Accueil / แฟนตาซี / ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย / “ก้อนขนกตัญญูกับภารกิจลับกลางอุทยาน”

Partager

“ก้อนขนกตัญญูกับภารกิจลับกลางอุทยาน”

Auteur: ChengXiang.C
last update Date de publication: 2026-08-29 06:16:43

ยามบ่ายที่ดวงอาทิตย์แผดแสงร้อนแรงเหนือพระราชวังหลวง บรรยากาศรอบตำหนักท้ายวังที่ ไป๋ซิน ถูกกักตัวอยู่นั้นเงียบสงัดจนน่าประหลาด เสียงจักจั่นเรไรประสานเสียงกันเป็นจังหวะ ยิ่งชวนให้เหล่านางกำนัลและทหารยามที่เฝ้าอยู่ตามจุดต่าง ๆ พากันสัปหงกด้วยความง่วงงุน ทว่าภายในห้องบรรทมที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ร่างบอบบางบนเตียงกว้างกลับไม่ได้อยู่ในห้วงนิทราแต่อย่างใด

“จ๊อกกกกกกกก~”

เสียงประท้วงจากช่องท้องของไป๋ซินดังสนั่นจนนางต้องขดตัวกลม พลังจากแครอทของเย่จวินเหยียนเสริมสร้างตบะเซียน แต่มันยังเร่งระบบเผาผลาญในร่างกายของนางให้พุ่งสูงขึ้นกว่าปกติหลายเท่าตัว

“หิว...หิวจนจะกินขาเตียงได้ทั้งหลังแล้วเจ้าค่ะฝ่าบาท...”

ไป๋ซินพึมพำเสียงพร่า พลางกัดมุมหมอนเพื่อประทังความหิว ดวงตาที่เคยเป็นสีนิลใสซื่อบัดนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นประกายสีทับทิมวาววับตามสัญชาตญาณดั้งเดิม นางมองไปที่น้ำแกงจืดสีซีด ๆ ที่นางกำนัลเพิ่งยกมาวางไว้ให้เมื่อครู่ด้วยความรู้สึกท้อแท้ สำหรับเซียนกระต่ายที่กำลังต้องการ "สารอาหารสีเขียว" อย่างหนัก น้ำแกงไร้วิญญาณเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับน้ำเปล่า

นางหันไปมองออกนอกหน้าต่าง สายตาคมกริบมองฝ่าละอองแดดไปไกลจนถึงเขต อุทยานส่วนพระองค์ของพระพันปี ที่อยู่ถัดไปไม่กี่กำแพงกั้น ที่นั่นคือแดนสุขาวดีที่นางเคยแอบเห็นตอนนั่งรถม้าผ่าน แหล่งรวมสมุนไพรหายากที่ถูกปลูกด้วยดินจากยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ และผักสวนครัวเกรดพรีเมียมที่รดน้ำด้วยน้ำค้างบริสุทธิ์ยามเช้าทุกวัน

“ถ้าไม่ได้กินใบผักบุ้งแก้วสด ๆ สักกำ...ข้าต้องสิ้นใจตายกลายเป็นผีเฝ้าตำหนักแน่ ๆ!”

ปุ๋ง!

ควันสีขาวจาง ๆ กระจายออกพร้อมกลิ่นหอมของแป้งเด็ก ร่างอรชรหายวับไป เหลือเพียง กระต่ายขาวตัวจ้อย ขนฟูฟ่องดุจปุยเมฆที่มีขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าลูกส้ม ไป๋ซินในร่างกระต่ายขยับจมูกสีชมพูฟุดฟิด นางใช้ความจิ๋วให้เป็นประโยชน์ กระโดดเหยง ๆ อย่างคล่องแคล่ว ลอดช่องระบายอากาศเล็ก ๆ ของกำแพงตำหนักออกมาได้สำเร็จ

