All Chapters of จมดิ่งในความเงียบของพวกเขา: Chapter 1 - Chapter 10

10 Chapters

บทที่ 1

ทุกลมหายใจเหมือนมีเศษแก้วบาดอยู่ในลำคอ ซี่โครงของฉันหักฟองเลือดผุดขึ้นที่ริมฝีปาก เปื้อนพื้นหินอ่อนสีขาวจนกลายเป็นสีแดงฉาน“แกอยู่เงียบ ๆ ไม่ได้หรือไง อยากทำให้น้องเป็นบ้าใช่ไหม” พ่อของฉัน วิคเตอร์ ตวาดลั่นจนคฤหาสน์ทั้งหลังราวกับสั่นสะเทือนฉันอยากบอกเขาว่ามันเป็นอุบัติเหตุ แต่ลำคอของฉันเต็มไปด้วยเลือด ฉันเปล่งเสียงออกมาไม่ได้เลยข้างโต๊ะกระจกที่แตกละเอียด โคลอี้ น้องสาวของฉัน ขดตัวเป็นก้อน เอามือปิดหูแน่น และกรีดร้องเสียงแหลมบาดหู“เซร่าตั้งใจทำ! เซร่าอยากฆ่าหนู! เอาเธอออกไปจากหนูนะ! เอาเธอออกไป!”แม่ของฉัน เอเลน่า คุกเข่าลงตรงหน้าโคลอี้ คอยดูแลบาดแผลตื้น ๆ บนแขนของเธอ พร้อมปลอบโยน“ไม่เป็นไรนะลูก ไม่เป็นไร แม่อยู่นี่แล้ว เซร่าจะไม่มารบกวนลูกอีก”ฉันพยายามยกมือขึ้นเพื่อขอความช่วยเหลือแต่เลือดกลับยิ่งเป็นฟองผุดขึ้นที่ริมฝีปาก ความมืดกำลังคืบคลานเข้ามา“พ่อ… แม่…” เสียงของฉันเบาแทบไม่ต่างจากเสียงกระซิบไม่มีใครหันกลับมามองภาพตรงหน้าของฉันเริ่มพร่ามัวโลกของพวกเขาหดเล็กลงจนเหลือเพียงน้องสาวของฉันที่กำลังตัวสั่นอยู่ข้างโต๊ะที่แตกพังความคิดของฉันย้อนกลับไปยังบ่ายวันนั้น วันที่เปลี่ยนแป
Read more

บทที่ 2

ฉันนึกถึงงานเลี้ยงอาหารค่ำของครอบครัวเมื่อเดือนที่แล้ว งานเลี้ยงที่เป็นทางการ ฉันสวมชุดกระโปรงสีขาว ยืนอยู่ตรงมุมห้องราวกับวิญญาณไร้ตัวตนแต่ลูกสาวของตระกูลคู่แข่งก็ยังหาฉันเจออยู่ดี“ดูสิว่าเราเจอใคร เจ้าหญิงล่องหนนี่เอง” อิซาเบลล่า โรเซตติ ขวางทางฉันไว้ ริมฝีปากเหยียดเป็นรอยยิ้มเยาะอย่างโหดร้ายเด็กสาวอีกสองคนซึ่งเป็นคู่แข่งของฉันจากสถาบันบัลเลต์ยืนขนาบอยู่ข้างเธอ“ได้ยินว่าเธอแย่งตำแหน่งของฉันที่รอยัลไปนี่” น้ำเสียงของอิซาเบลล่าหวานเคลือบพิษ “เธอคิดว่าตัวเองดีพอจริง ๆ เหรอ”พวกเธอผลักฉันเข้าไปในห้องแต่งตัว แล้วล็อกประตู“คิดว่าตัวเองพิเศษนักหรือไง” แอนนาหยิบกรรไกรอันเล็กออกมา แล้วเริ่มตัดชุดของฉัน “แม้แต่พ่อแม่ของเธอยังไม่สนใจเธอเลย”ฉันพยายามขัดขืน แต่พวกเธอมีมากเกินไป“ได้โปรด อย่าทำเลย” เสียงของฉันสั่น “เธอเอาตำแหน่งนั้นไปได้เลย ฉันจะยกให้เธอ”“สายไปแล้ว” อิซาเบลล่าพูด พลางใช้ส้นรองเท้าแหลมกดบดลงบนนิ้วเท้าของฉัน “เธอควรรู้จักที่ทางของตัวเองให้เร็วกว่านี้”เลือดซึมผ่านถุงน่องสีขาวของฉันแต่ฉันกัดฟันกลั้นเสียงกรีดร้องไว้ ฉันกลืนก้อนสะอื้นลงคอ แค่เสียงเดียว แค่เสียงสะอื้นเดียวก็อาจด
Read more

