แชร์

บทที่ 3

ผู้เขียน: ดาวตก
ยามที่นางเกิด มารดาก็เสียชีวิตเพราะคลอดยาก

ครั้นอายุได้สิบขวบ บิดาผู้รับสมญานามว่า ท่านอ๋องเทพสงครามก็จากโลกนี้ไปอีกคน

ในวันนั้นผู้คนพากันหลั่งไหลมาร่วมไว้อาลัยไม่ขาดสาย ต่างเอ่ยปลอบให้นางทำใจและรักษาตัว พร้อมทอดถอนใจสงสารชะตาของนาง

นางคุกเข่าอยู่ในศาลวิญญาณอย่างเลื่อนลอยและไม่รู้จะทำเช่นไร

และนั่นก็เป็นครั้งแรกที่นางได้พบเผยอี้

เขาเดินทางมาพร้อมกับคนในครอบครัว ทว่าหลังจากจุดธูปเคารพศพเสร็จแล้วเขากลับไม่ได้จากไป แต่เดินตรงเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้านาง

เขาล้วงมือเอาน้ำตาลกวนออกมาส่งให้นาง ทว่าอ้ำอึ้งอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเค้นคำพูดแห้งแล้งออกมาได้

“เจ้า... อย่าได้โศกเศร้าจนเกินไปเลย ท่านอ๋องเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ค้ำฟ้า เขาจะคอยเฝ้ามองและปกป้องเจ้าจากบนสรวงสวรรค์ตลอดไป”

ในตอนนั้น แววตาของเขาสะอาดบริสุทธิ์ แฝงด้วยความจริงใจอันซื่อๆ

ต่อมาแคว้นทางตะวันตกเฉียงเหนือยกทัพมาเข้ารุกรานอีกครั้ง เผยอี้ในวัยเพียงสิบหกปีก็ใจกล้าทูลขออาสาออกรบ จนสามารถควบคุมสถานการณ์ศึกทางตะวันตกเฉียงเหนือไว้ได้สำเร็จ

ไม่ปล่อยให้หยาดเหงื่อแรงกายชั่วชีวิตของบิดานาง และชีวิตของเหล่าทหารกล้าใต้ผู้บังคับบัญชาต้องสูญเปล่าดั่งสายน้ำ

ยามข่าวมงคลแห่งชัยชนะส่งกลับมาถึงเมืองหลวง แม่ทัพหนุ่มน้อยก็สร้างชื่อเสียงเกริกไกรขึ้นภายในชั่วข้ามคืน

นางนึกถึงเด็กหนุ่มที่ปลอบโยนนางอย่างซื่อ ๆ คนนั้น ก่อนที่ความรักจะค่อย ๆ หยั่งรากลงในหัวใจโดยไม่รู้ตัว

นางเคยคิดว่า นั่นคือพรหมลิขิตที่สวรรค์เบื้องบนจัดวางไว้ให้

ทว่ายามนี้...

หยุนชียิ้มที่มุมปาก ก่อนก้มหน้าทำสิ่งตรงหน้าต่อไป

แม่ทัพหนุ่มผู้เคยทำให้นางหวั่นไหว ได้ตายจากหัวใจนางไปตั้งแต่ห้าปีก่อนแล้ว ตายไปพร้อมกับความระแวงและความแค้นที่เขามีต่อนาง

ยามที่ป้ายวิญญาณแกะสลักจนเสร็จสิ้น ข้อมือของนางก็แทบจะยกไม่ขึ้น

นางเดินมุ่งหน้าไปยังห้องอักษรของเผยอี้

ยังไม่ทันถึง ก็ได้ยินเสียงหัวเราะหวานใสของสตรีกับเสียงพูดของเผยอี้ดังออกมาจากด้านใน

เดิมทีหยุนชีตั้งใจว่าจะวางป้ายวิญญาณไว้ที่หน้าประตูแล้วจากไป

ทว่าเมื่อมองผ่านร่องหน้าต่างที่ปิดไม่สนิท นางกลับเห็นหลิวชิงชิงกำลังนั่งอิงขอบโต๊ะอักษร หยิบกล่องไม้ใบหนึ่งที่ดูคุ้นตาขึ้นมาพลิกเล่นไปมา

รูม่านตาของหยุนชีหดเกร็งลงในฉับพลัน ลมหายใจแทบจะหยุดหยุดชะงัก

นั่นคือของขวัญที่นางมอบให้แก่เผยอี้ในคืนวันแต่งงาน

มาบัดนี้ กล่องใบนั้นกลับไปตกอยู่ในมือของหลิวชิงชิง

“ท่านแม่ทัพ กล่องใบนี้ช่างประณีตงดงามยิ่งนัก ข้างในบรรจุสิ่งใดไว้หรือเจ้าคะ?”