ก่อนจะขยายตัวกลับมาเป็นเจ้าก้อนขนตัวอ้วนกลม นางแฝงตัวอยู่ในพุ่มไม้เตี้ย ๆ อาศัยสีขนที่กลมกลืนกับดอกมะลิสีขาวหลบสายตาทหารยามที่กำลังนั่งสัปหงกอยู่ข้างเสา ไป๋ซินใช้ทักษะ "สายลับขนปุย" มุ่งหน้าไปยังพิกัดของบุฟเฟต์สีเขียวทันที ทุกครั้งที่กรงเล็บนุ่ม ๆ สัมผัสพื้นหญ้า นางรู้สึกเหมือนพลังชีวิตเริ่มฟื้นคืนกลับมาทีละน้อย

เมื่อก้าวเข้าสู่เขตอุทยานหลวง กลิ่นความชื้นของดินและกลิ่นเขียวสดของผักก็พุ่งเข้าปะทะจมูก ไป๋ซินแทบจะกรีดร้องด้วยความดีใจ (ถ้ากระต่ายกรีดร้องได้) นางมุ่งตรงดิ่งไปยังแปลง ผักบุ้งแก้ว ที่ยอดอวบน้ำ ยอดของมันเขียวใสราวกับมรกตและกรอบกรุบจนนางอดใจไม่ไหว

กร้วม! กร้วม!

นางเริ่มเคี้ยวตุ่ย ๆ อย่างเอร็ดอร่อย สองแก้มขยับขึ้นลงเป็นจังหวะรัวเร็ว หูยาว ๆ สั่นระริกด้วยความฟิน แสงแดดยามบ่ายที่ส่องกระทบขนสีขาวทำให้นางดูเหมือนก้อนสำลีมีชีวิตที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำลายล้างแปลงผักอย่างขะมักเขม้น

"อา...สวรรค์ชั้นเจ็ดมันเป็นอย่างนี้นี่เอง"

ไป๋ซินหลับตาพริ้มขณะที่ความหวานฉ่ำของน้ำผักซึมซาบเข้าสู่ร่างกาย นางเริ่มรู้สึกถึงพลังเซียนที่หมุนเวียนได้คล่องขึ้น

นางเขยิบไปหาแปลงหัวไชเท้าใกล้ ๆ กะว่าจะขุดขึ้นมาแทะสักหัวให้ชื่นใจ

ทว่า...เสียง

"โอย..."

ที่แผ่วเบาและสั่นพร่าจากศาลาริมน้ำ กลับทำให้หูยาว ๆ ของนางกระดิกตั้งชันทันที

กระต่ายน้อยหยุดเคี้ยวจนผักบุ้งคาปาก ดวงตากลมโตมองฝ่าไอแดดระยิบระยับไปยังทิศทางของเสียง นางเห็นเงาร่างในชุดสีม่วงเข้มตัดเย็บด้วยผ้าไหมลายหงส์ประทับนั่งกุมขมับอยู่บนตั่งไม้หินอ่อนเพียงลำพัง วรกายของพระนางสั่นเทิ้มเล็กน้อย

นั่นคือ พระพันปี!

ดูเหมือนพระนางจะออกมาเดินเล่นรับลมตามลำพังเพื่อผ่อนคลายความเครียดสะสม แต่โรค "ลมปะกัง" (ไมเกรน) เจ้ากรรมกลับเลือกจะกำเริบขึ้นมาในเวลาที่แดดจ้าที่สุด ความปวดแปลบปลาบดุจเข็มพันเล่มทิ่มแทงทำให้พระนางทรงพยุงวรกายไม่ไหว แสงแดดที่จ้าเกินไปทำให้นัยน์ตาพร่าเบลอจนต้องหลับตาลงด้วยความทรมาน เหล่าข้ารับใช้อยู่ห่างออกไปนับร้อยก้าวตามคำสั่งที่ทรงต้องการความเป็นส่วนตัว

ไป๋ซินชะงักไปครู่หนึ่ง จิตใต้สำนึกส่วนที่รักตัวกลัวตายบอกให้นางรีบมุดดินหนีกลับตำหนักเสียตอนนี้ แต่อีกใจหนึ่ง...ก็ผุดความรู้สึกผิดชอบชั่วดีขึ้นมา

"เอาเถอะ! จะโดนจับไปทำกระต่ายตุ๋นก็ค่อยหาทางหนีเอาแล้วกัน!"

