท้าให้เขาก็ยังไม่คู่ควร”

ถงเจากำผ้าเช็ดปากแน่น จนผ้ายับยู่ในฝ่ามือ

เธออาจจน แต่ก็ไม่ใช่ให้ใครมาทำลายศักดิ์ศรีแบบนี้ “คุณหลิน เราไม่เคยรู้จักกัน คุณ...”

“อุ๊ย!”

ยังพูดไม่ทันจบ หลินหว่านถังก็ร้องขึ้นมา แล้วปัดชามซุปซีฟู้ดคว่ำ น้ำร้อนลวกลงบนหลังมือเธอ และกระเด็นใส่มือถงเจาเต็ม ๆ

เซี่ยเหวินโจวรีบกลับมา มือเรียวยาวคว้ามือของหลินหว่านถังไว้ทันที “เป็นอะไรไหม”

“ไม่เป็นไร…” หลินหว่านถังตาแดง “โทษฉันเอง ที่โดนเห็นว่านั่งกินข้าวกับคุณสองต่อสอง คุณถงเป็นแฟนคุณ เห็นแล้วจะโกรธก็ไม่แปลก…”

เซี่ยเหวินโจวมองถงเจาทันที คิ้วขมวดเย็นชา “ถงเจา ผมอธิบายไปกี่ครั้งแล้ว เธอยังจะเป็นแบบนี้อีกเหรอ”

“ฉันไม่ได้ทำ เธอเป็นคน...”

“พอได้แล้ว ! ” เขาขัด “ผมเห็นกับตา ยังจะโกหกอีกเหรอ เธอกลายเป็นคนไร้เหตุผลตั้งแต่เมื่อไหร่”

พูดจบ เซี่ยเหวินโจวก็อุ้มหลินหว่านถังแล้วเดินออกไปโดยไม่หันกลับ

หลินหว่านถังซบไหล่เขา แล้วหันกลับมายิ้มให้ถงเจาอย่างผู้ชนะ

ถงเจายืนอยู่ตรงนั้น มือที่ถูกลวกแดงก่ำสั่นเทา

พองน้ำผุดขึ้นแล้ว เจ็บเหมือนมีเข็มนับพันทิ่มแทง

แต่ในสายตาของเซี่ยเหวินโจว กลับมีเพียงผิวแดงเล็กน้อยของหลินหว่านถัง

เขาเดินไปอย่างรีบร้อน เด็ดขาด ไม่แม้แต่จะชายตามองเธอ

ทั้งที่เซี่ยเหวินโจวของเธอ เคยห่วงเธอที่สุด

เมื่อสามปีก่อน ตอนเธอทำอาหารแล้วโดนน้ำร้อนลวก เขาร้อนใจจนตาแดง รีบวิ่งไปซื้อยากลางดึก กลับมาก็ทายาให้เธอไปพูดไป “เจาเจา เจ็บไหม”

ตอนนั้น ในสายตาเขามีแค่เธอ

แต่ตอนนี้ เซี่ยเหวินโจว มองไม่เห็นเธออีกต่อไปแล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อดีตไม่อาจย้อนคืน   บทที่ 23

