บททั้งหมดของ ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย: บทที่ 21 - บทที่ 30

41

“ก้อนขนกตัญญูกับภารกิจลับกลางอุทยาน”

ยามบ่ายที่ดวงอาทิตย์แผดแสงร้อนแรงเหนือพระราชวังหลวง บรรยากาศรอบตำหนักท้ายวังที่ ไป๋ซิน ถูกกักตัวอยู่นั้นเงียบสงัดจนน่าประหลาด เสียงจักจั่นเรไรประสานเสียงกันเป็นจังหวะ ยิ่งชวนให้เหล่านางกำนัลและทหารยามที่เฝ้าอยู่ตามจุดต่าง ๆ พากันสัปหงกด้วยความง่วงงุน ทว่าภายในห้องบรรทมที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ร่างบอบบางบนเตียงกว้างกลับไม่ได้อยู่ในห้วงนิทราแต่อย่างใด“จ๊อกกกกกกกก~”เสียงประท้วงจากช่องท้องของไป๋ซินดังสนั่นจนนางต้องขดตัวกลม พลังจากแครอทของเย่จวินเหยียนเสริมสร้างตบะเซียน แต่มันยังเร่งระบบเผาผลาญในร่างกายของนางให้พุ่งสูงขึ้นกว่าปกติหลายเท่าตัว“หิว...หิวจนจะกินขาเตียงได้ทั้งหลังแล้วเจ้าค่ะฝ่าบาท...”ไป๋ซินพึมพำเสียงพร่า พลางกัดมุมหมอนเพื่อประทังความหิว ดวงตาที่เคยเป็นสีนิลใสซื่อบัดนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นประกายสีทับทิมวาววับตามสัญชาตญาณดั้งเดิม นางมองไปที่น้ำแกงจืดสีซีด ๆ ที่นางกำนัลเพิ่งยกมาวางไว้ให้เมื่อครู่ด้วยความรู้สึกท้อแท้ สำหรับเซียนกระต่ายที่กำลังต้องการ "สารอาหารสีเขียว" อย่างหนัก น้ำแกงไร้วิญญาณเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับน้ำเปล่านางหันไปมองออกนอกหน้าต่าง สายตาคมกริบมองฝ่าละอองแดดไปไกลจนถึง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-29
อ่านเพิ่มเติม

“กลยุทธ์มัดใจแม่สามี...กับอุบัติเหตุ "ปุยขาว" กลางศาลา”

สองวันผ่านไปบรรยากาศภายในตำหนักเมฆาคล้อยยามบ่ายนั้นช่างเงียบสงบจนน่าขนลุก สำหรับ ไป๋ซิน แล้ว ความเงียบนี้ไม่ได้หมายถึงความผ่อนคลาย แต่มันคือการทดสอบจิตวิทยาที่หนักหน่วงยิ่งกว่าการฝึกเซียนบนเขาดวงจันทร์เสียอีก นางนั่งคุกเข่าอยู่บนพรมทออย่างเรียบร้อย ก้มหน้ามองปลายนิ้วตัวเองที่ประสานกันแน่น ภายในใจพยายามท่องบทสวดสงบจิตที่เย่จวินเหยียนกำชับไว้สลับกับการนึกถึงรสชาติแครอทเพื่อประคองพลังไม่ให้แตกซ่าน"เจ้าบอกว่า...เจ้าเป็นคนปรุงน้ำชาสมุนไพรนี่เองงั้นรึ?"สุรเสียงเรียบแต่นิ่งลึกของ พระพันปี ดังขึ้นทำลายความเงียบ พระนางประทับอยู่บนตั่งไม้แกะสลักอย่างสง่างาม สายตาคมกริบดุจพญาหงส์จ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา ตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่มีสิ่งใดรอดพ้นสายตาของสตรีที่เคยปกครองวังหลังมาอย่างยาวนาน"เพคะพระพันปี...ข้า...หม่อมฉันเห็นว่าพระองค์ทรงตรากตรำพระวรกาย และช่วงนี้อากาศเปลี่ยนทิศ จึงนำดอกเก๊กฮวยหิมะผสมกับโสมคนห้าแฉกมาต้มถวาย หวังเพียงช่วยให้พระองค์ทรงผ่อนคลายเพคะ"ไป๋ซินตอบด้วยน้ำเสียงสั่นน้อยๆ พยายามใช้สรรพศัพท์ให้ถูกต้องตามที่กงกงแอบติวเข้มมาให้เมื่อคืนผ่านกำแพงวัง นางรู้ดีว่าพระพันปีไม่ได้ทรงเ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-31
อ่านเพิ่มเติม

