บททั้งหมดของ เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต: บทที่ 11 - บทที่ 20

25

บทที่ 11

เฉิงอวี่เซินทิ้งตัวลงนอนบนเตียงของหลินลู่ กอดรูปถ่ายและจดหมายรักเอาไว้แน่น สูดดมกลิ่นอายของเธอที่ยังหลงเหลืออยู่ ทว่ากลับไม่อาจข่มตาหลับได้เสียที เพียงแค่หลับตาลง ภาพของหลินลู่ในยามที่เอ่ยคำบอกลาก็พรั่งพรูเข้ามาในหัว เขาอยากจะตะโกนบอกตัวเองในตอนนั้นเหลือเกินว่า อย่าไปเลย อย่าไปเลย! อยู่ต่อเถอะ ขอแค่เขาอยู่ต่อ บางทีหลินลู่อาจจะไม่ต้องตายก็ได้เฉิงอวี่เซินหลับตาลงอยู่อย่างนั้นทั้งที่ไร้ซึ่งความง่วงงุนจวบจนรุ่งสาง ห้องเย็นถูกเร่งจัดการจนเสร็จเรียบร้อยในชั่วข้ามคืน ขอเพียงแค่ยอมทุ่มเงินให้มากพอ หลินลู่นอนสงบนิ่งอยู่ในโลงแก้วเก็บความเย็น เฉิงอวี่เซินในชุดเสื้อผ้าบางเฉียบนั่งพิงอยู่ข้างโลงนั้น ร่างกายของเขาเย็นเฉียบจนแทบไม่ต่างอะไรกับร่างที่ไร้วิญญาณ เขาปรารถนาเหลือเกินที่จะอยู่เคียงข้างหลินลู่อยู่อย่างนี้ตลอดไป แต่ในตอนนี้เขายังทำแบบนั้นไม่ได้ เฉิงอวี่เซินเปิดดูโทรศัพท์ของหลินลู่ พบว่าสายล่าสุดที่โทรเข้ามาคือชวีเสี่ยวเสวี่ยและนอกจากเขาแล้ว คนสุดท้ายที่หลินลู่ไปเจอก็คือชวีเสี่ยวเสวี่ยเช่นกัน เขามั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าก่อนหน้านี้หลินลู่ไม่ได้มีความคิดที่จะฆ่าตัวตายรุนแรงขนาดนี
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 12

เมื่อเห็นท่าทีเย็นชาไร้เยื่อใยของเฉิงอวี่เซิน หัวใจของชวีเสี่ยวเสวี่ยก็เริ่มถอดใจ เธอมองชายตรงหน้า ทั้งที่น้ำตายังนองหน้าแต่กลับแค่นหัวเราะออกมา “เหอะ... ฉันพูดไปแค่ประโยคเดียว ยัยนั่นก็ฆ่าตัวตายซะแล้ว โง่สิ้นดี!” ชวีเสี่ยวเสวี่ยรู้ซึ้งถึงความอำมหิตของชายตรงหน้าดียิ่งกว่าใคร เธอชี้หน้าด่าทอ เฉิงอวี่เซินเสียงดังลั่น: “ฮ่าๆๆๆ เฉิงอวี่เซิน คุณจะมาแสร้งทำตัวเป็นคนดีไปเพื่ออะไร! คนที่ฆ่าหลินลู่คือคุณต่างหาก! ถ้าไม่มีคุณ ป่านนี้หลินลู่ก็ยังอยู่ดีแท้ ๆ! คุณนั่นแหละที่เป็นคนบีบให้เธอต้องตาย! คุณนั่นแหละ!” ลูกน้องของเฉิงอวี่เซินเข้ามารวบตัวชวีเสี่ยวเสวี่ยไว้ แล้วใช้เทปกาวปิดปากเธอจนสนิท ชวีเสี่ยวเสวี่ยปล่อยให้ตัวเองถูกพันธนาการไว้นิ่ง ๆ ยามหยาดน้ำตารินไหลผ่านพวงแก้ม หัวใจของเธอก็เจ็บปวดรวดร้าวเหลือเกิน ถูกผู้ชายที่เพียบพร้อมอย่างเขาตามจีบ มีหรือที่เธอจะไม่ดีใจ มีหรือที่จะไม่หวั่นไหว? ทันทีที่รู้ว่าใบหน้าของตนคล้ายกับยัยผู้หญิงไม่ได้เรื่องคนนั้น ชวีเสี่ยวเสวี่ยก็พยายามทุกวิถีทางเพื่อจะเลียนแบบเธอ เพียงหวังว่าจะได้อยู่เคียงข้างเฉิงอวี่เซินให้นานขึ้นอีกนิด ยามที่เห็นเฉิงอวี่เซินรังแก
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 13

