Share

บทที่ 1.8

last update Tanggal publikasi: 2026-05-05 07:58:13

ประธานโรงเรียนขึ้นกล่าวเปิดพิธีเพื่อต้อนรับน้องใหม่ ก่อนที่ผู้อำนวยการของโรงเรียนจะขึ้นให้โอวาสต่อ

“มีมี่ นั่นมันพี่เหมันต์นี่” ทิพวัลย์เอ่ยกระซิบกับมิรินด้วยความตื่นเต้น “นั่นก็พี่แดน อู้ย...ล้อ หล่อ”

“จะตื่นเต้นอะไรนักหนา รู้อยู่แล้วว่าพี่เขาเข้าเรียนที่นี่”

มิรินมองเพื่อนขำๆ สายตามองไปยังรุ่นพี่ทั้งสองที่นั่งอยู่แถวหน้าสุด เพราะพวกเขาเป็นกรรมการนักเรียน

ไม่มีใครในโรงเรียนไม่รู้จักแดน หรือ ดนุวัศ วรวัฒนกำจร เพราะเขาคือหนึ่งในทายาทของบริษัทในเครือเจเอ็มอี หลานชายอีกคนของกานดานั่นเอง

ส่วนอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ดนุวัศ คือเหมันต์ สุทธิวรกานต์ ทายาทนักธุรกิจชื่อดังที่ไม่ว่าใครก็ต้องร้อง ‘อ๋อ’ เมื่อได้ยินนามสกุลดัง เพราะกิจการของครอบครัวเขาก็คือห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง

“ก็แหมใครจะไม่ตื่นเต้นล่ะ พี่เขาทั้งเก่ง เรียนดี หล่อก็หล่อบ้านก็รวย เป็นถึงลูกชายผู้อำนวยการที่นี่ด้วย” ทิพวัลย์พูดจบก็มองไปที่ดนุวัศอีกรอบ

มิรินขมวดคิ้วเพราะเพิ่งนึกขึ้นได้ ...เคลวินเองก็ถือว่าเป็นทายาทอีกคนของ ‘วรวัฒนกำจร’ เช่นกัน แม้จะไม่ใช่สายตรง เพราะไม่ได้ใช้นามสกุลของอารยา

มองไปรอบๆ ก็พบว่าเขานั่งรวมอยู่กับเหล่านักเรียนชายด้วยกัน ใบหน้าเย็นชาไม่สนใจรอบข้างทำเอาเพื่อนๆ ไม่กล้าเข้าใกล้ ทั้งยังไม่กล้าชวนคุย แผ่นหลังตรงแน่วของเขาดูสะดุดตากว่าคนอื่น เส้นผมที่มีโทนสีน้ำตาลอ่อน ทำให้มองปราดเดียวก็หาเขาเจอ

จ้องเพลินๆ เด็กสาวก็ต้องสะดุ้งเมื่ออยู่ๆ เคลวินดันหันกลับมา ทั้งสองสบตากันสักพักแต่ก็ยังเป็นมิรินที่ส่งยิ้มให้ และเคลวินก็ยังคงเป็นฝ่ายที่ส่งสายตากลับมาอย่างเย็นชา จากนั้นเขาก็...หันกลับไป

“อะไรกัน แน่ใจนะว่ารู้จักกัน ทำไมเขาดูเย็นชาจัง สายตางี้ทำเอาขนลุกเลย” ทิพวัลย์เหมือนจะสังเกตเห็น

“ตอนแรกที่เขาเจอฉันมันไม่น่าประทับใจมั้ง” มิรินแลบลิ้นออกมาอย่างซุกซน นึกถึงเหตุการณ์วันแรกที่ทั้งสองคนเจอกันก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้

“มีอะไรน่าขำสายตาเขาน่ากลัวจะตาย” ทิพวัลย์ขมวดคิ้วสงสัย

กว่าชั่วโมงที่การปฐมนิเทศดำเนินไป กระทั่งในที่สุดนักเรียนทั้งหมดก็ถูกปล่อยตัวกลับไปยังห้องเรียน เคลวินเดินออกมาจากห้องน้ำตึกเรียน เขาพบว่ามีรุ่นพี่คนหนึ่งยืนอยู่ด้านนอก ที่เขารู้ก็เพราะดูจากสัญลักษณ์จากเข็มที่ปักบนคอเสื้อ อีกฝ่ายน่าจะเป็น...รุ่นพี่ปีสอง

