แชร์

บทที่ 6 ลิปสติก (03)

ผู้เขียน: เกี้ยวเกล้า
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-27 11:17:09

โมกข์ทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มหยัน ก่อนสาวเท้าขึ้นไปยังห้องนอน ทิ้งให้คนมีใจคับแค้นยืนกัดฟันกรอด แต่เห็นทีวันนี้คงต้องถอยกลับก่อน ถ้าทำอย่างใจไม่ได้ก็ต้องเฝ้ารอต่อไป กระนั้นก็วางใจมากไม่ได้ เพราะท่าทางของหลานชายเริ่มแปลกไป อาจมีสายใยเบาบางเกิดขึ้น หากปล่อยไว้มันอาจจะกลายไปเป็นเชือกเส้นหนา     

          ภายในห้องทำงานของตึกสูงระฟ้า ชั้นที่สิบเอ็ดนั้นมีเจ้าของกรรมสิทธิ์ทุกอย่างของอัศวัฒน์กำลังนั่งถอนหายใจอยู่ สีหน้าที่เคยสดใสหมองหม่นลงเรื่อยๆ จากปัญหาที่ต้องแบกเอาไว้

          กระทั่งมีหนึ่งสายโทร.เข้ามา หญิงสาวจึงต้องก้มหน้าลงไปมองหน้าจอโทรศัพท์

          “คืนนี้ผมกลับดึก ไม่ต้องรอ”

          แค่กล่าวจบประโยค ปลายสายก็วางไปทันที ไม่เว้นช่องว่างให้เธอได้โต้ตอบไปเลย

          “ค่ะคุณหมอก”  

          เสียงใสกล่าวเบาๆ หลังสัญญาณเงียบหายไปสักพักใหญ่ เธอชินชาเสียแล้วกับการกระทำแบบนี้ของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีทางพฤตินัย อีกทั้งยังถูกกำหนดให้เป็นเจ้าของลมหายใจของอัศวัฒน์ จะอยู่หรือสิ้นชีพนั้นอยู่ในกำมือของเขา

          ความรู้สึกภายในอกของนุดีแสนจะปวดร้าวและฝืนทนอย่างมากในช่วงแรก เธอต้องยอมแลกทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด ยอมเป็นภรรยาของผู้ชายที่ไม่ต่างจากก้อนหิน แต่ถ้าได้ลองรู้จักจะรู้ว่าหมอกเป็นผู้ชายที่ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด แค่ไม่มีใครสามารถเข้าไปคว้าหัวใจของเขาได้ก็เท่านั้น

          แม้กระทั่ง…เธอ ภรรยาที่ต้องอยู่ในเงามืดอย่างลับๆ

          และมันทั้งตลกและน่าเวทนา เมื่อเธอกำลังเผชิญอยู่กับความรู้สึกแอบรักสามีของตัวเอง

          ความรักถูกบ่มเพาะท่ามกลางวิกฤต โดยฝ่ายชายไม่เคยมองเห็นเลยสักนิด เพราะหัวใจของเขาถูกครอบครองไปจนหมดสิ้น แต่ไม่ใช่ว่ามีผู้หญิงคนไหนพิชิตได้ มันถูกยึดไว้ด้วยสองมือเหี่ยวย่นที่แสนมีพิษสงต่างหาก

          สองสามนาทีต่อมานุดีก็ต้องเงยหน้าขึ้นมองเลขาฯ สาวที่ตามให้ไปเข้าประชุมเรื่องการร่วมทุนกับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการส่งออกเลยต้องละทิ้งทุกความเหนื่อยไว้ด้านหลัง ไม่รู้ต้องอยู่ภายใต้เงานี้ไปถึงเมื่อไร ไม่แน่ว่าอีกไม่นานอาจจะต้องลุกขึ้นมาต่อสู้อีกหน จึงพยายามทำให้บริษัทกลับมามั่นคงอย่างเดิม และสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ยอมให้ใครมาทำลาย

          การประชุมเป็นไปอย่างตึงเครียด กระนั้นนุดีก็พยายามทำอย่างสุดความสามารถ ถึงแม้จะยังอ่อนประสบการณ์ในด้านนี้ ทว่าหนนี้มีความหนักใจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เนื่องจากต้องคอยหลบสายตาที่มุ่งมองมาของชายคนหนึ่ง

