Share

บทที่ 1.7

last update publish date: 2026-05-04 21:44:55

“ฉันไม่ได้อยากมีเพื่อน”

“ได้ไง นายเพิ่งจะมาอยู่ที่นี่ อย่างน้อยนายก็ต้องมีเพื่อนสิ ได้ยินมาว่านายไม่เคยมาที่ประเทศไทยเลยนี่น่า” มือเล็กยื่นไปตรงหน้าเขา ในมือมีชมพู่ทับทิมจันทร์ลูกสวยอยู่ “ให้นาย เป็นของขวัญที่เราเจอกันครั้งแรก” มิรินยิ้มสดใสแต่เคลวินกลับกลอกตาแล้วเดินอ้อมคนตัวเล็กไปแบบไม่ไยดี

“นี่ เดี๋ยวก่อนสิ” มิรินวิ่งตามไปดักเขาไว้อีก

“ฉันไม่ชอ...” เคลวินฉุนเหมือนกำลังจะหมดความอดทน

...ไม่คาดว่าชมพู่กลับโดนยัดใส่มือเขาจากนั้นร่างเล็กก็วิ่งหายกลับเข้าไปในบ้าน “กินเสียนะรับรองว่าอร่อย ฉันปลูกเองเลยล่ะ”

เคลวินมองลูกชมพู่ในมืองงๆ ไม่เคยมีใครที่เห็นใบหน้าเย็นชาของเขาแล้วยังกล้าตามตอแยแบบนี้มาก่อน ทุกคนต่างก็มองอย่างหวาดกลัว ไม่ก็ไม่กล้าเข้าใกล้ บางทีก็พยายามออกห่างให้มากที่สุด

เกราะกำบังนี้เขาใช้กันผู้คนที่เข้าใกล้เขาเพื่อผลประโยชน์ เพราะหลายครั้งมีคนอยากหลอกใช้เขาเพื่อเข้าถึงพ่อ แต่ตอนนี้กลับมีเด็กสาวกล้ายัดชมพู่ใส่มือเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไร้ซึ่งพิษสง ทั้งยังดูไม่ออกว่าต้องการผลประโยชน์อะไร...

เคลวินยืนมองลูกชมพู่ในมืออยู่นานก่อนที่จะได้สติ เขาขมวดคิ้ว...เขวี้ยงลูกชมพู่ในมือทิ้งไป ใบหน้าสับสนกลับมาเย็นชาอีกครั้งกระทั่งเดินกลับเข้าบ้านไป

เปิดเทอมวันแรกมิรินเดินออกมาจากบ้าน ตรงไปยังสถานีรถไฟใต้ดินที่อยู่หน้าหมู่บ้านคนเดียวตั้งแต่เช้า เด็กสาวได้รับอนุญาตให้นั่งรถไฟใต้ดินไปโรงเรียนเองได้แล้ว

รถไฟใต้ดินในตอนเช้าตรู่คนบางตาค่อนข้างจะเงียบเหงา ทำให้มิรินยิ้มเพราะไม่ต้องยืนเบียดกับใคร นี่คือความตั้งใจหนึ่งที่ทำให้เด็กสาวยอมตื่นแต่เช้ามืดและมารอรถขบวนแรก

“มีมี่” เสียงเรียกอย่างตื่นเต้นด้านหลังทำให้มิรินหันกลับมามอง “คิดถึงจังเลยเป็นยังไงบ้าง” ทิพวัลย์โถมเข้าไปกอดมิรินทั้งตัว

ทิพวัลย์หรือเปิ้ล เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่เรียนห้องเดียวกัน ทั้งยังนั่งโต๊ะข้างๆ กันมาตั้งแต่สมัยประถม

เด็กสาวโอบกอดเพื่อนรัก คาดไม่ถึงว่าจะเจอเพื่อนอยู่ที่รถไฟใต้ดินแบบนี้ ทั้งที่ปกติทิพวัลย์ไม่ชอบตื่นเช้าทำให้ไปถึงโรงเรียนเอาวินาทีสุดท้ายที่ประตูโรงเรียนจะปิด

“นึกแล้วว่าถ้าออกมาเช้าจะต้องเจอมีมี่ที่นี่” ทิพวัลย์หัวเราะชอบใจ สองคนพูดคุยไปตลอดทาง ต่างคนต่างก็แลกเปลี่ยนเรื่องราวในช่วงปิดเทอม

ที่หน้าโรงเรียนเด็กสาวทั้งสองพบว่า แม้จะเป็นวันเปิดเทอมวันแรกทั้งยังเช้าอยู่มาก แต่นักเรียนหลายคนก็มาถึงโรงเรียนแล้วเช่นกัน

