Home / แฟนตาซี / ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย / “เมื่อยาดีทำพิษ...กับมหันตภัย "หูป๊อป"”

Share

“เมื่อยาดีทำพิษ...กับมหันตภัย "หูป๊อป"”

Author: ChengXiang.C
last update publish date: 2026-09-03 06:02:50

แสงแดดอุ่นๆ ยามเช้าที่สาดส่องลอดผ้าม่านมุ้งสีทองของตำหนักเฉินซีควรจะเป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นวันที่แสนสงบ ทว่าสำหรับ เย่จวินเหยียน ฮ่องเต้ผู้เกรียงไกรแห่งแผ่นดิน เขากลับต้องตื่นขึ้นมาด้วยเสียงที่ชวนให้ขนลุกซู่ มันไม่ใช่เสียงนกร้อง ไม่ใช่เสียงดนตรีเครื่องสาย แต่เป็นเสียง...

"กึด...กึด...ครืด...กึด..."

จอมมังกรขมวดคิ้วมุ่นขณะที่สติยังกึ่งหลับกึ่งตื่น ความรู้สึกแรกคือมีแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ส่งมาจากปลายเตียง เขาค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง เส้นผมสีดำสลวยพาดระบ่า สายตาคมกริบกวาดมองหาต้นตอของเสียง ก่อนจะหยุดกึกที่ร่างบางของ ไป๋ซินบัดนี้ยอดรักของเขาไม่ได้นอนอยู่ข้างกายเหมือนเช่นคืนที่ผ่านมา แต่นางกำลังนั่งยองๆ อยู่ที่มุมห้องหันหลังให้เขา ไหล่เล็กๆ ของนางขยับขึ้นลงเป็นจังหวะอย่างเอาเป็นเอาตาย พร้อมกับเสียง "กึดๆ" ที่ดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

"ไป๋ไป๋...เจ้าทำอะไรน่ะ?"

เย่จวินเหยียนเอ่ยเสียงทุ้ม แฝงความงุนงง

ร่างบางสะดุ้งสุดตัวจนไหล่กระตุก นางค่อยๆ หันหน้ากลับมามองเขาช้าๆ ราวกับตุ๊กตาไม้ที่กลไกติดขัด สิ่งแรกที่เย่จวินเหยียนเห็นคือ "ขาโต๊ะไม้กฤษณา" แกะสลักลายเมฆมงคล ซึ่งเป็นของล้ำค่าที่ส่งตรงมาจากต่างแคว้น บัดนี้มันมีรอยฟันเล็กๆ แหลมๆ ประทับตราจองไว้เป็นแถว และที่สำคัญ...ปากเล็กจิ้มลิ้มของนางยังคาอยู่ที่ขอบไม้พอดิบพอดี!

"ฝ่าบาท...อื้อ...อ้า...อ่อยอ้าเอ้อะ (ปล่อยข้าเถอะเจ้าค่ะ)"

นางพยายามสื่อสารทั้งที่ปากยังไม่ยอมละจากไม้หอม

"ไป๋ซิน! นั่นมันไม้กฤษณาอายุพันปีเชียวนะ!”

เย่จวินเหยียนรีบถลาลงจากเตียงไปคว้าตัวนางไว้ทันที

"เจ้าหิวขนาดต้องกินตำหนักข้าเลยรึไง?"

"ก็มันหิวนี่เจ้าคะ!" ไป๋ซินคายขาโต๊ะออกมา(พร้อมกับเศษไม้ติดปากมาเล็กน้อย)

นางทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

"ตั้งแต่วันที่กินยาเม็ดทองของพระพันปีเข้าไป ข้าก็รู้สึกเหมือนมีหลุมดำอยู่ในท้อง ต่อให้กินแครอทไปสิบหัวเมื่อคืน ตอนนี้ข้าก็รู้สึกเหมือนสามารถกลืนกินม้าศึกของท่านได้ทั้งกองพันเลย!"