          วาคิม…อดีตคู่หมั้นคู่หมายและเจ้าของบริษัทที่กำลังเจรจาธุรกิจกัน ผู้ชายแสนอบอุ่นคนนี้มักยื่นมือเข้ามาช่วยทุกครั้งที่ประสบปัญหา แค่เธอไม่สามารถเอาใจตอบแทนเขากลับไปได้         

          และกว่าการประชุมจะจบลงก็ยืดเยื้อไปถึงสามชั่วโมงเต็ม นุดีรีบเดินออกจากห้องประชุมเพื่อตรงกลับไปยังห้องทำงาน

          “นุดีครับ”

          เสียงทุ้มนี้ทำให้เท้าเล็กๆ ต้องหยุดชะงัก

          “ค่ะพี่คิม”

          “มีอะไรไม่เข้าใจปรึกษาพี่ได้นะครับ” วาคิม วาพยัคฆ์ เขาคนนี้ไม่เคยทอดทิ้งนุดี แต่หญิงสาวกลับไม่สามารถรักเขาได้

          โดยฝ่ายชายไม่เคยล่วงรู้ถึงปัญหา เพราะมันถูกปกปิดไว้เป็นความลับ รู้เพียงบัดนี้หัวใจของร่างเล็กมีชายคนหนึ่งยึดครองไว้ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการถอนหมั้น

          “ขอบคุณพี่คิมมากๆ เลยนะคะที่พี่ไม่เคยทิ้งนุดี”

          “พี่จะทิ้งนุดีได้ยังไงล่ะครับ ในเมื่อพี่รักนุดี”         

          คำพูดนี้ทำให้นุดีสะอึกและเจ็บจุกไปถึงหัวใจ ทำไมกันนะ ทำไมเธอถึงไม่รักผู้ชายคนนี้ ทั้งที่เขาแสนดีทุกอย่าง แต่อย่างว่าละ ความรักเป็นสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุม ไม่สามารถไปกำหนดให้รักใครได้ หากไม่มีความรู้สึกเสน่หา โดยความรักมีทั้งสมหวังและเจ็บปวด        

          ในด้านของวาคิมก็ไม่ต่างกัน เขาเลือกจะรักคนที่ไม่สามารถมอบหัวใจให้เขาได้

          “พี่คิม…” น้ำเสียงของหญิงสาวแผ่วเบาและเต็มไปด้วยความสงสาร

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 34 ความคิดถึงและรัก (04)

    “ฉันเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดีไง พอแล้วละกับการอยู่กับอดีต ทุกวันนี้ฉันมีแค่เธอกับลูกเท่านั้น” เรื่องทั้งหมดจบลงแล้วตั้งแต่พาขวัญเป็นอิสระ ความใกล้ชิดที่ผ่านมาทำให้เขาเรียนรู้หัวใจได้มากขึ้น จึงเลือกที่จะอยู่กับปัจจุบัน กว่าจะคิดได้ก็เกือบที่จะสายไปเสียแล้ว อึดใจต่อมาก็ได้หันไปดึงมือนุ่มมากุมไว้ “แล้วฉันก็อยากจะขอโทษด้วยนะที่ฉันไม่เคยเชื่อเธอเลย ตอนนี้คนของคุณย่าสารภาพแล้วว่า เธอไม่ได้เต็มใจ เธอเปลี่ยนใจไม่ยอมทำตามแผนแล้ว แต่โดนคุณย่าซ้อนแผน” เมื่อคนเป็นย่าถูกจับ คนสนิทของเจ้าตัวก็มาสารภาพกับเขา เพราะกลัวจะถูกลูกหลงไปด้วยและอยากจะให้ยื่นมือเข้าไปช่วย แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้พ้นกฎหมาย เพราะช่วยธัญญาเรศทำผิดไว้หลายอย่าง พาขวัญรู้สึกคล้ายได้ปลดล็อกสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจและไม่ได้รู้สึกโกรธอะไร รวมถึงไม่อยากคิดถึงอดีตอีกแล้ว แล้วมองคนที่ยื่นมือมาลูบหน้าท้อง “พรุ่งนี้ฉันต้องกลับแล้วนะ” เขาอยากจะอยู่กับพาขวัญต่อ แต่ก็ไม่สามารถทิ้งที่ไร่ได้นาน แต่สัญญาว่าจะมาหาอีกแน่ จะมาจนกว่าพาขวัญจะใจอ่อน พาขวัญขบเม้มปากแน่น เพราะหัวใจบอกชัดว่า ไม่อยาก

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 34 ความคิดถึงและรัก (03)