เมื่อมองภาพตรงหน้าที่ทั้งแปลกตาแต่ก็คุ้นเคย หลินลู่ก็เริ่มขลาดกลัว เธอจิกเล็บลงบนฝ่ามือตัวเองอย่างแรง ความรู้สึกเจ็บแปลบยืนยันว่านี่ไม่ใช่ความฝัน เธอรู้เรื่องอาการป่วยของตัวเองแล้ว ในตอนนี้เธอไม่อาจแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไรได้อีกต่อไป ไม่อาจตอบตกลงรับคำสารภาพรักจากเฉิงอวี่เซิน หรือตักตวงความหวังดีที่เขามีให้ได้อย่างสนิทใจอีกแล้ว หลินลู่คิดว่า ในเมื่อชาติที่แล้วจบลงอย่างไม่สวยงาม ต่างคนต่างต้องเจ็บปวดเพราะความรักครั้งนี้ แถมเฉิงอวี่เซินเองก็มีผู้หญิงคนอื่นที่เขาชอบอยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นในชาตินี้ สู้พวกเราอย่าเริ่มต้นกันเลยจะดีกว่า หลินลู่ยืนอยู่ห่างจากเฉิงอวี่เซินเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าฝูงชนที่หลั่งไหลราวกับน้ำหลากกลับพัดพาให้คนทั้งสองห่างไกลกันออกไปทุกที หลินลู่ไม่มีความกล้าเหมือนในชาติก่อนอีกแล้ว... ความกล้าที่จะเดินเข้าไปทัก ทาย ชวนเขาไปปีนเขา ไปไหว้พระ ไปขอเครื่องรางคุ้มภัยด้วยกัน หรือแม้แต่จะตอบตกลงเป็นแฟนกับเขา หลินลู่ยอมรับว่าตัวเองคือคนขี้ขลาด กว่าเธอจะได้โอกาสกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งมันไม่ใช่เรื่องง่าย เธอจึงไม่อยากถูกพันธนาการไว้กับความรักที่แสนเหนื่อยล้านั่นอีก ในเ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 14

หลินลู่ตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ร่างกายอย่างเธอในตอนนี้ อย่าได้ไปดึงรั้งชีวิตใครให้มาจมปลักด้วยเลย ชีวิตที่ไร้ซึ่งความรักเธอก็สามารถอยู่ได้อย่างสุขสบาย “ลู่ลู่ ทำไมมานั่งยอง ๆ อยู่ตรงนี้ล่ะลูก! พื้นมันเย็นนะ รีบลุกขึ้นเถอะ” แม่หลินโน้มตัวลงพลางตบหลังเธอเบา ๆ แล้วเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เมื่อเห็นมารดาที่ยังมีชีวิตอยู่ยืนอยู่ตรงหน้าจริง ๆ หลินลู่ก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม เธอโผเข้ากอดและซุกตัวอยู่ในอ้อมอกของแม่ทันที “แม่คะ... แม่... หนูคิดถึงแม่เหลือเกิน” หลินลู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอู้อี้ ฝ่ายคนเป็นแม่ก็ได้แต่ฉงนใจว่าวันนี้ลูกสาวเป็นอะไรไป ทำไมถึงได้อ้อนเก่งนัก เธอจึงลูบศีรษะหลินลู่อย่างทะนุถนอม: “เอาละ ๆ เด็กดี ไม่ร้องนะลูก แม่ยังอยู่ตรงนี้ไง!” “เด็กคนนี้ พูดจาเลอะเทอะใหญ่แล้วนะเรา”พูดพลางแม่หลินก็ก้มลงเอาหน้าผากของตนทาบกับหน้าผากของหลินลู่ เพื่อดูว่าลูกสาวมีไข้หรือไม่ “ตัวก็ไม่ร้อนนี่นา? เอาละ เลิกร้องไห้ได้แล้ว เดี๋ยวแม่ไปทำกับข้าวให้กินนะ”แม่หลินตบหลังหลินลู่เบา ๆ แม้จะสงสัยว่าทำไมลูกสาวที่นัดแนะว่าจะออกไปเที่ยวถึงเปลี่ยนใจกะทันหัน แต่เธอก็ไม่ได้เซ้าซี้ถามอะไรมากนัก คงจะเ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 15