    ตระกูลเซี่ย หนึ่งในตระกูลมหาเศรษฐีระดับต้น ๆ ของไห่เฉิง ล่มสลายลงในชั่วข้ามคืนผู้กุมอำนาจของกลุ่มบริษัทเซี่ยถูกควบคุมตัวไปสอบสวน จากข้อหาลักพาตัวและกักขังหน่วงเหนี่ยว รวมถึงคดีอาญาอื่น ๆ อีกมากมาย และยังโยงไปถึงคดีข่มขืนเมื่อห้าปีก่อนท้ายที่สุด เซี่ยเหวินโจวถูกตัดสินจำคุกสิบปี ส่วนผู้เกี่ยวข้องอีกคนถูกตัดสินจำคุกสามปีในข้อหาจ้างวานทำร้ายผู้อื่น แต่เนื่องจากการกระทำไม่สำเร็จ อีกทั้งตัวผู้กระทำก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสและมีอาการทางจิต จึงเปลี่ยนโทษเป็นรอลงอาญา โดยแลกกับการต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในโรงพยาบาลจิตเวชเซี่ยเหวินโจวยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา โดยมีเพียงเงื่อนไขเดียว คือขอพบถงจาวอีกครั้งลังเลอยู่นาน ในที่สุดเธอก็ตกลงไปพบเพียงแต่เธอไม่ได้ไปคนเดียวในห้องเยี่ยมผู้ต้องขัง กระจกกันเสียงหนาทึบกั้นทั้งสองฝั่งเอาไว้ ถงจาวรับสายโทรศัพท์ เสียงที่ผ่านเครื่องออกมาฟังดูแปลกไป จนทำให้เธอชะงักไปชั่วขณะเรื่องราวมันกลายเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไรนะ“จาวจาว”ตั้งแต่ถูกจับจนถึงวันตัดสินคดี เวลาผ่านไปไม่นานนัก เพียงไม่กี่เดือน แต่เมื่อทั้งสองมองหน้ากัน กลับรู้สึกราวกับผ่านมาหลายชาติภพถงจาวไม่

  • อดีตไม่อาจย้อนคืน   บทที่ 22

    “เซี่ยเหวินโจว นายไม่รู้จริง ๆ เหรอ?”เสียงของถงเจาไร้อารมณ์ เย็นเฉียบเหมือนน้ำแข็ง แทงเข้าร่างเขาจนชะงักเสียงหลินหว่านถังทะลุออกมาจากห้องใต้ดิน ดังแสบแก้วหูอย่างชัดเจน“เซี่ยเหวินโจว นายจะแก้แค้นแทนเธอ คนที่ควรตายที่สุดคือแก!”เลือดในตัวเขาเย็นลงทีละนิด เขาอยากแกล้งไม่ได้ยิน อยากหนี แต่ถงเจายกมือแตะแก้มเขา ทำให้เขาหยุดแสงลอดหน้าต่างเล็ก ๆ เข้ามา แต่ไม่อาจไล่ความมืดในห้องใต้ดินออกไปได้เธอปล่อยมือ ลุกขึ้นก่อนจะเดินออกไปเสียงของเธอชัดทุกคำ ต่อให้ไม่อยากฟัง มันก็ดังเข้าไปในโสตประสาทอยู่ดี“เธอพูดถูก ถ้าจะล้างแค้นแทนฉัน คนที่ควรตายที่สุดคือนาย ฉันเป็นแค่เด็กกำพร้า พวกนั้นจะเกลียดฉันไปทำไม เพราะในสายตาพวกนายคนจนแบบฉันไม่มีตัวตนด้วยซ้ำ”“คนที่พาฉันเข้าวงนี้คือนาย คนที่ยังให้ฉันเป็นแฟน แต่ไปยุ่งกับคนอื่นก็คือนาย คนที่ปล่อยให้พวกเขารังแกฉัน…ก็ยังเป็นนาย”“ เซี่ยเหวินโจว ทั้งหมดมันเริ่มจากนาย”เขาอยากปฏิเสธอยากบอกว่าไม่ใช่ อยากบอกว่าเขารักเธอ แต่ภาพในอดีตผุดขึ้นทีละฉาก ๆ ในหัวของเขาเมื่อคิดย้อนไปเมื่อห้าปีก่อน เขาที่เคยรำคาญเธอ กล่าวหาเธอตามเขา ทำร้ายหลินหว่านถังเขาที่ในยาม