เย่จวินเหยียนนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองสำรวจไปรอบๆ ห้อง แล้วเขาก็ต้องแทบสลบเมื่อเห็นว่า ไม่ใช่แค่ขาโต๊ะ แต่รวมไปถึงมุมฉากกั้นไม้จันทน์ และขอบตั่งหินอ่อน (ที่นางคงลองแทะแล้วแต่ไม่สำเร็จ) ต่างก็มีรอยฟันของ "กระต่าย" ประทับไว้เป็นที่ระลึก

"ยาของเสด็จแม่คงจะไปกระตุ้นพลังเซียนในกายเจ้าจนเผาผลาญสารอาหารเร็วกว่าคนปกติสามเท่า"

เขาถอนหายใจยาวพลางอุ้มนางขึ้นมาวางบนตัก

"แต่ไป๋ไป๋...ข้าเป็นถึงฮ่องเต้ ข้าเลี้ยงเมียด้วยผักได้ แต่ข้าไม่อาจปล่อยให้เมียแทะที่ประทับของตัวเองจนพังทลายลงมาทับหัวเราตายได้หรอกนะ!"

"กงกง! เอาทุกอย่างที่เป็นสีเขียวมาที่นี่ด่วน!"

สิ้นสุรเสียงสั่งการ สำรับผักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ราชวงศ์ก็ถูกยกมาวางเรียงรายจนล้นโต๊ะ ทั้งผักกาดแก้วแช่น้ำแข็ง แครอทสีส้มสด หัวไชเท้าขาวอวบ และสมุนไพรบำรุงธาตุอีกนับสิบถ้วย

ไป๋ซินไม่รอให้ใครเชิญ นางพุ่งเข้าหาจานแครอทราวกับนักรบที่กระหายเลือด สองมือคว้าผักเข้าปากด้วยความเร็วแสง แก้มของนางพองกลมพุ้ยไปมาจนดูเหมือนลูกโป่ง เย่จวินเหยียนนั่งเท้าคางมองภาพนั้นด้วยความทึ่ง ผสมกับความเอ็นดูที่เริ่มจะขำไม่ออก

"กินช้าๆ ก็ได้ ไม่มีใครแย่งเจ้าหรอก"

เขาใช้ปลายนิ้วเช็ดคราบน้ำผักที่มุมปากนาง

"อื้อ...อ่อยอิ่มอ่อยเจ้าค่ะ (คอยอิ่มหน่อยเจ้าค่ะ)"

ไป๋ซินตอบขณะที่หูคนของนางเริ่มเปลี่ยนสีเป็นชมพูระเรื่อเพราะความเขินที่ถูกจ้องมอง

"ป๊อป!"

ทันใดนั้น เสียงประหลาดคล้ายจุกไม้ก๊อกถูกดึงออกจากขวดก็ดังขึ้น เย่จวินเหยียนตาโตเท่าไข่ห่าน เมื่อเห็นว่าเหนือศีรษะของไป๋ซินที่เคยเป็นมวยผมเรียบกริบ บัดนี้มี "หูกระต่ายสีขาวขนนุ่มฟู" ยาวเฟื้อยสองข้าง พุ่งกระเด้งออกมาทักทายอากาศอย่างร่าเริง!

"โอ๊ะ!"

ไป๋ซินตะปบหัวตัวเองทันควัน

"โผล่มาอีกแล้วเหรอ!"

"ยาเสด็จแม่คงจะคุมเฉพาะร่างหลัก แต่ถ้าเจ้ามีความสุขเกินไป หรือเขินจัดๆ ดูเหมือน 'ระบบรักษาความปลอดภัย' ในตัวเจ้าจะล้มเหลวนะ" เย่จวินเหยียนหัวเราะร่วน เขาเอื้อมมือไปลูบขนหนานุ่มที่หูยาวๆ นั้นเบาๆ

"อย่าจับนะเจ้าคะ! มันจั๊กจี้!"

ไป๋ซินพยายามหดหูหนี แต่มันกลับยิ่ง "กระดิกดุ๊กดิ๊ก" สั่นพั่บๆ ตามจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของนาง

"หูเจ้านี่มันซื่อสัตย์กว่าปากเจ้าอีกนะไป๋ไป๋"

ฮ่องเต้หนุ่มแกล้งเป่าลมใส่หูยาวๆ นั้นเบาๆ ทำเอาไป๋ซินตัวสั่นงันงก ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วบัดนี้แดงลามไปจนถึงคอ

"ปิ๊ง!"

