แชร์

บทที่ 6

ผู้เขียน: ดาวตก
ยามที่หยุนชีลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็เป็นวันเทศกาลโคมไฟแล้ว

หลิวหลีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสะอื้น "ท่านหญิง ท่านสลบไปถึงสามวันเต็มๆ... ทำเอาบ่าวตกใจแทบแย่เจ้าค่ะ”

หยุนชีรู้สึกราวกับกระดูกทั่วร่างกำลังแตกเป็นเสี่ยงๆ บาดแผลที่หน้าผากและความเจ็บที่หัวเข่าคอยย้ำเตือนทุกสิ่งก่อนที่นางจะหมดสติ

ในตอนนั้นเอง บานประตูก็ถูกผลักออกเบาๆ ร่างของคนผู้หนึ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นเดินเข้ามา เขาคือเผยอี้

ในมือของเขาถือโคมไฟกระต่ายอันแสนประณีตมาด้วยดวงหนึ่ง

"ฟื้นแล้วรึ?" เขาเดินมาที่ข้างเตียง วางโคมไฟดอกไม้ไว้ที่หัวเตียง น้ำเสียงอ่อนโยนอย่างที่หาได้ยากยิ่ง "เป็นอย่างไรบ้าง?"

หยุนชีจ้องมองเขา ในใจไม่มีแม้แต่ความรู้สึกใดๆ มีเพียงความแปลกใจเล็กน้อย

เพราะที่ผ่านมา เผยอี้ไม่เคยแสดงสีหน้าดีๆ ให้นางเห็นเลยแม้แต่ครั้งเดียว

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากราวกับเพิ่งตัดสินใจได้ "โรคระบาดหาตัวยาที่ตรงกับโรคเจอแล้ว บัดนี้ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว"

"เรื่องนั้นข้าเองก็สืบจนกระจ่างแล้ว... เป็นฝีมือของชิงชิง วันนั้นนางเสียหน้าในโรงทาน เลยอาละวาดเพราะอารมณ์ชั่ววูบ”

“นางยังไม่รู้ความ เป็นเพียงทำไปเพราะอารมณ์เท่านั้น...”

เขาหยุดไปจังหวะหนึ่ง แล้วหันมามองหยุนชี

"แต่นางฐานะต่ำต้อย ทั้งยังไร้คนเหลียวแล หากเรื่องนี้ถูกแพร่งพรายออกไป นางคงมีแต่ต้องตายสถานเดียว"

"เจ้าไม่เหมือนกัน เจ้ามีฐานะสูงส่ง พระองค์ย่อมต้องปกป้องเจ้า เพราะฉะนั้น ครั้งนี้ก็ให้มันแล้วๆ กันไปเถิด วันหน้าข้าจะเข้มงวดกวดขันนางให้ดี"

หยุนชีฟังคำพูดที่เหลวไหลสิ้นดีเหล่านี้ด้วยจิตใจที่เย็นเยียบถึงขีดสุด

เผยอี้เห็นนางเงียบไป ก็คิดเอาเองว่านางจะยอมจำนน

"ครั้งนี้เป็นข้าที่ผิดเอง ข้าจะชดเชยให้เจ้า"

ขณะพูด เขากลับยื่นมือหมายจะสัมผัสแก้มของนาง ก่อนโน้มหน้าลงมาหวังจะจุมพิต

“หยุนชี ข้าให้ลูกกับเจ้าดีหรือไม่?”

ยามที่มองริมฝีปากของเขาที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ หยุนชีกลับรู้สึกคลื่นไส้จนปั่นป่วนไปทั้งท้อง

นอกจากช่วงแต่งงานใหม่ๆ สองวันนั้น ระหว่างพวกเขาก็ไม่เคยมีความใกล้ชิดสนิทสนมกันอีกเลย

ตลอดห้าปีที่ผ่านมา นางเคยยั่วยวนทอดสะพานอยู่หลายครา ทว่าสิ่งที่ได้กลับมามีเพียงความอัปยศและการผลักไส

มาวันนี้ เพื่อที่จะปกป้องหลิวชิงชิง เขากลับเอาเรื่องนี้มาทำเป็นสิ่งชดเชยอย่างนั้นรึ?

"เพี๊ยะ!"

เสียงตบดังสนั่นฟาดลงบนใบหน้าของเผยอี้อย่างโหดเหี้ยม!

หยุนชีใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ผลักเขาออกไปอย่างแรง

เผยอี้ถูกตบจนหน้าหัน บนใบหน้าปรากฏรอยนิ้วมือขึ้นมาในทันตา เขาหันกลับมาอย่างตกตะลึง

"หลิวชิงชิงไม่รู้ความงั้นรึ? นางไม่รู้หรือไรว่าโรคระบาดจะคร่าชีวิตผู้คนไปมากเท่าใด!"

"แล้วตัวท่านที่ทำเพื่อปกป้องนาง ปิดบังความจริง ท่านยังจำได้อยู่หรือไม่ว่าตัวเองมีฐานะอะไร!"

"ในสายตาของท่านยังเห็นกฎหมายบ้านเมือง ยังเห็นหัวราษฎรตาดำๆ อยู่หรือไม่!"

ทุกคำของนางแทงใจดำ เผยอี้ถูกถามจนพูดไม่ออก สีหน้าเปลี่ยนเป็นเขียวสลับขาว

หยุนชีชี้ไปที่ประตู เสียงของนางสั่นเครือด้วยความโกรธ "ไสหัวออกไป!"

เผยอี้เอ่ยไม่ออก แต่ก็ยังคงเอ่ยปากออกมาว่า

"หยุนชี เจ้าไปสงบสติอารมณ์ให้ดีก่อนเถอะ"

"ข้ารู้ว่าเจ้ารักข้ามากจนขาดข้าไม่ได้ ถึงแม้จะไม่ได้หัวใจของข้าไป แต่การที่ข้ายินยอมมอบลูกให้เจ้าคนหนึ่งเพื่อไว้เป็นเครื่องปลอบใจ ก็นับว่าดีต่อเจ้ามากแล้ว"

"ช่วงสองวันนี้ข้าจะพาชิงชิงไปทำบุญที่วัด เพื่อเป็นการไถ่บาปให้นาง"

"รอข้ากลับมา แล้วจะมาหาเจ้าอีกที"

พูดจบ เขาก็หันหลังเดินจากไป

หยุุนชีเอนกายพิงหัวเตียงอย่างหมดแรง แล้วหลับตาลง

หลังจากที่เผยอี้จากไปได้ไม่นาน ราชโองการจากในวังก็มาถึง

"แม่ทัพเผยอี้ หลงอนุทำลายภรรยาเอก มิอาจแบกรับภารกิจใหญ่หลวงได้"

"บัดนี้จึงอนุญาตเป็นกรณีพิเศษให้ท่านหญิงเจียเหอหยุนชี หย่าขาดจากสามีกลับจวน นับจากนี้การออกเรือนของทั้งสองฝ่ายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอีกต่อไป..."

หยุนชีก้มศีรษะรับราชโองการด้วยความสงบนิ่ง รู้สึกราวกับก้อนหินยักษ์ที่กดทับอยู่บนอกมาตลอดห้าปีได้รับการงัดออกไปเสียที

หลังจากที่ขันทีจากไป หยุนชีก็ลุกขึ้นและพูดกับหลิวหลี

"เก็บข้าวของ พวกเราจะกลับจวนท่านหญิง"

พูดจบ นางมองราชโองการในมือ แล้วหยุดไปเล็กน้อย

"แล้วก็ เอาหนังสือหย่าฉบับนี้ ใส่กรอบแขวนไว้บนผนังตรงกลางห้องอักษรของเผยอี้ด้วย"

นางต้องการให้เขาเห็นมันเป็นสิ่งแรกทันทีที่กลับมา

หยุนชี ไม่ต้องการเขาอีกต่อไปแล้ว

ท่ามกลางราตรี รถม้าค่อยๆ แล่นออกจากจวนเจิ้นเป่ยโหว

ดอกไม้ไฟในคืนเทศกาลโคมไฟแต่งแต้มระเบิดตัวบนท้องนภาอย่างประจวบเหมาะ ช่างงดงามตระการตา

แสงไฟบนท้องถนนสว่างไสวราวกับกลางวัน ผู้คนเบียดเสียดพลุกพล่าน ชีวิตใหม่ของนาง ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงแล้ว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ลิขิตรักใต้เมฆา   บทที่ 20

