บททั้งหมดของ เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต: บทที่ 21 - บทที่ 25

25

บทที่ 21

ข้อความอวดดีที่ส่งมาทำเอาใบหน้าของเฉิงอวี่เซินเย็นเยียบลงทันตา เขาสามารถไม่ยี่หระต่อเรื่องของตัวเองได้ แต่เขาทนไม่ได้หากใครจะถือวิสาสะพุ่งเป้าไปที่หลินลู่! สำหรับเฉิงอวี่เซินแล้ว หลินลู่เปรียบเสมือนเกล็ดใต้คอที่บอบบางที่สุดของมังกรคลั่งอย่างเขา เพียงถูกแตะต้องเบา ๆ ก็เพียงพอจะทำให้มังกรตัวนี้เสียสติได้แล้ว เฉิงอวี่เซินไม่ได้ตอบกลับข้อความของประธานหวัง แต่กลับสั่งการลงไปเพื่อเริ่มแผนการจัดการอีกฝ่ายทันที เหอะ! ในเมื่อชอบวางยานัก ก็ลองลิ้มรสความรู้สึกของการถูกควบคุมร่างกายไม่ได้ดูบ้างเป็นไง! วันต่อมา ระหว่างทางกลับบ้าน รถของหวังเจียเป่า เกิดยางแตกกะทันหัน และในขณะที่เขาสั่งให้คนขับลงไปเปลี่ยนยาง เขาก็ถูกคนขับรถของตัวเองฟาดจนสลบเหมือด หลังจากสิ้นสติ หวังเจียเป่าถูกกรอกยาในปริมาณที่มากกว่าที่หลินลู่เคยโดนหลายเท่าตัว ก่อนจะถูกแพ็กด้วยวิธีเดียวกัน แล้วนำไปโยนทิ้งไว้ในย่านคนพเนจร พวกคนจรจัดแกะกล่องออกมาพบเพียงชายวัยกลางคนพุงพลุ้ย จึงพากันรูดทรัพย์สินติดตัวไปจนหมด แล้วโยนเขาทิ้งไว้ข้างร่องน้ำครำ ปล่อยให้ฤทธิ์ยาทำหน้าที่ของมันไป เมื่อหวังเจียเป่าฟื้นขึ้นมา ร่างกายของเขาก็พังยับเ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 22

หลังจากผ่านเหตุการณ์เรื่องยาจีนมาด้วยกัน กำแพงที่เคยขวางกั้นระหว่างหลินลู่และเฉิงอวี่เซินดูเหมือนจะทลายลงไปหลายส่วนอย่างไม่รู้ตัว เมื่อมองใบหน้าที่ซีดเซียวไร้สีเลือดของเขา หลินลู่ก็ได้แต่ลอบคิดในใจว่า... เฉิงอวี่เซิน คุณนี่ช่างรู้วิธีทำให้ฉันใจอ่อนจริง ๆ เฉิงอวี่เซินรับรู้ได้ถึงท่าทีที่โอนอ่อนลงของหญิงสาว เขาจึงถือโอกาสรุกไล่ทันที: “แน่นอน ผมจริงจังที่สุด”“ครั้งนี้ ผมจะส่งมอบทุกอย่างในชีวิตให้คุณเป็นคนดูแล ให้คุณเป็นคนบงการแต่เพียงผู้เดียว” เขาโน้มตัวลงมาจนหน้าผากแตะกับหน้าผากของหลินลู่ สบประสานสายตาด้วยความสัตย์จริงเต็มเปี่ยม ก่อนจะกล่าวต่อ: “เรื่องราวในชาติก่อน เราลืมมันไปให้หมดดีไหม? ชาตินี้เรามาเริ่มต้นกันใหม่ เราจะไม่ปิดบัง และจะไม่โกหกกันอีก”หลินลู่หลบสายตาด้วยความประหม่าและทำตัวไม่ถูก “ฉัน... ฉันยังไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลย!” พูดจบ เธอก็รีบย่อตัวมุดหนีจากพันธนาการของเขา แล้วรีบเปิดประตูหนีเข้าบ้านไปด้วยความเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อมองตามแผ่นหลังที่วิ่งหนีไปราวกับกระต่ายตัวน้อย เฉิงอวี่เซินก็หลุดขำออกมาเบา ๆ แผนเจ็บตัวเรียกความสงสารนี่ได้ผลจริง ๆ ด้วย อย่างน้อ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 23