คราวนี้ไม่ใช่แค่หู แต่ด้านหลังชุดนางกำนัลสีหวานของนางเริ่มมีรอยนูนขยับไปมา ก่อนที่ "หางกลมๆ" สีขาวปุกปุยจะทะลุเนื้อผ้าออกมา สะบัดแกว่งไปมาอย่างร่าเริงดุจลูกสุนัขดีใจ

"ฝ่าบาท! ท่านแกล้งข้า! หางมันโผล่ออกมาแล้วเห็นไหม!" ไป๋ซินวางแครอทลงแล้วรีบเอามือปิดก้นตัวเองพัลวัน ท่าทางเก้ๆ กังๆ ของนางที่ต้องคอยกดหูและบังหางไปพร้อมกันนั้นช่างดูวุ่นวายจนเย่จวินเหยียนต้องปล่อยโฮออกมา

"ข้าไม่ได้แกล้ง เจ้าเขินเองต่างหาก"

เขาพูดพลางรวบตัวไป๋ซินที่ตอนนี้เป็น "คนครึ่งกระต่าย" เข้ามากอดแนบอก

"ดูสิ หูเจ้าตกมาพาดบ่าข้าแล้วเนี่ย สารภาพมาซะดีๆ ว่าเจ้าชอบให้ข้ากอดใช่ไหม พลังมันถึงได้รั่วออกมาแบบนี้"

"ข้า...ข้าเปล่าซักหน่อย!"

ไป๋ซินเถียงคอแข็ง แต่หูข้างหนึ่งกลับกระดิกไปโดนแก้มเขาอย่างออดอ้อนโดยไม่รู้ตัว

"มันเป็นเพราะอากาศมันร้อน! ยามันเลยเสื่อมสภาพ!"

"อากาศร้อน? นี่มันหน้าหนาวนะยอดรัก"

เย่จวินเหยียนกระซิบข้างหู (ที่โผล่มา)

"ถ้ายามันเสื่อมจริง งั้นเรามา 'ทวนความจำ' กันอีกรอบไหม เผื่อพลังจะกลับเข้าที่?"

ไป๋ซินเบิกตากว้าง หูกระต่ายสีขาวตั้งชันตรงแน่วด้วยความตกใจ ผสมกับความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง

"ไม่เอาแล้วเจ้าค่ะ! คราวก่อนข้าก็แทบจะกลายเป็นกระต่ายย่างอยู่แล้ว!"

นางพยายามจะกระโดดหนี แต่ด้วยความที่หิวจัดและเขินจัด ร่างกายนางเลยเกิดอาการ "ค้าง" กลายเป็นว่านางกระโดดเหยงๆ อยู่บนตักเขาแทนที่จะหนีไปได้ไกลๆ เย่จวินเหยียนจึงคว้าเอวบางไว้ได้ง่ายดาย

"ในเมื่อหูกับหางมันโผล่มาแล้ว งั้นวันนี้เจ้าก็เป็นกระต่ายของข้าทั้งวันเลยแล้วกัน"

เขาช้อนตัวนางขึ้นเดินตรงไปที่เตียงกว้าง

"ข้าจะสั่งห้ามใครเข้าพบ จะได้ไม่มีใครเห็นว่าฮ่องเต้แผ่นดินนี้ กำลังรบกับกระต่ายน้อยขี้โมโหตัวหนึ่ง"

"ฝ่าบาท! แครอทข้ายังกินไม่หมดเลยนะเจ้าคะ!"

"เดี๋ยวข้าจะเป็นแครอทให้เจ้า 'แทะ' แทนเอง...รับรองว่าหวานกว่าไม้กฤษณาแน่นอน"

เสียงประท้วงของไป๋ซินหายเข้าไปในลำคอ เมื่อถูกปิดกั้นด้วยรสสัมผัสที่หวานล้ำ หูกระต่ายที่เคยตั้งชันค่อยๆ อ่อนระทวยลงพาดไปกับพรมสีทอง ในขณะที่หางน้อยๆ สะบัดเป็นจังหวะสุดท้ายก่อนจะสงบลงในอ้อมกอดของมังกรหนุ่ม...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “บัลลังก์หงส์ มงกุฎแครอท และพันธสัญญาแห่งหัวใจ”