    “คุณโมกข์ทำหรือคะ” หญิงสาวร้องถาม บุญตาพยักหน้ารับ มือเล็กหยิบช้อนขึ้นมาตักกับข้าวหลายอย่างใส่ปาก บอกไม่ถูกว่ากำลังรู้สึกอย่างไร ดีใจผสมกับความไม่คาดหมาย ส่วนชายหนุ่มก็ทำหน้าที่พ่อโดยการพาลูกไปเดินเลือกซื้อของในตัวจังหวัด แล้วต่อด้วยการไปห้างสรรพสินค้า แต่แล้วก็มีหนึ่งสิ่งที่เรียกความสนใจแก่เด็กๆ ได้ดี ไม่พ้นมุมของเล่น โมกข์จึงพาลูกไปเดินดู ไม่ได้สนใจกับเด็กผู้ชายวัยซนด้านหลัง ทว่าไม่นานสายตาคมกริบก็ต้องหันมองหลังจากพาณิธิดานั้นล้มลงหน้าคะมำ “แง...ป๊ะป๋า” เด็กหญิงร้องไห้ด้วยความเจ็บและตกใจที่จู่ๆ ก็โดนผลักเข้าเต็มแรง ทำให้โมกข์หันไปมองตัวต้นเหตุแล้วต้องส่ายศีรษะเมื่อพบว่าเป็นเด็กด้วยกันนี่เอง จึงต้องมองหาผู้ปกครองของเด็กคนดังกล่าวแล้วพาไปหาเพื่อตักเตือน ทว่าเรื่องนี้กลับลุกลามกว่าที่ควรจะเป็น ในด้านเจ้าของร่างระหงจู่ๆ ก็มีอาการใจหวิวๆ ขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ขณะกำลังนั่งรอสามคนพ่อลูกอยู่บนแคร่ไม้หน้าบ้าน คงจะไม่มีอะไรหรอก อาจจะคิดมากไปเอง โมกข์กับลูกแค่ออกไปซื้อของกัน จะมีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ไม่นานเท้าก็ต้องก้าวขยับยามได้

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 34 ความคิดถึงและรัก (02)

    ตกดึกพาณิภัคและพาณิธิดายังไม่ยอมห่างจากบิดา ทำให้พาขวัญต้องนำผ้าห่มมาปูให้พวกแกได้นอนด้วยกันสมใจที่ด้านหน้า มีเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากดังขึ้นอยู่ตลอด ดูมีความสุขอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ บ้านไม่จำเป็นต้องหลังใหญ่ เงินทองไม่ต้องมีเป็นถุงเป็นถัง แค่มีความสุขกองโตเท่านี้ก็สร้างรอยยิ้มให้ได้มากมาย และคงหาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว “ที่ไร่เป็นยังไงบ้างคะ” หญิงสาวยังคิดถึงทุกคนเสมอ “ก็เหมือนเดิม ลุงไม้กับป้าพิมพ์บ่นว่าคิดถึง ครั้งหน้าว่าจะพามาหาด้วย” โดยเฉพาะคนเก่าคนแก่ของไร่บ่นให้ฟังทุกวันว่าอยากจะอุ้มเด็กๆ เหมือนก่อน “ขวัญเองก็คิดถึงลุงไม้กับป้าพิมพ์เหมือนกันค่ะ” หญิงสาวยังพึงระลึกอยู่เสมอถึงความเมตตาของผู้ใหญ่ทั้งสอง คราแรกที่เธอเข้าไปอยู่ในไร่จอมใจนั้นแสนจะอ้างว้าง แต่พอทั้งสองเข้ามาพูดคุยด้วยก็ทำให้เธอคลายจากความกลัวไปได้เยอะ จนค่อยๆ สนิทมากขึ้น ไม่นานก็มีหนึ่งคำถามดังขึ้น “แล้วไม่คิดถึงฉันบ้างเหรอ” คนฟังไม่ตอบ เบือนหน้าหนีไปอีกทาง ขณะที่โมกข์ระบายยิ้มอมเศร้า “ช่างเถอะ” หลังจากนั้นพาขวัญและโมกข์ก็ไม่มีการสนทนา