กระต่ายน้อยตัดสินใจกระโดดเหยง ๆ พุ่งตัวออกจากแปลงผัก มุ่งหน้าไปยังศาลาอย่างว่องไว นางสปริงตัวขึ้นไปบนตั่งหินอ่อนด้วยความเบาหวิวดุจขนนก ก่อนจะกระโดดขึ้นไปนั่งปุ๊กลุกอยู่บนตักของพระพันปีทันที!

"เจ้า...เจ้ากระต่าย...มาจากไหนกัน?"

พระพันปีพึมพำเสียงแผ่ว พระนางรู้สึกถึงความนุ่มนิ่มและไออุ่นที่แผ่ออกมาตรงหน้าตัก พยายามจะลืมตาและผลักสิ่งแปลกปลอมออกตามสัญชาตญาณ แต่ความปวดหนึบที่ศีรษะกลับพรากเรี่ยวแรงไปจนหมด น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลพรากจนมองภาพเบื้องหน้าไม่ชัด

ไป๋ซินไม่รอช้า นางยืดตัวขึ้นด้วยขาสองข้าง ใช้เท้าหน้านุ่ม ๆ เล็ก ๆ ทั้งสองข้างแตะเข้าที่ขมับของพระพันปีอย่างแผ่วเบาและระมัดระวัง นางหลับตาลง รวบรวมพลังเซียนที่เพิ่งได้รับจากการกินผักสดเมื่อครู่ กลั่นกรองมันผ่านจิตอธิษฐานจนกลายเป็นพลังงานอุ่นๆ สีชมพูอ่อน ถ่ายทอดผ่านอุ้งเท้าเข้าสู่ร่างกายของพระนาง

เพียงครู่เดียว ความเย็นเยียบที่แสนสบายก็แล่นเข้าสู่จุดที่ปวดหนึบ ความร้อนระอุในสมองของพระพันปีค่อย ๆ ทุเลาลงราวกับมีน้ำทิพย์มาชโลมใจ ลมหายใจที่เคยติดขัดเริ่มสม่ำเสมอ ความเครียดและความเจ็บปวดมลายหายไปจนพระนางรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ท่ามกลางเสียงนกร้องร้องขับขานในอุทยาน พระนางเผลอเข้าสู่ห้วงนิทราสั้น ๆ ไปด้วยความสบายวรกาย...

เวลาผ่านไปเพียงชั่วอึดใจ เมื่อพระพันปีลืมตาขึ้นอีกครั้งท่ามกลางสายลมโชยชาย ศาลาแห่งนั้นกลับว่างเปล่า ไม่มีก้อนขนสีขาวอยู่บนตักอีกต่อไป มีเพียงกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของผักสดและสมุนไพรป่าที่ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ

พระพันปีลุกขึ้นยืน ทรงรู้สึกเบาสบายและสดชื่นอย่างประหลาด พระนางก้มมองที่พื้น...แล้วก็ต้องขมวดคิ้ว เมื่อเห็นรอยเท้ากระต่ายเล็ก ๆ ที่ยังเปื้อนคราบดินจากแปลงผัก ทอดยาวไปตามทางเดินหิน และหายลับเข้าไปในซอกกำแพงของตำหนักท้ายวังที่ไป๋ซินพักอยู่

พระนางมองตามเงาสีขาวที่หายวับไปในเงามืด พลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัยแต่แฝงไปด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก

"หรือว่าจะเป็นเจ้าตัวเดียวกัน...กับของจวินเหยียน?