“เราสองคนอยู่ห้องเดียวกัน!!” มิรินกับทิพวัลย์ตะโกนเสียงดัง ที่จริงก็ไม่น่าแปลกเพราะผลการเรียนของทั้งคู่ไม่ได้ต่างกันมาก จัดอยู่ในระดับกลางๆ ของนักเรียนทั้งหมด

เจเอ็มอีไฮสคูลแห่งนี้จัดเป็นโรงเรียนนานาชาติที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะมีการเรียนการสอนแบบสองภาษา ทั้งไทยและอังกฤษ นักเรียนที่มีสิทธิ์เข้าเรียนที่นี่จะต้องผ่านการสอบคัดเลือก และจะต้องรักษาระดับผลการเรียนให้อยู่ในมาตรฐานที่กำหนดเอาไว้เท่านั้น

ถึงอย่างนั้นแม้ว่ามาตรฐานที่โรงเรียนตั้งไว้จะค่อนข้างสูง ก็มีนักเรียนไม่น้อยที่พยายามจะเข้าเรียนที่นี่ให้ได้ เพราะส่วนใหญ่แล้วนักเรียนทีเรียนจบจากไฮสคูลแห่งนี้ แม้ว่าจะไม่ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัย แต่หากไปสมัครงานก็จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

เมื่อเข้าไปจับจองที่นั่งเรียบร้อย มิรินก็ทักทายกับเพื่อนร่วมชั้นหลายคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว หลายคนหน้าตาคุ้นเคยเพราะมาจากโรงเรียนเดียวกันแต่คนละห้องเท่านั้น ส่วนที่ไม่รู้จักก็ทำความคุ้นเคยได้ไม่ยาก

“เอ๊ะ” มิรินอุทานเมื่อเห็นร่างสูงคุ้นตาเดินผ่านระเบียงห้องไป เด็กสาวลุกขึ้นและเดินไปยังประตูอีกด้านเพื่อดักรอเขา “นายมาแล้วเหรอ” มิรินทักเขาทั้งยังยิ้มกว้าง

เคลวินหยุดเดินปรายตามองร่างเล็กตรงหน้า แต่...เขาก็แค่เดินผ่านไปอย่างเย็นชาโดยไม่ได้พูดอะไร

“นี่” มิรินเดินตามเขาไป “นายอยู่ห้องเอเหรอ”

“ไม่ใช่เรื่องของเธอ” เคลวินเดินต่อไปยังห้องที่อยู่ถัดไป ป้ายด้านบนบอกว่ามันคือมัธยมปลายปีหนึ่งห้องเอ มิรินเดินตามหลังเขาไป

“รู้จักเหรอมีมี่” ทิพวัลย์เดินตามมาด้วยความสงสัย

“อืม แต่ก็ไม่สนิทหรอก” มิรินสอดแขนกอดเพื่อนรักจากนั้นเดินกลับมาที่ห้องบี

“หล่อจังตัวสูงมากเลย ว่าแต่ว่าทำไมไม่คุ้นหน้าเลยล่ะ มีคนที่เธอรู้จักแต่ว่าฉันไม่รู้จักด้วยเหรอ ทั้งยังหล่อขนาดนี้ด้วย” ทิพวัลย์พยายามนึก

“เพื่อนบ้านน่ะ เตรียมตัวไปที่ห้องประชุมเถอะจะได้เวลาปฐมนิเทศแล้ว” มิรินยักไหล่

“จริงเหรอ แหมมีเพื่อนบ้านหล่อขนาดนี้ต้องไปเยี่ยมที่บ้านบ่อยๆ ซะแล้ว แต่ว่าเรียนห้องเอเลยเหรอท่าทางจะเรียนเก่ง” ทิพวัลย์ชวนคุยไปเรื่อยขณะเดินไปตามทางเดิน

“ไม่เห็นรู้สิ”

ที่ห้องประชุมนักเรียนเกือบห้าร้อยคนต่างก็เข้ามานั่งจนเกือบจะเต็มแล้ว ทั้งเหล่ารุ่นพี่และรุ่นน้องที่เพิ่งจะเข้าเรียน มิรินกับทิพวัลย์อ้าปากค้างเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเหล่านักเรียนซึ่งมารวมตัวกันดูเยอะเหลือเกิน

ที่จริงก็คาดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะทั้งโรงเรียนแม้ว่าจะมีเพียงสามชั้นปี แต่ก็แบ่งเป็นชั้นปีละสี่ห้อง และแต่ละห้องมีเกือบสี่สิบคนดังนั้นรวมแล้วก็น่าจะราวๆ ห้าร้อยคนได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.8 จบ