เขาไม่ได้ใส่ใจนักเพียงแต่เดินผ่านไปเฉยๆ

“นายคือลูกชายของคุณป้าอารยาใช่ไหม” เสียงเรียบเอ่ยถามขึ้นทำเอาเคลวินชะงักและหันกลับมามอง

“แม้เราจะไม่เคยเจอกัน แต่ฉันมั่นใจเพราะนายดูคล้ายท่านมาก” ดนุวัศพูดต่อทั้งยังเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเคลวิน สองคนมีส่วนสูงที่น่าทึ่งเมื่อยืนเผชิญหน้ากันแบบนี้ แต่ยังไงเคลวินก็ดูจะสูงกว่าเล็กน้อย

“ฉันชื่อดนุวัศ นายจะเรียกว่าแดนก็ได้” ดนุวัศแนะนำตัวตัวเองแต่เคลวินเพียงแค่มองเขานิ่ง “หึๆ เย็นชาเหมือนพ่อสินะ”

เคลวินมองเขาด้วยดวงตาเย็นเยียบยิ่งขึ้น เมื่อได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยถึงผู้เป็นพ่อ

“อยู่ที่นี่ก็ทำตัวดีๆ หน่อยล่ะ ระบบรุ่นพี่รุ่นน้องที่นี่แตกต่างจากที่อเมริกามาก” พูดจบก็เดินสวนไปอีกทาง ทว่าคล้ายเปลี่ยนใจจึงยื่นมือมาตบไหล่เคลวินเบาๆ “ยินดีต้อนรับสู่เจเอ็มอี” ดนุวัศยิ้มมุมปากก่อนเดินจากไป

เคลวินเพียงปรายตามองเล็กน้อย แล้วเดินกลับไปยังห้องเรียน เขาได้ยินกานดาพูดถึงอยู่เหมือนกันว่ามีลูกพี่ลูกน้องของเขาเรียนอยู่ที่นี่สองคน

ดนุวัศ วรวัฒนกำจร เรียนอยู่ปีสอง

ดารารัศมิ์ วรวัฒนกำจร เข้าเรียนปีเดียวกับเขา

เมื่อครู่เจอไปแล้วหนึ่ง อีกคนที่เป็นน้องสาวที่คิดว่าคงอีกไม่นานคงได้เจอ สงครามการแย่งชิงมรดกของตระกูลวรวัฒนกำจร เขาได้ยินมานานแล้ว เพราะมีคนเคยตราหน้าว่าเขาเป็นคนนอก

ใช่..เขาเป็นคนนอก เพียงเพราะเขาคือ ‘เคลวิน หลี่’ เพราะเขาใช้ชื่อสกุลของพ่อ ไม่ใช่เพราะเขาไม่ใช่ ‘วรวัฒนกำจร’  ถึงจะเป็นอย่างนั้นเขากลับครอบครองหุ้นของบริษัทในเครือเจเอ็มอีถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์

ป้าของเขาเคยบอกว่า วิสาข์ ผู้เป็นน้าของเขาคือผู้บริหารของเจเอ็มอีไฮสคูล น้าของเขาคนนี้เป็นคนหัวสูงทั้งยังเข้มงวด  ที่สำคัญยังเป็นคนที่แสดงออกมากที่สุดว่าไม่พอใจที่เขามีหุ้นคนเดียวถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ ทั้งที่ลูกๆของเธอมีกันเพียงแค่สามเปอร์เซ็นเท่านั้น ดังนั้นการที่เขาเข้าเรียนเจเอ็มอีไฮสคูล เขาก็อาจจะต้องเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก

วันแรกของการเรียนไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่เขาคิด แม้จะรู้สึกรำคาญสายตาหลายคู่ที่คอยแอบมอง เรื่องนี้เขาออกจะเคยชิน เพราะแม้แต่ตอนที่เขาเรียนอยู่ในอเมริกาเองก็ไม่ได้แตกต่างน