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 34 ความคิดถึงและรัก

    “พี่นี่มัน...” “แล้วนี่รู้หรือยังว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย” โมกข์ไม่ตอบแถมยังเปลี่ยนเรื่อง ทำให้หมอกต้องส่ายศีรษะ “ผู้ชายค่ะพี่โมกข์” นุดีตอบแล้วหันไปมองหน้าสามี เพราะถูกใจหมอกเป็นที่สุด ชายหนุ่มอยากจะมีลูกผู้ชายเป็นคนแรก แต่ถ้าเป็นลูกสาวก็ไม่ว่ากัน “เสียดายนะครับ ไม่ได้แบบยัยหนูภัค หนูดา” หมอกยังอดเสียดายไม่หาย อยากจะได้ควบสองแบบพี่ชายบ้าง แต่อย่างไรก็ยังรักลูกไม่เปลี่ยนแปลง “งั้นท้องหน้าก็มีแบบฉันให้ได้สิ” คนเป็นพี่คล้ายท้าน้อง ทำให้หมอกยักคิ้ว คอยดูสิ เขาจะต้องมีลูกฝาแฝดแบบพี่ชายให้ได้ คราวนี้ละคงสนุกน่าดู น่าจะทั้งแสบและซนไม่ต่างจากพาณิภัคและพาณิธิดา “แล้วนี่คิดจะทำอะไรครับ” อดถามไม่ได้กับอาการนิ่งๆ “เรียนรู้หัวใจของตัวเอง” โมกข์ตอบ “ระวังเถอะครับ สุนัขจะคาบไปรับประทาน” ถึงกับเตือนด้วยความหวังดี ชักช้าไปจะไม่ทันการณ์ พาขวัญเองก็ไม่ใช่ผู้หญิงขี้ริ้วขี้เหร่ เธอมีเสน่ห์ แถมยังเป็นคนดี หนุ่มๆ คงอยากได้มาเป็นแม่ของลูก “ไม่ต้องกลัวหรอก ฉันส่งเจ้าเปี๊ยกไปเป็นทัพหน้าแล้ว” คนฟังทั้งสองทำหน้าไม่เข้าใจ โมกข

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 33 บทเรียนหัวใจ (02)

    ลุงไม้และภรรยาถึงกับออกอาการดีใจกับข่าวที่เจ้านายนำมาบอก สายตานั้นขยายกว้างขึ้น แต่ก็ต้องเศร้าในประโยคถัดมาอยู่ดี “ทำไมถึงไม่พาหนูขวัญกับเด็กๆ กลับมาล่ะคะ” พิมพ์ผกาทำสีหน้าเศร้า คิดถึงพาขวัญและฝาแฝด เธอช่วยเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังแบเบาะ จากไปเช่นนี้ย่อมทำให้เกิดความโหยหาเป็นธรรมดา อีกอย่างอยากให้คนเป็นนายได้มีความสุข เชื่อว่าสายตาของตนไม่ผิดเพี้ยน คนหน้านิ่งกำลังมีความรักบรรจุอยู่ภายใน “ผมไม่อยากบังคับครับ พาขวัญเองก็ตกอยู่ภายใต้กรงขังมานาน เธอสมควรใช้ชีวิตตามต้องการ อีกอย่างเธอคงอยากจะอยู่กับแม่ของเธอด้วยครับ” เป็นเหตุผลง่ายๆ ซึ่งโมกข์ไม่เคยอธิบายให้เจ้าตัวรับรู้ เอาแต่ทำตัวทื่อๆ “แล้วทำไมไม่ลองพาคุณแม่ของหนูขวัญมาอยู่ที่นี่ด้วยกันล่ะครับ” ลุงไม้เสนออีกหนึ่งหนทาง “เรื่องนั้นผมทำแน่ครับ แต่อยู่ที่ว่าบทเรียนหัวใจของผมกับพาขวัญครั้งนี้จะต้องใช้ระยะเวลาอีกยาวนานไหม ผมไม่อยากไปเร่งอะไร ค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่าครับ” บทเรียนชีวิตของตนและภรรยาผ่านอะไรมามาก ทุกข์มากกว่าสุข กว่าจะปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ จึงอยากให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 33 บทเรียนหัวใจ