บทที่ 3

วิญญาณของฉันล่องลอยอยู่ในอากาศราวกับขนนก มองดูคฤหาสน์ค่อย ๆ เล็กลงอยู่เบื้องหลังฉันรู้สึกเหมือนวิญญาณที่ไม่มีที่ให้กลับไปตรงมุมบันได โทรศัพท์ของฉันยังคงกะพริบเตือนข้อความที่ยังไม่ได้อ่านชื่อของแคสซิโอปรากฏอยู่บนหน้าจอ“เซร่า คืนนี้นาตาลี พอร์ตแมนขึ้นแสดงสวอนเลคที่ลินคอล์นเซ็นเตอร์นะ ฉันรู้ว่านาตาลีเป็นนักเต้นคนโปรดของเธอ ทำไมเธอถึงไม่มาล่ะ”“การแสดงกำลังจะเริ่มแล้ว ฉันอยู่ในห้องวีไอพี รอเธออยู่”“เธอโอเคไหม”ฉันจ้องมองข้อความเหล่านั้น ความรู้สึกขมขื่นถาโถมเข้ามาแคสซิโอ โรมาโน่ ทายาทของตระกูลโรมาโน่ซึ่งเป็นคู่แข่งของเรา เขาหล่อเหลา สง่างาม และเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่มองเห็นฉัน เขาใช้เวลาสองปีเพื่อพยายามดึงความสนใจจากฉันเขารู้ว่าฉันรักบัลเลต์ และมักชวนฉันไปดูการแสดงอยู่เสมอแต่ฉันไม่เคยกล้าตอบตกลงเลยสักครั้งข้อแรก เพราะเรื่องระหว่างตระกูลของเรา ข้อสอง เพราะฉันกลัวเหลือเกินว่าน้องสาวจะรู้เข้าแล้วอาการกำเริบ“ถ้าเธอออกไปกับผู้ชายเลว ๆ พวกนั้น ฉันจะกระโดดลงจากระเบียง!” ครั้งหนึ่งโคลอี้เคยกรีดร้องใส่ฉันแบบนั้นดังนั้นฉันจึงปฏิเสธแคสซิโอครั้งแล้วครั้งเล่า และพลาดการแสดงทุกครั้งไปครั้ง
Read more

บทที่ 4

โทรศัพท์ของพ่อหลุดจากมือที่สั่นเทา แตกกระจายบนพื้นกระเบื้อง“เลือดเต็มไปหมด...” เขาพึมพำ คำพูดเหล่านั้นฟังแทบไม่เป็นภาษาแม่รีบวิ่งออกมาจากห้องผู้ป่วย คว้าแขนพ่อไว้ “วิคเตอร์ เกิดอะไรขึ้นคะ เลือดอะไร”“เซร่าตายแล้ว” พ่อพูดเสียงแหบพร่าสีเลือดบนใบหน้าของแม่หายวับไปทันที“ไม่! เป็นไปไม่ได้! ก็แค่ล้มไม่ใช่เหรอ!” แม่ส่ายหน้าอย่างเสียสติ “เธอยังเด็กมาก แข็งแรงมาก มันจะเป็นไปได้ยังไง”พวกเขาเดินโซเซไปทางลิฟต์ ทิ้งโคลอี้ไว้ข้างหลัง ลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปจนหมดวิญญาณของฉันตามพวกเขาไป มองดูพ่อแม่ที่กำลังตื่นตระหนกจนเสียขวัญน่าขันสิ้นดี หลังจากฉันตายแล้ว พวกเขาถึงเพิ่งสนใจไยดีฉันขึ้นมารถพุ่งทะยานฝ่าความมืดยามค่ำคืน คนขับเหยียบคันเร่งจนมิดพ่อกำหมัดแน่น เส้นเลือดปูดขึ้นบนหน้าผาก “ผมชนลูก... เป็นผมเอง...”แม่กรีดร้อง “ไม่! คุณต้องช่วยโคลอี้! มันเป็นอุบัติเหตุ!”คนสนิทที่ไว้ใจที่สุดของตระกูลปิดกั้นห้องโถงใหญ่ไว้ พ่อบ้านชรายืนหน้าตึงอยู่ตรงเชิงบันไดวน“นายท่าน คุณผู้หญิงครับ” เสียงของเขาสั่นเครือ “คุณหนูเซร่า...”แม่กรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวดปานใจจะขาด เมื่อเห็นใบหน้าซีดเผือดของฉันอยู่ในจุดอับสายตาใต
Read more