คนส่วนมากเพียงแค่รู้ว่าเขาคือลูกชายของหลี่ชิง ไม่ว่าเป็นใครก็ต้องอ้าปากค้าง เพราะพ่อของเขามีธุรกิจหลายอย่างที่ประสบความสำเร็จ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.8 จบ

    บางครั้งการรอคอยก็ไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้ายนัก การตัดสินใจด้วยความมีสติ มองเห็นถึงความเป็นไปได้ ความน่าจะเป็น รวมไปถึงไม่ตัดสินใจด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ไม่ทำทุกอย่างตามอารมณ์ นั่นทำให้ทุกๆ อย่างเป็นไปอย่างมีเหตุมีผลที่สำคัญไปกว่านั้นการแยกจากกันก็เพื่อให้ต่างฝ่ายก็ต่างก็ได้เติบโต ต่างฝ่ายก็ต่างก็แยกไปใช้ชีวิตของตัวเอง ไม่แน่ว่าหากความทรงจำสวยงามในวัยเด็กเป็นเพียงความรู้สึกดีๆ ไม่ได้ลึกซึ้ง ต่างฝ่ายต่างอาจเสียใจในภายหลังถึงอย่างนั้นเธอกับเคลวินกลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น มันเหมือนกับเมื่อพบกันแล้วคนทั้งสองก็ไม่ต้องการใครอื่นอีก เหมือนความรักครั้งนี้มีเพียงกันและกัน ขอเพียงเท่านั้นก็เพียงพอแล้วเพราะไปอยู่อเมริกาหลายปีมิรินมีพ่อกับแม่เพิ่มมาอีกสองคน ประธานหลี่กับคุณลิลลี่ดูแลเธอดีมาก มากจริงๆ...“ไหนคุณแม่เสร็จแล้วหรือยังนะ” เคลวินจูงคริสออกมาจากในบ้าน มิรินเงยหน้าขึ้นจากสมุดบันทึกยิ้มให้เคลวินจากนั้นปิดสมุดบันทึก“วันนี้น้องคริสเป็นเด็กดีหรือเปล่าครับ”“เป็นเด็กดีครับ” เด็กชายคริสเตียน หลี่ ตอบแม่ด้วยรอยยิ้ม“วันนี้กินข้าวเยอะมาก สงสัยชอบกับข้าวที่คุณยายทำ” เคลวินเดินเข้ามานั่งลงข้างๆ มิริน เขา

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.7

    พูดจบก็ลุกขึ้นแต่โดนเคลวินรวบตัวเอาไว้ได้ เขาวางเธอลงบนตักกอดเอาไว้แน่นไม่ยอมให้เธอดิ้นหลุด “นี่ ปล่อยฉันนะ” มิรินหน้าแดงไปถึงใบหู“มิริน” เคลวินรัดแขนแน่นเข้ากว่าเดิม “แต่งงานกันนะ”มิรินเงยหน้าพรวดก่อนจะมองหน้าเขาด้วยความตกใจ“ฉันยังรักเธอคนเดียว รักมาตลอดไม่เคยเปลี่ยน รักมาตลอดสิบปีไม่เคยลืมเลือนสักวัน แล้วฉันก็รู้ว่าเธอเองไม่ได้ต่างไปจากฉัน กล่องใบนั้นฉันเห็นแล้ว กล่องความทรงจำของเราสองคน”มิรินมองเขาแล้วอ้าปากค้างไม่รู้ว่าควรพูดอะไร ในที่สุดก็ได้แต่นั่งก้มหน้าขมวดคิ้วเหมือนกำลังครุ่นคิด เคลวินเองก็นั่งรอเงียบๆ เขาต้องให้เวลามิรินตัดสินใจ“ฉันเองก็ไม่เคยลืมนายนะ ไหนบอกว่าไม่นาน สำหรับฉันสิบปีมันนานมากเลย” เธอพึมพำ“ถ้าอย่างงั้นก็แต่งงานกันนะ ดีมั้ย” เคลวิลกระซิบเสียงเบาข้างหูมิรินหันมาสบตากับเขาและยิ้มออกมาในที่สุดเขามั่นใจว่าเธอรู้จักสายตาแน่วแน่ของเขาดี สิบปีที่เธอรอเขาและเขาเองก็เฝ้านับวันที่จะได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ดังนั้นเขาจะไม่ยอมเสียเธอไปอีก แค่ครั้งเดียวที่ปล่อยมือก็เพียงพอแล้วจะไม่มีครั้งที่สองอีกเด็ดขาด...“ได้ เราสองคนแต่งงานกัน”มิรินพยักหน้าพูดออกมาในที่สุด เคลวินล