เผยอี้กำลังตรวจเอกสารราชการอยู่ เขาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง น้ำเสียงเอ่ยอย่างเฉยชา

“หยุนชีให้ข้ามา ไม่รู้ว่าคืออะไร ไม่เคยเปิดดู หากเจ้าชอบก็เอาไปเสีย”

ไม่เคยเปิดดู...

หากเจ้าชอบก็เอาไปเสีย...

สองประโยคที่ฟังเบาหวิว กลับหนักหนาราวหมื่นชั่ง

ที่แท้หัวใจอันมีค่าที่นางเฝ้าถนอมราวกับแก้วตาดวงใจ ในสายตาของเขากลับเป็นเพียงของระเกะระกะชิ้นหนึ่งที่นึกจะยกให้ใครก็ได้

หยุนชีรู้สึกราวกับมีกระแสโลหิตฉีดพล่านแล่นตรงขึ้นสู่ศีรษะ ความยับยั้งชั่งใจหมดลงในพริบตา

นางผลักประตูเปิดออกอย่างแรงแล้วก้าวเท้าเข้าไป คนทั้งสองในห้องต่างตกใจจนหน้าถอดสี

“เอาของสิ่งนั้น คืนมาให้ข้า”

หลิวชิงชิงหันไปมองเผยอี้ หยาดน้ำตาคลอจะไหลริน

“ท่านแม่ทัพ ท่านรับปากยกให้หม่อมฉันแล้ว เหตุใดพอตกมาอยู่ในมือหม่อมฉันแล้ว ท่านพี่ ถึงจะมาทวงคืนไปเล่าเจ้าคะ...”

เผยอี้ขมวดคิ้ว วางพู่กันในมือลง สีหน้าฉายแววไม่สบอารมณ์

“อย่างไรเจ้าก็เป็นถึงท่านหญิงแห่งราชวงศ์ ของล้ำค่าหายากอันใดที่เจ้าจะไม่มี เหตุใดจึงต้องมาแย่งกล่องผุๆ ใบนี้กับชิงชิงด้วย?”

หยุนชีไม่สนใจคำพูดของเขา สายตาจ้องกล่องใบนั้นเขม็ง เสียงสั่นเล็กน้อย

“ข้าจะพูดอีกเพียงครั้งเดียว เอาคืนมาให้ข้า!”

หลิวชิงชิงอุทานออกมาด้วยความตกใจ รีบถอยหนีไปด้านหลัง เผยอี้ลุกขึ้นปกป้องนางทันที

ในจังหวะที่ยื้อแย่งฉุดกระชากกันนั้น กล่องไม้ได้ร่วงหล่นลงสู่พื้น ฝากล่องเปิดอ้าออก ของที่อยู่ภายในกระจัดกระจายหลุดลอยเกลื่อนกลาดเต็มพื้นห้อง

มันไม่ใช่ทองหรือเงิน และไม่ใช่ตำราโบราณล้ำค่าใดๆ ทั้งสิ้น

ทว่าเป็นม้วนภาพวาดที่ถูกม้วนเก็บไว้อย่างประณีตบรรจงม้วนแล้วม้วนเล่า

ยามที่ม้วนภาพเหล่านั้นกลิ้งคลี่ออก บนภาพทุกใบต่างวาดแผ่นหลังและเงาร่างของบุรุษคนเดียวกันเอาไว้

มีทั้งภาพยามเขาควบม้ายิงธนูอย่างองอาจ ภาพยืนพิงระเบียงทอดสายตามองไปยังแดนไกล และแม้แต่ภาพนั่งจิบชาเงียบ ๆ ใต้แสงตะเกียงยามค่ำคืน...