หลินลู่ดีใจจนทำอะไรไม่ถูก เธออุ้มเจ้าแมวน้อยขึ้นมาหอมฟอดใหญ่สองที ราวกับตุนตุนจะสัมผัสได้ถึงความรักที่หลินลู่มีให้ มันร้องเหมียวอ้อนอย่างแสนหวาน ทั้งยังยกอุ้งเท้าเล็ก ๆ ขึ้นมาแตะ ๆ นวด ๆ บนใบหน้าของเธอเบา ๆ หลินลู่ดีใจสุดซึ้ง รีบหิ้วตุนตุนกับกล่องกลับบ้านด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน เธอโอบกอดเจ้าแมวน้อยไว้ ในใจรู้ดีว่านอกจากเฉิงอวี่เซินแล้ว คงไม่มีใครทำเรื่องแบบนี้ หลินลู่เข้าใจดีว่า นี่คือวิธีที่เฉิงอวี่เซินกำลังบอกกับเธอเป็นนัยว่า “เชื่อผมเถอะนะ ครั้งนี้เราจะเลี้ยงตุนตุนให้โตไปด้วยกัน”ทว่าภาพจำเกี่ยวกับชะตากรรมของตุนตุนในชาติก่อนยังคงติดตา ตราบใดที่เฉิงอวี่เซินยังอยู่ข้างกาย หลินลู่ก็อดกังวลไม่ได้ว่าตุนตุนจะต้องมารับเคราะห์ร้ายโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่อีกหรือไม่ เธออุ้มแมวน้อยอยู่นานแสนนาน ก่อนจะตัดสินใจว่าเมื่อเลี้ยงมันให้โตกว่านี้อีกสักหน่อย จะหาคนที่ไว้ใจได้มารับเลี้ยงมันไป หากอยู่ข้างกายเธอ ไม่รู้ว่าวันไหนมันอาจจะต้องเจ็บตัว หรือแม้กระทั่งตัวเธอเองที่เป็นเจ้าของก็ยังไม่รู้ว่าจะอยู่ดูแลมันไปจนสิ้นอายุขัยได้ไหม สู้ไม่เลี้ยงเสียตั้งแต่แรกยังจะดีกว่า หลินลู่โอบอุ้มแมวน้อยที่แสนเ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 24

เด็กสาวที่กองอยู่บนพื้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นชวีเสี่ยวเสวี่ยที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับหลินลู่หลายส่วน ในชาตินี้ ชวีเสี่ยวเสวี่ยเพิ่งจะเข้าเรียนชั้นมัธยมปลาย เมื่อขาดการสนับสนุนและคุ้มครองจากเฉิงอวี่เซิน เธอจึงไม่ได้ใช้ชีวิตเป็นนักเรียนที่สงบเสงี่ยมเจียมตัวอย่างที่ควรจะเป็น ฐานะทางบ้านของเธอย่ำแย่เกินไป ลำพังแค่จะส่งเสียให้เรียนจบมัธยมปลายยังแทบไม่ไหว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเรียนต่อมหาวิทยาลัยเลย ผิดกับในชาติก่อนที่ชวีเสี่ยวเสวี่ยขยันทำงานพิเศษควบคู่ไปกับการเรียน จนในที่สุดก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ และนั่นคือตอนที่เฉิงอวี่เซินมาพบเธอเข้า จนทำให้เธอได้มีชีวิตที่สุขสบายไร้กังวล ทว่าในชาตินี้ เพราะรูปร่างหน้าตาของเธอ เธอจึงถูกคนเลือกตัวไว้ล่วงหน้า และรอจังหวะที่จะถูกส่งตัวไปประเคนตรงหน้าเฉิงอวี่เซิน แต่ใครจะไปคาดคิดว่า เฉิงอวี่เซินกลับไม่แยแสแม้แต่นิดเดียว ซ้ำยังเดินหนีออกมาเสียดื้อ ๆ เฉิงอวี่เซินผละออกมาเพื่อไปตามนัดของหลินลู่ แต่ชวีเสี่ยวเสวี่ยไม่อาจยอมปล่อยให้เขาจากไปแบบนี้ได้ เธอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องวิ่งตามเฉิงอวี่เซินไปภายใต้การบีบบังคับของเจ้านาย เฉิงอวี่เซินเพิ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 25

เฉิงอวี่เซินกุมมือหลินลู่ไว้โดยไม่ลังเล เพื่อส่งผ่านความเข้มแข็งไปให้เธอ: “ลองเชื่อใจผมดูสักครั้งได้ไหม? ตอนนี้ผมเริ่มลงทุนในการวิจัยยาแล้ว ผมเชื่อว่าอีกไม่นานจะต้องเห็นผลลัพธ์ คุณเชื่อใจผมนะ?”“หากผ่านไปหลายปีแล้ว อาการป่วยของคุณยังคงทรุดลง ผมก็จะทำตัวเองให้น่าเกลียดตามไปด้วย และเมื่อถึงวันที่คุณจากไป ผมก็จะตามคุณไปในทันที” เฉิงอวี่เซินคลี่ยิ้มบาง ๆ “คุณลืมไปแล้วเหรอ? ผมเคยบอกแล้วว่าผมรักคุณ รักมากจนยอมตายแทนคุณได้” เมื่อได้ยินประโยคนี้ ในที่สุดหลินลู่ก็หลุดหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา หลินลู่กลอกตาไปมาอย่างซุกซน พลางแสร้งพูดประชดว่า: “ถ้าคุณขี้เหร่ขึ้นมาเมื่อไหร่ ฉันก็ไม่ชอบคุณแล้วล่ะ” “ต่อให้ผมจะน่าเกลียดแค่ไหน ผมก็จะตามเกาะติดคุณเป็นตังเมเลย” เฉิงอวี่เซินรีบสำทับ มีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้นที่รู้ดีว่า สิ่งที่หลินลู่เพิ่งพูดออกมาเมื่อครู่นั้นคือการพูดประชดประชันในเชิงหยอกล้อ หลินลู่หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี เธอคีบอาหารเข้าปากอย่างเป็นธรรมชาติ “เฉิงอวี่เซิน ฉันจริงจังนะ คุณแน่ใจจริง ๆ ใช่ไหมที่จะอยู่เคียงข้างฉัน?” หลินลู่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเฉิงอวี่เซินด้วยความจริงจังอย่างท
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status