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.6

    “หาแฟนเข้าสิ” เอพริลหัวเราะ“เธอก็โสดยังมีหน้ามากระแนะกระแหนฉัน”“เฮ้อ” สองสาวถอนหายใจพร้อมกัน“ว่าแต่...ถึงไหนกันแล้วละ”“อะไร” มิรินเลิกคิ้วมองเพื่อนทิพวัลย์ยิ้มจับมือมิรินมากุมเอาไว้ “คราวนี้ก็อย่าปล่อยให้หลุดมือละ เอ้าดื่มย้อมใจซะแล้วไปถามเขาให้รู้เรื่องว่าจะเอายังไง”“หมายความว่ายังไง”“เขาจะกลับอเมริกาแล้วไม่รู้หรือไง”“เอ๋ เขาบอกว่ายังไม่มีกำหนดกลับนี่”“ฉันได้ยินมาว่าเขาจะกลับมะรืนนี้นี่ เธอไม่รู้?” เอพริลเองก็รู้มาเหมือนกันมิรินเม้มปากกรอกเบียร์จนหมดกระป๋อง “เขาไม่บอกอะไรฉันเลย” คิ้วเรียวขมวดมุ่น หยิบเบียร์ขึ้นมาอีกกระป๋องกรอกเข้าไปจนหมดแล้วลุกขึ้น“เฮ้ยจะไปไหน”“ไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง” มิรินเดินโซเซไปที่ประตู“แล้วจะไปคุยรู้เรื่องได้ยังไง เธอเริ่มเมาแล้วนะ”“ไม่รู้เรื่องก็จับกินหัวกินหางซะเลย!”เอพริลหลุดหัวเราะ “ทำเป็นเรอะ”ทิพวัลย์ถลึงตาให้อีกฝ่าย “มันใช่เวลามั้ย คนเมาไปล้อเล่นแบบนั้นได้หรือไง ตามไปเร็ว”ทั้งสองตามมาจนพบมิรินที่หน้าประตูห้องของเคลวิน เขาดูงุนงงที่ทั้งสามมายืนอยู่ที่หน้าของเขา ทั้ง...ยังเมา...หมายถึงคนของเขาเนี่ย“ฉันไว้ใจนาย คืนนี้ฝากด้วยนะ” ทิพวัลย์พู

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.5

    มิรินเงยหน้าขึ้นมองเขายิ้มๆ จากกันไปสิบปีเราสองคนไม่ได้มีความรู้สึกอึดอัดต่อกัน เขายังคงมองเธอเหมือนเดิม เธอเองก็ยังคงเป็นมิรินในวันวานของเขา“นายฉีดน้ำหอมมาเหรอ”“น่าจะกลิ่นอาฟเตอร์เชฟ เมื่อเช้าโกนหนวด ไม่ชอบ?”“เปล่า หอมดี”เคลวินยกมือลูบผมของมิริน “ดีใจจังเลย เธอไม่เปลี่ยนไปสักนิด”มิรินตาโต “จริงเหรอ เปลี่ยนนะโตขึ้นตั้งเยอะ สูงขึ้นตั้งสองสามเซนแหนะ”เห็นสายตาที่มองค้อนเขาเคลวินลูบศีรษะมิรินเบาๆ ยังไงเธอก็ยังสูงแค่ไหล่ของเขาอยู่ดี... “วันนี้น้าญาชวนไปกินข้าวเย็นที่บ้าน บอกว่าจะทำมื้อใหญ่เลี้ยงต้อนรับกลับมา แวะซื้ออะไรเพิ่มมั้ย”“ไม่ดีกว่า กลับไปช่วยแม่ทำกับข้าวดีกว่า จริงสิวันนี้ประชุมเป็นไงบ้าง”“ไม่มีอะไร พวกเขาตกใจนิดหน่อยที่ฉันมาเข้าร่วมประชุม แต่ก็นะ...เข้าใจได้” คนพวกนั้นกลัวเขาจะนึกสนุกอยากเข้ามาบริหาร ดังนั้นจึงตื่นเต้นหลังจากที่เห็นเข้าร่วมประชุมด้วยตัวเอง ทั้งที่ทุกปีเขาจะรบกวนผู้เป็นป้าไปแทน “แล้วเธอละ เมื่อไหร่จะเข้าไปทำงานในบริษัทของคุณน้า หรืออยากเรียนต่อโทก่อน”“ยังไม่ตัดสินใจเลย คุณพ่อบอกว่าไม่รีบอยากให้เรียนต่อโทก่อน หรือบางทีอาจจะต่อจนจบปริญญาเอก”เขาพยักหน้า “จร