“บทพิสูจน์มังกรปกป้องกระต่าย”

บรรยากาศหน้าตำหนักเฉินซีในยามค่ำคืนนี้ตึงเครียดจนดูเหมือนอากาศจะจับตัวเป็นก้อนแข็ง ลมฤดูใบไม้ร่วงพัดกรรโชกจนโคมไฟสลักลายมังกรหน้าตำหนักสั่นไหวไปมา ส่งเงาวูบวาบดูน่าเกรงขาม แสงจากคบไฟของเหล่าทหารมหาดเล็กนับร้อยนายที่ล้อมรอบตำหนักไว้นั้นสว่างจ้าจนทำให้ท้องฟ้าสีมืดมิดกลายเป็นสีส้มรำไรพระพันปี ผู้ทรงศักดิ์ประทับยืนสง่านิ่งอยู่ที่หน้าประตูไม้แกะสลักบานยักษ์ ฉลองพระองค์สีม่วงเข้มปักลายนกหงส์สยายปีกดูตัดกับสีหน้าเคร่งขรึม แววตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจ้องเขม็งไปยังลูกชายเพียงคนเดียวที่บัดนี้ยืนขวางประตูไว้ด้วยท่าทีที่ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว“จวินเหยียน! ถอยไปเดี๋ยวนี้!”พระพันปีตวาดเสียงแข็งก้องกังวานไปทั่วลานหน้าตำหนัก “เจ้าจะปกป้องนางปีศาจที่ทำลายความสงบของวังหลวงไปถึงเมื่อไหร่! เรื่องที่เกิดขึ้นในสวนมณฑาป่าเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาคนนับสิบ ส่งตัวนางออกมาให้แม่จัดการเด็ดขาดเสียวันนี้ ก่อนที่แผ่นดินจะตราหน้าว่าฮ่องเต้ลุ่มหลงปีศาจจนเสียสติ!”“หม่อมฉันไม่ถอย!”เย่จวินเหยียน ประกาศก้อง กระชับดาบในมือแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน แววตาของจอมมังกรลุกโชนด้วยไฟแห่งการปกป้องที่รุนแรงยิ่งกว่าไฟจากคบไฟร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-02
อ่านเพิ่มเติม

“เมื่อยาดีทำพิษ...กับมหันตภัย "หูป๊อป"”