เฉิงอวี่เซินรู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นเพียงร่างที่ไร้วิญญาณ แม้แต่รูมเมทก็ยังสังเกตเห็นความผิดปกติ โปรเจกต์ของเขาถูกทิ้งค้างไว้นานจนเพื่อนร่วมทีมต่างพากันสืบหาข่าวคราวว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ อันที่จริง หลินลู่ไม่ได้ตั้งใจจะหลบหน้าเขา แต่เป็นเพราะช่วงก่อนหน้านี้เธอเร่งรัดให้แม่ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล และไม่คาดคิดเลยว่าจะพบความผิดปกติเข้าจริง ๆ ช่วงนี้หลินลู่จึงต้องวิ่งวุ่นไปมาระหว่างโรงพยาบาลกับมหาวิทยาลัย ต่อให้บังเอิญเจอเฉิงอวี่เซิน เธอก็ไม่มีกะจิตกะใจจะเข้าไปทักทายปราศรัยด้วยแล้ว เฉิงอวี่เซินคอยแอบดูตารางเรียนของหลินลู่แล้วแอบเดินตามหลังเธอไปเงียบ ๆ แต่เขากลับไม่มีความกล้าพอที่จะปรากฏตัวต่อหน้าเธอ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาเก็บไปคิดมากจนกลายเป็นฝันหรืออย่างไร เขาถึงได้ฝันเห็นเรื่องราวของตัวเองในอีกโลกหนึ่ง ในฝันนั้น หลินลู่เป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาเขาและตอบตกลงรับรักคำสารภาพของเขา ทั้งคู่ต่างเพิ่งจะริรักเป็นครั้งแรก ทั้งไร้เดียงสาและเกอะกัง จนเกิดเรื่องราวขบขันชวนยิ้มขึ้นมากมาย เมื่อเฉิงอวี่เซินเห็นตัวเองในอีกโลกหนึ่งมีความสุขกับหลินลู่ถึงเพียงนั้น ความอิจฉาริษยาก็เข้าครอบ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 16

“หลินลู่... หลินลู่...” เฉิงอวี่เซินเดินโซเซไปตามทิศทางที่หลินลู่อยู่ ขอบตาของเขาชื้นไปด้วยหยาดน้ำตาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้ เขานึกออกแล้ว... เขานึกออกทั้งหมดแล้ว เมื่อเฉิงอวี่เซินเดินมาถึงหน้าประตูห้องพักผู้ป่วย ในที่สุดเขาก็กลับมาควบคุมร่างกายของตัวเองได้อีกครั้ง เขาทั้งร้องไห้และหัวเราะอยู่นาน กว่าจะจัดการปรับสีหน้าของตัวเองให้เป็นปกติได้ ก๊อก ก๊อก เฉิงอวี่เซินเคาะประตู หลินลู่ที่คิดว่าเป็นหมอหรือพยาบาลจึงรีบเดินมาเปิดให้ ทันทีที่เห็นคนตรงหน้า หลินลู่ก็รู้สึกเหมือนเลือดทั้งตัวไหลย้อนกลับ “ทำไมถึงเป็นคุณ?” พูดจบหลินลู่ก็ดึงแขนเฉิงอวี่เซินให้เดินออกไปข้างนอก เธอไม่อยากให้แม่เห็นเขาแล้วเกิดความเข้าใจผิด เฉิงอวี่เซินปล่อยให้หลินลู่ลากไป ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในเวลานี้กลับดูเบาหวิวราวกับตุ๊กตากระดาษ ยอมให้เธอพาตัวไปแต่โดยดี “หลินลู่ คุณเองก็กลับมาเหมือนกันใช่ไหม?” เฉิงอวี่เซินเอ่ยถามขณะสบตากับเธอในสวนหย่อม ใบหน้าที่ยังดูเยาว์วัยและอ่อนต่อโลกของเขา กลับถูกแต่งแต้มไปด้วยความสุขุมที่เป็นผู้ใหญ่เกินวัย เมื่อได้ยินคำถามนั้น น้ำตาของหลินลู่ก็ร่วงหล่นลงมาอย่างสุดจะกล
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 17

