جميع فصول : الفصل -الفصل 60

66 فصول

ซาลาเปาไส้ทะลักกับขาที่หายเร็วเกินไป 1

"ก็ใช่น่ะสิ! มันต้องมีเงินเก็บเป็นพันหยวนแน่ๆ!" จางลี่ใส่ไฟตาเป็นมัน "แต่ดูสิ มันไล่ลูกคนโตอย่างแกมาอดตายอยู่ที่นี่ ส่วนตัวมันเสวยสุขกับลูกคนรอง นี่มันลำเอียงชัดๆ มันไม่เห็นหัวแกที่เป็นลูกชายคนโตเลยสักนิด!""โธ่เว้ย!" โจวต้ากังเตะถังไม้เก่าๆ จนกลิ้งหลุนๆ ไปชนผนังเสียงดังสนั่น ระบายอารมณ์ที่อัดอั้นความหิวความหนาว และคำยุยงของเมียทำให้สติของเขาขาดผึง แทนที่จะโทษตัวเองที่หูเบาทิ้งพ่อตอนลำบาก เขากลับโทษโชคชะตาและโทษแม่บังเกิดเกล้า "ถ้าฉันไม่ได้กิน พวกแกก็อย่าหวังจะได้อยู่อย่างสงบสุขเลย! คอยดูเถอะ!"เสียงทะเลาะเบาะแว้งของสองผัวเมียดังก้องไปทั่วท้ายหมู่บ้าน ชาวบ้านที่เดินแบกจอบเสียมผ่านไปมาต่างส่ายหน้าด้วยความระอา "เฮ้อ เวรกรรมจริงๆ ลูกชายคนโตตระกูลโจว เพราะตอนนั้นหลงเมียไม่เชื่อฟังแม่ตอนนี้สมน้ำหน้าแล้ว""ดูเมียโจวต้าหนิวสิ พอไม่มีสะใภ้ใหญ่ตัวซวยชีวิตหล่อนเจริญเอาๆ คนดีผีคุ้มจริงๆ"เสียงก่นด่าและเสียงข้าวของแตกหักจากกระท่อมท้ายนา ลอยตามลมมาเข้าหูคนในบ้านตระกูลโจว โจวต้าหนิวที่กำลังนวดขาอยู่อย่างมีความสุข ชะงักมือลงเล็กน้อย สีหน้าสลดลงเมื่อได้ยินเสียงลูกชายคนโตทะเลาะกับเมีย"ชิงเหอเจ้าใหญ่ม
اقرأ المزيد

ซาลาเปาไส้ทะลักกับขาที่หายเร็วเกินไป 2

"คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด" หลินชิงเหอเอ่ยสุภาษิต พลางลุกขึ้นเดินมาหาสามี "พี่ลืมไปแล้วเหรอว่าพี่เพิ่งตกเกวียนขาหักได้แค่เดือนครึ่ง หมอในอำเภอวินิจฉัยว่ากระดูกแตกละเอียด ต้องพักฟื้นเป็นปีกว่าจะเดินได้หรืออาจจะพิการถาวร แล้วถ้าจู่ๆ วันนี้พี่เดินปร๋อเหมือนคนไม่เคยเจ็บ พี่คิดว่าชาวบ้านเขาจะคิดยังไง?" เธอจิ้มนิ้วไปที่อกกว้างของสามี"คนขี้อิจฉาอย่างป้าหวัง หรือพวกบ้านเดิมตระกูลหลินพวกมันจะสงสัยว่าเรามียาวิเศษ หรือไม่ก็ต้องคิดว่าเรามีเงินถุงเงินถังไปจ้างหมอเทวดามาเป่ามนต์ ยิ่งช่วงนี้ฉันเพิ่งจะไล่เจ้าใหญ่กับเมียขี้ขโมยออกจากบ้านไปหมาดๆ ขืนมันรู้ว่าพี่หายเร็วขนาดนี้ มันได้หาข้ออ้างวิ่งแจ้นกลับมาขอส่วนบุญแน่!"โจวต้าหนิวหน้าซีดลงเล็กน้อย เขาเริ่มเข้าใจความนัยลูกคนโตที่เพิ่งถูกไล่ออกไปเพราะเมียตัวดีไปขโมยนมผงหลานกิน ถ้ามันรู้ว่าพ่อหายดีแล้วภายในเดือนเดียว นังจางลี่ต้องยุยงให้มันกลับมาเกาะแกะแน่ๆ แถมชาวบ้านอาจจะนินทาว่าเขาแกล้งเจ็บเพื่อหาเรื่องไล่ลูกชายคนโตออกจากตระกูล"แล้ว... แล้วเธอจะให้ผมทำยังไง?" หลินชิงเหอยื่นไม้เท้าอันเก่าให้เขา"ถือมันไว้เดินกะเผลกต่อไปอีกสักพัก ให้คนเขาเห็นว่าค่อยๆ ด
اقرأ المزيد