  • อดีตไม่อาจย้อนคืน   บทที่ 21

    ถงเจาถูกคนรับใช้พยุงออกไป ในชั่วพริบตา ห้องใต้ดินก็เหลือเพียงเซี่ยเหวินโจว หลินหว่านถัง และชายคนนั้นหลินหว่านถังมองเขาด้วยความหวาดกลัว ราวกับมองปีศาจ“เซี่ยเหวินโจว นายบ้าไปแล้วเหรอ?! นายมันคนเสียสติ! ไม่กลัวเวรกรรมบ้างเลยหรือไง?!”เสียงเธอแหบพร่า ราวกับไม่ได้ดื่มน้ำมานาน ทั้งยังแฝงความอ่อนแรงเซี่ยเหวินโจวมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะลุกเดินเข้ามา บีบคางเธอ มองความหวาดกลัวในตาแล้วหัวเราะออกมา“เวรกรรมงั้นเหรอ ฉันจะกลัวอะไร พวกเธอทำเรื่องพวกนั้น ยังไม่เคยคิดถึงคำนี้ ตอนนี้จะมาพูดอะไรกับฉัน?”เมื่อได้ยินแบบนี้ หลินหว่านถังชะงักไปเรื่องพวกนั้น? เรื่องอะไร?เมื่อคิดว่าอาจเป็นความเข้าใจผิด เธอรีบเค้นน้ำตา ทำท่าทางน่าสงสารต่อหน้าเขา“เหวินโจว นายเข้าใจผิดหรือเปล่า? ใครทำอะไร ฉันไม่รู้เรื่องจริง ๆ!”เสียงเธอสั่น แต่ยังฝืนกล้า ทว่าในวินาทีถัดมา เธอถูกผลักออกอย่างแรง เขาหยิบผ้าเช็ดมือมาเช็ด เหมือนเพิ่งแตะของสกปรกความอับอายและโกรธพุ่งขึ้น แต่สภาพเธอแย่เกินกว่าจะกล้าเถียงหลินหว่านถังคิดถึงปฏิกิริยาของเขามาหลายแบบ แต่ไม่เคยคิดว่าเขาจะเดือดดาลขนาดนี้สายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจและความเ

  • อดีตไม่อาจย้อนคืน   บทที่ 20

    ข่าวว่าลูกหลานสี่ตระกูล "จาง หลี่ เฉิน หวัง" ถูกทำลายมือขวาอย่างโหดร้ายแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและในวันเดียวกัน ขณะที่ถงเจากำลังจะไปทำงานตามปกติ เพิ่งขึ้นรถ เธอก็หมดสติไปทันทีพอตื่นขึ้นมา เธอก็พบว่าห้องที่ตัวเองอยู่ เต็มไปด้วยความคุ้นเคยเธอคิดอยู่นาน จึงนึกออกว่าเป็นห้องที่เธอเคยอยู่ตอนที่เซี่ยเหวินโจวพาเธอกลับตระกูลเซี่ยเมื่อห้าปีก่อนแบบนี้ คนที่วางยาพาเธอมาที่นี่ ก็ชัดเจนแล้วว่าเป็นใครเธอลุกขึ้นเดินไปที่ประตู ดึงดู ก็พบว่าถูกล็อกจากด้านนอก เปิดไม่ได้“คุณถง ตื่นแล้วเหรอคะ รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวพวกเราจะไปเรียกคุณผู้ชาย”ยังไม่ทันที่ถงเจาจะตอบ เสียงฝีเท้าก็วิ่งห่างออกไปอย่างรวดเร็วเธอมองไปรอบ ๆ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีทางออกไหนเลย สุดท้ายก็เลือกนอนลงเฉย ๆเธออยากรู้ว่าเขาจะทำอะไรถงเจาไม่ได้รอนาน แค่นั่งพักเดียว ประตูก็ถูกเปิดออก เซี่ยเหวินโจวในชุดสูทเดินเข้ามาเห็นเธอนั่งนิ่งอยู่ในห้อง เขาก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัวคนเดิม ห้องเดิม ถ้าไม่เตรียมใจมาก่อน บางทีภาพนี้คงทำให้เขานิ่งไปอีกครั้ง“เจาเจา…”เขาเรียกออกมาโดยไม่รู้ตัว เธอหันกลับมาด้วยดวงตาไร้อารมณ์แต่เขาเหมือนไม่เ