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “บัลลังก์หงส์ มงกุฎแครอท และพันธสัญญาแห่งหัวใจ”

    แสงทองอร่ามของยามเช้าสาดส่องลงเหนือหลังคากระเบื้องเคลือบของพระราชวังหลวง บรรยากาศในวันนี้เต็มไปด้วยความปีติยินดีที่แฝงไปด้วยความโกลาหลเล็กน้อยตามฉบับของว่าที่ฮองเฮาองค์ใหม่ เสียงแตรสังข์และระฆังทองดังกังวานไปทั่วเก้าประตูวัง บ่งบอกถึงจุดเริ่มต้นของพระราชพิธีสถาปนาฮองเฮาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อาณาจักรมังกรภายในตำหนักรับรอง ไป๋ซิน ยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ที่เคยใช้ฝึกวิชา นางถูกห้อมล้อมด้วยนางกำนัลนับสิบคนที่กำลังช่วยกันสวมชุดพิธีการสีแดงเพลิง ปักลวดลายหงส์ทองสยายปีกด้วยดิ้นทองคำแท้ น้ำหนักของชุดและมงกุฎหงส์เก้ากษัตริย์ที่ประดับด้วยมุกราตรีทำเอาไป๋ซินถึงกับลอบกลืนน้ำลาย“อดทนหน่อยนะเพคะ”นางกำนัลคนสนิทกระซิบ“ความสง่างามต้องแลกมาด้วยความหนักเพคะ”ไป๋ซินพยายามทรงตัวให้ตรง หูกระต่ายที่เคยพุ่งพรวดออกมาตามอารมณ์บัดนี้ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้จิตที่นิ่งสนิทดุจผิวน้ำในถ้ำเหมันต์ นางมองดูเงาตัวเองในกระจกแล้วยิ้มบางๆ'จากนักแสดงสาวผู้บ้างานที่มาโผล่ในร่างกระต่ายป่

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “รสสัมผัสแห่งเหมันต์และเพลิงมังกร”

    ภายในห้องบรรทมส่วนพระองค์ที่เคยเงียบเหงาจนน่าใจหายมาตลอดเจ็ดราตรี บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยไอความร้อนจากอ่างน้ำวนขนาดใหญ่ที่สลักจากหยกขาวเนื้อดี กลิ่นหอมของน้ำมันกุหลาบป่าและเครื่องหอมอวลไปทั่วห้อง ผสมผสานกับกลิ่นอายมังกรที่เข้มข้นขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงของเจ้าของห้อง เย่จวินเหยียนยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ร่างแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสมส่วนยังมีร่องรอยของดินโคลนแห้งกรังจากการ "ทำศึกวัชพืช" ประปราย ทว่าสายตาคมกริบของเขากลับจับจ้องเพียงร่างระหงที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความโหยหาที่แทบจะล้นทะลัก“ข้าบอกแล้วไงเจ้าคะ...ว่าข้าจะช่วยท่านอาบน้ำเอง ท่านตรากตรำถอนหญ้ามาตั้งเจ็ดวัน ให้ข้าปรนนิบัติท่านเถิด”ไป๋ซินกระซิบบอกพลางเดินเข้าใกล้ เสียงของนางนุ่มนวลทว่ากังวานด้วยอำนาจของเซียนที่เพิ่งผ่านการฝึกปรือมาอย่างหนัก นางไม่ได้เขินอายเหมือนวันวานอีกต่อไป ดวงตากลมโตที่เคยหลบสายตาบัดนี้กลับจ้องมองมังกรหนุ่มอย่างท้าทายและเต็มไปด้วยความรักมือเรียวขาวผ่องค่อยๆ เอื้อมไปปลดสายรัดเอวที่เลอะโคลนของเย่จวินเหยียนออกอย่างเชื่องช้า สัมผัสจากปลายนิ้วที่เย็นเยียบดุจหิมะแตะต้องลงบนผิวเนื้อที่ร้อนระอุของมังกรหนุ่ม ทำให้เขาถ

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “กองทัพถอนหญ้า”