คิ้วตาคมหล่อเหลา รูปร่างสูงสง่า ทุกภาพล้วนเป็นเผยอี้

นั่นคือภาพที่หยุนชีวาดจากการพบกันไม่กี่ครั้งก่อนแต่งงาน มีมากถึงเก้าสิบเก้าภาพ

ทุกลายเส้นล้วนซ่อนความชื่นชมและความรักของหญิงสาวเอาไว้

ภายในห้องอักษรพลันตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้าทันที

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ลิขิตรักใต้เมฆา   บทที่ 20

    ทั้งสองจะพบหน้ากันสั้น ๆ ทุกเช้าและเย็น เพื่อแลกเปลี่ยนความคืบหน้าและปรึกษาหารือเกี่ยวกับแผนการในขั้นต่อไปในบางครั้ง หยุนชีจะพกน้ำชาและขนมของว่างไปยังเขื่อนกั้นน้ำด้วยเหวินอวี้เจาก็ไม่เกรงใจ รับมาก็กินทันที บางครั้งยังชี้ไปยังจุดต่าง ๆ เพื่อเล่าความคิดสร้างสรรค์หรือปัญหาที่พบให้นางฟังด้วยสีหน้ากระตือรือร้น เขาไม่ได้จงใจรักษาระยะห่างอีกต่อไป ปลายนิ้วสัมผัสกันบ้างเป็นครั้งคราว และแขนของเขาก็มักยกขึ้นปกป้องนางโดยธรรมชาติ เย็นวันนั้น หินก้อนสุดท้ายถูกฝังลงในฐานเขื่อนอย่างมั่นคงท่ามกลางเสียงโห่ร้องของเหล่าคนงาน บานประตูระบายน้ำขนาดใหญ่ค่อยๆ เลื่อนปิดลง ตัดขาดสายน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากฝูงชนส่งเสียงโห่ร้องยินดีดังกึกก้องราวกับสั่นสะเทือนฟ้าดิน โครงการบริหารจัดการน้ำที่กินเวลานานหลายเดือน ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงามเหวินอวี้เจายืนอยู่บนจุดสูงสุดของเขื่อนกั้นน้ำ หันหลังกลับมามองหยุนชีที่อยู่ไม่ไกลแสงอาทิตย์ยามอัสดงแผ่ประกายสีทองอยู่เบื้องหลังเขา ฉาบทั่วร่างด้วยแสงอบอุ่น บนใบหน้าของเขามีรอยยิ้มที่อ่อนล้าทว่าเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขสำราญใจ ก่อนยื่นมือไปทางนาง"ท่านหญิง เขื่

  • ลิขิตรักใต้เมฆา   บทที่ 19

    นางมองเขา หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ก็เอ่ยปากขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา"เผยอี้ ท่านจำได้หรือไม่ว่าข้าเคยบาดเจ็บเพื่อท่านไปมากเท่าใด?""ส่งเสบียงฝ่าหิมะยามค่ำคืน จนมือถูกความเย็นกัด ถึงยามนี้พอฝนตกหรืออากาศชื้นก็ยังปวดอยู่” "ทดลองพิษแทนท่าน กรีดข้อมือเอาโลหิต จนทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้"น้ำเสียงของนางสงบนิ่ง ทว่าทุกถ้อยคำกลับทิ่มแทงใจอย่างโหดเหี้ยม"ที่วันนี้ท่านช่วยรับแทนข้าครั้งนี้ ถือว่าหายกัน"หัวใจของเผยอี้ราวกับถูกคว้านออกมาอย่างแรง เจ็บปวดจนชาไปหมดเขานิ่งเงียบไปนานแสนนาน กว่าจะค่อยๆ เอ่ยปากออกมา ราวกับใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี “ข้าส่งหลิวชิงชิงไปอยู่ที่คฤหาสน์นอกเมืองหลวงแล้ว มอบเงินให้นางก้อนหนึ่ง และชาตินี้จะไม่พบนางอีก” "เรื่องของฉู่ฉู่...เป็นข้าที่ติดค้างเจ้า ตลอดห้าปีมานี้ เป็นข้าที่ตาบอดใจมืดบอด ผิดพลาดไปอย่างไม่น่าให้อภัย""เหวินอวี้เจา...นิสัยใจคอของเขาใช้ได้ทีเดียว"เขาเอ่ยออกมาอย่างกระท่อนกระแท่น ทุกตัวอักษรคล้ายกับมีหยาดโลหิตปนอยู่"รอจนสร้างเขื่อนเสร็จสิ้น ข้าจะทูลขอต่อพระองค์เพื่อเดินทางไปประจำการปกป้องชายแดนทางเหนือ วันหน้า...จะมิกลับมาอีกแล้ว"หลังจากเขาเอ่ย