    แสงทองอร่ามของยามเช้าสาดส่องลงเหนือหลังคากระเบื้องเคลือบของพระราชวังหลวง บรรยากาศในวันนี้เต็มไปด้วยความปีติยินดีที่แฝงไปด้วยความโกลาหลเล็กน้อยตามฉบับของว่าที่ฮองเฮาองค์ใหม่ เสียงแตรสังข์และระฆังทองดังกังวานไปทั่วเก้าประตูวัง บ่งบอกถึงจุดเริ่มต้นของพระราชพิธีสถาปนาฮองเฮาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อาณาจักรมังกรภายในตำหนักรับรอง ไป๋ซิน ยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ที่เคยใช้ฝึกวิชา นางถูกห้อมล้อมด้วยนางกำนัลนับสิบคนที่กำลังช่วยกันสวมชุดพิธีการสีแดงเพลิง ปักลวดลายหงส์ทองสยายปีกด้วยดิ้นทองคำแท้ น้ำหนักของชุดและมงกุฎหงส์เก้ากษัตริย์ที่ประดับด้วยมุกราตรีทำเอาไป๋ซินถึงกับลอบกลืนน้ำลาย“อดทนหน่อยนะเพคะ”นางกำนัลคนสนิทกระซิบ“ความสง่างามต้องแลกมาด้วยความหนักเพคะ”ไป๋ซินพยายามทรงตัวให้ตรง หูกระต่ายที่เคยพุ่งพรวดออกมาตามอารมณ์บัดนี้ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้จิตที่นิ่งสนิทดุจผิวน้ำในถ้ำเหมันต์ นางมองดูเงาตัวเองในกระจกแล้วยิ้มบางๆ'จากนักแสดงสาวผู้บ้างานที่มาโผล่ในร่างกระต่ายป่

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “รสสัมผัสแห่งเหมันต์และเพลิงมังกร”

    ภายในห้องบรรทมส่วนพระองค์ที่เคยเงียบเหงาจนน่าใจหายมาตลอดเจ็ดราตรี บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยไอความร้อนจากอ่างน้ำวนขนาดใหญ่ที่สลักจากหยกขาวเนื้อดี กลิ่นหอมของน้ำมันกุหลาบป่าและเครื่องหอมอวลไปทั่วห้อง ผสมผสานกับกลิ่นอายมังกรที่เข้มข้นขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงของเจ้าของห้อง เย่จวินเหยียนยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ร่างแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสมส่วนยังมีร่องรอยของดินโคลนแห้งกรังจากการ "ทำศึกวัชพืช" ประปราย ทว่าสายตาคมกริบของเขากลับจับจ้องเพียงร่างระหงที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความโหยหาที่แทบจะล้นทะลัก“ข้าบอกแล้วไงเจ้าคะ...ว่าข้าจะช่วยท่านอาบน้ำเอง ท่านตรากตรำถอนหญ้ามาตั้งเจ็ดวัน ให้ข้าปรนนิบัติท่านเถิด”ไป๋ซินกระซิบบอกพลางเดินเข้าใกล้ เสียงของนางนุ่มนวลทว่ากังวานด้วยอำนาจของเซียนที่เพิ่งผ่านการฝึกปรือมาอย่างหนัก นางไม่ได้เขินอายเหมือนวันวานอีกต่อไป ดวงตากลมโตที่เคยหลบสายตาบัดนี้กลับจ้องมองมังกรหนุ่มอย่างท้าทายและเต็มไปด้วยความรักมือเรียวขาวผ่องค่อยๆ เอื้อมไปปลดสายรัดเอวที่เลอะโคลนของเย่จวินเหยียนออกอย่างเชื่องช้า สัมผัสจากปลายนิ้วที่เย็นเยียบดุจหิมะแตะต้องลงบนผิวเนื้อที่ร้อนระอุของมังกรหนุ่ม ทำให้เขาถ

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “กองทัพถอนหญ้า”