    ทั้งสองจะพบหน้ากันสั้น ๆ ทุกเช้าและเย็น เพื่อแลกเปลี่ยนความคืบหน้าและปรึกษาหารือเกี่ยวกับแผนการในขั้นต่อไปในบางครั้ง หยุนชีจะพกน้ำชาและขนมของว่างไปยังเขื่อนกั้นน้ำด้วยเหวินอวี้เจาก็ไม่เกรงใจ รับมาก็กินทันที บางครั้งยังชี้ไปยังจุดต่าง ๆ เพื่อเล่าความคิดสร้างสรรค์หรือปัญหาที่พบให้นางฟังด้วยสีหน้ากระตือรือร้น เขาไม่ได้จงใจรักษาระยะห่างอีกต่อไป ปลายนิ้วสัมผัสกันบ้างเป็นครั้งคราว และแขนของเขาก็มักยกขึ้นปกป้องนางโดยธรรมชาติ เย็นวันนั้น หินก้อนสุดท้ายถูกฝังลงในฐานเขื่อนอย่างมั่นคงท่ามกลางเสียงโห่ร้องของเหล่าคนงาน บานประตูระบายน้ำขนาดใหญ่ค่อยๆ เลื่อนปิดลง ตัดขาดสายน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากฝูงชนส่งเสียงโห่ร้องยินดีดังกึกก้องราวกับสั่นสะเทือนฟ้าดิน โครงการบริหารจัดการน้ำที่กินเวลานานหลายเดือน ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงามเหวินอวี้เจายืนอยู่บนจุดสูงสุดของเขื่อนกั้นน้ำ หันหลังกลับมามองหยุนชีที่อยู่ไม่ไกลแสงอาทิตย์ยามอัสดงแผ่ประกายสีทองอยู่เบื้องหลังเขา ฉาบทั่วร่างด้วยแสงอบอุ่น บนใบหน้าของเขามีรอยยิ้มที่อ่อนล้าทว่าเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขสำราญใจ ก่อนยื่นมือไปทางนาง"ท่านหญิง เขื่

  • ลิขิตรักใต้เมฆา   บทที่ 19

    นางมองเขา หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ก็เอ่ยปากขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา"เผยอี้ ท่านจำได้หรือไม่ว่าข้าเคยบาดเจ็บเพื่อท่านไปมากเท่าใด?""ส่งเสบียงฝ่าหิมะยามค่ำคืน จนมือถูกความเย็นกัด ถึงยามนี้พอฝนตกหรืออากาศชื้นก็ยังปวดอยู่” "ทดลองพิษแทนท่าน กรีดข้อมือเอาโลหิต จนทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้"น้ำเสียงของนางสงบนิ่ง ทว่าทุกถ้อยคำกลับทิ่มแทงใจอย่างโหดเหี้ยม"ที่วันนี้ท่านช่วยรับแทนข้าครั้งนี้ ถือว่าหายกัน"หัวใจของเผยอี้ราวกับถูกคว้านออกมาอย่างแรง เจ็บปวดจนชาไปหมดเขานิ่งเงียบไปนานแสนนาน กว่าจะค่อยๆ เอ่ยปากออกมา ราวกับใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี “ข้าส่งหลิวชิงชิงไปอยู่ที่คฤหาสน์นอกเมืองหลวงแล้ว มอบเงินให้นางก้อนหนึ่ง และชาตินี้จะไม่พบนางอีก” "เรื่องของฉู่ฉู่...เป็นข้าที่ติดค้างเจ้า ตลอดห้าปีมานี้ เป็นข้าที่ตาบอดใจมืดบอด ผิดพลาดไปอย่างไม่น่าให้อภัย""เหวินอวี้เจา...นิสัยใจคอของเขาใช้ได้ทีเดียว"เขาเอ่ยออกมาอย่างกระท่อนกระแท่น ทุกตัวอักษรคล้ายกับมีหยาดโลหิตปนอยู่"รอจนสร้างเขื่อนเสร็จสิ้น ข้าจะทูลขอต่อพระองค์เพื่อเดินทางไปประจำการปกป้องชายแดนทางเหนือ วันหน้า...จะมิกลับมาอีกแล้ว"หลังจากเขาเอ่ย