  • อดีตไม่อาจย้อนคืน   บทที่ 19

    ถงเจากับเวินฉีหลินรู้จักกันเมื่อห้าปีก่อนตอนนั้น เธอเพิ่งไปถึงอังกฤษแม้จะไม่ถึงกับใช้ชีวิตลำบาก แต่เพราะภาษาไม่คล่อง บวกกับต้องอยู่คนเดียวห่างไกลบ้าน ช่วงเวลาหนึ่งเธอจึงสับสน ไม่รู้ว่าตัวเองควรทำอะไรดีเวินฉีหลินเป็นคนจีนคนแรกที่เธอได้พบหลังจากสนิทกันมากขึ้น เขาเคยบ่นเธอด้วยซ้ำว่า อยู่ในอังกฤษมาตั้งหลายปี เพิ่งเคยเจอคนที่ทั้งภาษาก็พูดไม่ได้ ไม่มีแผนชีวิต แถมไม่มีแม้แต่ความมุ่งมั่น แต่กลับกล้ามาคนเดียว อยู่ตั้งสองเดือนแล้วยังคุยพื้นฐานไม่ได้แต่เธอโชคดี ที่ได้เจอเวินฉีหลินในช่วงที่เขาตกต่ำที่สุดต่อมาทั้งสองจึงตกลงกัน เธอจ้างเขาด้วยเงินก้อนหนึ่ง ให้มาเป็นไกด์ส่วนตัวสอนภาษาอังกฤษ สอนทุกอย่างที่ต้องใช้ในอังกฤษเห็นเธอไร้จุดหมาย ก็ช่วยเธอค้นหาความสามารถและความฝันของตัวเองมือขวาของเธอบาดเจ็บ วาดรูปไม่ได้ เขาก็อยู่ฝึกมือซ้ายกับเธอ จากตอนแรกที่เขียนยังเบี้ยว ๆ จนค่อย ๆ คล่องขึ้นและสุดท้าย ก็สามารถวาดแบบออกแบบได้อย่างสมบูรณ์ด้วยมือซ้ายจะบอกว่า ถงเจาจะกลายเป็นถงเจาในวันนี้ได้ ก็เพราะการอยู่เคียงข้างของเวินฉีหลินในช่วงแรกก็ไม่ผิดแต่เธอไม่เคยคิดว่า เวินฉีหลินจะชอบเธอตอนที่ถู

  • อดีตไม่อาจย้อนคืน   บทที่ 18

    ถงเจาคิดว่าหลังจากวันนั้น เธอคงไม่ได้เจอเซี่ยเหวินโจวไปอีกนานแต่แค่สองวันต่อมา เธอก็เห็นเขาอยู่ไม่ไกลจากหน้าบ้านเธอกดความรำคาญในใจลง ฝืนส่งข้อความหนึ่งไปก่อน แล้วเดินเข้าไปใกล้เขาเล็กน้อย แต่ยังคงเว้นระยะ “มาทำอะไรคะ?”เขาเหมือนไม่เห็นความรำคาญของเธอ สีหน้าถ่อมตัวเหมือนคนที่รักแล้วไม่ได้รับการตอบสนอง รีบอยากพิสูจน์ความจริงใจ“เจาเจา…”เสียงเขาแหบเล็กน้อย เส้นเลือดแดงในตาเด่นชัด ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่แววตากลับไม่มีความอ่อนล้าเลย มีแต่ความดีใจเหมือนกำลังมาขอคำชมแต่เสียดาย เธอไม่คิดจะรับมัน“ท่านประธานเซี่ย เรียกฉันว่าคุณถงดีกว่า อย่างน้อยความสัมพันธ์ของเราก็ยังไม่ถึงขั้นเรียกชื่อเล่นได้”น้ำเสียงเย็นชาของเธอ เหมือนสาดน้ำเย็นใส่เขาเซี่ยเหวินโจวอ้าปาก ความอึดอัดและความเสียใจอัดแน่นอยู่ในอก ผ่านไปนาน เขาก็ฝืนยิ้มออกมา “เจาเจา ต่อให้เธอไม่ยอมรับ เธอก็ลบอดีตระหว่างเราไม่ได้ ฉันรู้ว่าเธอยังโกรธฉัน แต่ฉันจะพิสูจน์ให้เธอเห็นว่าฉันรู้ว่าฉันผิดจริง ๆ”“คนที่เคยรังแกเธอ ฉันจะให้พวกเขาชดใช้ทั้งหมด ส่วนหลินหว่านถัง เธออยากให้เธอลงเอยแบบไหน ก็ให้เป็นแบบนั้น ดีไหม?”เขาอยากเข