ซาลาเปาไส้ทะลักกับขาที่หายเร็วเกินไป 3

กลิ่นของแป้งหมี่ขาวชั้นดีผสมกับกลิ่นมันหมูและเครื่องเทศ มันรุนแรงเสียจนคนงานที่กำลังหิวโซถึงกับหยุดเดินแล้วหันมองเป็นตาเดียวโจวเอ้อร์กังเห็นพ่อกับแม่ยืนอยู่ก็รีบวิ่งเข้ามาด้วยความดีใจระคนแปลกใจ "แม่! พ่อ! มาทำอะไรที่นี่ครับแล้วขาพ่อ""จุ๊ๆ!" หลินชิงเหอส่งสัญญาณให้เงียบ "พ่อเอ็งดีขึ้นเยอะแล้ว วันนี้แม่ทำซาลาเปามาเยี่ยมลูก กินคนเดียวไม่หมดหรอกเจ้ารองลองเอาไปแบ่งเพื่อนๆ ชิมสิ"หลินชิงเหอหยิบซาลาเปาลูกยักษ์ส่งให้ลูกชาย โจวเอ้อร์กังรับมากัดคำโตกร๊อบ! เสียงกัดโดนกะหล่ำปลีกรุบกรอบที่ผสมในไส้ ตามด้วยน้ำซุปหมูสับที่ชุ่มฉ่ำทะลักออกมาเต็มปาก รสชาติเค็มหวานกลมกล่อมของหมูหมักเข้ากันได้ดีกับไข่ต้มมันๆ และแป้งนุ่มฟู"อร่อย! อร่อยมาก!" โจวเอ้อร์กังอุทานเสียงดังโดยไม่ต้องเตี๊ยม "แม่! นี่มันอร่อยกว่าซาลาเปาในภัตตาคารรัฐบาลอีก!" เพื่อนคนงานที่ยืนมองน้ำลายยืด ทนไม่ไหวอีกต่อไป"ป้าครับนั่นซาลาเปาไส้อะไรครับ ขายไหมครับ" หลินชิงเหอปรายตามองยิ้มมุมปาก "ซาลาเปาหมูสับไข่ต้มแป้งขาวล้วน ป้าไม่ได้ตั้งใจมาขายหรอกนะแค่เอามาให้ลูกชาย แต่ถ้าพวกพ่อหนุ่มอยากกินป้าแบ่งให้ก็ได้" เธอเว้นจังหวะนิดหนึ่งเพื่อสร้างมูลค่า "ลู
اقرأ المزيد