    เช้าวันที่เจ็ด...ทั่วทั้งพระราชวังหลวงดูเหมือนจะตกอยู่ในความเงียบงันที่ผิดปกติ ลมหนาวจากยอดเขาเร้นลับพัดพาม่านหมอกสีขาวบริสุทธิ์ให้ม้วนตัวเป็นเกลียว ลอยต่ำปกคลุมไปตามทางเดินหินอ่อนราวกับแดนสุขาวดี ทันใดนั้น เสียงครืนครั่นของกลไกหินโบราณก็ดังสนั่นไปทั่วหุบเขา ประตูหินหนาหนักของ “ถ้ำเหมันต์พันปี” ที่ปิดสนิทมาตลอดเจ็ดทิวาราตรีค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ ส่งไอเย็นจัดที่แปรเปลี่ยนเป็นละอองน้ำแข็งพวยพุ่งออกมาดุจม่านไหมร่างระหงในชุดผ้าไหมสีขาวเรียบง่ายทว่าดูสูงศักดิ์ก้าวออกมาจากความมืดมิด ไป๋ซินในยามนี้ดูราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ผิวพรรณของนางที่เคยขาวนวลบัดนี้ดูผุดผ่องมีรัศมีสีเงินจางๆ ปกคลุมราวกับไข่มุกที่เพิ่งถูกขัดเงา ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววซุกซนและเลิ่กลั่ก บัดนี้กลับดูสุขุม เยือกเย็น และลุ่มลึกขึ้นอย่างน่าประหลาดทว่าสิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดคือ...ไม่ว่าลมหนาวจะพัดแรงเพียงใด หรือในใจของนางจะตื่นเต้นที่จะได้พบ "ใครบางคน" มากแค่ไหน หูกระต่ายเจ้าปัญหาก็ไม่พุ่งพรวดออกมาให้กวนใจอีกต่อไป นางสามารถควบคุมกระแสปราณในกายได้อย่างสมบูรณ์ กายเซียนและจิตมนุษย์หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างมั่นคง“เจ้

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ปราณน้ำแข็งสยบมังกร”

    ภายในถ้ำเหมันต์ที่ลึกซึ้งที่สุด แสงสีครามจากผลึกน้ำแข็งเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นโอบล้อมร่างของไป๋ซินไว้ ราวกับดักแด้ที่กำลังจะลอกคราบ ผิวพรรณของนางที่เคยขาวนวลบัดนี้ดูผุดผ่องมีรัศมีสีเงินจางๆ ปกคลุม หูกระต่ายที่เคยพุ่งพรวดออกมาตามอารมณ์ บัดนี้สงบนิ่งและหดหายไปเองโดยที่นางไม่ต้องพยายามกดข่ม“เจ้าทำได้ดีมาก ไป๋ซิน”เสด็จแม่ (พระพันปี) ตรัสชมขณะมองดูสมาธิที่แน่วแน่ของนาง“ความลับของการคุมปราณเซียนไม่ใช่การกักขัง แต่นำมันมาหลอมรวมกับธรรมชาติ หากใจเจ้าเย็นดุจน้ำแข็ง ต่อให้ความร้อนแรงของปราณมังกรจะดุดันเพียงใด เจ้าก็จะยังคงเยือกเย็นและเป็นฝ่ายควบคุมมันได้”ไป๋ซินลืมตาขึ้น ดวงตาของนางส่องประกายเย็นตาแต่แฝงด้วยพลัง“ข้ารู้สึกเหมือนร่างกายเบาหวิว...ความร้อนปั่นป่วนในกายหายไปหมดแล้วเพคะเสด็จแม่”ทว่าในขณะที่การฝึกกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ สัมผัสถึง “อายมังกร” ที่คุ้นเคยแต่วุ่นวายก็พุ่งเข้ามาถึงหน้าถ้ำ ณ บริเวณหน้าถ้ำเหมันต์“ฝ่าบาท! เสด็จกลับเถิดพ่ะย่ะค่ะ พระพันปีทรงกำชับไว้หนาหูว่าห้ามใครรบกวน!”กงกงพยายามวิ่งเอาตัวเข้าขวาง แต่เย่จวินเหยียนในชุดลำลองกระฉับกระเฉงกลับไม่สนใจ เขาแบกตะกร้าที่เต็มไปด

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ความลับใต้ถ้ำเหมันต์และอ้อมกอดที่ว่างเปล่า”