  • ลิขิตรักใต้เมฆา   บทที่ 18

    ฝนตกกระหน่ำลงมาดั่งฟ้ารั่ว สถานการณ์บนเขื่อนกั้นน้ำเต็มไปด้วยอันตรายรอบด้านในขณะที่ทุกคนกำลังทุ่มเทแรงกายเสริมความแข็งแรงให้แก่ฐานเขื่อน จู่ๆ เนินเขาด้านบนที่ชุ่มโชกไปด้วยน้ำฝนจนดินอ่อน และมีเสียงลั่นแตกหักดังขึ้น"ระวัง! หินบนภูเขาร่วงลงมาแล้ว!" ใครคนหนึ่งแผดเสียงร้องตะโกนจนสุดเสียงหินก้อนใหญ่สองสามก้อนกวาดเอาดินโคลนถล่มลงมา พุ่งเข้าใส่ทิศทางที่หยุนชียืนอยู่เสียงดังสนั่นในชั่วพริบตาเดียว เงาสองร่างก็ขยับเคลื่อนไหวพร้อมๆ กัน!เหวินอวี้เจาที่อยู่ใกล้กว่าปฏิกิริยาตอบโต้รวดเร็วมาก เขาคว้าต้นแขนของหยุนชีไว้ หมายจะฉุดดึงนางให้พ้นจากจุดอันตรายทว่าอีกร่างหนึ่งกลับรวดเร็วยิ่งกว่าคนคนนั้นคือเผยอี้เขาแทบจะไม่หยุดคิดเลยด้วยซ้ำ ทว่าเขาทำไปตามสัญชาตญาณ พุ่งตัวเข้าไปขวาง แล้วใช้แผ่นหลังของตัวเองกำบังปกป้องหยุนชีเอาไว้แน่น"ปัง!"เสียงกระแทกหนักอึ้งดังขึ้น หินก้อนใหญ่กระแทกเข้าที่กลางแผ่นหลังของเขาอย่างจังร่างกายของเผยอี้สั่นสะท้าน ความรู้สึกหวานคาวแล่นขึ้นมาจุกที่ลำคอ เขาพ่นโลหิตสดๆ ออกมาคำหนึ่ง สาดกระเซ็นลงบนพื้นโคลนเขาครางในลำคอเบาๆ แล้วล้มพับอ่อนแรงลงไป ทว่าส่วนลึกของจิตใต้สำน

  • ลิขิตรักใต้เมฆา   บทที่ 17

    คนของหยุนชีไม่ได้หยุดพัก รีบมุ่งตรงไปยังจุดเลือกสร้างเขื่อนใหม่ทันทีณ บริเวณสถานที่ก่อสร้างตัวเขื่อน ลมแม่น้ำพัดกรรโชกแรง กระแสน้ำไหลเชี่ยวกรากเหล่าคนงานและช่างฝีมือทำงานกันขวักไขว่ราวกับฝูงมด เสียงตะโกนประสานงานกับเสียงกระแทกดินดังสลับกัน บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักหยุนชีและเหวินอวี้เจาอยู่ภายในเพิงพักคนงานที่สร้างขึ้นชั่วคราว กำลังกางแบบแปลนแผนที่ภูมิศาสตร์หารือรายละเอียดร่วมกับช่างผู้เชี่ยวชาญด้านระบบน้ำอาวุโสหลายท่าน"ท่านหญิง ใต้เท้าเหวิน แม้ท้องน้ำบริเวณนี้จะดูมั่นคง แต่ชั้นล่างส่วนใหญ่เป็นทรายไหล หากสร้างเขื่อนตรง ๆ เกรงว่าฐานจะไม่แข็งแรง”ช่างระบบน้ำอาวุโสผู้มีผมและหนวดเคราขาวโพลนคนหนึ่งชี้ไปที่แบบแปลนแล้วขมวดคิ้วแน่นปลายนิ้วของหยุนชีลากผ่านแนวเส้นทางเดินของลำน้ำ"หากพวกเราตอกเสาเข็มให้ลึกขึ้น จากนั้นก็ถมหินเข้าไป แล้วค่อยๆ เสริมความแข็งแรงขึ้นมาเป็นชั้นๆ เพื่อต้านทานการกัดเซาะจะสามารถทำได้หรือไม่?""วิธีนี้ดียิ่งนัก แต่จะสิ้นเปลืองทั้งเวลาและแรงงานเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวพ่ะย่ะค่ะ" ขุนนางจากกรมโยธา แสดงสีหน้าลำบากใจเหวินอวี้เจาเอ่ยรับคำด้วยน้ำเสียงสุขุม"เรื่องนี้เก