เฉิงอวี่เซินรู้ดีว่าตอนนี้เขายังไม่มีเงินทองมากมายอะไร ขณะที่อาการเจ็บป่วยของหลินลู่และแม่ของเธอก็เปรียบเสมือนหลุมลึกที่ถมเท่าไหร่ก็ไม่มีวันเต็ม เขาจึงต้องพยายามหาเงินให้ได้มากที่สุด ด้วยประสบการณ์จากชาติปางก่อน เฉิงอวี่เซินย่อมรู้ดีว่าบริษัทไหนหรือโปรเจกต์ใดที่จะทำกำไรได้มหาศาลในอนาคต เขาวางแผนจัดสรรเงินเก็บทั้งหมดที่มีอย่างรอบคอบ ก่อนจะกลับไปที่มหาวิทยาลัยเพื่อทำโปรเจกต์ให้เสร็จสิ้นก่อนกำหนด การหาเงินสำหรับเฉิงอวี่เซินในตอนนี้ กลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ เขาถึงกับรู้สึกโชคดีด้วยซ้ำที่ตัวเองหาเงินเก่ง และโชคดีที่เขายังสามารถช่วยเหลือหลินลู่ได้ การบูชาเงินมันไม่ดีตรงไหนกัน หากเพียงแค่มีเงินก็สามารถรั้งคนที่จากไปให้กลับมาได้ ต่อให้ต้องจ่ายเท่าไหร่ก็ล้วนคุ้มค่าทั้งสิ้น เมื่อกลับมาถึงห้องพักผู้ป่วย หลินลู่ก็ดูมีท่าทีเหม่อลอยเหมือนวิญญาณไม่อยู่กับเนื้อกับตัว “ลู่ลู่ เป็นอะไรไปลูก? เมื่อกี้ใครมาหาเหรอ? ทำไมเขาไม่เข้ามาล่ะ?” แม่หลินเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เปล่า... ไม่มีใครค่ะ พยาบาลเรียกหนูเฉย ๆ ค่ะแม่ เดี๋ยวหนูปอกแอปเปิ้ลให้ทานนะคะ” หลินลู่รีบปั้นหน้ายิ้มแล้วหาอะไ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 18

สำหรับเฉิงอวี่เซินแล้ว เงินทองเป็นเพียงตัวเลขชุดหนึ่งในบัญชีเท่านั้น ต่อให้มั่ง คั่งขึ้นมาเขาก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรมากมายนัก บรรดาคู่ค้าทางธุรกิจต่างพากันจับจ้องตำแหน่งว่างข้างกายเขา และเริ่มส่งผู้หญิงมากหน้าหลายตามาประเคนให้ถึงที่ แต่เมื่อเห็นเฉิงอวี่เซินปฏิเสธผู้หญิงเหล่านั้นอย่างเย็นชาและไร้เยื่อใย บางคนถึงขั้นคาดเดาไปว่าเขาอาจไม่ชอบผู้หญิง และใจกล้าถึงขนาดส่งผู้ชายมาให้ก็มี เฉิงอวี่เซินไม่อยากจะข้องแวะกับคนพวกนี้เลยแม้แต่น้อย ในชาติก่อน ผู้หญิงคนแล้วคนเล่าที่วนเวียนอยู่รอบตัวเขาได้ทำร้ายจิตใจของหลินลู่จนบอบช้ำเกินเยียว ยา เมื่อได้รับโอกาสให้กลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง สิ่งเดียวที่เขาต้องการคือการปกป้องและดูแลอยู่เคียงข้างเธอให้ดีที่สุด เฉิงอวี่เซินจัดการรวบรวมทรัพย์สินทั้งหมดที่มี แล้วไปดักรอหลินลู่ที่มุมหนึ่งของโรงเรียน เพียงเวลาไม่นาน กลิ่นอายความอ่อนเยาว์แบบเด็กหนุ่มของเขาก็จางหายไปเกินครึ่ง ร่างกายที่เคยผอมบางเริ่มดูแข็งแกร่งกำยำขึ้น แววตาที่คมเข้มและเย็นชาคู่นั้นดูเคร่งขรึมลุ่มลึกมากขึ้นเรื่อย ๆ จนดูคล้ายกับตัวเขาในชาติก่อนไม่มีผิดเพี้ยน “หลินลู่ นี่คือทรัพย์ส
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 19