บทที่ 5

คำพูดเหล่านั้นแทงทะลุอกพ่อราวกับคมมีดเขาทรุดลงกับพื้น ปล่อยเสียงคำรามแหบพร่าด้วยความเจ็บปวดออกมาเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามา เป็นหมอเกรย์สัน หมอที่ครอบครัวไว้วางใจที่สุดเขาเดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ในมือถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเล่มหนา“วิคเตอร์ มีบางอย่างที่คุณต้องดู”หมอชรากระแทกแฟ้มลงบนโต๊ะโดยไม่ลังเล รูปถ่ายและภาพเอกซเรย์ปึกหนึ่งไหลออกมา“นี่มันอะไร” พ่อถาม ดวงตาแดงก่ำ“ความทุกข์ทรมานของเซร่าไม่ได้เพิ่งเริ่มวันนี้” หมอเกรย์สันพูด น้ำเสียงเย็นเยียบ “นี่คือบันทึกการรักษาที่ผมทำให้เธอเป็นการส่วนตัว”พ่อถึงกับหายใจสะดุดเมื่อเห็นรูปแรก มันคือภาพนิ้วเท้าของเซร่าที่เละผิดรูป เล็บหลุดออกจนหมด เนื้อบวมช้ำจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้“กระดูกนิ้วเท้าแตกจากแรงกดทับอย่างรุนแรง” หมอชี้ไปที่ภาพเอกซเรย์ “นี่เป็นภาพเมื่อเดือนก่อน เกิดจากการถูกส้นสูงเหยียบซ้ำ ๆ”ใบหน้าของพ่อซีดลงทุกวินาทีรูปถ่ายอื่น ๆ ถูกแผ่ออกมา รอยช้ำบนแขน ความเสียหายของเนื้อเยื่ออ่อนบริเวณซี่โครง และแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนรุนแรงน่าเกลียด“นี่คือร่องรอยการทรมาน” น้ำเสียงของหมอเกรย์สันไร้ชีวิตชีวา ไร้ความอบอุ่น ไร้ควา
Read more

บทที่ 6

“อาการซึมเศร้าของเธอเพิ่งเริ่มดีขึ้นจากการรักษา” หมอเกรย์สันเปิดไปที่หน้าสุดท้ายของแฟ้ม “การบำบัดทุกสัปดาห์ช่วยจุดประกายความหวังเล็ก ๆ ให้เธอยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อ”พ่อมองเขาอย่างเหม่อลอย “เดี๋ยวก่อน คนที่มีปัญหาทางจิตใจไม่ใช่โคลอี้หรอกเหรอ เธอต้องได้รับการรักษาเป็นประจำมาตั้งแต่เด็ก...”หมอเกรย์สันตัดบทเขาอย่างเย็นชา “คุณเข้าใจผิดแล้ว วิคเตอร์ โคลอี้ปฏิเสธการตรวจระบบประสาททุกครั้งที่เรานัดไว้”เขาเปิดแฟ้มอีกเล่มหนึ่ง ชื่อของเซร่าถูกพิมพ์ไว้อย่างชัดเจนบนแถบแฟ้ม“คนที่แอบมารับการบำบัดทุกสัปดาห์คือลูกสาวคนโตของคุณต่างหาก”โลกทั้งใบของพ่อพังทลายลงในพริบตา“ไม่... เป็นไปไม่ได้...” เขาพึมพำ “โคลอี้เป็นออทิสติก เธอต้องได้รับการรักษา...”“ลูกสาวคนเล็กของคุณไม่เคยให้ความร่วมมือกับการตรวจทางการแพทย์ใด ๆ เลย” หมอพูดเสียงเรียบ “เป็นคุณหนูเซร่าต่างหากที่มาขอความช่วยเหลือจากผมตอนที่เธอสิ้นหวังจนถึงที่สุด เธออ้อนวอนให้ผมช่วยดึงเธอออกจากความมืด”ใบหน้าของแม่ซีดเผือดราวกับเถ้าถ่าน เธอต้องพิงกำแพงไว้เพื่อไม่ให้ล้มลงทันใดนั้น มาร์โค บอดี้การ์ดคนสนิท ก็พุ่งเข้ามาในห้องทำงาน“นายท่านครับ! โรงพยาบาลเพิ่งโท
Read more