  • ลิขิตรักใต้เมฆา   บทที่ 16

    ตั้งแต่หมอหลวงวินิจฉัยผิด โยนความผิดให้ยาเม็ดนั้นเพื่อเอาตัวรอด จนถึงเขาที่เกลียดนางและทรมานนางอยู่ห้าปีเพราะข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลนี้"...การตายของฉู่ฉู่ ไม่เกี่ยวกับยาที่เจ้าให้มาเลย""เป็นความผิดของหมอหลวง... ข้าถูกความแค้นบังตาจนหน้ามืดตามัว ข้า..."เขาพูดจาสับสนไร้ลำดับ และไม่กล้าแม้แต่จะสบตาของหยุนชีหยุนชีฟังเงียบ ๆ สีหน้าปรากฏความตกตะลึงเล็กน้อยนางเงียบไปนาน ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ ราวกับได้ยกเอาภาระหนักอึ้งบางอย่างออกไป"ที่แท้... ก็เป็นเช่นนี้เอง"นางพูดเสียงเบา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโล่งใจ“ข้าเชื่อมาตลอดจริง ๆ ว่าเป็นเพราะยาของข้า…ดังนั้นหลายปีมานี้ ไม่ว่าท่านจะปฏิบัติต่อข้าเช่นไร แม้ข้าจะเจ็บแค้น แต่ก็ยังรู้สึกเสมอว่า…ข้าติดค้างนางอยู่”เพราะเหตุนี้ นางถึงได้อดทนอดกลั้นมานานขนาดนี้เพราะเหตุนี้ในตอนนั้น ที่เขาบีบคั้นให้นางแกะสลักป้ายวิญญาณ ทั้งที่บาดแผลที่มือยังไม่หายดี แต่นางก็ยังคงลงมือแกะสลักมันหัวใจของเผยอี้ราวกับถูกกระชากอย่างแรง มันเจ็บปวดจนเขาแทบจะหายใจไม่ออกเขาขยับก้าวไปข้างหน้าด้วยความร้อนรน หมายจะคว้ามือของนางเอาไว้"ไม่ เจ้าไม่ได้เป็นหนี้ใครทั้งนั้น

  • ลิขิตรักใต้เมฆา   บทที่ 15

    ยาที่นางมอบให้เขาคือยาช่วยชีวิต นางแต่งงานกับเขาด้วยความรักอันเปี่ยมล้นและหัวใจที่เปี่ยมสุขเช่นนั้นตัวเขาตลอดห้าปีมานี้ ทำอะไรลงไปกันแน่?เขาแก้แค้นผู้หญิงผู้บริสุทธิ์คนหนึ่ง...ที่รักเขาอย่างลึกซึ้ง แต่กลับถูกเขาผลักลงนรกด้วยมือของตัวเองอย่างนั้นหรือ?"เอือก"รสคาวหวานพุ่งขึ้นมาจุกที่ลำคอทันควัน เผยอี้ไม่อาจฝืนทนได้อีกต่อไป โลหิตสดคำหนึ่งพุ่งออกจากปาก กระเซ็นลงบนพื้นเย็นเฉียบ ทิ้งรอยแดงฉานเป็นจุด ๆ "ท่านแม่ทัพ!" ใต้เท้าซุนและพ่อบ้านชราร้องอุทานด้วยความตกใจแล้วรีบพุ่งเข้ามา ทว่าเผยอี้กลับสะบัดพวกเขากระเด็นออกไป โซเซลุกขึ้น ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำเขานึกถึงสายตาอันเย็นชาที่หยุนชีใช้มองเขาเป็นครั้งสุดท้ายขึ้นมาได้นึกถึงตอนที่นางเอ่ยอย่างเด็ดขาดว่า "ไม่มีสิ่งใดติดค้างกันอีก"ความเสียใจ ความหวาดกลัว ความสิ้นหวัง...ราวกับคลื่นยักษ์ซัดสาด ทะลักทลายเข้ากลืนกินเขาในพริบตาเขา...ทำอะไรลงไปกันแน่?!เผยอี้นอนซมหมดสติไข้ขึ้นสูงไม่ลดอยู่ในจวนเป็นเวลาสองวันเต็มยามที่ตื่นขึ้นมา เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมจนเปียกชุ่มเสื้อผ้าด้านในเขาต้องไปพบนางให้ได้ ตอนนี้เลยเขาตะเกียกตะกายลุกขึ้น แม้บ่าว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status