บทเรียนของลูกทรพี 1

ลมหนาวในเดือนธันวาคมพัดกรูเกรียวผ่านช่องรอยแตกของผนังดินเหนียว ส่งเสียงหวีดหวิวราวกับภูตผีกำลังร้องไห้ ณ กระท่อมซอมซ่อท้ายหมู่บ้าน บรรยากาศภายในนั้นหนาวเหน็บยิ่งกว่าภายนอกเสียอีก เพราะไม่มีฟืนเพียงพอที่จะจุดเตาให้ความอบอุ่นตลอดคืนโจวต้ากังพี่ชายคนโตของตระกูลโจว นั่งคุดคู้อยู่บนเตียงเตาที่เย็นชืด เขาเอามือกุมท้องที่ร้องโครกครากมาตั้งแต่หัวค่ำ ความหิวโหยมันทรมานยิ่งกว่ามีมีดมากรีดกระเพาะ เขาไม่ได้กินข้าวตกถึงท้องมาสองมื้อแล้ว มีเพียงน้ำต้มผักป่าจางๆ ที่แทบไม่มีรสชาติ"ต้ากัง... ฉันหิว ลูกในท้องก็หิว" เสียงกระซิกกระซี้ดังมาจากใต้ผ้าห่มเน่าๆ ข้างกาย จางลี่นอนตะแคงหันหลังให้สามี แสร้งทำเสียงอ่อนระโหยโรยแรงโจวต้ากังถอนหายใจยาว "จางลี่อดทนหน่อยนะ พรุ่งนี้ฉันจะลองไปขอยืมข้าวสารจากหัวหน้าหมู่บ้านดู""ยืมหัวหน้าหมู่บ้าน" จางลี่พลิกตัวกลับมาขวับแววตาตาวาวโรจน์ในความมืด"พี่จะบากหน้าไปให้เขาด่าทำไม! ในเมื่อบ้านแม่พี่มีข้าวสารเป็นถังๆ มีเนื้อหมูเป็นกิโลๆ กินทิ้งกินขว้าง! พี่เป็นลูกชายคนโตนะ เป็นสายเลือดแท้ๆ ทำไมถึงยอมให้ตัวเองกับเมียมานอนอดตายอยู่อย่างนี้!""แต่... แม่ไล่เราออกมาแล้ว" โจวต้ากังเ
اقرأ المزيد

บทเรียนของลูกทรพี 2

"แม่... พ่อ..." โจวต้ากังเอ่ยเสียงแหบแห้ง บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบกริบลงทันที หลินชิงเหอวางตะเกียบลงช้าๆ สายตาเย็นชาดุจน้ำแข็งมองไปที่ลูกชายคนโต"มาทำไม? ใครเชิญ?"คำพูดสั้นๆ แต่บาดลึกโจวต้ากังหน้าชาวูบ แต่เขาก็นึกถึงคำพูดของจางลี่และลูกในท้องขึ้นมาได้ เขาสูดหายใจลึกรวบรวมความกล้า "แม่... ผม... ผมมีข่าวดีมาบอก""ข่าวดี?" หลินชิงเหอเลิกคิ้ว "บ้านแกมีข่าวดีอะไรจางลี่เลิกนิสัยขี้ขโมยแล้วเหรอ หรือแกฉลาดขึ้นมาบ้างแล้ว"โจวต้ากังส่ายหน้า "ไม่ใช่ครับแม่... คือว่าจางลี่... จางลี่ท้องครับ!"เคร้ง! ช้อนในมือของหวังชุนฮวาร่วงลงกระทบชาม ทุกคนบนโต๊ะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ โจวต้าหนิวมีสีหน้าลังเล "ท้อง? จริงหรือเจ้าใหญ่?""จริงครับพ่อ!" โจวต้ากังรีบใส่ไฟ "หมอบอกว่าท้องได้เดือนกว่าแล้ว แต่ร่างกายจางลี่อ่อนแอมาก เพราะ... เพราะขาดสารอาหาร หมอบอกว่าถ้าไม่ได้กินไข่กินเนื้อบำรุงดีๆ หลานอาจจะหลุดได้"เขาคุกเข่าลงกับพื้นบีบน้ำตา "แม่... ผมรู้ว่าผมผิดที่แยกบ้านไป แต่เด็กในท้องไม่รู้เรื่องด้วย ถึงแม่จะมีหลานจากเจ้ารองแล้ว แต่นี่คือลูกของผม... ลูกของลูกชายคนโตนะครับแม่! แม่จะใจดำทนดูเลือดเนื้อเชื้อไขของผมอดตา
اقرأ المزيد