การสนทนาในครั้งนี้จบลงโดยไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ทว่าการปรากฏตัวของหลินลู่กลับไปสะดุดตาผู้มีเจตนาแอบแฝงบางกลุ่มเข้าเสียแล้ว ในแวดวงสังคมชั้นสูง หลายคนต่างพากันจับจ้องไปที่เฉิงอวี่เซิน ดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งโลกธุรกิจ บ้างก็หาทางกดเขาให้จมดิน บ้างก็พยายามดึงตัวเขามาเป็นพวก เฉิงอวี่เซินมีวิธีการทำงานที่เด็ดขาดและเฉียบคม ไร้ซึ่งความอ่อนหัดหรือความไร้เดียงสาที่คนในวัยเดียวกันควรจะมี หากไม่เห็นตัวเลขวันเกิดที่ระบุไว้อย่างชัดเจน คงมีคนคิดว่าเขาคือรุ่นใหญ่ที่คร่ำหวอดในวงการมานานพอ ๆ กับพวกเขาเสียอีก หวังเจียเป่า ประธานแห่งหวังซื่อกรุ๊ปเองก็เล็งเฉิงอวี่เซินไว้ตั้งนานแล้ว เขามีลูก สาววัยไล่เลี่ยกับชายหนุ่ม และเคยพยายามแนะนำให้ทั้งคู่รู้จักกัน ทว่าเฉิงอวี่เซินกลับไม่ยอมเปิดรับในเรื่องพรรค์นี้ เขาไม่ยอมเปิดโอกาสให้เลยแม้แต่น้อย จนป่านนี้ลูกสาวของประธานหวังยังไม่มีโอกาสได้เห็นแม้แต่เงาของเขา ประธานหวังส่งคนจับตาดูเฉิงอวี่เซินอย่างใกล้ชิด จนในที่สุดวันนี้เขาก็ได้พบจุดอ่อนของชายหนุ่มเสียที เมื่อสืบประวัติย้อนรอยหลินลู่ไปอย่างละเอียด ถึงได้รู้ว่าที่แท้เธอก็คือผู้หญิงที่เฉิงอวี่เซินปรารถนาแต่ไม่ไ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 20

หลังจากค่ำคืนอันบ้าคลั่งผ่านพ้นไป ในที่สุดหลินลู่ก็ดึงสติที่หลุดลอยไปกลับคืนมาได้ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้? เรื่องมันกลายเป็นแบบนี้ได้อย่างไรกัน? ไหนว่าตกลงกันแล้วว่าจะเว้นระยะห่างให้เด็ดขาด จะไม่พัวพันกันอีกไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมถึงกลับมาพัวพันกันจนได้? หลินลู่เขกหัวตัวเองเบา ๆ นึกตำหนิที่ตัวเองไม่ระวังตัวและไม่มีความยับยั้งชั่งใจมากพอ เธอรู้สึกเพียงว่าเรื่องราวยิ่งวุ่นวายมากขึ้น และเริ่มเบี่ยงเบนไปจากแผนการที่เธอเคยวางไว้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอคิดไว้ดิบดีแล้วว่า หลังจากเรียนจบจะพาแม่ออกไปท่องเที่ยวดูโลกกว้างให้ได้มากที่สุดในช่วงเวลาที่ยังเหลืออยู่ แต่ตอนนี้ เฉิงอวี่เซินกลับก้าวเข้ามาแทรกแซง และบุกรุกเข้ามาในชีวิตที่ถูกขีดเส้นไว้ของเธอด้วยท่าทีที่ไม่อาจขัดขืนได้ ประสบการณ์จากชาติก่อนทำให้หลินลู่รู้สึกกังวลและไม่มั่นคง เธอเดาใจเฉิงอวี่เซินไม่ออก ต่อให้เขาจะพูดออกมาอย่างชัดเจนเพียงใด เธอก็ยังไม่กล้าเชื่ออยู่ดี ท้ายที่สุดแล้ว สาเหตุก็มาจากความรู้สึกต่ำต้อยในใจของเธอเอง หลินลู่ตีกรอบให้ตัวเองไว้แน่นหนาเกินไป เธอรู้สึกด้อยค่าเพราะอาการป่วยของตน ประกอบกับความเย็นชาที่เฉิงอวี่เซ
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status