    เช้าวันที่เจ็ด...ทั่วทั้งพระราชวังหลวงดูเหมือนจะตกอยู่ในความเงียบงันที่ผิดปกติ ลมหนาวจากยอดเขาเร้นลับพัดพาม่านหมอกสีขาวบริสุทธิ์ให้ม้วนตัวเป็นเกลียว ลอยต่ำปกคลุมไปตามทางเดินหินอ่อนราวกับแดนสุขาวดี ทันใดนั้น เสียงครืนครั่นของกลไกหินโบราณก็ดังสนั่นไปทั่วหุบเขา ประตูหินหนาหนักของ “ถ้ำเหมันต์พันปี” ที่ปิดสนิทมาตลอดเจ็ดทิวาราตรีค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ ส่งไอเย็นจัดที่แปรเปลี่ยนเป็นละอองน้ำแข็งพวยพุ่งออกมาดุจม่านไหมร่างระหงในชุดผ้าไหมสีขาวเรียบง่ายทว่าดูสูงศักดิ์ก้าวออกมาจากความมืดมิด ไป๋ซินในยามนี้ดูราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ผิวพรรณของนางที่เคยขาวนวลบัดนี้ดูผุดผ่องมีรัศมีสีเงินจางๆ ปกคลุมราวกับไข่มุกที่เพิ่งถูกขัดเงา ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววซุกซนและเลิ่กลั่ก บัดนี้กลับดูสุขุม เยือกเย็น และลุ่มลึกขึ้นอย่างน่าประหลาดทว่าสิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดคือ...ไม่ว่าลมหนาวจะพัดแรงเพียงใด หรือในใจของนางจะตื่นเต้นที่จะได้พบ "ใครบางคน" มากแค่ไหน หูกระต่ายเจ้าปัญหาก็ไม่พุ่งพรวดออกมาให้กวนใจอีกต่อไป นางสามารถควบคุมกระแสปราณในกายได้อย่างสมบูรณ์ กายเซียนและจิตมนุษย์หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างมั่นคง“เจ้

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ปราณน้ำแข็งสยบมังกร”

    ภายในถ้ำเหมันต์ที่ลึกซึ้งที่สุด แสงสีครามจากผลึกน้ำแข็งเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นโอบล้อมร่างของไป๋ซินไว้ ราวกับดักแด้ที่กำลังจะลอกคราบ ผิวพรรณของนางที่เคยขาวนวลบัดนี้ดูผุดผ่องมีรัศมีสีเงินจางๆ ปกคลุม หูกระต่ายที่เคยพุ่งพรวดออกมาตามอารมณ์ บัดนี้สงบนิ่งและหดหายไปเองโดยที่นางไม่ต้องพยายามกดข่ม“เจ้าทำได้ดีมาก ไป๋ซิน”เสด็จแม่ (พระพันปี) ตรัสชมขณะมองดูสมาธิที่แน่วแน่ของนาง“ความลับของการคุมปราณเซียนไม่ใช่การกักขัง แต่นำมันมาหลอมรวมกับธรรมชาติ หากใจเจ้าเย็นดุจน้ำแข็ง ต่อให้ความร้อนแรงของปราณมังกรจะดุดันเพียงใด เจ้าก็จะยังคงเยือกเย็นและเป็นฝ่ายควบคุมมันได้”ไป๋ซินลืมตาขึ้น ดวงตาของนางส่องประกายเย็นตาแต่แฝงด้วยพลัง“ข้ารู้สึกเหมือนร่างกายเบาหวิว...ความร้อนปั่นป่วนในกายหายไปหมดแล้วเพคะเสด็จแม่”ทว่าในขณะที่การฝึกกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ สัมผัสถึง “อายมังกร” ที่คุ้นเคยแต่วุ่นวายก็พุ่งเข้ามาถึงหน้าถ้ำ ณ บริเวณหน้าถ้ำเหมันต์“ฝ่าบาท! เสด็จกลับเถิดพ่ะย่ะค่ะ พระพันปีทรงกำชับไว้หนาหูว่าห้ามใครรบกวน!”กงกงพยายามวิ่งเอาตัวเข้าขวาง แต่เย่จวินเหยียนในชุดลำลองกระฉับกระเฉงกลับไม่สนใจ เขาแบกตะกร้าที่เต็มไปด

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ความลับใต้ถ้ำเหมันต์และอ้อมกอดที่ว่างเปล่า”