    บางครั้งการรอคอยก็ไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้ายนัก การตัดสินใจด้วยความมีสติ มองเห็นถึงความเป็นไปได้ ความน่าจะเป็น รวมไปถึงไม่ตัดสินใจด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ไม่ทำทุกอย่างตามอารมณ์ นั่นทำให้ทุกๆ อย่างเป็นไปอย่างมีเหตุมีผลที่สำคัญไปกว่านั้นการแยกจากกันก็เพื่อให้ต่างฝ่ายก็ต่างก็ได้เติบโต ต่างฝ่ายก็ต่างก็แยกไปใช้ชีวิตของตัวเอง ไม่แน่ว่าหากความทรงจำสวยงามในวัยเด็กเป็นเพียงความรู้สึกดีๆ ไม่ได้ลึกซึ้ง ต่างฝ่ายต่างอาจเสียใจในภายหลังถึงอย่างนั้นเธอกับเคลวินกลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น มันเหมือนกับเมื่อพบกันแล้วคนทั้งสองก็ไม่ต้องการใครอื่นอีก เหมือนความรักครั้งนี้มีเพียงกันและกัน ขอเพียงเท่านั้นก็เพียงพอแล้วเพราะไปอยู่อเมริกาหลายปีมิรินมีพ่อกับแม่เพิ่มมาอีกสองคน ประธานหลี่กับคุณลิลลี่ดูแลเธอดีมาก มากจริงๆ...“ไหนคุณแม่เสร็จแล้วหรือยังนะ” เคลวินจูงคริสออกมาจากในบ้าน มิรินเงยหน้าขึ้นจากสมุดบันทึกยิ้มให้เคลวินจากนั้นปิดสมุดบันทึก“วันนี้น้องคริสเป็นเด็กดีหรือเปล่าครับ”“เป็นเด็กดีครับ” เด็กชายคริสเตียน หลี่ ตอบแม่ด้วยรอยยิ้ม“วันนี้กินข้าวเยอะมาก สงสัยชอบกับข้าวที่คุณยายทำ” เคลวินเดินเข้ามานั่งลงข้างๆ มิริน เขา

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.7

    พูดจบก็ลุกขึ้นแต่โดนเคลวินรวบตัวเอาไว้ได้ เขาวางเธอลงบนตักกอดเอาไว้แน่นไม่ยอมให้เธอดิ้นหลุด “นี่ ปล่อยฉันนะ” มิรินหน้าแดงไปถึงใบหู“มิริน” เคลวินรัดแขนแน่นเข้ากว่าเดิม “แต่งงานกันนะ”มิรินเงยหน้าพรวดก่อนจะมองหน้าเขาด้วยความตกใจ“ฉันยังรักเธอคนเดียว รักมาตลอดไม่เคยเปลี่ยน รักมาตลอดสิบปีไม่เคยลืมเลือนสักวัน แล้วฉันก็รู้ว่าเธอเองไม่ได้ต่างไปจากฉัน กล่องใบนั้นฉันเห็นแล้ว กล่องความทรงจำของเราสองคน”มิรินมองเขาแล้วอ้าปากค้างไม่รู้ว่าควรพูดอะไร ในที่สุดก็ได้แต่นั่งก้มหน้าขมวดคิ้วเหมือนกำลังครุ่นคิด เคลวินเองก็นั่งรอเงียบๆ เขาต้องให้เวลามิรินตัดสินใจ“ฉันเองก็ไม่เคยลืมนายนะ ไหนบอกว่าไม่นาน สำหรับฉันสิบปีมันนานมากเลย” เธอพึมพำ“ถ้าอย่างงั้นก็แต่งงานกันนะ ดีมั้ย” เคลวิลกระซิบเสียงเบาข้างหูมิรินหันมาสบตากับเขาและยิ้มออกมาในที่สุดเขามั่นใจว่าเธอรู้จักสายตาแน่วแน่ของเขาดี สิบปีที่เธอรอเขาและเขาเองก็เฝ้านับวันที่จะได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ดังนั้นเขาจะไม่ยอมเสียเธอไปอีก แค่ครั้งเดียวที่ปล่อยมือก็เพียงพอแล้วจะไม่มีครั้งที่สองอีกเด็ดขาด...“ได้ เราสองคนแต่งงานกัน”มิรินพยักหน้าพูดออกมาในที่สุด เคลวินล