บทเรียนของลูกทรพี 3

"เฮ้อ..." เธอโยนหมั่นโถวกลับลงไปในตะกร้า แล้วเอื้อมมือไปคว้าแขนเสื้อลูกชาย กระชากให้ลุกขึ้นแต่แรงที่ใช้ไม่ได้มากนัก"ลุกขึ้น! แล้วมานั่งนี่!"เธอลากเก้าอี้ว่างตัวหนึ่งมาแทรกที่ข้างโต๊ะอาหาร "นั่งลง! สภาพดูไม่ได้เหมือนผีตายซากขนาดนี้ ขืนปล่อยให้เดินกลับไปชาวบ้านจะหาว่าตระกูลโจวแล้งน้ำใจ ปล่อยให้ลูกชายคนโตอดตาย!"โจวต้ากังยืนงงทำอะไรไม่ถูก "แม่... ให้ผมนั่งเหรอครับ?""บอกให้นั่งก็นั่งสิ!" หลินชิงเหอตวาดแก้เขิน ก่อนจะหันไปตักข้าวสวยร้อนๆ พูนชาม แล้วคีบ น่องไก่ชิ้นโตจากหม้อตุ๋นโปะลงไป ตามด้วยราดน้ำซุปหอมฉุยจนชุ่มโชก ส่งให้ลูกชาย ปึก! เสียงวางชามหนักๆ ดังขึ้นตรงหน้าโจวต้ากัง"กินซะ! กินให้มันอิ่มท้อง สมองจะได้แล่น!" หลินชิงเหอพูดเสียงห้วน แต่สายตาที่มองลูกชายกลับสั่นไหวเล็กน้อย"จำรสชาตินี้ไว้ให้ดีนะต้ากังนี่คือข้าวที่แม่แก พ่อแก แล้วก็น้องแกหามาด้วยน้ำพักน้ำแรง ไม่ใช่ได้มาเพราะคำโกหกพกลม!"โจวต้ากังมองชามข้าวที่มีน่องไก่ชิ้นโตตรงหน้า กลิ่นหอมของมันทำเอาน้ำตาเขาร่วงเผาะลงมาหยดใส่ข้าว ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขาได้กินแต่น้ำต้มผักขมๆ กับคำด่าทอของจางลี่ แต่ที่นี่ในบ้านที่เขาเพิ่งจะทิ้งไป แม่กลั
اقرأ المزيد

กับดักของคนขี้อิจฉา 1

รอยช้ำสีม่วงคล้ำขนาดใหญ่ปรากฏเด่นชัดบนแก้มซ้ายของ จางลี่มันคือตราประทับแห่งความอัปยศที่โจวต้ากัง สามีผู้เคยหัวอ่อนได้มอบให้เมื่อคืนวาน ความเจ็บปวดทางกายหรือจะสู้ความเจ็บแค้นทางใจ จางลี่นั่งกัดเล็บตัวเองอยู่ในเงามืดของกระท่อม สายตาจ้องมองไปยังทิศทางของบ้านตระกูลโจวหลังใหญ่ด้วยความอาฆาตมาดร้าย"นังสารเลวหลินชิงเหอ... แกทำลายชีวิตฉัน แกยุยงให้ผัวตบตีฉัน!" จางลี่พึมพำเสียงลอดไรฟัน"แกกินดีอยู่ดี มีเนื้อกิน มีแป้งขาวกิน ในขณะที่ฉันต้องมาแทะรากไม้ ได้! ในเมื่อฉันไม่ได้ดีแกก็อย่าหวังจะได้อยู่อย่างสงบสุข!"ความคิดชั่วร้ายผุดขึ้นในสมอง จางลี่ยกมือขึ้นลูบแก้มที่บวมเป่ง ก่อนจะแสยะยิ้มอำมหิต ในยุคสมัยนี้ข้อหาที่ร้ายแรงที่สุดไม่ใช่การฆ่าคนหรือปล้นทรัพย์ แต่คือการเก็งกำไรหรือการทำตัวเป็นนายทุนน้อย การมีทรัพย์สินมากผิดปกติหรือการค้าขายในตลาดมืด ถือเป็นอาชญากรรมที่สังคมประณาม"ถ้าพวกหน่วยลาดตระเวนรู้ว่าบ้านแกมีแป้งหมี่ขาวกับเนื้อหมูซุกซ่อนอยู่เป็นภูเขาเลากา... แกจบเห่แน่!"จางลี่ไม่รอช้าหล่อนรีบโพกผ้าปิดบังใบหน้าอันบวมช้ำ แล้วเดินลัดเลาะทุ่งนาฝ่าลมหนาวมุ่งหน้าสู่ที่ทำการคอมมูนในตัวอำเภอทันที หัวใจของ
اقرأ المزيد