บทที่ 7

เหล่าดอนพิจารณาขวดแก้วนั้น สีหน้าของพวกเขาค่อย ๆ เคร่งเครียดขึ้นโคลอี้เกาะพ่อไว้แน่น น้ำตาไหลอาบแก้ม“พ่อคะ หนูไม่อยากพูดเรื่องนี้จริง ๆ...” เสียงของเธอสั่นเครือ “เซร่าทำตัวสูงส่งเหนือคนอื่นมาตลอด แต่ลึก ๆ แล้วเธออยากให้หนูตาย”พ่อมองลูกสาวผู้อ่อนแอของเขา แล้วความรู้สึกผิดที่ถูกปลุกขึ้นจากไดอารี่และบันทึกทางการแพทย์ก็เริ่มจางลงการต้องแบกรับความรู้สึกผิดว่าเป็นคนฆ่าลูกสาวของตัวเองนั้นหนักเกินจะทนไหว ดังนั้นจิตใจของเขาจึงต้องการตัวร้ายสักคนให้โยนความผิดใส่ การเชื่อว่าเซร่าเป็นปีศาจง่ายกว่าการเผชิญหน้ากับความจริง นั่นคือทางหนีเดียวของเขาแม่ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็เกาะทางรอดเส้นเดียวกันเอาไว้ เธอตั้งใจปิดกั้นภาพถ่ายน่าสยดสยองที่หมอชรากระแทกลงบนโต๊ะออกจากความคิดแม่หันกลับไปมองลูกสาวคนเล็กด้วยสีหน้าสงสารจับใจในอีกไม่กี่วันต่อมา พิษร้ายจากคำโกหกของโคลอี้ก็แพร่กระจายไปทั่วห้าตระกูลใหญ่เธอนั่งอยู่บนรถเข็นในชุดผู้ป่วยสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ ปั้นแต่งคำโกหกทั้งน้ำตาเรื่องแล้วเรื่องเล่าให้เหล่าทายาทและผู้คนจากสังคมชั้นสูงที่มาเยี่ยมฟัง“เซร่าอิจฉามาตลอดที่ฉันได้รับความสนใจ” เธอยกมือปิดหน้าแล้วสะอื้นไห
Read more

บทที่ 8

ในที่สุด วิญญาณของฉันก็ได้เห็นความจริงอันน่าเกลียดน้องสาวของฉันไม่เคยมีภาวะรับสิ่งเร้าทางประสาทสัมผัสมากเกินไปเลย เธอเพียงเสพติดการเล่นบทเหยื่อเพื่อควบคุมครอบครัวทุก ๆ “อาการกำเริบ” คือการแสดงที่ถูกคำนวณมาอย่างดี ทุกเสียงกรีดร้องคือเครื่องมือที่ใช้บงการทุกคนรอบตัวเธอพิธีศพของฉันจัดขึ้นในอีกสามวันต่อมาห้องโถงคฤหาสน์สไตล์โกธิกถูกจัดแต่งไว้อย่างหม่นหมองและเคร่งขรึม โคมระย้าคริสตัลขนาดใหญ่ทอแสงสีเหลืองสลัวตระกูลมาเฟียใหญ่ ๆ ทุกตระกูลต่างส่งคนมาไว้อาลัย รวมถึงพวกผู้หญิงที่เคยกลั่นแกล้งฉันด้วยอิซาเบลล่า โรเซตติ ในชุดชาแนลสีดำ กระซิบกระซาบกับสาวสังคมอีกสองสามคน“ได้ยินว่าท้ายที่สุดยัยนั่นพยายามวางยาพิษน้องสาวตัวเองด้วยนะ หล่อนสมควรตายแล้ว”“ตายไปได้ก็ดี โลกนี้คงดีขึ้นเยอะถ้าไม่มีคนโรคจิตแบบเธอ”“โคลอี้น่าสงสารจริง ๆ ถ้ารู้ว่าพี่สาวตัวเองเป็นพิษขนาดนั้น น่าจะเปิดโปงตั้งแต่แรกไปเลย”วิญญาณของฉันลอยอยู่เหนือพวกเธอ รับฟังถ้อยคำโสมมทุกคำช่างน่าขัน ปีศาจตัวจริงกำลังยืนอยู่ตรงหน้าโลงศพของฉันในชุดดำ พลาง “ร้องไห้แทบขาดใจ”การแสดงของโคลอี้ไร้ที่ติ เสียงคร่ำครวญของเธอดึงความสงสารจากทุกมุมห้อง“ค
Read more