  • ลิขิตรักใต้เมฆา   บทที่ 18

    ฝนตกกระหน่ำลงมาดั่งฟ้ารั่ว สถานการณ์บนเขื่อนกั้นน้ำเต็มไปด้วยอันตรายรอบด้านในขณะที่ทุกคนกำลังทุ่มเทแรงกายเสริมความแข็งแรงให้แก่ฐานเขื่อน จู่ๆ เนินเขาด้านบนที่ชุ่มโชกไปด้วยน้ำฝนจนดินอ่อน และมีเสียงลั่นแตกหักดังขึ้น"ระวัง! หินบนภูเขาร่วงลงมาแล้ว!" ใครคนหนึ่งแผดเสียงร้องตะโกนจนสุดเสียงหินก้อนใหญ่สองสามก้อนกวาดเอาดินโคลนถล่มลงมา พุ่งเข้าใส่ทิศทางที่หยุนชียืนอยู่เสียงดังสนั่นในชั่วพริบตาเดียว เงาสองร่างก็ขยับเคลื่อนไหวพร้อมๆ กัน!เหวินอวี้เจาที่อยู่ใกล้กว่าปฏิกิริยาตอบโต้รวดเร็วมาก เขาคว้าต้นแขนของหยุนชีไว้ หมายจะฉุดดึงนางให้พ้นจากจุดอันตรายทว่าอีกร่างหนึ่งกลับรวดเร็วยิ่งกว่าคนคนนั้นคือเผยอี้เขาแทบจะไม่หยุดคิดเลยด้วยซ้ำ ทว่าเขาทำไปตามสัญชาตญาณ พุ่งตัวเข้าไปขวาง แล้วใช้แผ่นหลังของตัวเองกำบังปกป้องหยุนชีเอาไว้แน่น"ปัง!"เสียงกระแทกหนักอึ้งดังขึ้น หินก้อนใหญ่กระแทกเข้าที่กลางแผ่นหลังของเขาอย่างจังร่างกายของเผยอี้สั่นสะท้าน ความรู้สึกหวานคาวแล่นขึ้นมาจุกที่ลำคอ เขาพ่นโลหิตสดๆ ออกมาคำหนึ่ง สาดกระเซ็นลงบนพื้นโคลนเขาครางในลำคอเบาๆ แล้วล้มพับอ่อนแรงลงไป ทว่าส่วนลึกของจิตใต้สำน

  • ลิขิตรักใต้เมฆา   บทที่ 17

    คนของหยุนชีไม่ได้หยุดพัก รีบมุ่งตรงไปยังจุดเลือกสร้างเขื่อนใหม่ทันทีณ บริเวณสถานที่ก่อสร้างตัวเขื่อน ลมแม่น้ำพัดกรรโชกแรง กระแสน้ำไหลเชี่ยวกรากเหล่าคนงานและช่างฝีมือทำงานกันขวักไขว่ราวกับฝูงมด เสียงตะโกนประสานงานกับเสียงกระแทกดินดังสลับกัน บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักหยุนชีและเหวินอวี้เจาอยู่ภายในเพิงพักคนงานที่สร้างขึ้นชั่วคราว กำลังกางแบบแปลนแผนที่ภูมิศาสตร์หารือรายละเอียดร่วมกับช่างผู้เชี่ยวชาญด้านระบบน้ำอาวุโสหลายท่าน"ท่านหญิง ใต้เท้าเหวิน แม้ท้องน้ำบริเวณนี้จะดูมั่นคง แต่ชั้นล่างส่วนใหญ่เป็นทรายไหล หากสร้างเขื่อนตรง ๆ เกรงว่าฐานจะไม่แข็งแรง”ช่างระบบน้ำอาวุโสผู้มีผมและหนวดเคราขาวโพลนคนหนึ่งชี้ไปที่แบบแปลนแล้วขมวดคิ้วแน่นปลายนิ้วของหยุนชีลากผ่านแนวเส้นทางเดินของลำน้ำ"หากพวกเราตอกเสาเข็มให้ลึกขึ้น จากนั้นก็ถมหินเข้าไป แล้วค่อยๆ เสริมความแข็งแรงขึ้นมาเป็นชั้นๆ เพื่อต้านทานการกัดเซาะจะสามารถทำได้หรือไม่?""วิธีนี้ดียิ่งนัก แต่จะสิ้นเปลืองทั้งเวลาและแรงงานเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวพ่ะย่ะค่ะ" ขุนนางจากกรมโยธา แสดงสีหน้าลำบากใจเหวินอวี้เจาเอ่ยรับคำด้วยน้ำเสียงสุขุม"เรื่องนี้เก