    ท่ามกลางหุบเขาเร้นลับหลังพระราชวังหลวง ทิศทางที่ลมเหนือพัดผ่านนำพาเอาความหนาวเย็นสุดขั้วมาสู่ทางเข้า “ถ้ำเหมันต์พันปี” สถานที่แห่งนี้คือเขตหวงห้ามที่มีเพียงเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้ามา ผนังถ้ำที่เกิดจากผลึกน้ำแข็งธรรมชาติสะท้อนแสงสีครามวาววับราวกับอัญมณีล้ำค่า ทว่าความงามนั้นกลับแฝงไปด้วยไอเย็นที่รุนแรงจนสามารถแช่แข็งปราณเซียนที่อ่อนแอได้ในพริบตาไป๋ซินในชุดผ้าฝ้ายหนาพิเศษสีขาวสะอาดตา นั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นศิลาหิมะ ร่างบางสั่นสะท้านจนฟันกระทบกันเสียงดังกึกๆหูกระต่ายยาวสีนวลที่เคยชี้ตั้งอย่างร่าเริง บัดนี้ลูบตกลงมาแนบชิดใบหูเพื่อพยายามรักษาความอบอุ่นให้ได้มากที่สุด นางพยายามโคจรลมปราณตามที่เคยเรียนมา แต่มันกลับติดขัดเพราะฤทธิ์ของ "หญ้าน้ำค้างสวรรค์" ที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือด ทำให้พลังของนางเดี๋ยวพุ่งพล่านเดี๋ยวอ่อนแรง“ตั้งสติหน่อย ไป๋ซิน”เสียงของพระพันปีดังขึ้นก้องกังวานในความเงียบสงบ นางประทับนั่งอยู่บนแท่นน้ำแข็งฝั่งตรงข้าม ใบหน้าที่เคยดูเ

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ผักเมามายกับความลับของกายเซียน”

    ท่ามกลางกลิ่นหอมของผักสดนานาชนิดบนโต๊ะเสวย ไป๋ซินที่บัดนี้ลืมสิ้นทุกความเขินอาย คว้าหยิบ "หญ้าน้ำค้างสวรรค์" สีฟ้าหม่นที่ดูแปลกตากว่าต้นอื่นขึ้นมาเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย นางไม่รู้เลยว่าสมุนไพรชนิดนี้แท้จริงแล้วคือ "หญ้าเมาเซียน" ที่มีฤทธิ์กระตุ้นการไหลเวียนของปราณเซียนอย่างรุนแรง หากเซียนที่มีตบะยังไม่แกร่งกล้าหรือคุมจิตไม่นิ่งทานเข้าไป...มันจะให้ผลลัพธ์ไม่ต่างจากเหล้ากลั่นพันปี!"อึก...ฝ่าบาทเจ้าคะ ทำไมแครอทมันถึงได้หมุนๆ แบบนี้ล่ะเจ้าคะ?"ไป๋ซินเริ่มนั่งไม่อยู่สุข ใบหน้าขาวนวลเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อเหมือนลูกตำลึงสุก ดวงตากลมโตเริ่มปรือปรอยปรายมองฝ่าบาทด้วยความสิเน่หาอย่างเปิดเผย นางหัวเราะคิกคักพลางคว้าแขนเสื้อปักลายมังกรของเย่จวินเหยียนมาเช็ดหน้าเช็ดตา ราวกับเขาเป็นผ้าอ้อมผืนโปรด"ไป๋ไป๋? เจ้ากินหญ้าน้ำค้างเข้าไปงั้นรึ!"เย่จวินเหยียนอุทาน พยายามจะแย่งต้นที่เหลือจากมือนาง แต่ไป๋ซินกลับชักมือหนีแล้วส่งเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ จนหมด"ข้าไม่ได้เมานะเจ้าคะ! ข้าแค่...ข้าแค่รู้สึกว่าตัวข้าเบ๊าเบาเหมือนปุยเมฆเลย ดูสิเจ้าคะ ข้าบินได้ด้วย!"ปึ๋ง!ทันทีที่พูดจบ การควบคุมพลังของนางก็พังทลายลง หูกระต่าย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status