    ท่ามกลางหุบเขาเร้นลับหลังพระราชวังหลวง ทิศทางที่ลมเหนือพัดผ่านนำพาเอาความหนาวเย็นสุดขั้วมาสู่ทางเข้า “ถ้ำเหมันต์พันปี” สถานที่แห่งนี้คือเขตหวงห้ามที่มีเพียงเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้ามา ผนังถ้ำที่เกิดจากผลึกน้ำแข็งธรรมชาติสะท้อนแสงสีครามวาววับราวกับอัญมณีล้ำค่า ทว่าความงามนั้นกลับแฝงไปด้วยไอเย็นที่รุนแรงจนสามารถแช่แข็งปราณเซียนที่อ่อนแอได้ในพริบตาไป๋ซินในชุดผ้าฝ้ายหนาพิเศษสีขาวสะอาดตา นั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นศิลาหิมะ ร่างบางสั่นสะท้านจนฟันกระทบกันเสียงดังกึกๆหูกระต่ายยาวสีนวลที่เคยชี้ตั้งอย่างร่าเริง บัดนี้ลูบตกลงมาแนบชิดใบหูเพื่อพยายามรักษาความอบอุ่นให้ได้มากที่สุด นางพยายามโคจรลมปราณตามที่เคยเรียนมา แต่มันกลับติดขัดเพราะฤทธิ์ของ "หญ้าน้ำค้างสวรรค์" ที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือด ทำให้พลังของนางเดี๋ยวพุ่งพล่านเดี๋ยวอ่อนแรง“ตั้งสติหน่อย ไป๋ซิน”เสียงของพระพันปีดังขึ้นก้องกังวานในความเงียบสงบ นางประทับนั่งอยู่บนแท่นน้ำแข็งฝั่งตรงข้าม ใบหน้าที่เคยดูเ

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ผักเมามายกับความลับของกายเซียน”

    ท่ามกลางกลิ่นหอมของผักสดนานาชนิดบนโต๊ะเสวย ไป๋ซินที่บัดนี้ลืมสิ้นทุกความเขินอาย คว้าหยิบ "หญ้าน้ำค้างสวรรค์" สีฟ้าหม่นที่ดูแปลกตากว่าต้นอื่นขึ้นมาเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย นางไม่รู้เลยว่าสมุนไพรชนิดนี้แท้จริงแล้วคือ "หญ้าเมาเซียน" ที่มีฤทธิ์กระตุ้นการไหลเวียนของปราณเซียนอย่างรุนแรง หากเซียนที่มีตบะยังไม่แกร่งกล้าหรือคุมจิตไม่นิ่งทานเข้าไป...มันจะให้ผลลัพธ์ไม่ต่างจากเหล้ากลั่นพันปี!"อึก...ฝ่าบาทเจ้าคะ ทำไมแครอทมันถึงได้หมุนๆ แบบนี้ล่ะเจ้าคะ?"ไป๋ซินเริ่มนั่งไม่อยู่สุข ใบหน้าขาวนวลเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อเหมือนลูกตำลึงสุก ดวงตากลมโตเริ่มปรือปรอยปรายมองฝ่าบาทด้วยความสิเน่หาอย่างเปิดเผย นางหัวเราะคิกคักพลางคว้าแขนเสื้อปักลายมังกรของเย่จวินเหยียนมาเช็ดหน้าเช็ดตา ราวกับเขาเป็นผ้าอ้อมผืนโปรด"ไป๋ไป๋? เจ้ากินหญ้าน้ำค้างเข้าไปงั้นรึ!"เย่จวินเหยียนอุทาน พยายามจะแย่งต้นที่เหลือจากมือนาง แต่ไป๋ซินกลับชักมือหนีแล้วส่งเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ จนหมด"ข้าไม่ได้เมานะเจ้าคะ! ข้าแค่...ข้าแค่รู้สึกว่าตัวข้าเบ๊าเบาเหมือนปุยเมฆเลย ดูสิเจ้าคะ ข้าบินได้ด้วย!"ปึ๋ง!ทันทีที่พูดจบ การควบคุมพลังของนางก็พังทลายลง หูกระต่าย

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status