  • อดีตไม่อาจย้อนคืน   บทที่ 5

    ถงเจาก้มตาลง เอ่ยโกหกออกไป “คุณป้ามาเยี่ยมฉัน ฉันก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก ให้ท่านกลับไปก่อนค่ะ”คุณนายเซี่ยเห็นดังนั้น ก็รีบแสร้งถามไถ่อาการ 2-3 ประโยค ก่อนจะอ้างว่ามีธุระแล้วจากไปในห้องผู้ป่วยเหลือเพียงพวกเขาสองคน“เรื่องก่อนหน้านี้…” เซี่ยเหวินโจวเดินมาข้างเตียง น้ำเสียงแข็งเล็กน้อย “อุบัติเห

  • อดีตไม่อาจย้อนคืน   บทที่ 4

    เธอไม่อยากให้เขาจับพิรุธก่อนจะจากไป แล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก ถงเจานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็พยักหน้าจากนั้นก็พยุงข้อเท้าที่เจ็บ เพื่อลุกไปเลือกเสื้อผ้าหน้าตู้ครึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งสองก็มาถึงจุดหมายคฤหาสน์ตระกูลเซี่ยสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ ตอนถงเจาเดินตามเซี่ยเหวินโจวเข้าไป สิ่งแรกที่เห็นก็คือ

  • อดีตไม่อาจย้อนคืน   บทที่ 2

    ถงเจากลับบ้านเพียงลำพังพอกลับไป เธอก็เปิดตู้ยาในห้องนั่งเล่น ทำแผล ฆ่าเชื้อ ทายา และพันแผลให้ตัวเองบาดแผลแผ่ความเจ็บแสบละเอียด ราวกับมีมดนับไม่ถ้วนกำลังกัดกินตอนหันตัวจะขึ้นชั้นบน เธอเผลอเหลือบไปเห็นแกรนด์เปียโนตรงมุมห้องนั่งเล่นนั่นคือสิ่งที่เซี่ยเหวินโจวซื้อหลังจากความจำกลับมา บอกว่าจะสอนเ

  • อดีตไม่อาจย้อนคืน   บทที่ 3

    เธอยืนนิ่งงัน มองพนักงานยื่นกำไลให้หลินหว่านถังอย่างนอบน้อม ขณะที่อีกฝ่ายยิ้มบาง ๆ แล้วยื่นมือไปรับ ปลายนิ้วเพิ่งแตะขอบกล่อง จู่ ๆ ก็ร้อง “อุ๊ย”“เพล้ง!”กำไลหยกลื่นหลุดจากกล่อง ตกกระแทกพื้นหินอ่อนอย่างแรง แตกออกเป็นสองท่อนในเสี้ยววินาทีนั้น ลมหายใจของถงเจาแทบหยุดลง เสียงในหูเหลือเพียงเสียงแตกแห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status