แต่นางกลับทำเป็นเหมือนไม่ได้ยิน สีหน้ายังคงเรียบเฉย ทุกคนต่างคิดว่า เป็นเพราะนางใช้วิธีอาละวาดรั้งตัวเผยอี้ไว้ไม่ได้ จึงเปลี่ยนแผนการใหม่ทว่าผ่านมาห้าปีแล้ว นางเหนื่อยล้าแล้วจริงๆหลังจากงานเลี้ยงในวังเลิกรา นางไม่ได้รีบร้อนกลับจวน แต่ไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้แทน ภายในห้องอักษร ฮ่องเต้ทอดพระเนตรเห็นนางเดินเข้ามาก็ทรงทอดถอนพระทัยก่อนตลอดห้าปีที่ผ่านมา เรื่องราวเช่นนี้ได้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่านับครั้งไม่ถ้วนพระองค์ลงทัณฑ์ เผยอี้ยอมรับโทษ ทว่าหลังจากนั้นกลับยิ่งได้ใจและทำตัวเหลวแหลกหนักกว่าเดิมหยุนชีร้องทุกข์ พระองค์ทรงปลอบ วนเวียนเช่นนี้ไม่จบสิ้น“ข้ารู้แล้ว เจ้าเด็กเผยอี้นั่นก่อเรื่องอีกแล้ว ข้าจะมีราชโองการลงทัณฑ์ตีสามสิบไม้ประเดี๋ยวนี้ แล้วให้ไปคุกเข่าที่ศาลบรรพชนอีกสองวัน” หยุนชีส่ายหน้า ก่อนค่อยๆ คุกเข่าลง “เสด็จลุง คราวนี้หม่อมฉันไม่ได้มาเพื่อฟ้องร้องเพ็ดทูลเพคะ”หม่อมฉันมาเพื่อทูลขอหนังสือหย่าขาด”ฮ่องเต้ทรงชะงักไป พระองค์ทรงนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะตรัสขึ้นว่า“ปีนั้นตอนเจ้าปักปิ่น มีบุรุษมากมายในเมืองหลวงมาทูลขอแต่งงาน แต่ในบรรดาผู้คนมากมายเหล่านั้น เจ้ากลับเลือกเผย
Baca selengkapnya