    “หึ กล้าพูดนะพาขวัญ แล้วทีเธอล่ะยังจะไม่บอกฉันเรื่องลูกเลย” ประโยคที่สวนกลับมาทำให้เธอสะอึกแล้วนิ่งไป “แม่ว่าใจเย็นกันดีกว่านะ แล้วเราเข้าไปคุยกันในบ้าน ขวัญเองเรากำลังท้องกำลังไส้จะมาโมโหแบบนี้ได้ยังไง ไม่คิดถึงลูกหรือไง ส่วนคุณโมกข์ใจเย็นหน่อยนะคะ อย่าทำให้หลานๆ ต้องตกใจเลย” คนอาบน้ำร้อนมาก่อนพอจะดูออก แท้จริงแล้วคนทั้งคู่ไม่ได้ถึงขั้นจะเกลียดกัน แต่ต้องปรับความเข้าใจกัน หนนี้คนที่ถอนหายใจระบายความเครียดเป็นชายหนุ่มเอง เขาพยักหน้าแล้วปล่อยลูกลง ก่อนจะหันมองแม่ของลูก แล้วยิ้ม เผลอแป๊บเดียวเขากำลังจะกลายไปเป็นคุณพ่อลูกสามแล้ว “เราเข้าไปคุยกันข้างในดีกว่านะคะคุณโมกข์” ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปด้านใน เด็กๆ ก็วิ่งตามคอยเกาะแข้งเกาะขาด้วยความคิดถึง เสียงเจื้อยแจ้วดังขึ้นซักถามบิดาถึงหลายวันที่ผ่านมา ภาพเหล่านั้นสะเทือนหัวใจคนยืนมองทั้งสองคน โดยเฉพาะคนที่หอบเด็กๆ หนีมา “เห็นความสุขของลูกไหมขวัญ” บุญตาตั้งคำถาม “แต่แม่ไม่ได้ยัดเยียดให้ขวัญต้องเลือกในสิ่งที่ฝืนใจนะลูก แม่แค่อยากให้คุยกัน และไม่ปิดบัง คุณโมกข์เองก็มีสิ

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 13 เริ่มต้นใหม่ (04)

    “ทำไมถึงให้หมอนั่นเข้ามาในห้อง” เขาถามอีกคำถามและต้องการคำตอบพอๆ กับคำถามแรก นุดียังไม่ยอมเปิดปากเอ่ยบอก และสงสัยว่าทำไมคนตัวโตถึงรู้ แต่ไม่อยากถามอะไรให้มากความ เลือกจะออกปากไล่ชายหนุ่มโดยไม่สนใจว่าเขาจะรู้สึกเช่นไร เธออยากให้เขาเจ็บบ้าง จะได้รู้ว่ามันเป็นอย่างไร หมอกไม่ได้สนถ้

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 13 เริ่มต้นใหม่ (03)

    “เราไปมีเรื่องอะไรกับคุณธัญญาเรศหรือเปล่า” อดสงสัยไม่ได้ เพราะแววตาของนุดีมันฟ้องว่ามีความบาดหมางบรรจุอยู่ คนโดนถามชะงัก พริบตาต่อมาก็ส่ายหน้า จะให้บอกอย่างนั้นหรือ เธอทำไม่ได้หรอก เพราะรู้ว่าวาคิมจะไม่นิ่งดูดาย เขาต้องยื่นมือเข้ามาช่วยแน่นอน ถึงแม้จะค่อนข้างมั่นใจว่ากำลังพลของคนตรงหน้ามี

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 13 เริ่มต้นใหม่ (02)

    “หน็อย ทำมาเป็นอวดเก่ง” ธัญญาเรศแทบดิ้นเร่าในท่าทางถือดีนั้น นึกตำหนิอีกฝ่ายที่ไม่รู้จักเจียมตัวเสียเลยว่าอาศัยอยู่ใต้ฝ่าเท้าของตน แค่ลงน้ำหนักหนึ่งครั้งก็จมธรณี ใบหน้าของชายที่ขึ้นชื่อว่าเคยเป็นเจ้าของฝ่ามือนุ่มนิ่มนั้นไม่แม้แต่จะแสดงอาการหึงหวงใด แค่หันหน้าไปมองเท่านั้น ก่อนจะกลับมาสนใจ

  • ภรรยาสำรอง   บทที่ 13 เริ่มต้นใหม่

    บทที่ 13 เริ่มต้นใหม่ “ป๊ะป๋าขา” เสียงหวานใสในลูกอ้อนของพาณิภัคทำให้คนที่กำลังเดินลงมาจากห้องนอนชะงักเท้าแล้วเลิกคิ้วขึ้นมอง วันนี้น้ำเสียงของลูกสาวคนโตฟังดูพิเศษ จนต้องหันไปมองมารดาของแกที่อยู่ในห้องครัว พาขวัญเสหน้าหลบสายตา ปล่อยให้พาณิภัคทำในสิ่งที่สมควรด้วยตนเอง โม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status