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.4

    “ยังไม่มีกำหนดกลับ” เขาตอบ “พรุ่งนี้ไปทำงานเองเหรอ”“ฉันโตแล้วน่า นั่งรถไฟใต้ดินแล้ว็ต่อรถไฟฟ้า ไม่ถึงยี่สิบนาทีก็ถึงที่ทำงานแล้ว”“อืม แล้วเลิกงานกี่โมง”“ห้าโมงเย็น”“เดี๋ยวไปรับ”“รถติดนะ นายต้องหงุดหงิดตอนขับรถแน่เลย”“หรือนั่งรถไฟฟ้าดีมั้ยสะดวกดี คิดถึงตอนนั้น...อยากนั่งรถไฟใต้ดินอีกสักครั้ง” รถไฟใต้ดินที่เขากับเธอนั่งไปโรงเรียนตอนเช้า-เย็น“งั้นนั่งรถไฟฟ้ากัน จากนั้นต่อรถไฟใต้ดินกลับบ้าน”“ได้”“อย่าได้ใส่สูทผูกไทมาเชียว”เขาหัวเราะ “ตกลง”“เคลวิน”“หืม”“ดีจังที่นายกลับมา”“ใช่ ฉันก็ดีใจที่กลับมา ดีใจมาก”“งั้นเจอกันพรุ่งนี้ ฝันดีนะ”“ฝันดี”ทั้งสองมองกันเงียบๆ วางสายพร้อมๆ กัน แต่เคลวินยังยืนนิ่ง เขาส่งเสียงบอกมิริน “เธอกลับเข้าไปข้างในก่อน”มิรินพยักหน้าจากนั้นหมุนตัวเดินกลับเข้าห้อง เคลวินยิ้มและยืนอยู่ตรงนั้นครู่ใหญ่ เห็นมิรินปิดไฟเข้านอนแล้วเขาถึงได้หมุนตัวกลับเข้าห้องเขา...นอนหลับสนิทจนกระทั่งเช้าและตื่นขึ้นมาในตอนสาย ตอนออกมาที่หน้าระเบียงมิรินก็ออกไปทำงานแล้ว เขามองห้องที่ปิดม่านเงียบอยู่ๆ รอยยิ้มก็กว้างขึ้น “ดีจังที่ได้กลับมา” เขาพึมพำกับตัวเองเสียงเบาเจ้าชมพู่ออกไปเ