บทที่ 9

แคสซิโอหันขวับ เล็งปืนตรงไปที่หัวใจของโคลอี้“สารหลอนประสาทเหรอ” เสียงหัวเราะของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “แน่ใจนะว่ายังอยากเล่นเกมนี้ต่อ”โคลอี้ถอยหลังไปหนึ่งก้าว ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด “ฉัน... ฉันไม่ได้โกหก! รายงานจากห้องแล็บพิสูจน์ได้!”“งั้นก็อธิบายนี่มาสิ” แคสซิโอดึงใบเสร็จออกมาจากเสื้อสูท แล้วฟาดมันใส่หน้าเธอ “นี่คือใบเสร็จจากตลาดมืด” เขาคำราม “ฉันแฮ็กเครือข่ายของพวกมันด้วยตัวเอง”มันคือสลิปการทำธุรกรรมจากพ่อค้าตลาดมืด ชื่อผู้ซื้อปรากฏชัดเจนว่า โคลอี้ คาสเตลลาโน่รายการสินค้า: สารหลอนประสาทเกรดอุตสาหกรรม ปริมาณมากพอจะทำให้คนคนหนึ่งเสียสติอย่างถาวรวันที่: หนึ่งวันก่อนเกิดอุบัติเหตุ เธอวางแผนจะใช้มันใส่ร้ายเซร่ามาตั้งแต่แรก ส่วนกระถางกุหลาบขาวที่ตกลงมา ก็แค่กลายเป็นข้ออ้างอันแสนสมบูรณ์แบบให้เธอเปิดฉากการแสดงเร็วขึ้นเท่านั้น!เสียงสูดลมหายใจด้วยความตกใจดังก้องไปทั่วห้อง“ไม่!” โคลอี้ส่ายหน้าอย่างลนลาน “มันเป็นของปลอม! มีคนใส่ร้ายฉัน!”ทันใดนั้น มาร์โค หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย ก็รีบวิ่งเข้ามาในห้องโถง“นายท่านครับ!” เขาตะโกนบอกพ่อ “ภาพจากกล้องวงจรปิดครับ! ไดรฟ์หลักถูกล้างไปแล้ว
Read more

บทที่ 10

เสียงกรีดร้องของเธอดังก้องไปทั่วห้องโถง หน้ากากหลุดออกไปแล้ว ในที่สุดปีศาจก็เผยตัวตน“ขยะงั้นเหรอ” พ่อสั่นไปทั้งตัว ราวกับเพิ่งได้มองลูกสาวของตัวเองเป็นครั้งแรก “ลูกเรียกพี่สาวของลูกว่าขยะงั้นเหรอ”“แล้วไม่ใช่เหรอคะ” โคลอี้ฉีกหน้ากากของตัวเองทิ้งจนหมดสิ้น ดวงตาฉายแววบ้าคลั่ง “เซร่าก็เป็นแค่ตัวประกอบมาตลอด! ถ้าไม่มีเธอ ความรักทั้งหมดของพ่อกับแม่ก็ต้องเป็นของหนู!”เมื่อได้ยินแบบนั้น แม่ก็ขาดสติแม่ลุกขึ้นยืนตัวสั่น ก่อนจะตบหน้าโคลอี้อย่างแรง“แกมันปีศาจ!” แม่กรีดร้องสุดเสียง “เซร่าเป็นพี่สาวแท้ ๆ ของแก! เธอยอมสละทุกอย่างเพื่อแก!”โคลอี้กุมแก้มที่แสบร้อนของตัวเองไว้ ในดวงตาของเธอไม่มีความสำนึกผิด มีเพียงความอาฆาตแค้นล้วน ๆ“สละงั้นเหรอ” เธอแค่นเสียงเยาะ “เซร่าไม่เคยคู่ควรกับอะไรพวกนั้นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว! หนูไม่ได้ผลักเธอตกบันได พ่อต่างหากที่ชนเธอตกลงไปเอง!”คำพูดนั้นทำให้สติที่เหลืออยู่น้อยนิดของพ่อแตกสลายจนหมดสิ้นพ่อพุ่งเข้าไปหาโคลอี้ แล้วใช้สองมือบีบคอเธอ ดวงตาแดงก่ำราวกับเลือด“แกมันสัตว์ร้าย! ฉันเลี้ยงปีศาจแบบแกขึ้นมาได้ยังไง!”คนรอบข้างรีบดึงผู้เป็นพ่อที่ควบคุมสติไม่ได้ออกจากตัวเธอ
Read more
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status