  • ลิขิตรักใต้เมฆา   บทที่ 16

    ตั้งแต่หมอหลวงวินิจฉัยผิด โยนความผิดให้ยาเม็ดนั้นเพื่อเอาตัวรอด จนถึงเขาที่เกลียดนางและทรมานนางอยู่ห้าปีเพราะข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลนี้"...การตายของฉู่ฉู่ ไม่เกี่ยวกับยาที่เจ้าให้มาเลย""เป็นความผิดของหมอหลวง... ข้าถูกความแค้นบังตาจนหน้ามืดตามัว ข้า..."เขาพูดจาสับสนไร้ลำดับ และไม่กล้าแม้แต่จะสบตาของหยุนชีหยุนชีฟังเงียบ ๆ สีหน้าปรากฏความตกตะลึงเล็กน้อยนางเงียบไปนาน ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ ราวกับได้ยกเอาภาระหนักอึ้งบางอย่างออกไป"ที่แท้... ก็เป็นเช่นนี้เอง"นางพูดเสียงเบา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโล่งใจ“ข้าเชื่อมาตลอดจริง ๆ ว่าเป็นเพราะยาของข้า…ดังนั้นหลายปีมานี้ ไม่ว่าท่านจะปฏิบัติต่อข้าเช่นไร แม้ข้าจะเจ็บแค้น แต่ก็ยังรู้สึกเสมอว่า…ข้าติดค้างนางอยู่”เพราะเหตุนี้ นางถึงได้อดทนอดกลั้นมานานขนาดนี้เพราะเหตุนี้ในตอนนั้น ที่เขาบีบคั้นให้นางแกะสลักป้ายวิญญาณ ทั้งที่บาดแผลที่มือยังไม่หายดี แต่นางก็ยังคงลงมือแกะสลักมันหัวใจของเผยอี้ราวกับถูกกระชากอย่างแรง มันเจ็บปวดจนเขาแทบจะหายใจไม่ออกเขาขยับก้าวไปข้างหน้าด้วยความร้อนรน หมายจะคว้ามือของนางเอาไว้"ไม่ เจ้าไม่ได้เป็นหนี้ใครทั้งนั้น

  • ลิขิตรักใต้เมฆา   บทที่ 15

    ยาที่นางมอบให้เขาคือยาช่วยชีวิต นางแต่งงานกับเขาด้วยความรักอันเปี่ยมล้นและหัวใจที่เปี่ยมสุขเช่นนั้นตัวเขาตลอดห้าปีมานี้ ทำอะไรลงไปกันแน่?เขาแก้แค้นผู้หญิงผู้บริสุทธิ์คนหนึ่ง...ที่รักเขาอย่างลึกซึ้ง แต่กลับถูกเขาผลักลงนรกด้วยมือของตัวเองอย่างนั้นหรือ?"เอือก"รสคาวหวานพุ่งขึ้นมาจุกที่ลำคอทันควัน เผยอี้ไม่อาจฝืนทนได้อีกต่อไป โลหิตสดคำหนึ่งพุ่งออกจากปาก กระเซ็นลงบนพื้นเย็นเฉียบ ทิ้งรอยแดงฉานเป็นจุด ๆ "ท่านแม่ทัพ!" ใต้เท้าซุนและพ่อบ้านชราร้องอุทานด้วยความตกใจแล้วรีบพุ่งเข้ามา ทว่าเผยอี้กลับสะบัดพวกเขากระเด็นออกไป โซเซลุกขึ้น ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำเขานึกถึงสายตาอันเย็นชาที่หยุนชีใช้มองเขาเป็นครั้งสุดท้ายขึ้นมาได้นึกถึงตอนที่นางเอ่ยอย่างเด็ดขาดว่า "ไม่มีสิ่งใดติดค้างกันอีก"ความเสียใจ ความหวาดกลัว ความสิ้นหวัง...ราวกับคลื่นยักษ์ซัดสาด ทะลักทลายเข้ากลืนกินเขาในพริบตาเขา...ทำอะไรลงไปกันแน่?!เผยอี้นอนซมหมดสติไข้ขึ้นสูงไม่ลดอยู่ในจวนเป็นเวลาสองวันเต็มยามที่ตื่นขึ้นมา เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมจนเปียกชุ่มเสื้อผ้าด้านในเขาต้องไปพบนางให้ได้ ตอนนี้เลยเขาตะเกียกตะกายลุกขึ้น แม้บ่าว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status