กับดักของคนขี้อิจฉา 2

เจ้าหน้าที่กรูกันเข้าไปในห้องครัว เสียงรื้อค้นข้าวของดังโครมคราม หม้อไหถูกเปิดออกกระสอบถูกเทกระจาด จางลี่ยืนรอฟังเสียงแห่งชัยชนะด้วยใจระทึก"หัวหน้าครับ..." เสียงลูกน้องตะโกนออกมาจากในครัว "มาดูนี่หน่อยครับจางลี่ยิ้มกว้าง "เจอแล้วใช่ไหม! เจอหลักฐานแล้วใช่ไหม!" หล่อนรีบวิ่งตามหัวหน้าหน่วยเข้าไปในครัวแต่ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ทำให้จางลี่ต้องเบิกตาโพลงจนแทบถลนออกจากเบ้า บนพื้นครัวที่สกปรก มีเพียงเศษ แป้งข้าวโพดหยาบๆ สีเหลืองอ๋อยที่ร่วงหล่น หัวมันเทศที่ดูเหี่ยวแห้ง และไหผักดองสีคล้ำที่ส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ไม่มีแป้งขาวไม่มีเนื้อหมูไม่มีไข่ไก่ ไม่มีแม้แต่เงาของความร่ำรวย!"นะ... นี่มันอะไรกัน?" จางลี่ละล่ำละลัก หล่อนถลาเข้าไปควานหาในตู้กับข้าว แต่ก็เจอเพียงชามเปล่าและตะเกียบเก่าๆ "เป็นไปไม่ได้! เมื่อวานฉันยังได้กลิ่นไก่ตุ๋น! ฉันเห็นซาลาเปาแป้งขาว!"หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนหน้าตึงขึ้นมาทันที เขาหันมามองจางลี่ด้วยสายตาอำมหิต "ไหนล่ะแป้งขาว? ไหนล่ะเนื้อหมู? ที่เห็นอยู่นี่มีแต่ของกินคนจนทั้งนั้น!""มัน... มันต้องซ่อนไว้แน่ๆ! ขุดพื้นดูสิคะ! หรือไม่ก็บนหลังคา!" จางลี่กรีดร้องเหมือนคนบ้า พยายามจะรื้
اقرأ المزيد