แสงแดดอุ่นๆ ยามเช้าที่สาดส่องลอดผ้าม่านมุ้งสีทองของตำหนักเฉินซีควรจะเป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นวันที่แสนสงบ ทว่าสำหรับ เย่จวินเหยียน ฮ่องเต้ผู้เกรียงไกรแห่งแผ่นดิน เขากลับต้องตื่นขึ้นมาด้วยเสียงที่ชวนให้ขนลุกซู่ มันไม่ใช่เสียงนกร้อง ไม่ใช่เสียงดนตรีเครื่องสาย แต่เป็นเสียง... "กึด...กึด...ครืด...กึด..."จอมมังกรขมวดคิ้วมุ่นขณะที่สติยังกึ่งหลับกึ่งตื่น ความรู้สึกแรกคือมีแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ส่งมาจากปลายเตียง เขาค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง เส้นผมสีดำสลวยพาดระบ่า สายตาคมกริบกวาดมองหาต้นตอของเสียง ก่อนจะหยุดกึกที่ร่างบางของ ไป๋ซินบัดนี้ยอดรักของเขาไม่ได้นอนอยู่ข้างกายเหมือนเช่นคืนที่ผ่านมา แต่นางกำลังนั่งยองๆ อยู่ที่มุมห้องหันหลังให้เขา ไหล่เล็กๆ ของนางขยับขึ้นลงเป็นจังหวะอย่างเอาเป็นเอาตาย พร้อมกับเสียง "กึดๆ" ที่ดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ"ไป๋ไป๋...เจ้าทำอะไรน่ะ?"เย่จวินเหยียนเอ่ยเสียงทุ้ม แฝงความงุนงงร่างบางสะดุ้งสุดตัวจนไหล่กระตุก นางค่อยๆ หันหน้ากลับมามองเขาช้าๆ ราวกับตุ๊กตาไม้ที่กลไกติดขัด สิ่งแรกที่เย่จวินเหยียนเห็นคือ "ขาโต๊ะไม้กฤษณา" แกะสลักลายเมฆมงคล ซึ่งเป็นของล้ำค่าที่ส่งตรงมาจากต่างแคว้น
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-03
อ่านเพิ่มเติม

“ปฏิบัติการ "พุงกาง" กลางอุทยาน...กับยอดสายลับขนปุย!”

ในขณะที่ เย่จวินเหยียน ฮ่องเต้ผู้เกรียงไกรกำลังนั่งทำหน้ายักษ์ใส่เหล่าขุนนางหัวแข็งในห้องทรงอักษรเรื่องการจัดสรรภาษีจนบรรยากาศเย็นยะเยือกราวกับฤดูหนาวพันปี แต่ที่ตำหนักท้ายวังที่ ไป๋ซิน ถูกกักตัวอยู่นั้น บรรยากาศกลับ "ร้อนรุ่ม" ยิ่งกว่าภูเขาไฟระเบิด...และมันเป็นความร้อนรุ่มที่เกิดจากความโหยหิวระดับวิกฤตชาติ! “จ๊อกกกกกกกกกก~”เสียงท้องร้องของไป๋ซินดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วห้อง บรรดานางกำนัลที่เฝ้าอยู่ด้านนอกถึงกับหันมามองหน้ากันด้วยความสงสัยว่าฝ่าบาททรงเลี้ยง "กลองศึก" ไว้ในห้องบรรทมหรืออย่างไร ไป๋ซินนอนแผ่หลาอยู่บนพรมไหมลายเมฆ ใบหน้าสวยสะคราญบัดนี้ดูซีดเซียวราวกับคนไม่ได้เห็นอาหารมาเป็นศตวรรษ ทั้งที่เมื่อเช้านางเพิ่งสอยแครอทเชื่อมไปห้าหัวโตๆ และหัวไชเท้าดองอีกหนึ่งโถ“ฝ่าบาทนะฝ่าบาท...บอกจะรีบไปรีบมา ปล่อยให้ข้าหิวจนจะแทะพรมรองนั่งของท่านอยู่แล้ว!”นางพึมพำเสียงพร่า พลางหลับตาลงนิมิตเห็นภาพ “อุทยานส่วนพระองค์ของพระพันปี” ที่นางเคยแอบไปสำรวจเมื่อวันก่อน ที่นั่นคือแดนสุขาวดีของสิ่งมีชีวิตสายกินพืชชัดๆ ทั้งผักบุ้งแก้วยอดอวบที่สะท้อนแสงแดดเป็ประกาย สมุนไพรใบเขียวเข้มที่รดน้ำด้วยน้ำค้างบร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-04
อ่านเพิ่มเติม

“เมื่อแม่สามีมาทวงหนี้ค่าผัก...กับตำราลับ "คู่มือฝึกกระต่ายให้เป็นหงส์"”