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.6

    “หาแฟนเข้าสิ” เอพริลหัวเราะ“เธอก็โสดยังมีหน้ามากระแนะกระแหนฉัน”“เฮ้อ” สองสาวถอนหายใจพร้อมกัน“ว่าแต่...ถึงไหนกันแล้วละ”“อะไร” มิรินเลิกคิ้วมองเพื่อนทิพวัลย์ยิ้มจับมือมิรินมากุมเอาไว้ “คราวนี้ก็อย่าปล่อยให้หลุดมือละ เอ้าดื่มย้อมใจซะแล้วไปถามเขาให้รู้เรื่องว่าจะเอายังไง”“หมายความว่ายังไง”“เขาจะกลับอเมริกาแล้วไม่รู้หรือไง”“เอ๋ เขาบอกว่ายังไม่มีกำหนดกลับนี่”“ฉันได้ยินมาว่าเขาจะกลับมะรืนนี้นี่ เธอไม่รู้?” เอพริลเองก็รู้มาเหมือนกันมิรินเม้มปากกรอกเบียร์จนหมดกระป๋อง “เขาไม่บอกอะไรฉันเลย” คิ้วเรียวขมวดมุ่น หยิบเบียร์ขึ้นมาอีกกระป๋องกรอกเข้าไปจนหมดแล้วลุกขึ้น“เฮ้ยจะไปไหน”“ไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง” มิรินเดินโซเซไปที่ประตู“แล้วจะไปคุยรู้เรื่องได้ยังไง เธอเริ่มเมาแล้วนะ”“ไม่รู้เรื่องก็จับกินหัวกินหางซะเลย!”เอพริลหลุดหัวเราะ “ทำเป็นเรอะ”ทิพวัลย์ถลึงตาให้อีกฝ่าย “มันใช่เวลามั้ย คนเมาไปล้อเล่นแบบนั้นได้หรือไง ตามไปเร็ว”ทั้งสองตามมาจนพบมิรินที่หน้าประตูห้องของเคลวิน เขาดูงุนงงที่ทั้งสามมายืนอยู่ที่หน้าของเขา ทั้ง...ยังเมา...หมายถึงคนของเขาเนี่ย“ฉันไว้ใจนาย คืนนี้ฝากด้วยนะ” ทิพวัลย์พู

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.5

    มิรินเงยหน้าขึ้นมองเขายิ้มๆ จากกันไปสิบปีเราสองคนไม่ได้มีความรู้สึกอึดอัดต่อกัน เขายังคงมองเธอเหมือนเดิม เธอเองก็ยังคงเป็นมิรินในวันวานของเขา“นายฉีดน้ำหอมมาเหรอ”“น่าจะกลิ่นอาฟเตอร์เชฟ เมื่อเช้าโกนหนวด ไม่ชอบ?”“เปล่า หอมดี”เคลวินยกมือลูบผมของมิริน “ดีใจจังเลย เธอไม่เปลี่ยนไปสักนิด”มิรินตาโต “จริงเหรอ เปลี่ยนนะโตขึ้นตั้งเยอะ สูงขึ้นตั้งสองสามเซนแหนะ”เห็นสายตาที่มองค้อนเขาเคลวินลูบศีรษะมิรินเบาๆ ยังไงเธอก็ยังสูงแค่ไหล่ของเขาอยู่ดี... “วันนี้น้าญาชวนไปกินข้าวเย็นที่บ้าน บอกว่าจะทำมื้อใหญ่เลี้ยงต้อนรับกลับมา แวะซื้ออะไรเพิ่มมั้ย”“ไม่ดีกว่า กลับไปช่วยแม่ทำกับข้าวดีกว่า จริงสิวันนี้ประชุมเป็นไงบ้าง”“ไม่มีอะไร พวกเขาตกใจนิดหน่อยที่ฉันมาเข้าร่วมประชุม แต่ก็นะ...เข้าใจได้” คนพวกนั้นกลัวเขาจะนึกสนุกอยากเข้ามาบริหาร ดังนั้นจึงตื่นเต้นหลังจากที่เห็นเข้าร่วมประชุมด้วยตัวเอง ทั้งที่ทุกปีเขาจะรบกวนผู้เป็นป้าไปแทน “แล้วเธอละ เมื่อไหร่จะเข้าไปทำงานในบริษัทของคุณน้า หรืออยากเรียนต่อโทก่อน”“ยังไม่ตัดสินใจเลย คุณพ่อบอกว่าไม่รีบอยากให้เรียนต่อโทก่อน หรือบางทีอาจจะต่อจนจบปริญญาเอก”เขาพยักหน้า “จร