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.3

    นอกจากของพวกนั้นแล้วยังมีสมุดบันทึก...เขาพลิกดูลายมือที่ดีขึ้นมาอีกนิด นึกไม่ถึงว่าในที่สุดลายมือของมิรินก็อ่านง่ายขึ้น กระทั่งพบว่าเหตุการณ์ทั้งหมดในบันทึกนั้น เป็นเรื่องราวนับตั้งแต่วันแรกที่เขากับเธอได้พบกันมันถูกบันทึกเอาไว้ทั้งหมด ทุกเหตุการณ์ ทุกตัวอักษร ในบันทึกเล่มนี้คือความทรงจำทั้งหมดของเขากับมิริน ถึงไม่ได้อ่านแต่ตัวเขาเองก็จดจำรายละเอียดได้เหมือนมันเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เองบันทึกที่บอกวันที่ล่าสุดเมื่อสามวันที่แล้ว...‘เคลวินฉันบอกเลิกเรวัฒน์ไปแล้วละ ฉันเป็นคนไม่ดี ยายเปิ้ลบอกว่าฉันเห็นเขาเป็นนาย ตอนแรกฉันก็ไม่ได้คิดแบบนั้น ฉันคิดว่าเมื่อฉันได้ใช้เวลากับคนอื่นฉันก็อาจจะรักเขาได้ แต่ฉันคิดผิด ฉันยังคิดถึงนายอยู่เลย จนเดี๋ยวนี้ฉันก็ยังคิดถึง ทำยังไงดีละฉันลืมนายไม่ได้ทั้งยังมองคนอื่นเป็นนาย...’เคลวินปิดสมุดบันทึกลงด้วยรอยยิ้ม เขาเก็บทุกอย่างที่หล่นกระจัดกระจายอยู่บนพื้นกลับเข้ากล่องเช่นเดิม รับรู้ทุกความรู้สึกของมิรินผ่านตัวอักษรทุกตัวที่หญิงสาวขีดเขียนลงไปในบันทึก ถ่ายทอดออกมาเป็นความทรงจำที่ทั้งงดงามและเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขเขารักมิริน รักมาตลอด จนถึงตอนนี้แม้ว่าจ

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 1.1

    ร่างสูงของชายหนุ่มอายุราวยี่สิบสี่ยี่สิบห้า กำลังก้าวเดินออกมาจากทางเดินผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ชุดลำลองสบายตัวสวมทับด้วยเสื้อนอกสีอ่อนดูดีมาก แม้ยับย่นจากการเดินทางอันยาวนานบนเครื่อง แต่นั่นกลับทำให้เขาดูมีเสน่ห์จนหญิงสาวหลายคนที่ยืนอยู่รายรอบหยุดมองเป็นตาเดียวใบหน้าหล่อเหลาคมคายดูเย็นชา แต่

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 8.7

    เคลวินคลายมือกุมมือเธอเอาไว้แน่นเช่นกัน “เธอ...จะไม่ไปกับฉัน?” มือของเขาสั่น“เชื่อมั้ย” มิรินหันไปมองเขา “ถ้านายพูดว่า ‘มิรินเธอต้องไปกับฉัน’ ฉันก็จะทำตามทันที แล้วนายรู้มั้ยว่านั่นมันหมายถึงอะไร มันหมายถึงว่าเรื่องสำคัญแบบนี้ฉันก็ยังคล้อยตามนายง่ายๆ หรือถ้าฉันบอกว่า ‘เคลวิน นายอย่าไปเลย ได้มั้ย’

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 4.11

    ขณะเดียวกันนั้นที่ห้องบีเสียงซุบซิบเรื่องเด็กนักเรียนที่ย้ายมาใหม่ก็กำลังเป็นที่กล่าวขวัญของทั้งห้อง “นี่ เห็นว่าสวยมากเลยนี่”“ดูไม่เหมือนคนอเมริกันเลย เหมือนคนเอเชียมากกว่าหรือว่าจะเป็นลูกครึ่ง”“ดูเหมือนคนจีนเลย”“เห็นว่าเป็นลูกครึ่งจีนเหมือนเคลวินเลย”“จะเหมือนได้ยังไงเคลวินเป็นลูกครึ่งไทย-จีนแ

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 1.2

    ...อย่างน้อยครั้งหนึ่ง พ่อกับแม่ก็ได้ให้กำเนิดเด็กหญิงมิริน ให้โอกาสเด็กน้อยได้ลืมตาขึ้นมาบนโลก...อย่างน้อยในอดีตอันเจ็บปวดนั้น ในความเลือนลางของความทรงจำ เสี้ยวหนึ่งก็ยังมีความสุข เสียงหัวเราะ และรอยยิ้มหลังจากที่อยู่ๆ ก็ฝันถึงเรื่องในอดีต มิรินพยายามตั้งสตินึกถึงแต่เรื่องดีๆ เมื่อพอจะดีขึ้นก็ขย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status