ภายในตำหนักเฉินซีอันกว้างขวาง บรรยากาศยามเย็นที่ควรจะอบอวลไปด้วยความหวานชื่น กลับกลายเป็นความเงียบสงัดที่ชวนให้หายใจไม่ทั่วท้อง บรรดานางกำนัลและขันทีต่างพากันเดินตัวลีบก้มหน้าชิดอก ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงฝีเท้ากระทบพื้นไม้หอมเย่จวินเหยียน เพิ่งเสด็จกลับจากการหารือราชการอันเคร่งเครียดด้วยสีหน้าที่อ่อนล้า ทว่าพอเขาก้าวข้ามธรณีประตูห้องบรรทมเข้ามา สิ่งที่เห็นกลับทำให้คิ้วเขากระตุกแรงจนแทบจะเก็บอาการไม่อยู่บนเตียงกว้างที่ควรจะมีโฉมงามรอรับเสด็จ บัดนี้กลับมีก้อนผ้าห่มแพรผืนหนาที่ขดตัวมิดชิดจนดูเหมือนดักแด้ยักษ์นอนสั่นดุ๊กดิ๊กอยู่กลางเตียง และสิ่งที่ทำให้ฮ่องเต้หนุ่มถึงกับต้องหยุดชะงักพลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ คือ...กลิ่น "ผักกาดหอมสด" ที่เข้มข้นจนผิดวิสัย กลิ่นมันแรงเสียจนเขาเผลอนึกไปว่าตัวเองก้าวขาผิดเข้ามาในห้องครัวหลวงมากกว่าห้องบรรทมส่วนพระองค์"ไป๋ไป๋...เจ้าทำอะไรผิดมาอีกล่ะ?"เย่จวินเหยียนถามเสียงเรียบ พลางเดินเข้าไปใกล้ก้อนผ้าห่มที่สั่นกึกๆ นั่น"ฝ่าบาท! ท่านกลับมาแล้ว!"ไป๋ซิน โผล่หน้าออกมาจากใต้ผ้าห่มทันควัน สภาพของนางบัดนี้ช่างดูห่างไกลจากคำว่าพระสนมเอกผู้สง่างามนัก ผมเผ้าที่เคยเก
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-05
อ่านเพิ่มเติม

“บทเรียนที่ 1 นั่งสมาธิเหนือน้ำ..”

เช้าวันต่อมา ท้องฟ้าเหนือวังหลวงโปร่งใสไร้เมฆหมอก แสงแดดรำไรฉาบไล้ลงบนผิวน้ำในสระบัวขนาดใหญ่หลังตำหนักเฉินซีจนดูคล้ายกับถูกโรยด้วยผงทองคำ ทว่าบรรยากาศแห่งความสุนทรีย์นั้นกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของสตรีร่างบางในชุดผ้าไหมสีขาวสะอาดตา"ฝ่าบาท...ท่านแน่ใจนะเจ้าคะว่าตำราเล่มนี้ไม่ได้เขียนโดยคนสติฟั่นเฟือน?”ไป๋ซิน ยืนเท้าสะเอวมอง "สนามฝึก" ของนางด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้านางคือ ใบบัวยักษ์ (บัววิกตอเรีย) ขนาดมหึมาที่แผ่กว้างพอๆ กับเตียงนอนขนาดเล็ก มันลอยนิ่งอยู่กึ่งกลางสระน้ำที่ลึกจนมองไม่เห็นก้น รอบข้างรายล้อมด้วยดงบัวหลวงที่กำลังชูช่อชูไหวตามแรงลมเย่จวินเหยียน ในชุดลำลองสีนิลขลิบทองดูสง่างามและน่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน เขายืนเอามือไพล่หลัง พลางพยักหน้าอย่างสุขุม"ตำราว่าไว้ชัดเจน 'ขั้นที่หนึ่ง: กายเบาดุจขนนก ใจสงบดุจผิวน้ำ' เจ้าต้องกระโดดลงไปนั่งสมาธิบนใบบัวนั่น โดยห้ามทำให้ใบบัวยุบตัวลงไปในน้ำแม้แต่ชี่เดียว (ประมาณ 3 ซม.)""ข้าเป็นกระต่ายนะเจ้าคะ! ไม่ใช่แมลงปอหางกิ่ว!"ไป๋ซินประท้วง"กระต่ายเขามีไว้กอด มีไว้เลี้ยงด้วยแครอท ไม่ได้มีไว้ให้มานั่งเล่นเป็นกบจำ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-06
อ่านเพิ่มเติม