ปาฏิหาริย์ขาหายและข่าวดี 1

ปลายเดือนธันวาคม ปี 1978 หิมะแรกของฤดูหนาวเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างเงียบเชียบ เกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ ปกคลุมหมู่บ้านซานเจียงจนกลายเป็นโลกสีเงินยวง ทุ่งนาที่เคยเขียวขจีตอนนี้กลายเป็นลานหิมะกว้างสุดลูกหูลูกตา อากาศหนาวเย็นยะเยือกจนชาวบ้านต่างพากันขดตัวอยู่แต่ในบ้าน ผิงไฟบนเตียงเตาที่อุ่นระอุพลางจิบชาร้อนเพื่อสร้างความอบอุ่นให้ร่างกายแต่ทว่าที่ลานนวดข้าวกลางหมู่บ้าน กลับมีชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งกำลังทำงานอย่างขะมักเขม้นท่ามกลางลมหนาวที่พัดกรูเกรียว แผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อนวมเก่าๆ ของเขามีไอร้อนระเหยออกมาจางๆ แสดงถึงพลังงานความร้อนในร่างกายที่เผาผลาญจากการออกแรงอย่างหนักโจวต้าหนิวหัวหน้าครอบครัวตระกูลโจว กำลังแบกกระสอบข้าวสารหนักอึ้งสองกระสอบซ้อนกันบนบ่าอันแข็งแกร่ง เขาเดินดุ่มๆ ไปที่เกวียนของกองพลผลิตด้วยท่วงท่ามั่นคง ฝีเท้าของเขานั้นหนักแน่นราวกับตอกเสาเข็มลงบนพื้นดิน และที่สำคัญที่สุดเขาไม่ได้ใช้ไม้เท้า!"เฮ้ย! นั่นมันโจวต้าหนิวนี่นา!" ลุงจางเพื่อนบ้านวัยชราที่เดินผ่านมา ขยี้ตาตัวเองด้วยความงุนงง "ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า? หรือว่าหิมะมันบังตา? ทำไมเขาเดินตัวปลิวแบบนั้นล่ะ?"เสียงอุทานด้ว
اقرأ المزيد

ปาฏิหาริย์ขาหายและข่าวดี 2

หลินชิงเหอรู้อนาคตดีกว่าใคร ว่านับจากเดือนธันวาคม 1978 นี้ไป ประเทศจีนจะพลิกโฉมหน้าไปตลอดกาล ประตูแห่งโอกาสทางการค้าจะถูกเปิดออกอย่างช้าๆ การศึกษาจะกลายเป็นใบเบิกทางสู่อนาคตที่รุ่งโรจน์ และที่ดินในเมืองจะมีค่าดั่งทองคำ ยิ่งกว่าเพชรนิลจินดาเธอวางตะเกียบลงทันที เสียงกระทบชามดัง กริ๊ก ทำให้ทุกคนบนโต๊ะชะงัก สีหน้าของหลินชิงเหอจริงจังขึ้นจนทุกคนต้องหยุดกิน"พี่ต้าหนิว... เจ้ารองฟังแม่นะ" น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่ทรงพลัง"จ้ะแม่/จ้ะเมีย" โจวต้าหนิวและโจวเอ้อร์กังวางชามลงรอฟังคำสั่ง"ฉันตัดสินใจแล้ว..." หลินชิงเหอสูดหายใจลึก กวาดสายตามองหน้าทุกคน "เราจะขายบ้านหลังนี้! แล้วย้ายไปอยู่ในตัวอำเภอหรืออาจจะไปถึงในเมืองมณฑล!""ฮะ!!!"โจวต้าหนิวตะลึงจนตะเกียบร่วงจากมืออ้าปากค้าง "ขายบ้าน? ย้ายเข้าเมือง? เมียจ๋าเธอพูดเล่นใช่ไหม? เราเป็นชาวนานะ ทะเบียนบ้านเราก็อยู่ที่นี่ ถ้าไปในเมืองเราจะไปทำมาหากินอะไร? เราไม่มีที่ดินทำกินในเมืองนะ!""นั่นสิครับแม่" โจวเอ้อร์กังเสริมด้วยความกังวล "งานโรงงานผมก็มั่นคงดีอยู่แล้ว ถ้าเราย้ายไปไกลกว่านี้ ผมจะเดินทางยังไง""งานโรงงานเดือนละ 30 หยวนน่ะเหรอ?" หลินชิงเหอสวนก
اقرأ المزيد
السابق
1234567
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status