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.4

    “ยังไม่มีกำหนดกลับ” เขาตอบ “พรุ่งนี้ไปทำงานเองเหรอ”“ฉันโตแล้วน่า นั่งรถไฟใต้ดินแล้ว็ต่อรถไฟฟ้า ไม่ถึงยี่สิบนาทีก็ถึงที่ทำงานแล้ว”“อืม แล้วเลิกงานกี่โมง”“ห้าโมงเย็น”“เดี๋ยวไปรับ”“รถติดนะ นายต้องหงุดหงิดตอนขับรถแน่เลย”“หรือนั่งรถไฟฟ้าดีมั้ยสะดวกดี คิดถึงตอนนั้น...อยากนั่งรถไฟใต้ดินอีกสักครั้ง” รถไฟใต้ดินที่เขากับเธอนั่งไปโรงเรียนตอนเช้า-เย็น“งั้นนั่งรถไฟฟ้ากัน จากนั้นต่อรถไฟใต้ดินกลับบ้าน”“ได้”“อย่าได้ใส่สูทผูกไทมาเชียว”เขาหัวเราะ “ตกลง”“เคลวิน”“หืม”“ดีจังที่นายกลับมา”“ใช่ ฉันก็ดีใจที่กลับมา ดีใจมาก”“งั้นเจอกันพรุ่งนี้ ฝันดีนะ”“ฝันดี”ทั้งสองมองกันเงียบๆ วางสายพร้อมๆ กัน แต่เคลวินยังยืนนิ่ง เขาส่งเสียงบอกมิริน “เธอกลับเข้าไปข้างในก่อน”มิรินพยักหน้าจากนั้นหมุนตัวเดินกลับเข้าห้อง เคลวินยิ้มและยืนอยู่ตรงนั้นครู่ใหญ่ เห็นมิรินปิดไฟเข้านอนแล้วเขาถึงได้หมุนตัวกลับเข้าห้องเขา...นอนหลับสนิทจนกระทั่งเช้าและตื่นขึ้นมาในตอนสาย ตอนออกมาที่หน้าระเบียงมิรินก็ออกไปทำงานแล้ว เขามองห้องที่ปิดม่านเงียบอยู่ๆ รอยยิ้มก็กว้างขึ้น “ดีจังที่ได้กลับมา” เขาพึมพำกับตัวเองเสียงเบาเจ้าชมพู่ออกไปเ

  • รักนี้ขอมีเพียงเธอ   บทที่ 10.3

    นอกจากของพวกนั้นแล้วยังมีสมุดบันทึก...เขาพลิกดูลายมือที่ดีขึ้นมาอีกนิด นึกไม่ถึงว่าในที่สุดลายมือของมิรินก็อ่านง่ายขึ้น กระทั่งพบว่าเหตุการณ์ทั้งหมดในบันทึกนั้น เป็นเรื่องราวนับตั้งแต่วันแรกที่เขากับเธอได้พบกันมันถูกบันทึกเอาไว้ทั้งหมด ทุกเหตุการณ์ ทุกตัวอักษร ในบันทึกเล่มนี้คือความทรงจำทั้งหมดของเขากับมิริน ถึงไม่ได้อ่านแต่ตัวเขาเองก็จดจำรายละเอียดได้เหมือนมันเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เองบันทึกที่บอกวันที่ล่าสุดเมื่อสามวันที่แล้ว...‘เคลวินฉันบอกเลิกเรวัฒน์ไปแล้วละ ฉันเป็นคนไม่ดี ยายเปิ้ลบอกว่าฉันเห็นเขาเป็นนาย ตอนแรกฉันก็ไม่ได้คิดแบบนั้น ฉันคิดว่าเมื่อฉันได้ใช้เวลากับคนอื่นฉันก็อาจจะรักเขาได้ แต่ฉันคิดผิด ฉันยังคิดถึงนายอยู่เลย จนเดี๋ยวนี้ฉันก็ยังคิดถึง ทำยังไงดีละฉันลืมนายไม่ได้ทั้งยังมองคนอื่นเป็นนาย...’เคลวินปิดสมุดบันทึกลงด้วยรอยยิ้ม เขาเก็บทุกอย่างที่หล่นกระจัดกระจายอยู่บนพื้นกลับเข้ากล่องเช่นเดิม รับรู้ทุกความรู้สึกของมิรินผ่านตัวอักษรทุกตัวที่หญิงสาวขีดเขียนลงไปในบันทึก ถ่ายทอดออกมาเป็นความทรงจำที่ทั้งงดงามและเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขเขารักมิริน รักมาตลอด จนถึงตอนนี้แม้ว่าจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status