“บทเรียนที่สอง...กายกระต่ายหลอมละลายใต้เงามังกร”

ภายในตำหนักน้ำที่ตั้งอยู่กึ่งกลางบ่อมวลบุปผา บรรยากาศเงียบสงัดจนแววเพียงเสียงสายน้ำรินไหลผ่านกังหันไม้ แสงแดดยามบ่ายที่ส่องผ่านม่านมุ้งสีขาวบางเบาทำให้ห้องบรรทมดูราวกับอยู่ในห้วงฝันที่ถูกแยกออกจากโลกภายนอก เย่จวินเหยียน วางร่างที่ยังเปียกโชกของ ไป๋ซิน ลงบนเตียงไม้จันทน์หอมอย่างเบามือ ทว่าสายตาที่เขาจับจ้องนางกลับหนักหน่วงดุจหินผาที่กำลังถูกหลอมละลายด้วยเปลวเพลิง“ฝ่าบาท...ขะ...ข้าหนาวเจ้าค่ะ”ไป๋ซินครางแผ่ว ร่างกายที่เปียกชื้นทำให้ชุดสีขาวบางเบาแนบสนิทไปกับทุกส่วนโค้งเว้า ผิวขาวเนียนละเอียดดุจน้ำนมล้อไปกับแสงอาทิตย์จนเห็นเส้นเลือดฝอยจาง ๆ เย่จวินเหยียนลอบกลืนน้ำลาย แววตาจอมมังกรวาวโรจน์ด้วยความหิวกระหายที่มากกว่าความหิวแครอทของนางหลายเท่าตัว“หนาวรึ? งั้นข้าจะสอนวิธีผลาญพลังในกายเจ้า...ให้กลายเป็นความร้อนที่ไม่มีวันมอดดับ”เขาไม่เปิดโอกาสให้นางได้ประท้วง มือหนาเชยคางมนขึ้นก่อนจะบดเบียดริมฝีปากลงมาอย่างรัดรุมและร้อนแรง รสจูบในครานี้ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนครั้งก่อน แต่มันเต็มไปด้วยความโหยหา รสหวานของเกสรบัวที่ยังติดอยู่ที่ปลายลิ้นของนางยิ่งปลุกปั่นสัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวเขาให้พุ่งพล่าน มือเล
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-07
อ่านเพิ่มเติม

“บทเรียนที่สาม..."รำไทเก๊กนกกระเรียน" กับมหันตภัย "พุงย้อย"”

เช้ามืดของอีกวัน หลังจากผ่านบทเรียนที่สองที่ทำเอา "เตียงพัง" และ "พลังพุ่ง" ไปเมื่อคืน (พร้อมเสียงครวญครางของกระต่ายน้อยที่ดังกว่าเสียงจิ้งหรีดนอกหน้าต่าง) บรรยากาศในห้องบรรทมตำหนักน้ำก็ยังคงอบอวลไปด้วยไออุ่นของความรักและกลิ่นหอมกรุ่นของกายสาว ไป๋ซิน ตื่นขึ้นมาด้วยสภาพที่แปลกประหลาดกว่าทุกวัน พลังเซียนในกายของนางแน่นปึกก็จริง แต่นิสัย "ขี้อ้อน" และ "หวงสามี" กลับพุ่งทะลุปรอทปรอทแตก นางนอนกอดแขน เย่จวินเหยียน แน่นไม่ยอมปล่อย แถมยังเอาหน้าเล็ก ๆ ถูไถแผ่นอกแกร่งของเขาอย่างออดอ้อนเหมือนลูกกระต่ายขาดความอบอุ่นมาแรมปี“ฝ่าบาท...ข้ายังไม่อยากลุกเลยเจ้าค่ะ อากาศมันเย็นเหลือเกิน...แถม...แขนท่านก็อุ่นสบายกว่าหมอนหนุนตั้งเยอะ”นางพึมพำเสียงอู้อี้พลางซุกหน้าเข้าหาซอกคอเขาอย่างออดอ้อน“ไป๋ไป๋...ลุกขึ้นได้แล้ว วันนี้ต้องฝึกบทที่สาม 'การเคลื่อนไหวที่พริ้วไหวดุจสายลม'”เย่จวินเหยียนหัวเราะเบาๆ พลางพยายามแกะก้อนขนมนุษย์ที่คลอเคลียไม่ยอมห่างออกจากตัว แต่ไป๋ซินยิ่งกอดแน่นกว่าเดิม“อื้อ...ข้าไม่อยากฝึกแล้วเจ้าค่ะ บทเรียนที่สองเมื่อคืนมันเหนื่อยกว่าขุดรากบัวเป็นสิบเท่าเลยนะเจ้าคะฝ่าบาท ข้ารู้สึกเหมือนกระด
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-09
อ่านเพิ่มเติม

“บทเรียนที่ 4 ศาสตร์แห่งการจำแลงพราง...และนินจากระต่ายพุงแตก”

หลังจาก "บทเรียนที่สองและสาม" จบลงด้วยการที่เตียงไม้จันทน์หอมแทบจะกลายเป็นฟืน และฮ่องเต้ต้องแบกกระต่ายพุงกลมเข้าห้องไปในสภาพหมดสภาพ เช้าวันใหม่ที่ควรจะสงบสุขกลับเริ่มต้นด้วยความเคร่งเครียดของ เย่จวินเหยียน ฮ่องเต้ผู้เกรียงไกรที่บัดนี้กำลังนั่งกุมขมับอยู่กลางห้องโถงเขาตระหนักได้ว่า หากปล่อยให้ ไป๋ซิน โผล่หูโผล่หางตามอารมณ์แบบนี้ มีหวังงานเลี้ยงรับรองทูตแคว้นจิ้งในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเป็นแคว้นที่ขึ้นชื่อเรื่องการ "ล่ากระต่ายป่า" ได้กลายเป็นงานโชว์สัตว์ประหลาดสะท้านแผ่นดินแน่ๆ"ไป๋ไป๋ ฟังข้า...บทเรียนที่สี่คือ 'ศาสตร์แห่งการจำแลงพราง' เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะกักเก็บพลังเซียนไว้ในจุดชีพจร ไม่ใช่ปล่อยให้มันรั่วไหลจนหูตั้งหางฟูทุกครั้งที่ดีใจหรือเห็นของกิน!"ไป๋ซิน ในชุดนินจาสีดำรัดกุมที่นางสั่งให้ห้องเครื่องเย็บให้เป็นพิเศษ (โดยอ้างว่าเป็นชุด 'กระชับพุง') ยืนพยักหน้าหงึกๆ อย่างมุ่งมั่น"ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะฝ่าบาท! กักเก็บไว้ที่จุดชีพจร...ว่าแต่...จุดชีพจรที่ว่านี่มันอยู่ตรงไหนของพุงข้าเหรอเจ้าคะ?""มันอยู่ตรงอกซ้าย ใกล้หัวใจเจ้า!"เย่จวินเหยียนถอนหายใจ"เจ้าต้องรวบรวมลมปราณไว้ตรงนั้น ห้ามให้มันเ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-10
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
12345
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status